|
จะดูมารไปดูได้ที่ไหน 1. ดูภายใน 2. ดูภายนอก การดูภายใน ดูที่ไหนบ้าง การดูภายใน คือการดูในตัวของเราเอง ดังต่อไปนี้ 1. ดูที่ “ใจ” คือ เห็น จำ คิด รู้ - ดวงเห็น จำ คิด รู้ - ธาตุเห็น จำ คิด รู้ - เครื่องเห็น จำ คิด รู้ - เครื่องรวมใหญ่ของ เห็น จำ คิด รู้ - เครื่องตรัสรู้ของ เห็น จำ คิด รู้ 2. ในเห็นจำคิดรู้ของเรานั้น ให้ดูขันธ์ 5 อายตนะ 12 ธาตุ 18 อินทรีย์ 22 อริยสัจ 4 ปฏิจจสมุปบาทธรรม จะเห็นว่า มีจุดดำห่อหุ้มจุดขาวหรือเป็นรูปวงแหวนห่อหุ้มจุดขาว จุดดำหรือวงแหวนดำนั้น เป็น “นิพพาน ภพ 3 โลกันต์” ของเขา แสดงว่ามารเขาปกครองทั้งปวง จุดดำนี้มี อ่อน แก่ หยาบ ละเอียด เถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด ...ฯ นับไม่ถ้วน ความดำเป็นว่าง เราเรียกเหตุว่าง มีอ่อน แก่ หยาบ ละเอียด เถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด ...ฯ แต่ละเหตุมีผู้ปกครอง ทั้งปกครองย่อยและปกครองใหญ่ มีต้นวิชา ผู้สอด ผู้ส่ง ผู้สั่ง ทำหน้าที่เป็นรบ ตรวจงาน ทำงาน ... ฯลฯ ทำหน้าที่ส่งวิชา ส่ง เสริม เติม ต่อ รอ ตัด ปัด ปิด ดึง ดูด ย่อย แยก ปะทะ ขวาง กัน 3. ในขันธ์ อายตนะ ธาตุ อินทรีย์ ปฏิจจสมุปบาท มีดวงทุกข์และสมุทัยกำกับอยู่ จุดขาวมีจุดดำเจือปน แสดงว่านิโรธและมรรคคือจุดขาว ถูกจุดดำคือทุกข์และสมุทัยยึดปกครอง การที่เราเห็นธรรมกันยาก ก็เพราะจุดดำเขามาขัดขวาง เรามาเรียนกันถึงวิธีว่า จะกำจัดจุดดำให้หมด และทำจุดขาวให้มีกำลังขึ้น มีความสว่างมากยิ่งขึ้น เท่าที่เราเคยกำจัดจุดดำในการเดินวิชาธรรมกาย ในเรื่องการดูอริยสัจ 4 นั้น เราเคยทำกันมาแล้ว แต่เป็นการทำแบบตัวอย่าง วันนี้เรากำจัดจุดดำหมดไป พรุ่งนี้ทำวิชาใหม่ จุดดำมาเกิดใหม่อีกแล้ว เราเรียนกันคราวนี้เป็นการรบใหญ่ จะเดินวิชากันให้หมดจุดดำจริง ๆ คือ ให้สุดวิชาปกครองจริง ๆ พูดภาษาวิชาธรรมกายก็ว่าให้สุดเหตุปกครอง หรือให้สุดเหตุทุกข์เหตุสมุทัย ตามที่กล่าวมานี้ แสดงให้เห็นว่า ใจของเราเจือปนด้วยมารมากกว่า 108 ชนิด พูดอย่างวิชาธรรมกายก็ว่า ใจเราอุดมด้วยกิเลส ตัณหา อุปาทาน ทั้งนั้น เพื่อประกอบความเข้าใจ ควรค้นคว้าหนังสือคู่มือสมภารของวัดปากน้ำด้วย ผู้เขียนต้องการเพียงว่า อยากดูมาร ไม่ต้องไปที่ไหน ดูที่ใจเรา ดูที่รายละเอียดของใจ คือดูที่ ขันธ์ ธาตุ อายตนะ อินทรีย์ เท่านี้ก็ทราบได้ ใจของเรานั้น มีละเอียดและหยาบ หยาบก็ว่าใจ ละเอียดขึ้นหน่อยก็ว่าจิต ละเอียดขึ้นไปอีกก็ว่าวิญญาณ สรีระของใจคือส่วนประกอบละเอียด ประกอบด้วยธาตุ ขันธ์ อายตนะ อินทรีย์ อริยสัจ ปฏิจจสมุปบาท มารเขาเอากิเลสมาใส่ไว้ ไตรปิฎก นย อง เอก 20/52-53/11-12 กล่าวว่า ใจนี้ผ่องใสโดยธรรมชาติ แต่เศร้าหมองเพราะกิเลสที่จรมา จะให้ผ่องใสเหมือนเดิมก็ด้วยจิตภาวนาเท่านั้น การจะทำให้ใสก็คือ ทำทุกข์และสมุทัยให้ดับ ก็คือการทำภาวนา การทำภาวนาเป็นการบำรุงให้นิโรธและมรรคเจริญ เมื่อมรรคและนิโรธเจริญขึ้น ถึงขั้นละสังโยชน์ นั่นคือการเดินทางของใจที่จะได้มรรคผลนิพพาน ดูมารภายนอก ดูที่ไหน มาพูดถึงเรื่องการละสังโยชน์ หมายถึงการทำเฉพาะตน ไม่ให้ใจออกต่อสู้รับอารมณ์ภายนอก ดวงนิโรธและดวงมรรคของเขาเจริญขึ้นเป็นลำดับ จนมีความแกร่งกล้าไม่ทะเลาะกับอารมณ์ภายนอก ไม่ได้หมายความว่าอารมณ์ภายนอกคือกิเลสจะหมดสูญ กิเลสภายนอกยังมีอย่างอุดม เพียงแต่เข้าไปกวนใจพระอริยเจ้าไม่ได้เท่านั้น ดังนั้น การดูมารภายนอกคือดูที่ธาตุ 4 ได้แก่ ดิน น้ำ ไฟ ลม ที่เราเห็นรอบตัวเรานั้นเป็นของหยาบ ธาตุละเอียดยังมีอีกไม่รู้เท่าไร ละเอียดยิ่งไปกว่านั้นเป็นความว่าง ต่อจากว่างก็เป็นในว่าง ไม่มีที่สิ้นสุด ภพตั้งอยู่บนธาตุ ในภพมีนิพพาน อย่างหยาบเราเห็นได้ ดูโลกเราเป็นตัวอย่าง ว่าโลกเราตั้งอยู่บนธาตุ โลกมนุษย์ โลกพรหมและโลกอรูปพรหม ลำดับละเอียดไปเรื่อย ๆ มายุติกันว่า ธาตุที่รองรับภพมีอยู่เท่าไร อารมณ์ทั้งหลายคือกิเลสเจือปนอยู่ในธาตุเท่าไร พูดให้เป็นวิชาธรรมกายก็ว่า ธาตุที่อยู่ในอายตนะภายนอกนั้น ไม่รู้ว่าเท่าไร ล้วนแต่เป็นที่อยู่ที่อาศัยของกิเลสทั้งนั้น ความว่างเหล่านั้นเป็นนิพพาน ภพ 3 โลกันต์ของกิเลสทั้งนั้น ความว่างที่อยู่ในอายตนะภายนอกนี้ อุดมไปด้วยกิเลส ตัณหา อุปาทาน ยังไม่มีใครไปกำจัด ก่อตัวเป็นนิพพาน ภพ 3 โลกันต์ ตั้งเครื่องปกครองไปตลอดธาตุตลอดธรรม ส่งวิชาเข้าปกครองสัตว์โลก ให้เราแก่ เจ็บ ตาย เกิดภัยพิบัติ ข้าวยากของแพง สารพัดเรื่องที่เขาจะทำ เพราะเราอยู่ใต้ปกครองของเขา เขาเป็นนาย เขาบังคับเต็มที่ พระอริยเจ้าเท่านั้นที่รอดจากการปกครองของเขา แต่ว่ายังไม่ได้ประมูลฤทธิ์กัน ถ้ามาทำวิชารบกัน ใครจะแพ้ชนะ ยังไม่ได้พิสูจน์ การที่ไม่กล้าปะทะ ทั้งที่ทราบว่าเขารังแกสัตว์โลก คงจะยังขยาดกันอยู่ ได้แต่รักษาตัวรอด เดินวิชาละสังโยชน์เข้านิพพานไป เมื่อมารในภพ 3 ไม่มีใครคิดดับเขา เขาก็สร้างอาณาจักรก่อตัวจนปีกกล้าขาแข็ง จากเดิมปกครองย่อย เลื่อนเป็นปกครองใหญ่ ขยายอำนาจปกครองไปเรื่อยจนถึงนิพพาน การได้มรรคผลนิพพานโดยไม่ผ่านการรบในภพ 3 แต่แรกนั้นเราเห็นว่าไม่มีปัญหา แต่เป็นปัญหาใหญ่ในปัจจุบัน เราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร การแก้ปัญหา เห็นมีแต่รบสถานเดียว ทำวิชารบ ไม่ต้องคิดอะไรมาก รบสถานเดียว ปัญหามีอยู่ว่าจะให้ใครรบ มีแต่ใจสู้อย่างเดียวไม่ได้ คนรบจะต้องมีความรู้ทางวิชาธรรมกายชั้นสูง ขณะนี้เรามีผู้มีบุญเกือบเต็มประเทศ ท่านจะกล้าคิดเรื่องอย่างนี้หรือ มารเขารู้ว่าใครมีบารมี เขามีวิธีไม่ให้เรารบได้ วิธีที่เขาใช้อยู่ก็คือ ไม่ขวางสมบัติเรา มีลาภสักการะไหลมา ศิษย์มากขึ้น ยศศักดิ์มากขึ้น เพียงแค่นี้ เราก็ลืมรบแล้ว เพราะเราจะไปหลงสิ่งเหล่านั้น วิธีของมารใช้ได้ผลมาทุกยุคทุกสมัย แต่วิธีนี้ใช้กับหลวงพ่อวัดปากน้ำไม่สำเร็จ หลวงพ่อยอมอดตาย ไม่เห็นแก่สิ่งเหล่านั้น ท่านรบมาตลอดจนถึงวันมรณภาพเมื่อปี 2502 รบมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 32 ปี เป็นที่ทราบกันดีในหมู่ศิษย์ที่เป็นวิชาธรรมกายชั้นสูง แต่มารเขามีวิชาดีอยู่อย่างหนึ่ง ถ้าเรารบ จำเป็นต้องดับให้ได้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่หนึ่ง เพราะส่วนที่ไม่ถูกดับคือส่วนที่เหลืออยู่นั้น เขาจะไปแก้ไขพวกที่ถูกดับให้ฟื้นได้ เป็นเรื่องแปลกประหลาดและอัศจรรย์มาก ผู้เขียนได้รู้เรื่องนี้ในตอนทำวิชาปราบมารนี้เอง จึงได้ตั้งต้นรบใหม่ ตั้งแต่เริ่มรบมาจนถึงวันนี้ไม่ว่างเว้นเลย ทำวิชาทุกวัน หน้าที่การงานทางราชการจำต้องเอาพอเพียงแค่นี้ ถ้าเอาตำแหน่งสูงกว่านี้ จะเกิดความขลุกขลักในการทำวิชา เพราะจะต้องไปทำงานตามตำแหน่ง อาจทำให้ไม่มีเวลาทำวิชา ของแค่นี้เราต้องสละได้ หลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านสละยิ่งกว่าเรา ท่านยังทำได้ หลวงพ่อท่านตั้งเวร เวรละ 4 ชั่วโมง ทุกเวรหลวงพ่อคุมให้หมด ใครติดขัดอะไรถามหลวงพ่อได้ ถามความรู้ได้ทุกเรื่อง น่าอุ่นใจ แต่ผมบินเดี่ยวเหมือนละครเรื่องข้ามาคนเดียวว้าเหว่ใจ ติดขัดวิชาไม่รู้จะไปถามใคร ต้องทำวิชาเก่าไปจนกว่าจะได้วิชาใหม่ขึ้นมาเอง ความรู้ใหม่จากการรบคือตรัสรู้นั่นเอง เข้าใจคำว่าตรัสรู้ในตอนที่ทำวิชารบนี้เอง ว่าตรัสรู้นั้นคืออะไร หมายความว่าอย่างไร นรก อเวจี โลกันต์ นรก อเวจี โลกันต์ เป็นอายตนะมืดอยู่ในภพ 3 มีไว้สำหรับเอาสัตว์โลกที่ไม่ปฏิบัติตามคำสอนของพระศาสดาไปขังไว้ ใครปฏิบัติตามคำสอนของพระศาสดาผู้นั้นรอดตัวไป หากใครผิดพลาดเข้า ย่อมไปสู่นรก อเวจี โลกันต์ ตามผลแห่งกรรมของตน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คนที่สร้างเวร มารเขาก็คำนวณดวงบาปให้ เพราะเขาปกครอง เขาจึงบังคับให้ทำบาปได้ เราทำเพราะถูกบังคับ โดยที่เราไม่รู้ว่าเขาบังคับ ได้เวลาโกรธ เราแสดงความโกรธ พอเขาปล่อยวิชาสิทธิ เฉียบขาด เราจะคว้าปืนยิงเพื่อนทันที เขาก็คำนวณดวงดำให้ทันทีติดไว้ที่กำเนิดเดิมของเรา ครั้นกายมนุษย์แตกดับคือตาย ดวงบาปก็หมุนซ้าย พิสดารไปทั่วกาย ใจ จิต วิญญาณ ยิงส่งเราไปลงนรกทันที ถ้าดวงดำขนาดโต จะส่งไปอเวจี หากดวงบาปโตไปกว่านั้นอีก จะส่งให้ไปถึงถึงโลกันต์ นรก อเวจี และโลกันต์ เขามีเครื่องดึงดูด จะดูดให้ลงลึกไปเรื่อย ๆ มีการจ่ายแจกไปตามทิศต่าง ๆ เป็นขุม เสร็จขุมนั้นมาขุมนี้ นับไม่ถ้วน โอกาสที่จะกลับมาเกิดอีกนั้นยากนัก ไม่มีใครอยากลง แต่ก็ต้องลง เพราะดวงบาปมีเครื่องบังคับ ผมเคยเตือนสติคนไข้ใกล้ตาย ให้บริกรรม สัม มา อะ ระ หัง บางรายได้สติ บางรายไม่ได้ผล รายที่ไม่ได้ผลได้แก่ท่านที่สร้างบาปกรรมเวรไว้มาก เขาจะนึกถึงผลบุญของเขาไม่ได้ เพราะดวงบาปห่อหุ้มใจหนาแน่น ส่วนท่านที่ทำกรรมเล็กน้อย สัม มา อะ ระ หัง ช่วยได้หมด เมื่อเขาบริกรรม สัม มา อะ ระ หัง แล้ว เขาได้สติทำให้นึกถึงผลบุญได้ ครั้นนึกได้แล้ว จะนึกได้ติดต่อกันไป จนในที่สุดเห็นดวงปฐมมรรคอย่างนี้ก็โชคดีไป คราวนี้มาพูดกันในแนวพิสดารว่า นรก อเวจี โลกันต์ เกี่ยวข้องกับงานปราบมารอย่างไร แต่แรกผมไม่ได้คิดอะไร ทำวิชาปราบมารไปเรื่อย ๆ บนเส้นทางแห่งการปราบมารนั้นเองจึงทราบว่า ใครปฏิบัติตามคำสอนของพระศาสดา ผู้นั้นเป็นสาวกของพระพุทธองค์ ใครไม่ปฏิบัติตามคำสอนของพระศาสดามารเขาจะเป็นผู้ปกครอง ที่ร้ายยิ่งไปกว่านั้นก็คือท่านที่ปฏิบัติตามคำสอนของพระศาสดาอยู่แล้ว มารเข้ามาแย่งปกครองอีก แต่เดิมเขาปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ต่อมาปฏิบัติผิดคำสอนของพระศาสดา เขาประกอบกรรมบาป ไม่ทำกุศลเสียแล้ว กรณีอย่างนี้เรียกว่า มารสอดละเอียดเข้ามาก้าวก่ายอำนาจปกครองของพระศาสดา ทำให้สาวกของพระองค์ลดจำนวนลง คนหันไปทำกรรมชั่วไม่ประกอบการกุศล ครั้นเขาตายไป เขาไปอยู่อบายภูมิคือ นรก อเวจี โลกันต์ ดังนั้น นรก อเวจี และโลกันต์คือเครื่องมือของมารเป็นที่เก็บเชลย เป็นที่กักขังสัตว์โลก ทำให้สัตว์โลกล่าช้าต่อมรรคผลนิพพาน เพราะเมื่อไปสู่อบายภูมิเสียแล้ว ยากต่อการมาเกิดสร้างบารมีเพิ่มเติม ในเมื่อทำวิชาปราบมารมาพบเรื่องนี้เข้า ถามว่าผมจะทำอย่างไร เป็นวิถีทางของวิชาปราบมารมาพบปัญหาเช่นนี้ เราจะแก้ไขอะไรอย่างไร พวกเราถูกมารเอามากักขัง ถูกเขาลงโทษนานาประการ ท่านจะคิดเรื่องนี้อย่างไร ดูว่าอะไรต่อมิอะไรเกินกำลังปัญญาของเรา ตรึกนึกตรองอยู่แต่เรื่องนี้ ไปงานศพไม่รู้กี่งาน เห็นผู้มีเกียรติมาในงานมากหลาย เห็นการประดับศพหรูหรา แปลว่าผู้ตายมีความดี แต่พอเข้าวิชาตรวจดู ทราบว่าผู้ตายไปสู่ทุคติ ไปงานไหนพบแต่อย่างนี้ นึกโกรธในใจว่า หลวงพ่อวัดปากน้ำสอนทำใจเข้าถึงธรรมกาย ทำไมไม่เรียนกัน ผมคนหนึ่งที่เผยแพร่เรื่องนี้มามากต่อมาก เหตุใดพวกเราไม่สนใจ ตกนรกเสียบ้างก็ดีเหมือนกัน ด้วยเหตุที่ไม่รู้ค่าของวิชาธรรมกาย วิชาธรรมกายป้องกันนรกได้ ป้องกันอบายภูมิทั้งหลายทั้งปวงได้ ต่อมา ได้เข้านิพพานที่ละเอียด ทูลถามพระองค์ว่า นรก อเวจี และโลกันต์ มีความเป็นมาอย่างไร การคิดแก้ไขเคยมีมาอย่างไรหรือไม่ ทรงตอบว่า นรก อเวจีและโลกันต์ เป็นของคู่ภพมาแต่ไหนแต่ไร เมื่อครั้งพระองค์ทรงมาตรัสรู้เป็นสัพพัญญูในโลก ก็เห็นมีอยู่อย่างนั้น การคิดแตะต้องนั้น เห็นหลวงพ่อวัดปากน้ำคิดอยู่ แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร หลวงพ่อก็มรณภาพเสียก่อน ธรรมภาคมารเกิดก่อนธรรมภาคบุญ นรก อเวจี โลกันต์มีมาแต่ครั้งนั้น การปกครองครั้งกระนั้นไม่ก้าวก่ายกัน ใครไม่ปฏิบัติตามคำสอนของพระศาสดา ตายไปแล้วก็ตกนรก ใครปฏิบัติตามคำสอนของพระศาสดา ตายแล้วไปสู่สวรรค์ ต่อมามารเล่นไม่ซื่อ คิดศาสนาเลียนแบบหลายรูปแบบ เลียนแบบของพระศาสดา มีเจตนาจะเอาสัตว์โลกลงนรกนั่นเอง ธรรมภาคบุญไม่ยอม เพราะเป็นการให้ความเดือดร้อนแก่สัตว์โลก ด้วยการแอบอ้างและเลียนแบบข้าง ๆ คู ๆ เท่านั้นเอง การก้าวก่ายก็เกิดขึ้น แรก ๆ ไม่สู้กระไร ต่อมาถึงขนาดต่อสู้กันด้วยวิชาชั้นสูง เหตุการณ์จึงแปรเปลี่ยนและความรู้บางอย่างแปรเปลี่ยน พุทธพยากรณ์บางอย่างแปรเปลี่ยนไป ทั้งนี้ต่างฝ่ายต่างรักษาไว้ซึ่งอำนาจปกครอง คราวใดธรรมภาคบุญได้เปรียบ ผู้คนจะอยู่ในศีลในธรรม และถ้าหากคราวใดธรรมภาคบุญพลาดพลั้ง มนุษย์โลกจะทำกรรมชั่วกันมาก มรรคผลนิพพานไม่มี มีแต่ข้าวยากของแพง แห้งแล้งเหี้ยนเตียน เกิดสงคราม เกิดกลียุค และสารพัดล้วนแต่ไม่ดีทั้งนั้น เย ธมมา เหตุปปภวา .... ฯ ธรรมเหล่าใด มีเหตุเป็นแดนเกิด พระตถาคตเจ้าทรงแสดงเหตุเกิดและเหตุดับของธรรม เหล่านั้น ว่าธรรมเหล่านั้นดับดับเพราะเหตุดับ เหตุ มีต้น กลาง ปลาย อ่อน แก่ หยาบ ละเอียด เหตุหยาบ รู้เห็นได้ด้วยญาณทัสสนะ เหตุละเอียด รู้เห็นไม่ได้ด้วยญาณทัสสนะ จะให้รู้เห็นด้วยญาณทัสสนะ จะต้องทำละเอียดให้หยาบ จึงจะรู้เห็นด้วยญาณทัสสนะได้ เหตุลับ ค้นหาพบได้ยาก ต้องการจะให้พบจะต้องคำนวณวิชาให้ละเอียด จึงจะพบความลับนั้น เหตุเปิดเผย เดินวิชาไปพบได้ เหตุอ่อน ทำวิชาไว้ไม่พิสดาร เหตุแก่ ทำวิชาไว้สลับซับซ้อน ยากต่อการแก้ เหตุต้น เหตุกลาง เหตุปลาย ต้นหมายถึงธาตุธรรมแก่กล้า กลางหมายถึงธาตุธรรมยังไม่แก่กล้าเท่าไร ปลายหมายถึงธาตุธรรมไม่แก่กล้า ในการเดินวิชา เขาทำกลางให้เป็นต้น และทำปลายให้เป็นกลาง ส่วนเรื่องของต้นเขา เดินวิชาให้เป็น ต้นในต้น ทำให้ต้นแก่กล้ายิ่งขึ้น ความมากของเหตุ ทั้งต้น กลาง ปลาย อ่อน แก่ หยาบ ละเอียด ล้วนแต่มีจำนวนมากมาย เป็นเถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด ในเถา ในชุด... ฯลฯ คือ มีทั้งจำนวนมากและละเอียด แต่ละอย่างนับไม่ถ้วนทั้งนั้น คำว่ามากและละเอียดนั้น ศัพท์ทางวิชาธรรมกายเคยใช้ “เซฟทะเลเหตุทะเล” พระศาสดาทรงสอนให้ค้นคว้าหาเหตุคือ หาที่เกิด พบแล้วให้ดับเหตุอันนั้น เมื่อเหตุอันนั้นถูกดับ ความทุกข์จะได้ไม่เกิดขึ้น วิธีค้นหาเหตุและวิธีดับเหตุ เป็นความรู้ชั้นสูง เรียกว่า วิชาอาสวักขยญาณ หรือที่เรียกว่าวิชาธรรมกายชั้นสูง ซึ่งเราจะได้เรียนต่อไปนี้ สารบัญ
Powered by AkoComment 2.0! |