Go to Kayadham Home   
ประชาสัมพันธ์ : เชิญร่วมปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกาย โดยวิธีการที่หาที่ไหนไม่ได้ (หลักสูตรเร่งรัดสำหรับท่านที่มีเวลาน้อย) ณ โฮมเสตย์ เขื่อนท่าด่าน จ.นครนายก 6-7 เมษายน 50 นี้ (ด่วน! รับ 40 ท่าน) อ่านรายละเอียดall.gif
HOME : arrow สื่อธรรมะ : arrow เนื้อหาวิชชาธรรมกาย arrow หลักสูตรปราบมาร arrow ปราบมาร ภาค 1
ปราบมาร1(11) PDF พิมพ์ ส่งเมล

บทที่ 2 การทำกายของเราให้พร้อมรบ

     หลักการ ต้องการทำกายให้มีฤทธิ์กว่าเดิม เพื่อการรบเกิดผลมากกว่าที่เป็นอยู่เดิม

     เหตุผล เห็น จำ คิด รู้ และญาณทัสสนะยังไม่ก้าวไกล ยังเห็นได้ไม่ไกล

 

     การเดินวิชา

     จะทำอย่างไรกายของเราจึงจะเข้มแข็งขึ้น นิโรธของเราควรที่จะนิ่งกว่าเดิม นั่นคือให้กายหลัก 18 กาย ตรัสรู้เสียก่อน เมื่อตรัสรู้แล้ว อะไร ๆ จะดีกว่าเดิม

     1. เดินวิชา 18 กายเข้านิพพาน เมื่อสุดรู้สุดญาณทัสนะของเราแล้ว นิ่งกลางดวงธรรมของพระนิพพานที่เราไปถึงนั้น จากนั้นเอากายมนุษย์ไปไว้กลางดวงธรรมพระอรหัตต์ละเอียดของเรา พิสดารกายของธรรมกายพระอรหัตต์ละเอียดของเรา ยิงเข้ามากลางดวงธรรมของกายมนุษย์

กลางดวง เห็น จำ คิด รู้

กลางธาตุ เห็น จำ คิด รู้

กลางเครื่อง เห็น จำ คิด รู้

     ให้กายมนุษย์ใสเป็นแก้ว จากนั้น ลำดับไปที่กายฝัน กายทิพย์ พรหม อรูปพรหม โคตรภู โสดา สกิทาคา อนาคา พระอรหัตต์ ทั้งอนุโลมปฏิโลม จนกว่าทุกกายจะขาวใสทั้งหมด

     2. อาราธนาพระนิพพานพิสดารกาย แล้วยิงเข้ามาที่ธรรมกายพระอรหัตต์ละเอียดของเรา ที่ดวง เห็น จำ คิด รู้ ธาตุเห็น จำ คิด รู้ เครื่องเห็น จำ คิด รู้ ถอยหลังมาที่กายพระอรหัตต์หยาบ..... กายมนุษย์หยาบ และจากกายมนุษย์หยาบ อนุโลมไปถึงธรรมกายพระอรหัตต์ละเอียด ทบไปทวนมา จนกว่ากายของเราจะขาวใสทั้งหมด

     3. ขั้นตอนอธิษฐานให้กาย 18 กายตรัสรู้ มีวิธีทำดังนี้

          ที่กายมนุษย์หยาบ กลางดวงธรรมของกายมนุษย์ ที่เอกายนมรรคนั้น อธิษฐานให้เกิดดวงปฐมมรรค มรรคจิต มรรคปัญญา ขึ้น (เกิดดวงใสเล็ก ใสประดุจน้ำกลิ้งบนใบบอน ซ้อนกัน 3 ดวง เอกายนมรรค คือจุดใสเท่าปลายเข็มกลางดวงธรรม) ส่งใจจรดนิ่งกลางดวงปฐมมรรค มรรคจิต มรรคปัญญา หมุนขวา อธิษฐานให้ตรัสรู้เป็นสัพพัญญูพุทธเจ้า ทันใดนั้น ก็เกิดธรรมกายโคตรภูหยาบ โคตรภูละเอียด พระโสดา...ธรรมกายพระอรหัตต์ละเอียด

          ที่กายมนุษย์ละเอียด (กายฝัน) ทำตามแนวเดียวกัน ลำดับไปจนถึงธรรมกายพระอรหัตต์ละเอียด

     เสร็จแล้วให้ทำเป็นปฏิโลม ตั้งต้นจากธรรมกายพระอรหัตต์ละเอียดกลับมาหากายมนุษย์หยาบ ทำทบไปทวนมาหลาย ๆ ครั้ง

     รู้และญาณทัสสนะของเราจะดีขึ้น แต่เป็นแบบธรรมดา เมื่อชำนาญขึ้นให้ทำแบบพิสดารต่อไป

     4. การทำให้ตรัสรู้แบบพิสดาร ได้แก่ การทำที่ละเอียด วิชาของเราเดินได้ละเอียด เราก็สามารถทำอย่างละเอียดต่อไปได้ เช่น แจกแจงรายละเอียดถึงเครื่องมือรบและที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือรบ เราก็สามารถทำได้

ก. เห็น จำ คิด รู้

     หยุด นิ่ง แน่น

ข. เครื่อง เครื่องเห็น จำ คิด รู้

     เครื่อง หยุด นิ่ง แน่น

ก. ตรัสรู้ นิโรธ คำนวณ

ข. เซฟ มรรค แก๊ส กรด ไอ อัสนีธาตุ

     ให้หัวข้อไว้ เพื่อจำแนกรายละเอียดการเดินวิชาเอาเอง

     5. เครื่องมือรบ ได้แก่ แก๊ส กรด ไอ อัสนีธาตุ เซฟ มรรค

ในมรรค มี มรรค เซฟ แก๊ส กรด ไอ อัสนีธาตุ

ในเซฟ มี มรรค เซฟ แก๊ส กรด ไอ อัสนีธาตุ

ในแก๊ส มี มรรค เซฟ แก๊ส กรด ไอ อัสนีธาตุ

ในกรด มี มรรค เซฟ แก๊ส กรด ไอ อัสนีธาตุ

ในไอ มี มรรค เซฟ แก๊ส กรด ไอ อัสนีธาตุ

ในอัสนีธาตุ มี มรรค เซฟ แก๊ส กรด ไอ อัสนีธาตุ

     สรุปแล้ว เครื่องมือรบ มี มรรค เป็นตัวยืน และมี เซฟ แก๊ส กรด ไอ อัสนีธาตุ เป็นเครื่องมือรบ และในเซฟ แก๊ส กรด ไอ อัสนีธาตุ ต่างก็มี มรรค เซฟ แก๊ส กรด ไอ อัสนีธาตุ เราต้องนำมาพัฒนาทั้งหมด โดยให้ตรัสรู้ตามที่กล่าวแล้ว ทำให้แก่กายต่าง ๆ เพื่อกายจะได้มีเครื่องมือรบที่มีประสิทธิภาพ การเดินวิชานั้นก็ทำนองเดียวกัน แต่ซับซ้อนขึ้น

     การทำกายให้ตรัสรู้และทำเครื่องมือรบให้มีประสิทธิภาพนั้น จะต้องทำให้พิสดารขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเราจะต้องพบมาร พบเหตุที่เก่งขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่แรกจะเห็นว่ายาก ต่อเมื่อรบชนะบ้างแล้ว วิชาจะเดินไปเองเป็นอัตโนมัติ

 

บทที่ 3 เรื่องการคำนวณเกี่ยวกับเหตุ

     หน้าที่ของกาย กายมีหน้าที่ทำอะไร กายที่ตรัสรู้แล้ว จะเข้าใจหน้าที่เป็นอันดี แต่หากยังไม่ตรัสรู้ ก็ยังทำอะไรไม่ถูก คือยังไม่เป็นงาน งานสำคัญของกายคือรบ การรบทำอย่างไร กายเขาทราบเป็นอันดี แต่การรบแพ้หรือชนะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ในชั้นต้นนี้หน้าที่ของกาย เป็นดังนี้

     1. จองถนน คือประจำหน้าที่ ว่ามีหน้าที่ทำอะไร เตรียมที่จะทำการรบ แต่ก่อนนี้มีการเดินสมาบัติสวมเครื่องจักรพรรดิ

     2. พิสดาร คือทำกายให้มีจำนวนมาก จำนวนกายที่พิสดารออกมา มีหลายลักษณะ เรียกตามลักษณะที่เราเห็น เช่น เป็นเถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด จะเรียกอย่างไรไม่สำคัญ สำคัญที่ทำกายให้มาก ๆ และทำกายให้ละเอียดมาก ๆ (มากกับละเอียดไม่เหมือนกัน ละเอียดได้แก่จากหยาบไปหาละเอียด)

     3. ปาฏิหาริย์ คือการรบจริง คือการประจัญบาน หรือกระทำอย่างไรก็ได้ ที่กระทำให้ฝ่ายตรงข้ามแตกสลาย เช่น ย่อย แยก ดับ ละลาย ดับอธิษฐาน ถอนปาฏิหาริย์ ระเบิด ผ่า แลบ ลั่น ฯลฯ

     4. ทับทวี คือการทับทวีวิชาให้ละเอียดยิ่งขึ้น เช่น ทำ หยุด นิ่ง แน่น ให้ยิ่งขึ้น หมุนขวาเครื่องให้เร็วขึ้น คำนวณให้พิสดารกว่าเดิม

     เช่นการคำนวณ คำนวณไปเท่าไรวิชาไม่ซ้ำกันและกันเลย คำนวณไปเท่าไรตรัสรู้ คำนวณให้เลยวิชาปกครองใหญ่ที่คำนวณไปแล้ว ที่กำลังคำนวณอยู่ และที่จะคำนวณต่อไป นำทั้งหมดนั้นมารวมเป็น 1 แล้วเราก็ส่ง เห็น จำ คิด รู้ ของเราหมุนขวา เข้ากำเนิดเดิมของธรรมเหล่านั้น แลบ ลั่น ดับ ละลาย นิพพาน ภพ 3 โลกันต์ ไปสุดเหตุปกครองไม่มีปกครองต่อไป

     เวลาเดินวิชาจริง ท่องในใจไปด้วย ใจทำงานไปด้วย ดูกายเขาทำงานไปด้วย หากไม่ท่อง จองถนน พิสดาร ปาฏิหาริย์ ทับทวี กายจะทำงานช้า เพราะมารเขายึดสิทธิ เฉียบขาด เราท่องก่อน แปลว่าเราใช้สิทธิ เฉียบขาด เราไม่ท่องมารเขาก็ยึด ให้สังเกตว่าท่องวิชาไปด้วย ใจทำงานไปด้วย อย่างไหนให้ผลมากกว่ากัน การไม่ท่อง เป็นการไม่สั่ง กายเขาก็ทำงานอย่างลังเล เหมือนกับเทรนเนอร์สั่งให้นักมวยชก

     หน้าที่ของกาย มารเขาทำอย่างไร เราก็ทำเหมือนเขา โปรดพิจารณางานของมาร จะเห็นว่าทั้งเราและเขาคล้ายกัน และที่ไม่คล้ายก็มี อย่างเช่น

 

     ขั้นส่งวิชา

          ส่ง เสริม เติม ต่อ รอ ตัด ปัด ปิด ดึง ดูด ย่อย แยก ปะทะ ขวาง กัน

 

     ขั้นเข้ายึดปกครอง

          หุ้ม เคลือบ เอิบ อาบ ซึม ซาบ ปนเป็น สวม ซ้อน ร้อยไส้

          ทางฝ่ายบุญของเรา มีการส่งวิชา เสริมวิชา ... ฯลฯ ดูจะคล้ายกัน

          ขั้นเข้ายึดปกครอง ฝ่ายเราหมุนขวาเครื่องเข้าสุดละเอียด ย่อย แยก ระเบิด ผ่า ดับ ละลาย เข้าไปในเหตุกาย ใจ จิต วิญญาณ ของมารเขา จนกว่ากายเขาจะแตกดับ แต่มารเขา หุ้ม เคลือบ เอิบ อาบ ซึม ซาบ ปนเป็น สวม ซ้อน ร้อยไส้ ดูว่าไม่เหมือนกัน

 

     กิริยาการรบ

          คือ แลบ ลั่น ... ฯลฯ เหมือนกับฝ่ายเรา

 

     ชั้นเชิงการรบ

          คือ ตัด ตอน ซ่อน หาย ... ฯลฯ คล้ายก็มี ไม่เหมือนก็มี รองธาตุรองธรรม ถอนธาตุถอนธรรม ถอยธาตุถอยธรรม เรื่องนี้เหมือนกัน

 

     เครื่องสื่อสารการรบ

          เรื่องนี้ของมารเขาดีมาก ของเราไม่มี ทำไมเราทำ ใย ยืด ยนต์ อายตนะ วิทยุ ไม่ได้ เราน่าจะมาส่งข่าวกันได้บ้าง แต่ของเราไม่มี ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ เรื่องนี้เราเป็นรองเขา

 

     อาการส่งวิชาของมาร

          อาการส่งวิชาของมารคือ ส่าย สั่น ไหว ริบ รัว แต่ของเราเข้าไปโดยกิริยา หยุด นิ่ง แน่น แล้วจึงหมุนขวา ต่อมาก็ แลบ ลั่น ย่อย แยก ระเบิด ผ่า ดับ ละลาย ความเห็นของทางฝ่ายมารเขา เขาจะว่าเรา สั่น ส่าย ไหว ริบ รัว ไปหาเขาหรือเปล่าไม่ทราบ

 

     สรุปเรื่องหน้าที่ของกาย

          ขอท่านได้โปรดทบทวน เพื่อเป็นข้อมูลว่า เราทราบอะไรของเขาบ้าง แต่เขาทราบของเราอย่างสิ้นเชิง ขนาดยึดอำนาจปกครองได้หมด ถึงกับเราต้องเรียนวิชารบ เพื่อนำเอาเอกราชกลับคืนมา

 

การคำนวณ

     เป็นความรู้สำคัญสุดยอด เพราะการเดินวิชาที่เป็นไปตามขั้นตอน ไม่ประสบความสำเร็จ จึงต้องเอาชนะกันด้วยวิชาคำนวณ ใครคำนวณได้ดีกว่าจะเป็นฝ่ายชนะ

     หลักของการคำนวณ

1. คำนวณให้สุดเหตุปกครอง

2. คำนวณให้เลยเหตุปกครอง

     สุดเหตุปกครอง หมายถึงว่า สุดเหตุ 19 อย่าง จึงจะถือว่าหมดมาร

     เลยเหตุปกครอง หมายถึงว่า วิชาของเราเลยวิชาปกครองไปแล้ว การที่เลยไปได้ แสดงว่าวิชาของเราละเอียดกว่าวิชาของมาร วิชาของเขาหยาบกว่าของเรา ย่อมทำอันตรายเราไม่ได้

 

     คำนวณให้สุดเหตุปกครองนั้นคำนวณอย่างไร

          1. สุด จะให้สุดอะไรบ้าง

          2. เลย จะให้เลยอะไรบ้าง

 

     สุดอะไรบ้าง

          1. สุดเหตุ 19

สุดเหตุสุด สุดเหตุหมด สุดเหตุไม่มี สุดเหตุว่าง

สุดเหตุดับ สุดเหตุลับ สุดเหตุหาย สุดเหตุสูญ

สุดเหตุสิ้นเชื้อ สุดเหตุไม่เหลือเศษ สุดเหตุหล่อเลี้ยง

สุดเหตุเป็นอยู่ สุดเหตุปราสาท สุดเหตุรส สุดเหตุชาติ

สุดเหตุไอ สุดเหตุแก๊ส สุดเหตุกรด สุดเหตุละลาย

          2. สุดเหตุอ่อน แก่ หยาบ ละเอียด เถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด

ทุกอย่างมี อ่อน แก่ หยาบ ละเอียด เถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด เช่น เหตุ 19 เฉพาะเหตุสุดก็มี เหตุอ่อน แก่ หยาบ ละเอียด เถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด

อ่อน ก็เป็นเถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด

แก่ ก็เป็นเถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด

หยาบ ก็เป็นเถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด

ละเอียด ก็เป็น เถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด

     3. สุดเหตุ ต้น กลาง ปลาย

อ่อน แก่ หยาบ ละเอียด เถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด ต่างก็มี ต้น กลาง ปลาย

ต้น กลาง ปลาย ต่างก็มี อ่อน แก่ หยาบ ละเอียด เถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด

     4. สุดเหตุไม่ถ้วน ต้น กลาง ปลาย

ต้น กลาง ปลาย นับไม่ถ้วน ไม่ถ้วนอ่อน แก่ หยาบ ละเอียด เถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด

     5. สุดเหตุเล็ก โต

สุดเล็ก โต ของต้น กลาง ปลาย อ่อน แก่ หยาบ ละเอียด เถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด

     6. สุดเหตุ นอก ใน ซ้าย ขวา หน้า หลัง บน ล่าง กลาง ระหว่างหัวต่อกาย

สุดเหล่านี้ มี ต้น กลาง ปลาย อ่อน แก่ หยาบ ละเอียด เถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด

 

ตัวอย่างการคำนวณ

     ตามที่กล่าวนี้ ล้วนแต่นับไม่ถ้วน ต้น กลาง ปลาย อ่อน แก่ หยาบ ละเอียด เถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด เราต้องการนับให้ถ้วน จะทำอย่างไร

     ท่านให้นับอายุของธาตุ อายุของบารมี ไม่ถ้วนนั้น นับเป็น 1 คือ ถ้านับอายุของธาตุธรรมมีมาแล้วเท่าไร กำลังมีอยู่และที่จะมีต่อไป นับไม่ถ้วน และถ้าจะเอาอายุบารมีของธาตุธรรมมานับก็นับไม่ถ้วนเช่นกัน แม้จะไม่ถ้วนก็จริง สมมุติให้เป็น 1 ไปก่อน แล้วเรามาจัดการ 1 ที่ว่านั้นเสียก่อน จะจัดการอย่างไร ก็ว่ากันไป ให้เสร็จรุ่นนี้ไปก่อน อย่างอื่นมาคำนวณกันใหม่ อายุของธาตุอะไร ธรรมอะไร เราก็ระบุไปตามที่เราต้องการ

     เราต้องการคำนวณไปให้สุดเหตุที่มารเขาทำไว้ เพื่อต้องการดับเหตุเหล่านั้นให้สิ้นเชื้อ ไม่เหลือเศษ

     แบบที่ 1 นับอายุธาตุ นับอายุบารมี ของต้น ของกลาง ของปลาย ไม่ถ้วนอ่อน แก่ หยาบ ละเอียด ไม่ถ้วนอายุธาตุ อายุบารมี ของ เถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด ไม่ถ้วนเหตุนอก ใน ซ้าย ขวา หน้า หลัง บน ล่าง กลาง ระหว่างหัวต่อกาย อธิษฐานเครื่องหมุนขวา รวมเหตุเหล่านั้นมาเป็น 1 จากนั้น อธิษฐานใจเราเป็นเครื่องหมุนขวา แลบ ลั่น ย่อย แยก ระเบิด ผ่า ดับ ละลาย ไปสุดต้นไม่มีต้นต่อไป สุดกลางไม่มีกลางต่อไป สุดปลายไม่มีปลายต่อไป สุดอ่อน แก่ หยาบ ละเอียด สุดเถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด สุดเหตุนอก ใน ซ้าย ขวา หน้า หลัง บน ล่าง กลาง ระหว่างหัวต่อกาย สุดเหตุสุด สุดเหตุหมด สุดเหตุไม่มี สุดเหตุว่าง ..... สุดเหตุละลาย (สุดเหตุ 19)

     แบบที่ 2 พลิกแพลงกว่าแบบที่ 1

          - สุดเหตุต้นคิดวิชา สุดเหตุผู้สอด สุดเหตุผู้ส่ง สุดเหตุผู้สั่ง สุดเหตุผู้บังคับ สุดเหตุผู้ปกครอง สุดเหตุผู้ปกครองย่อย สุดเหตุผู้ปกครองใหญ่ สุดเหตุเครื่องรวมใหญ่ของผู้ปกครองใหญ่ สุดเหตุหัวใจเครื่องรวมใหญ่ของผู้ปกครองใหญ่

          - สุดต้น สุดกลาง สุดปลาย สุดอ่อน สุดแก่ สุดหยาบ สุดละเอียด สุดเถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด ของต้นคิดวิชา ของผู้สอด ผู้ส่ง ผู้สั่ง .....ฯลฯ

          - สุดต้นในต้น ไม่มีต้นต่อไป สุดกลางในกลาง ไม่มีกลางต่อไป สุดปลายในปลาย ไม่มีปลายต่อไป ของต้นสุดละเอียด กลางสุดละเอียด ปลายสุดละเอียด ของต้นคิดวิชา ของต้นผู้สอด ...ฯ นับอายุธาตุอายุบารมีไม่ถ้วน ของต้น ของกลาง ของปลาย นับเป็น 1

     จาก 1 นี้อธิษฐานใจเป็นเครื่องหมุนขวา แลบ ลั่น ย่อย แยก ระเบิด ผ่า ดับ ละลาย ไปสุดเหตุนอก ใน ซ้าย ขวา หน้า หลัง บน ล่าง กลาง และระหว่างหัวต่อกาย ดับ ละลาย นิพพาน ภพ 3 โลกันต์ เครื่องปกครองย่อย เครื่องปกครองใหญ่ หัวใจเครื่องรวมย่อย หัวใจเครื่องรวมใหญ่ สุดเหตุของกาย สุดเหตุของใจ สุดเหตุของวิญญาณ ไปสุดหยาบ สุดละเอียด สุดเถา ชุด ชั้น ... ฯ

          - สุดเหตุสุด สุดเหตุหมด สุดเหตุไม่มี สุดเหตุว่าง ... สุดเหตุละลาย (สุดเหตุ 19)

          - พอจะเลิกทำวิชา ก็อธิษฐานให้กายใจ จิต วิญญาณ ของเราทุกกาย สุดหยาบ สุดละเอียด เป็นเซฟ มรรค แก๊ส กรด ไอ อัสนีธาตุ ให้เป็นเครื่องหมุนขวาไปทั่วกาย ใจ จิต วิญญาณ ของเราทุกครั้งไป

     ตามที่กล่าวมานี้เป็นตัวอย่าง ส่วนการคำนวณพิสดารจะได้กล่าวต่อไป

 

การคำนวณเลย จะให้เลยอะไรบ้าง

     ที่ว่าให้เลยหมายความว่า คำนวณวิชาของเราให้เลยวิชาปกครองของมาร คือ ให้เลยวิชาปกครองย่อย ให้เลยวิชาปกครองใหญ่ ถือว่าวิชาของเราเลยไปแล้ว วิชาของมารหยาบทันที ไม่มีผลบังคับ ด้วยวิชาของธรรมภาคบุญละเอียดกว่า หากวิชาของเราไม่เลยเขา ถึงเรารบชนะบ้าง ก็เป็นเพียงบางส่วน ถึงอย่างไรก็อยู่ในปกครองของเขาอยู่ดี

     การคำนวณให้เลยนั้น ถามว่าเลยได้จริงหรือ ถ้าคำนวณให้เลยได้จริง ป่านนี้เราชนะไปนานแล้ว เราคำนวณได้เลยไม่จริง แต่ตั้งเป้าไว้ว่าให้ “เลย” เข้าไว้ เหตุผลที่ว่าทำไมจึงไม่เลยจริงๆ ก็เพราะว่ามารเขาทำเหตุไว้ละเอียดมาก เราว่าเราเลยปกครองแล้ว แท้จริงยังไม่เลย หากเราไม่คำนวณให้ เลย งานของเราจะช้ามาก ถึงแม้จะทำวิชาจนหมดอายุของเรา จะไม่ได้งานอะไรเท่าที่ควร

     การคำนวณแบบ “สุด” กับแบบ “เลย” เป็นแนวเดียวกัน ได้โปรดพิจารณาแบบสุดให้แม่นยำ นำมาใช้กับแบบเลยได้ทั้งหมด เปลี่ยนแปลงแต่คำพูดบางอย่าง เพื่อให้กลมกลืนกับเรื่องราวของ “เลย”

     เมื่อเข้าใจหลักเกณฑ์เบื้องต้นได้แล้ว ต่อนี้ไปเราจะสามารถทำโดยพิสดารได้ทุกรูปแบบ ถามว่า การคำนวณโดยวิธีพิสดารนั้น จะทำได้เพียงไรและแค่ไหน เรื่องนี้อย่าได้เป็นกังวล เรายิ่งรบชนะมากขึ้น ตรัสรู้ของเราเป็นไปแบบอัตโนมัติ

     แต่ถ้าไม่ชนะในระดับธาตุธรรมใด เราจะเดินวิชาเดิม แม้ว่าจะแบบเดิม แต่วิชามักจะหดหายไปทีละเรื่องสองเรื่อง วิชาจะช้า รู้และญาณทัสสนะอืออาด ไม่คล่องตัว รำคาญตัวเองที่เป็นเช่นนี้ เพราะมารเขามาปิดรู้บังญาณทัสสนะ ต่อเมื่อมารรุ่นนี้ถูกเราดับไป วิชาของเราจะคล่องตัวขึ้นทันที นึกวิชาได้ครบกระทงความทีเดียว

     แบบ ก. โปรดจำลองการคำนวณแบบ “สุด” มาเป็นแบบ “เลย” ทั้งแบบที่ 1 และแบบที่ 2

     แบบ ข. เป็นแบบพิสดารขึ้นไป พอเป็นตัวอย่างดังนี้

          - เลย ต้นสุดละเอียด เลยกลางสุดละเอียด เลยปลายสุดละเอียด ของต้นคิดวิชา ของผู้สอด ผู้ส่ง ผู้สั่ง ผู้บังคับ ผู้ปกครอง ผู้ปกครองย่อย ผู้ปกครองใหญ่ เลยเครื่องรวมใหญ่ของผู้ปกครองใหญ่ เลยหัวใจเครื่องรวมใหญ่ของผู้ปกครองใหญ่

          - เลยเหตุอดีต เหตุปัจจุบัน เหตุอนาคต

          - เลยเหตุตั้งธาตุ เลยเหตุประกอบธรรม

          - เลยในเลย ไม่มีเลยต่อไป นับอายุธาตุนับอายุบารมีของธาตุเลยธรรมเลยไม่ถ้วน รวมคำนวณที่ได้คำนวณเลยไปแล้ว กำลังเลยอยู่ และที่จะเลยต่อไป รวมเป็น 1

     รวม 1 นั้น มาแลบ ลั่น ย่อย แยก ระเบิด ผ่า ดับ ละลาย ตามที่กล่าวแล้ว

     แบบ ค. เป็นอีกแนวหนึ่ง พอเป็นตัวอย่าง

          - เลยเหตุศูนย์เดิมกำเนิดเดิม ของสารพัดธาตุสารพัดธรรม เท่าไรวิชาคำนวณไม่ซ้ำกันเลย เลยเหตุตั้งธาตุ เลยเหตุประกอบธรรม

          - เลยเหตุพิสดารธาตุ เลยเหตุพิสดารธรรม เลยในเลย ไม่มีเลยต่อไป

          - เลยเหตุเขตธาตุ เลยเหตุเขตธรรม เลยในเลยไม่มีเลยต่อไป

          - เลยไปเท่าไรวิชาคำนวณไม่ซ้ำกันเลย ที่ได้คำนวณเลยไปแล้ว กำลังเลยอยู่ และที่จะเลยต่อไป รวมเป็น 1

     รวม 1 นั้น มาแลบ ลั่น ย่อย แยก ดับ ละลาย ต่อไป

     สรุป การคำนวณแบบสุดและแบบเลย เป็นที่เข้าใจแล้ว การลำดับเหตุ เราจะนำอะไรขึ้นก่อนขึ้นหลังก็ได้ ทั้งนี้ให้ดูพฤติการณ์ที่มารเขาแสดง เขาเห็นว่าเราชำนาญเชิงนี้ เขาจะเปลี่ยนวิธีเดินวิชาของเขาทันที เพื่อให้เราจับชั้นเชิงของเขาไม่ทัน เช่น จองถนน ปาฏิหาริย์ แล้วตามด้วยพิสดาร ก็ย่อมทำได้

     หรือว่า เลยเหตุ ใย ยืด ยนต์ อายตนะ วิทยุ เลยเหตุส่ง เหตุเสริม เติม ต่อ รอ ตัด ปัด ปิด ของต้นใย ต้นยืด ยนต์ อายตนะ วิทยุ พบแล้วเท่าไร นำมาดับต่อไป

     หรือว่า เลยเหตุ สั่น ส่าย ไหว ริบ รัว ของเหตุรองธาตุรองธรรม ถอยธาตุถอยธรรม ถอนธาตุถอนธรรม เลยเหตุดับ เหตุลับ เหตุหาย พบแล้วเท่าไร นำมา แลบ ลั่น ย่อย แยก ระเบิด ดับ ละลาย ต่อไป หรือว่า จะไม่รวมเป็น 1 แต่นำมา แลบ ลั่น ย่อย แยก ระเบิด ผ่า ดับ ละลายไปเสียเลย ก็สุดแต่จะคิดทำ คือทำได้ทั้งนั้น

     เมื่อเข้าใจหลักเกณฑ์ดีแล้ว การรบของเราจะเดินหน้า โปรดใจว่า เหตุทั้งหลายเราสลับกันได้ ขอแต่ว่าให้มารดับก็แล้วกัน

     ข้อเสียของเรา ก็คือ เคร่งตำรามากเกินไป หลวงพ่อวัดปากน้ำสอนอย่างนี้ เราก็ว่าไปอย่างนี้ ไม่ได้พลิกแพลงอะไรเลย ใครลำดับเหตุคลาดเคลื่อน เราต่อว่าต่อขานเขาว่าไม่ได้ความ การจะใช้อะไรก่อนอะไรหลัง เหมือนหนึ่งเราชกมวยบนเวที จังหวะใดใช้อาวุธอะไร เป็นเรื่องของนักมวย เพราะอยู่ในระหว่างประจัญบาน ต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งไปโดยเร็วพลัน มิฉะนั้น เราจับตัวมารมากำจัดไม่ได้ เขาหนีเร็ว เข้าออกเร็ว พูดอย่างวิชาธรรมกายก็ว่า เขารองธาตุรองธรรมได้เร็ว ถอนถอยธาตุธรรมได้เร็ว และยังส่ง เสริม เติม ต่อ ได้เร็วอีกด้วย

สารบัญ

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:ผู้เยี่ยมชม
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressLoad Image from WebBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Add to Google


หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org