|
เป้าหมายสำคัญที่เราต้องค้นคว้าไปให้ถึง การแก้โรคก็ดี การรบก็ดี และไม่ว่าจะอะไรทั้งนั้น ท่านให้เราค้นคว้าให้พบต้นตอใหญ่ของผู้ส่งวิชา เพื่อเราจะได้ดับต้นตอใหญ่นั้น หมดต้นตอโรคจึงหาย ต้นตอที่ว่านี้ ภาษาวิชาธรรมกายเรียกว่า ต้นผู้คิดวิชา เป้าหมายของการเดินวิชาก็เพื่อให้พบตัวการสำคัญ ต่อไปนี้ 1. ผู้ต้นคิดวิชา 2. ผู้สอด 3. ผู้ส่ง 4. ผู้สั่ง 5. ผู้บังคับ 6. ผู้ปกครอง 7. ผู้ปกครองย่อย 8. ผู้ปกครองใหญ่ 9. เครื่องรวมใหญ่ของผู้ปกครองใหญ่ 10. หัวใจเครื่องรวมใหญ่ของผู้ปกครองใหญ่ ความจริงมีมากกว่านี้ สำหรับเบื้องต้นนี้ จำไว้แค่นี้ก่อน ถ้าเราเดินวิชาค้นหาตัวการเหล่านี้ไม่พบ แปลว่าเราทำงานล้มเหลว มารเขาก็หัวเราะเยาะว่าเรามืออ่อนเกินไป ที่ไม่พบตัวจริงของเขาได้ เขาก็ชนะเราอย่างลอยลำ ผู้ต้นคิดวิชา คือผู้เป็นเจ้าของวิชา โรค ภัย ไข้ เจ็บ สงคราม รบราฆ่าแกง เขาเป็นเจ้าของความรู้ เป็นเจ้าของวิชา เขาส่งวิชามาปกครองมนุษย์โลก เรามีหน้าที่แก้วิชาของเขา วิธีแก้ก็คือ พบตัวเขาแล้วเราก็ดับเขา เมื่อต้นคิดวิชาถูกดับ ทุกข์ร้อนก็หมดไป ระดับของต้น มีมากระดับนับไม่ถ้วน เพราะต้นก็มี ต้น กลาง ปลาย ในต้น กลาง ปลาย ก็มี อ่อน แก่ หยาบ ละเอียด แต่ละอย่างล้วนแต่นับไม่ถ้วน วิชาธรรมกายมักพูดว่า แก่ไปเป็น เถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด...ฯ อ่อนไปเป็น เถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด…ฯ หยาบไปเป็น เถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด...ฯ ละเอียดไปเป็น เถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด...ฯ เถาละเอียดไปเป็น ในเถา ... นับอายุธาตุของเถา นับอายุบารมีของเถาไม่ถ้วน ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด ก็อย่างเดียวกัน ต้นในต้น ... กลางของกลาง...ปลายในปลาย... เป็นเถา ชุด ชั้น... นับอายุธาตุ นับอายุบารมี ของต้น กลาง ปลาย ไม่ถ้วน อ่อนในอ่อน...แก่ในแก่... หยาบในหยาบ... ละเอียดในละเอียด... นับอายุธาตุ อายุบารมี ของอ่อน แก่ หยาบ ละเอียดไม่ถ้วน สรุปว่า การสืบหาต้นวิชา ต้องไปถึงต้นไม่มีต้นต่อไปนั่นเอง เราจะเห็นว่า แต่ละอย่างมีจำนวนมากมาย ละเอียดมากมาย แก่ก็มากมาย ล้วนแต่มากมายทั้งนั้น ผู้สอด คือผู้ทำหน้าที่สอดแนม สืบราชการลับ หาโอกาสไปรายงานต้นวิชา ผู้ส่ง มีหน้าที่ส่งวิชา ผู้สั่ง มีหน้าที่สั่ง ผู้บังคับ มีหน้าที่บังคับ ผู้ปกครอง มีหน้าที่ปกครอง ผู้ปกครองใหญ่ มีหน้าที่ปกครองทั้งหมด เครื่องปกครองทำหน้าที่บังคับทั้งหมด ต้องสืบไปถึง เครื่องรวมใหญ่ของผู้ปกครองใหญ่ หัวใจเครื่องรวมใหญ่ของผู้ปกครองใหญ่ นับว่าสำคัญที่สุด ถ้าดับหัวใจเครื่องรวมใหญ่ของผู้ปกครองใหญ่ได้ จึงจะถือว่า ชนะเด็ดขาด ผู้ต้นคิดวิชาเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องค้นหา เพราะต้นคิดวิชามีมากวิชา นับไม่ถ้วน มารเขามีวิชามาก วิชาแต่ละอย่างก็มีต้นคิดวิชาแต่ละอย่าง เช่น โรค ภัย สงคราม แก่ เจ็บ ตาย ข้าวยากของแพง ก็มีต้นคิดวิชาไม่เหมือนกัน และมีหัวใจเครื่องรวมใหญ่ของแต่ละสาขาวิชาแยกออกไปอีก จำง่าย ๆ ว่า ต้นคิดวิชาและหัวใจเครื่องรวมใหญ่ของผู้ปกครองใหญ่เป็นเป้าสำคัญ เป้าอื่นไม่ยากแล้ว เป้าหมายสำคัญที่ต้องดับ 1. สิ่งที่ให้ความเป็นอยู่ของกาย ได้แก่ นิพพาน ภพ 3 โลกันต์ 2. สิ่งที่ทำเกิดกาย ได้แก่ ใจ จิต วิญญาณ เมื่อใจ จิต วิญญาณ แตกดับ กายก็แตกดับ ต้องดับไปทุกกาย สุดหยาบสุดละเอียด 3. สิ่งหล่อเลี้ยงกาย คือเหตุที่หล่อเลี้ยง คือบารมี รัศมี กำลัง ฤทธิ์ อำนาจ สิทธิ เฉียบขาด โดยเฉพาะ ทาน ศีล ภาวนา ที่ธรรมภาคมารขโมยไปจากเรานั้น มากมายเหลือคณานับ เอาไปให้ความเป็นอยู่แก่เขา เราต้องเอาคืนมาทั้งหมด 4. เครื่องบังคับกาย ได้แก่ ปราสาท เราต้องระเบิดด้วย 5. เขตธาตุเขตธรรม เครื่องธาตุเครื่องธรรม เราต้องกำจัดด้วย ความจริงมีมากว่านี้ ยกมาเพื่อให้เห็นโครงสร้างก่อน รายละเอียดจะได้กล่าวต่อไป เหตุใหญ่ที่เราพลาดเป้าสำคัญ 1. เป้าสำคัญคือต้นคิดวิชา เรามักพบต้นจอมปลอม ซึ่งก็คือต้นระดับย่อยของเขาไม่พบต้นแท้ เพราะต้นแท้มักจะให้ต้นเทียมออกรับหน้า ให้ต้นย่อย ๆ ออกรับหน้า ทำให้เราหลงตัวเองว่า ดับต้นแท้ของเขาได้แล้ว ข้อพิสูจน์ก็คือ โรคที่เรายังแก้ไม่หาย เราดับต้นวิชาสงคราม แต่สงครามยังไม่เลิกรบ ทั้งนี้เกิดจากการเดินวิชาไม่ละเอียดนั้นเอง กายพิสดารของเขา เมื่อเราเข้าดับ จะดับง่ายมาก ต้นเทียมธรรมเทียม ดับยากว่ากายพิสดาร ทั้งในรูปแบบของธรรมกายและรูปแบบกายพระสงฆ์ (นิพพานเป็น) มักจะอยู่ในเหตุจรและเหตุสอดแทรก เข้ามากำบังไม่ให้เราเดินวิชาไปถึงลูกพี่ของเขา เขาถูกดับดีกว่าให้ลูกพี่ของเขาถูกดับ เมื่อเดินวิชาดับได้หมดแล้ว จากนั้นจะพบความว่างใส เราดีใจว่า ดับต้นวิชาของเขาได้แล้ว เมื่อถึงว่างใสเราหมดคู่ต่อสู้แล้ว หยุดเดินวิชากันแค่นั้น ความจริงแล้วเราหยุดเดินวิชาแค่นั้นไม่ได้ ว่างใสนั้นเป็นเหตุปลอดธาตุปลอดธรรม ทำไว้เพื่อลวงรู้หลอกญาณของเรา ด้องคำนวณให้สุดเหตุปลอดธาตุปลอดธรรม แล้วจึงจะถึงต้นแท้ เห็นเข้าก็ทราบว่าเป็นต้นแท้ ลักษณะบอกชัดว่าเขาเป็นต้นแท้โดยสัญชาตญาณของเรา เขามักจะนั่งกลางแวดล้อมด้วยบริวาร พอเราไปถึงเขา เขาจะตกใจ ขอได้โปรดอย่าพิจารณาอะไร ถ้ามัวไปเรียนรู้อยู่ เขาจะหนีทันที แล้วเราจะพลาดโอกาสสำคัญ ให้รีบเข้าสิบเข้าศูนย์กายของเขาทันที รีบลำดับกายของเขาไปอย่างเร็วที่สุด ให้สุดหยาบสุดละเอียดกายของเขา หมุนขวาเครื่อง ย่อย แยก ดับ ละลายไปในตัวเสร็จ ทำวิชาแค่นี้ มันไม่ดับได้ง่าย ๆ หรอกครับ ต้องอนุโลมปฏิโลมวิชา เดินหน้าถอยหลัง จนกว่า กาย ใจ จิต วิญญาณ ของเขาดับหมดไป ต้นแท้ธรรมแท้ของเขาดับยาก จากประสบการณ์ที่เราทำอยู่นี้ ทราบว่าต้นแท้ธรรมแท้ของเขาดับยากเหลือเกิน ต้องทำวิชากันเหนื่อยผู้เขียนเรื่องนี้ อยากฆ่าตัวเองมาหลายครั้งแล้ว พบต้นแท้แล้ว หยุดพิจารณาดูรูปร่างหน้าตาของเขา ดูเรื่องราวของเขา ด้วยความอยากทราบ เขาก็ใช้ช่วงเวลาที่เราพิจารณานั่นเอง หลบหนีไป เราเลยดับเขาไม่ได้ ไม่รู้จะไปติดตามที่ไหน ปีไหน จะได้พบเขา ธาตุธรรมโกรธเอามาก ๆ ไม่เคยเห็นมารหรือ มันหนีไปแล้ว จะไปตามที่ไหน ธาตุธรรมชนิดนี้ พยายามติดตามมาเป็นปี ๆ เสียเวลาขนาดไหน แล้วปล่อยตัวมันไปได้ รับสั่งอย่างนี้ เราก็อายพระองค์ แทบจะมุดแผ่นดินหนี ดังนั้น เมื่อพบตัวการแล้ว อย่าพิจารณา ให้รีบจัดการทันที 2. ก่อนพบตัวการสำคัญ เรามักท้อแท้ใจ วิชาของเราจะช้าลง การลำดับวิชาไม่เป็นไปตามขั้นตอน ได้หน้าลืมหลัง ทำวิชาเหมือนชกมวยไม่เป็น เราท้อแท้ใจช่วงนี้ โปรดจำไว้ว่า อีกไม่นานเราจะพบมารตัวจริงแล้ว ขอให้อดทนค่อย ๆ ลำดับวิชาไป นึกวิชาในใจไปด้วยพร้อมกับทำตามที่นึก อย่าหยุดเดินวิชาเป็นอันขาด ครั้นพบมารตัวจริงแล้ว เรารบกับเขา พึงทำใจเป็นปกติ นึกในใจว่า เราต้องชนะ แม้เขาจะแลบลั่น เสียงดังกว่าปืนใหญ่ แม้ใจเราใกล้ต่อการแตกดับ เราก็เดินวิชาของเราเรื่อยไป ท่องวิชาไป ใจก็ทำงานไปด้วย ครั้นมารใกล้แตกดับ วิชาของเราเดินเร็วยิ่งขึ้น ความหยุดนิ่งของเราดีขึ้น เราลำดับวิชาได้ดีขึ้นเรื่อยๆ มันนึกขึ้นมาได้อย่างไร เราก็แปลกใจตัวเอง หากเป็นเช่นนี้ ย่อมแสดงว่าท่านชนะแล้ว อารมณ์ท่านจะแจ่มใสทันที ระหว่างประจัญบาน หงุดหงิดใจจนบอกไม่ถูก อะไรขวางหน้าไม่ได้ก็แล้วกัน หากชนะแล้ว อารมณ์เราแจ่มใส ใครมาด่า โกรธไม่เป็นเอาทีเดียว หากทำได้ตามที่ว่านี้ พระพุทธองค์จะดีพระทัยถึงกับรับสั่งว่าคนนี้ใช้ได้ คนอย่างเรา พระพุทธองค์ทรงชมเชย เราจะดีใจปานไหน เมื่อเราเข้านิพพาน พระพุทธองค์รู้จักท่านทุกนิพพาน เป็นเกียรติแก่ท่านเพียงใด ดังนั้น จึงขอร้องท่านช่วยสนใจวิชาปราบมาร เราต้องทำงานยาก ๆ งานอื่นทำง่าย มีเงินอย่างเดียวทำได้ทั้งนั้น แต่วิชาปราบมารที่ว่านี้ เงินก็ดี อำนาจก็ดี ยศศักดิ์ก็ดี ไปปราบมารไม่ได้ จะปราบได้ก็โดยวิชาธรรมกายเท่านั้น เป็นธรรมกายก็จริงอยู่ แต่จะไปถึงขั้นปราบมาร จำเป็นต้องเรียนให้ลึกซึ้ง หากเรียนกันตื้น ๆ ไปปราบเขาไม่ได้ ดังในโลกดับดังก้องธาตุก้องธรรม จะเลือกอย่างไหน หากจะดังระเบิดอย่างที่ผมว่านี้ ต้องสนใจวิชาปราบมาร รบให้เก่ง รบให้ชนะ รับรองว่าดังแน่ และเป็นการดังที่ไม่มีใครอิจฉาตาร้อนด้วย เชิญครับ เชิญครับ มาช่วยกันดัง เกิดมาพบวิชาธรรมกายแล้ว ไม่มีอะไรให้ธาตุธรรมชม แปลว่าใจไม่สู้ ถึงท่านจะมีเงินพันล้านก็ไม่ได้รับการยกย่องว่าเก่ง เพราะเงินทำให้มารดับไม่ได้ ขอสรุปว่า อย่าท้อใจ เป็นงานทำยากเพราะเป็นการสาดน้ำเข้าหากัน เสียเลือดเสียเนื้อด้วยกันทั้งคู่ ต่างฝ่ายต่างถูกปราบ ต่างฝ่ายต่างคิดวิชามาสู้กัน ใครดีใครอยู่ พูดอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ก็ว่า ถึงขั้นรบเอาบ้านเอาเมืองกันแล้ว เราต้องการให้ธาตุธรรมของเราเป็นเอกราช ต้องการให้โลกเป็นสุข ทำได้สถานเดียวคือปราบมาร เป็นการรบกันในธาตุในธรรม ใช้บารมีสู้กัน หากเรางอมืองอเท้า กลียุคจะมาเยือน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง การเตรียมตัวเตรียมใจสำหรับทำวิชาปราบมาร เนื่องจากการทำวิชชามรรคผลกับการทำปราบมารนั้นไม่เหมือนกัน ทำวิชามรรคผลอารมณ์แจ่มใส แต่ทำวิชาปราบมารอารมณ์จะขึ้น ๆ ลง ๆ วันใดรบชนะ อารมณ์จะดี วันใดเดินวิชาไม่ดี อารมณ์จะว้าวุ่น ผมจึงรับพูดไว้ก่อน ก่อนที่เราจะไปถึงเนื้อหาสาระของวิชา 1. รักษาสภาพใจสภาพกายให้ดี เพราะจะต้องเอาใจไปตรึกนึกตรองกับวิชาปราบมารตลอดเวลา ปลีกตัวออกจากภารกิจอื่นใดทุกอย่าง อะไรที่ทำให้อารมณ์เสียอย่าไปฟัง พักผ่อนร่างกายให้สุขภาพดีอยู่เสมอ สังคมใดที่ทำให้อารมณ์เสีย โปรดงดเว้น เพราะเมื่อได้เวลา ท่านจะต้องทำวิชา หลวงพ่อวัดปากน้ำงดกิจนิมนต์ทุกเรื่อง ไม่ไปไหนมาไหนเลย จ้องแต่จะทำวิชาสถานเดียว รบไม่เลิกเป็นเวลากว่า 30 ปี แม้ถึงขนาดนั้นผลการรบยังชี้ขาดไม่ได้ รบจนกระทั่งหลวงพ่อหมดอายุลง หากท่านไปยุ่งอะไรกับใคร เวลาเดินวิชา มารเขาจะมาหลอกเราในเหตุนานัตว์สัญญา กำลังเดินวิชาอยู่ เรื่องราวต่าง ๆ ผุดขึ้นมา ทำให้วิชาเราเดินช้า อย่างน้อยเราก็เสียเวลาไปดู เพียงแค่เราไปดูว่านี่อะไร วิชาของมารจะออกหน้าเราทันที ดังนั้น เราต้องตัดโลกภายนอกเท่าที่เราจะทำได้ เพราะมารเขาจะหาเหตุทุกอย่างที่จะทำให้เราล่าช้า 2. ยึดหลักเหตุผลก่อนที่จะตัดสินใจ ผมกล่าวแล้วว่า มารมันคอยหาเหตุที่จะสอดละเอียด เราสามารถโกรธกันด้วย เรื่องไม้ขีดก้านเดียว บุหรี่มวนเดียว ไม้จิ้มฟันอันเดียว ดูแล้วล้วนแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่มารมันสามารถทำให้เราทะเลาะกันได้ด้วยเรื่องขี้ผง หากท่านศึกษาดูจะทราบว่า พวกเราไม่ลงรอยกัน ทั้งที่เรียนวิชามาจากอาจารย์เดียวกัน ไต่สวนแล้ว ล้วนแต่เป็นเรื่องไร้สาระ ไม่มีเหตุผลถึงกับทำให้เราจะแตกคอกัน เราเสียสามัคคีกันแล้ว เพราะไม่ทันเหลี่ยมมารเขา ในที่สุดก็ทำวิชาไม่ได้ เราแตกสามัคคีกันแล้ว แสดงว่ามารเขาชนะ ผมพูดดักหน้าไว้ก่อนเพื่อให้ท่านได้ตั้งหลักไว้ ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ให้นึกถึงเรื่องเหตุผลไว้ก่อน เช่น เพื่อนบางรายไม่เคยพูดอย่างนี้แก่เรา แต่เขาพูดไม่ถูกหู ท่านจะโกรธไม่ได้ เพื่อนไม่ได้พูด แต่มารมันดลใจให้เพื่อนพูด เพื่อหาเหตุผลให้เราอารมณ์เสีย จะได้ทำวิชาสะเปะสะปะ เขาจะได้ไม่ถูกดับ ตามที่กล่าวมานี้เป็นตัวอย่าง มีอะไรอื่นอีกไหมที่มารจะนำมาเป็นเหตุแทรกวิชาได้อีก ทางที่ดีเราควรงดงานสังคม สละความสนุกสนานทั้งปวง เราต้องเสียสละกันขนาดนี้ ถ้าเราไม่เสียสละ เราทำวิชารบไม่ได้ ชีวิตของผู้เขียนเป็นอย่างนี้มาตลอด คิดว่าไปสนุกกันตอนเวลาตายไปแล้วก็แล้วกัน บางวันมีกิเลส คนอื่นได้เงินกันโครม ๆ รวยเช้ารวยเย็น เรามัวแต่มาระเบิดกับมาร มารเขาระเบิดผม ผมก็ระเบิดเขา เขาระเบิดสมบัติผม ผมก็ระเบิดสมบัติเขา พอที่จะได้อะไรกับเขาบ้างก็ไม่ได้ เพราะมารระเบิดไปเรียบร้อย ไม่มีเงินใช้กับเขา สังคมเขาไม่นิยมเนื่องจากไม่มีฐานะ เราต้องยอมรับสภาพ ต้องอดทน มีอากาศให้เราหายใจก็ดีหนักหนาแล้ว เราต้องคิดว่าความขัดสนส่วนตัวของเรา กับความเป็นเอกราชของธาตุธรรม อย่างไหนสำคัญกว่ากัน คิดอย่างนี้แล้ว รบรุดหน้าไม่ถอยหลัง อย่าไปฟังเสียงกระซิบของมาร ไม่เห็นมีประโยชน์อะไร คนอย่างเรามีแค่อากาศหายใจก็อยู่ได้ โปรดคิดว่า เงินร้อยล้าน มารไม่ดับ รถยนต์ทองคำมารไม่ดับ ความมีอำนาจมารไม่ดับ มารดับเพราะความขัดสนของเราคนเดียว คุ้มค่ามาก คิดอย่างนี้แล้ว งานรบของเราจะก้าวหน้า การวางแผนการรบ 1. วางแผนในเรื่องความรู้ที่จะใช้ 2. วางแผนวิธีเดินวิชา บันทึกเป็นวัน ๆ ว่า วันใดจะเดินวิชาอย่างไร จดลงในสมุดบันทึก บันทึกแล้วต้องอ่านให้จำได้ เดินวิชาตามนั้น รุ่งขึ้นบันทึกใหม่ เปลี่ยนแนวหรือเปลี่ยนวิชาตามที่เห็นสมควร หากได้ความรู้ระหว่างรบ เมื่อเลิกทำวิชาแล้วให้รีบบันทึกทันที อย่าประมาทว่านึกได้จำได้ ไม่ต้องบันทึก ไม่ทันจะข้ามวัน ท่านจะนึกความรู้ใหม่เองนั้นไม่ได้ คิดเท่าไรนึกไม่ออก เป็นเพราะมารรุ่นที่เหนือกว่า มาปิดรู้บังญาณทัสสนะของเราเสียแล้ว ไปรู้เห็นความรู้อย่างนี้ได้ง่ายอยู่หรือ ไม่มีในตำรา ไปหาปิฎกไหนก็ไม่มี กว่าจะรู้มาได้ รบเกือบขาดใจ รบชนะจึงจะได้ความรู้ ตราบใดที่รบไม่ชนะ จะไม่ได้ความรู้ใหม่อะไรเลย วันนี้ได้ความรู้มานิดหนึ่ง พรุ่งนี้ได้มาหน่อยหนึ่ง และกว่าจะรวมเป็นเรื่องเป็นราว เป็นหมวดเป็นหมู่ มีความยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร มารเขาทำหน้าที่ปิดวิชาความรู้ที่ได้มาจึงมักไม่ครบ มักจะขาดเกิน ได้โปรดให้อภัยแก่ผู้ทำวิชาบ้าง มันยากเหลือคณานับ ท่านจะให้ผู้เขียนสามารถเรียบเรียงได้อย่างปิฎก จะให้ครบบริบูรณ์อย่างที่หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านทำไว้ย่อมทำไม่ได้ เกินขีดความสามารถของเรา อีกเรื่องหนึ่ง อยากปรารภไว้ก็คือเรื่องของความรู้ ความรู้บางอย่างเราเคยเรียนรู้กันมาว่าเป็นอย่างนั้น แต่เดี๋ยวนี้ไม่เป็นอย่างนั้นเสียแล้ว เพิ่งมาทราบในระยะที่ทำปราบมารนี้เอง มารเขาทราบว่า เรารู้เขา เขาจะเปลี่ยนแนวใหม่ เปลี่ยนวิชาใหม่ เราก็ว่าวิชาเก่า ออกชื่อเก่า ๆ การทำเช่นนั้น ไม่ถูกสิทธิเฉียบขาด เพราะเราเล่นของเก่า การรบไม่เดินหน้า เช่น เดิมเราท่องว่า นอก ใน ซ้าย ขวา หน้า หลัง บน ล่าง กลาง ระหว่างหัวต่อกาย เราทำแล้ว ทำไมจึงไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอเราเปลี่ยนเป็นว่า เหตุรอบรู้รอบญาณ รอบนอก รอบใน รอบซ้าย รอบขวา รอบหน้า รอบหลัง...ฯ จึงพบมาร อยู่ที่นี่เอง อย่างนี้เป็นตัวอย่าง คิดว่าการเปลี่ยนแปลงกันแต่ในโลกเท่านั้น มารเขาก็มีการเปลี่ยนแปลงด้วยเหมือนกัน เราอยากรู้ในสิ่งที่ถูก แต่มารเขาก็ให้รู้ผิด ๆ อยู่ร่ำไป เป็นการแย่งชิงกันระหว่างผิดกับถูก ถ้าเราชนะถือว่าความรู้ของเราถูกต้อง สมมุติว่าเราเป็นพหูสูต ความรู้พหูสูตของเรานำไปรบชนะได้ไหม หากรบไม่ชนะ พหูสูตของเราก็กำจัดมารไม่ได้ แล้วจะว่าอย่างไรกัน เราต้องเห็นใจนักรบ ต้องถือว่าถูกก็เป็นครู ผิดก็เป็นครู สารบัญ
Powered by AkoComment 2.0! |