Go to Kayadham Home   
ประชาสัมพันธ์ : เชิญร่วมปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกาย โดยวิธีการที่หาที่ไหนไม่ได้ (หลักสูตรเร่งรัดสำหรับท่านที่มีเวลาน้อย) ณ โฮมเสตย์ เขื่อนท่าด่าน จ.นครนายก 6-7 เมษายน 50 นี้ (ด่วน! รับ 40 ท่าน) อ่านรายละเอียดall.gif
HOME :
คู่มือสมภาร (8) PDF พิมพ์ ส่งเมล

บทบัญญัติที่ ๑

วิธีทำให้เห็นธรรมกาย

     ทำใจให้หยุดให้นิ่งอยู่ที่ศูนย์กำเนิดของกายมนุษย์ ศูนย์นี้เป็นที่ไปเกิดมาเกิดของสัตว์โลก อยู่ตรงศูนย์กลางพอดี ที่ตรงนั้นใจของกุมารที่เกิดในท้อง จรดอยู่เสมอจึงไม่ต้องหายใจ เพราะถูกส่วนทางมาเกิดไปเกิด ใจหยุดตรงนั้นเหมือนกันทุกคน ถ้าหยุดไม่ถูกส่วนเช่นนั้น ก็ไม่ถูกทางไปของพระพุทธเจ้าพระอรหันต์

     เมื่อทำใจให้หยุดนิ่งอยู่ตรงนั้นได้ถูกส่วนแล้ว จะเห็นดวงปฐมมรรค ซึ่งเรียกว่า ธรรมานุปัสสนาสติปัฏฐาน เพราะเป็นดวงธรรมที่ทำให้บังเกิดเป็นกายขึ้น ขนาดของดวงที่ปรากฏนั้น อย่างเล็กที่สุดก็เท่ากับดวงดาว อย่างโตที่สุดขนาดเท่าพระอาทิตย์หรือดวงจันทร์ สัณฐานกลมรอบตัว ใสบริสุทธิ์ยิ่งนัก

     เมื่อเห็นชัดเจนดีแล้ว ก็ทำใจให้นิ่งลงไปกลางดวงใสนั้นพอถูกส่วนดีแล้วก็จะเห็นกายทิพย์ ปรากฏขึ้นจากกลางว่างของดวงใสที่เห็นแล้วนั้น

     ต่อไปทำใจให้หยุดให้นิ่งอยู่ในศูนย์กำเนิดของกายทิพย์ พอถูกส่วนดีแล้ว จะเกิดดวงธรรม (คือดวงกลมใสนั่นเอง) ดวงนี้คือ ดวงทุติยมรรค เมื่อดวงนี้ขยายส่วนโตและเห็นชัดเจนดีแล้ว ก็ทำใจให้นิ่งไปกลางดวงนั้น พอถูกส่วนเข้าก็จะเห็นกายรูปพรหม ปรากฏขึ้นกลางเหตุว่างของดวงทุติยมรรคนั้น ต่อไปทำใจให้หยุดให้นิ่งอยู่ในศูนย์กำเนิดของกายรูปพรหม พอถูกส่วนดีแล้ว จะเกิดดวงธรรมขึ้นกลางศูนย์กำเนิดของกายรูปพรหมนั้น ดวงนั้นคือ ดวงตติยมรรค เมื่อขยายส่วนโตขึ้นและชัดเจนดีแล้ว ก็ทำใจให้นิ่งลงไปกลางดวงใสนั้นอีก พอถูกส่วนเข้าก็จะเห็นกายอรูปพรหม ปรากฏขึ้นที่กลางเหตุว่างของดวงตติยมรรคนั้น

     แล้วทำใจให้หยุดให้นิ่งอยู่ในศูนย์กำเนิดของกายอรูปพรหม พอถูกส่วนดีแล้ว จะเกิดดวงธรรมขึ้นกลางศูนย์กำเนิดของกายอรูปพรหมนั้น ดวงนี้คือ ดวงจตุตถมรรค เมื่อขยายส่วนโตขึ้นและชัดเจนดีแล้ว ก็ทำใจให้นิ่งไปกลางดวงใสนั้นอีก พอถูกส่วนเข้าก็จะเห็นกายของธรรมกายปรากฏขึ้นในกลางเหตุว่างของดวงจตุถมรรคนั้น

* * * * * *

อธิบายการเดินวิชา

     การฝึกลำดับที่ ๑ นี้ ต้องทบทวนการปฏิบัติจากบทที่แล้ว คือบทที่ว่าด้วยเรื่องเริ่มทำสมาธิ ในบทนั้นต้องยุติว่า ท่านภาวนา สัม มา อะ ระ หัง จนถึงขั้นเห็นดวงธรรมแล้ว คือเห็นดวงปฐมมรรค (ดวงธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน) ในท้องของตนแล้ว คือ เห็นดวงแก้วขาวใสที่ศูนย์กลางกายของตนแล้ว บทนี้จะเป็นบทฝึกลำดับที่ยากขึ้น

     ตามตัวบทบัญญัติที่คัดมานั้น บทนี้ให้ท่านฝึกทำวิชา เพื่อเกิดความกระจ่างแจ้ง ในเรื่องต่อไปนี้

๑. เหตุใดกุมารในท้องจึงไม่หายใจ

๒. ขนาดของดวงธรรม คือ ดวงปฐมมรรค มีขนาดไม่เท่ากัน

๓. เห็นกายทิพย์ กายรูปพรหม กายอรูปพรหม แลชะกายธรรม คือ ธรรมกายเบื้องต้น

     เรื่องกุมารไม่หายใจเนื่องจากเอาใจจรดที่ดวงธรรมของกายมนุษย์ของมารดานั้น ความรู้ในคู่มือสมภารบอกว่า ใจของกุมารจรดอยู่ที่ศูนย์กลางกายของมารดา คือ จรดอยู่กับดวงธรรมของมารดา คือ อยู่ที่ฐานที่ ๗ กุมารไม่หายใจ ความจริงกุมารหายใจ เป็นการหายใจอย่างละเอียดอ่อน ประหนึ่งว่าไม่หายใจ เพราะที่นี่เป็นที่เกิด ดับ หลับ ตื่น การมาเกิดของสัตว์โลก เกิดที่จุดนี้ เริ่มที่นี่ การเกิดธรรมก็เกิดที่นี่ การดับคือตาย หรือเรียกว่าไปเกิด ใจของสัตว์โลกจะต้องมาหยุดตรงฐานที่ ๗ ก่อน แล้วถอยหลังมาฐานที่ ๖-๕-๔-๓ พอมาถึงฐานที่ ๓ คือ จอมประสาท คนไข้จะทำตาขาว ๆ คือ เหลือกตา (เหลือบ) เหมือนคนเป็นลม จากนั้นไปเพลาตา (ฐานที่ ๒) ออกจากปากช่องจมูก (ฐานที่ ๑) เพื่อทิ้งร่างกายมนุษย์ จากนั้นกายฝัน (กายมนุษย์ละเอียด) จะไปแสวงหาภพเกิดใหม่ ตามบุพกรรมของตนต่อไป คราวนี้มาถึงเรื่องหลับ ใจของเราหยุดที่ฐานที่ ๗ ก่อน แล้วจึงหลับ และการตื่นจากหลับก็จุดเดียวกัน

เรื่องขนาดของดวงธรรม

     คนเรามีดวงธรรมไม่เท่ากัน อย่างเล็กเท่าดวงดาว อย่างใหญ่ไม่เกินดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ คนดวงธรรมใหญ่คือผู้มีบารมีธรรมสูง หมายความว่า ได้สร้างสมอบรมบารมีมาแต่อดีตมากมาย

     ทราบมาว่าหลวงพ่อวัดปากน้ำ จะใช้ใครทำวิชาธรรมกาย ท่านจะตรวจดูธาตุธรรม ถ้าใครดวงธรรมใหญ่และสะอาด ผู้นั้นจะค้นวิชาได้เหตุได้ผล หากดวงธรรมขั้นค้นวิชาได้ รู้ญาณ ทัสสนะยังไม่ถึงขั้นเห็นแจ้ง เพียงแต่ว่าพอทำได้ พอสืบต่อวิชาได้

     พวกเราวิจารณ์กันมามากว่า คนโน้นเก่ง คนนี้ไม่เก่ง เรื่องนี้ผมดูมานานแล้ว

     เราต้องยอมรับว่า เรามีบารมีไม่เท่ากัน ท่านที่หาเหตุผลได้ มักไม่ตรัสรู้ ท่านที่ตรัสรู้เก่ง แต่ไม่ได้เหตุผล จะเอาอะไร ๆ ให้เป็นที่พอใจทุกอย่าง ย่อมเป็นไปไม่ได้ จะเอาอะไรเด่นไปทุกด้าน ดูจะยาก

     แม้พระศาสดาของเราเองทรงตรัสรู้รอบด้าน แต่มารเขาก็เอาศาสดาระดับสูงมาประกบ ตั้งแต่เริ่มสร้างบารมีจนได้ตรัสรู้ สู้รบตบมือมาตลอด ผมมาทราบเรื่องก็ตอนทำวิชาปราบมารนี้เอง

     ดังนั้น ผมอยากวิจารณ์ไว้ทุกเรื่อง เรื่องใดที่ผมรู้เห็นมาก ก็พูดได้มากหน่อย เรื่องใดรู้เห็นน้อย ก็จะพูดแต่พอสมควร เพราะได้เรียนวิชาธรรมกายมาถึงขั้นปราบมาร จะไม่แสดงความเห็นไว้เลย ย่อมเป็นการไม่ชอบ การกระทำเช่นนั้นไม่เกิดประโยชน์ต่อผู้ศึกษาค้นคว้า

เรื่องทำวิชาให้เห็นกายทิพย์ กายพรหม กายอรูปพรหม กายธรรม

     การเดินวิชา ถ้าทำตามที่กล่าวไว้ในบทบัญญัติ ดูจะยากไป เพราะการทำใจหยุดทำใจนิ่ง เป็นเรื่องยาก ใจเราจะหยุดและนิ่งตามที่ตำรากล่าวไว้นั้น เป็นเรื่องยากมาก ต้องใช้ความรู้เสริม เพื่อช่วยให้การฝึกได้ผลเร็วขึ้น ความรู้นี้เกิดจากประสบการณ์ที่ได้ไปถวายความรู้แก่พระสงฆ์หลายปี ทำอย่างไรจึงจะทำวิชาได้เร็ว เป็นปัญหาที่ผมแก้ไม่ตก ต่อเมื่อนึกถึงความรู้ที่ว่า “สิทธิ และเฉียบขาด” ฝ่ายใดใช้ก่อน ฝ่ายนั้นชนะ ปกติเราต้องการให้ใจหยุด ต้องการให้ใจนิ่ง มารเขาก็จะเอา ส่าย ไหว ริบ รัว มาใส่ เป็นผลให้ใจเราหยุดช้า นิ่งช้า ดังนั้น จึงกำหนดให้ปฏิบัติ แบบท่องไปทำไป ถ้าใจไม่ท่อง ธรรมภาคบุญปล่อยสิทธิและเฉียบขาดไม่ได้ เพราะมารเขาขวางอยู่แล้ว จึงให้ปฏิบัติ ดังนี้

(๑.) ไม่ว่าจะเดินวิชาอะไร ให้บริกรรมในใจ หยุดในหยุด ๆๆ นิ่งในนิ่ง ๆๆ ใสในใส ๆๆ ตลอดเวลา

(๒.) เมื่อใจท่อง ใจทำงานไปตามที่ท่อง สังเกตวิชาไปทุกขั้นตอน อย่าเผลอ ควบคุมสติให้มั่นคง

     เมื่อได้หลักเกณฑ์เช่นนี้แล้ว ต่อไปการเดินวิชาของเราจะง่ายขึ้น ดังนั้นจึงกำชับให้จำหลักเกณฑ์อันนี้ไว้ ในบทต่อ ๆ ไป จะไม่กล่าวถึง ถือว่าเข้าใจแล้ว ความรู้พื้นฐานสำคัญมาก

แนวเดินวิชาเพื่อให้เห็นกายทิพย์

     ส่งใจนิ่งไปตามฐานต่าง ๆ ของกายรวม ๗ ฐาน คือ ปากช่องจมูก (หญิงซ้าย ชายขวา) บริกรรมใจหยุดในหยุด ๆๆ นิ่งในนิ่ง ๆๆ เลื่อนไปที่เพลาตา หญิงซ้าย ชายขวา บริกรรมใจ หยุดในหยุด ๆๆ นิ่งในนิ่ง ๆๆ เลื่อนไปที่จอมประสาท ทำตาเหลือกตาช้อนกลับ เข้าไปที่จอมประสาท อยู่ในกะโหลกศีรษะ บริกรรมใจหยุดในหยุด ๆๆ นิ่งในนิ่ง ๆๆ แล้วจงลืมเรื่องการเหลือกตาทันที หลังจากนั้น เลื่อนใจไปที่ปากช่องเพดาน บริกรรมใจ หยุดในหยุด ๆๆ นิ่งในนิ่ง ๆๆ จากนั้น เลื่อนใจไปที่ปากช่องลำคอ บริกรรมใจ หยุดในหยุด ๆๆ นิ่งในนิ่ง ๆๆ จากนั้นเลื่อนใจไปที่ฐานของศูนย์กลางกาย ให้ได้ระดับเดียวกับสะดือ สมมุติว่ามีเข็มร้อยด้าย แทงจากสะดือตัวเองเป็นเส้นตรงทะลุข้างหลัง อีกเส้นหนึ่ง สมมุติแทงจากสีข้างขวาไปซ้าย เห็นเป็นมโนภาพว่า ในท้องเรานี้มีเส้นด้ายตัดกัน ๒ เส้น เป็นรูปกากบาท ตรงจุดตัดของเส้นด้ายคือ ฐานที่ ๖ ()หลวงพ่อเคยเรียกกลางกั๊ก โบราณเรียกว่า สิบ ส่งใจนิ่งไปที่ฐานที่ ๖ บริกรรมใจ หยุดในหยุด ๆๆ นิ่งในนิ่ง ๆๆ จากนั้น เลื่อนไปที่ศูนย์กลางกาย คือ ฐานที่ ๗ ซึ่งเป็นศูนย์กลางกายถาวร นั่นคือ นึกยกใจให้สูงขึ้นมาจากเส้นด้ายตัดกันประมาณ ๒ นิ้วมือตัวเอง จากนั้น บริกรรมใจ หยุดในหยุด ๆๆ นิ่งในนิ่ง ๆๆ แล้วจะเห็นดวงธรรมใสสว่างโชติ เรียกว่า ดวงปฐมมรรค หรือ ดวงธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน

     จากนั้น ส่งใจนิ่งไปที่กลางดวงธรรมนั้น บริกรรมใจ หยุดในหยุด ๆๆ นิ่งในนิ่ง ๆๆ แล้วจะเห็นกลางหรือเรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา หรือเอกายนมรรค เป็นจุดขาวใสเท่าปลายเข็ม

     จากนั้น ส่งใจนิ่งไปที่จุดใสเท่าปลายเข็ม ซึ่งอยู่กลางดวงธรรมนั้น บริกรรมใจ หยุดในหยุด ๆๆ นิ่งในนิ่ง ๆๆ แล้วจุดใสเท่าปลายเข็มจะว่างและหายไป ในว่างใสนั้น ท่านจะเห็น “กายทิพย์” ของท่านเอง รูปร่างหน้าตาเหมือนตัวท่าน แต่งกายเหมือนตัวละคร ตามเนื้อตามตัวเป็นเพชรนิลจินดา ถ้ารูปร่างไม่เหมือนท่าน ถือว่าใช้ไม่ได้ ต้องทำใหม่ จนกว่าจะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนตัวท่าน ถ้าท่านเป็นชาย กายทิพย์จะบ่งว่าเป็นเทพบุตร และหากท่านเป็นหญิง กายทิพย์จะบ่งว่าเป็นเทพธิดา

แนวเดินวิชาเพื่อให้เห็นกายพรหม

     กฎเกณฑ์ที่ต้องจำ ก็คือ การเดินใจเข้ากายมีวิธีอย่างไร ต้องจำให้แม่นยำ เพราะจะต้องใช้ตลอดไป หากไม่ทราบกฎเกณฑ์ตามที่กล่าว แปลว่า เหลวทุกเรื่อง

(๑.) การเดินใจเข้าหากาย จะต้องเดินไจไปตามฐาน ๗ ฐานเสมอไป เว้นแต่เกิดความชำนาญแล้ว การเดินใจเข้าหากายจะใช้วิธีลัดเพียงเดินใจเข้าปากช่องจมูก เพลาตา จอมประสาท ผ่านปากช่องลำคอแล้วไปฐานที่ ๗ เลยก็ได้

(๒.) การบริกรรมใจ หยุดในหยุด ๆๆ นิ่งในนิ่ง ๆๆ ให้บริกรรมไปจนกว่าจะเห็นดวงธรรม และเมื่อเห็นดวงธรรมแล้ว บริกรรมใจ หยุดในหยุด ๆๆ นิ่งในนิ่ง ๆๆ ลงไปที่กลางดวงธรรม จนกว่าจะเห็น “จุดใสเท่าปลายเข็ม” ซึ่งอยู่กลางดวงธรรม และเมื่อเห็นจุดใสเท่าปลายเข็มแล้ว บริกรรมใจ หยุดในหยุด ๆๆ นิ่งในนิ่ง ๆๆ ลงไปที่จุดใสเท่าปลายเข็มนั้น จนกว่าจุดใสเท่าปลายเข็มจะว่างและหายไป แล้วเราจะเห็นกายในว่างใสนั้น ขั้นตอนนี้มี ๓ ขั้นตอน คือ ขั้นเห็นดวงธรรม ขั้นเห็นจุดใสเท่าปลายเข็ม และขั้นเห็นกายในว่างใส

     การเดินวิชาเพื่อให้เห็นกายพรหม ก็คือ ส่งใจนิ่งลงไปที่ศูนย์กลางกายของกายทิพย์นั้น ตามวิธีที่กล่าวแล้ว เมื่อเห็นดวงธรรมในท้องของกายทิพย์แล้ว อธิษฐานใจให้กายทิพย์ นั่งขัดสมาธิ เท้าขวาทับเท้าซ้าย มือขวาทับมือซ้าย ตั้งกายตรง จากนั้นเดินวิชาด้วยการบริกรรม ดังกล่าวนั้น ก็จะเห็นกายพรหม รูปร่างหน้าตาเหมือนท่าน แต่งตัวเหมือนตัวละคร แต่ไม่บ่งว่าเป็นหญิงหรือชาย มีรัศมีสว่างกว่ากายทิพย์

แนวเดินวิชาเพื่อให้เห็นกายอรูปพรหม

     ส่งใจนิ่งไปที่ศูนย์กลางกายของกายพรหม เมื่อเห็นดวงธรรมแล้ว อธิษฐานให้กายพรหมนั่งขัดสมาธิ และเดินวิชาตามวิธีการดังกล่าวนั้น ก็จะเห็นกายอรูปพรหม รูปร่างหน้าตาเหมือนตัวท่าน แต่งตัวเหมือนตัวละคร รัศมีสว่างกว่ากายพรหม แต่ไม่บ่งว่าเป็นหญิงหรือชาย

แนวเดินวิชาเพื่อให้เห็นกายธรรม

     ส่งใจนิ่งลงไปที่ศูนย์กลางกายของกายอรูปพรหม เมื่อเห็นดวงธรรมแล้ว อธิษฐานให้กายอรูปพรหมนั่งขัดสมาธิ และเดินวิชาตามวิธีการที่กล่าวแล้ว ก็จะเห็นกายธรรมหรือเรียกว่า “ธรรมกาย"”เป็นพระพุทธรูปขาวใส เกตุบัวตูม นั่งขัดสมาธิ ตัวหันหน้าไปทางใด องค์หันพระพักตร์ไปทางนั้น ขนาดของธรรมกายเบื้องต้น ถ้าหน้าตักกว้าง ๕ วา (ไม่เต็มส่วน) สูง ๕ วา (ไม่เต็มส่วน) ก็เป็นธรรมกายโคตรภู แต่ถ้าขนาดหน้าตัก ๕ วา สูง ๕ วา ก็เป็นธรรมกายพระโสดา และถ้า ๑๐ วา ก็เป็นธรรมกายพระสกิทาคามี

สรุปการฝึกบทนี้

     (๑.) ถือว่าเป็นบทฝึกเบื้องต้น ต้องทำให้ชำนาญ จนกว่ากายจะขาวใสเป็นแก้วหรือเป็นเพชร จึงจะใช้ได้ ถ้าดวงธรรมไม่ใส ทำให้กายไม่ใส การฝึกบทต่อไปไม่เป็นผลดี ต้องทบทวนหลายเที่ยว

     โปรดทบทวนกฎเกณฑ์ให้เข้าใจ และจำได้ เพราะจะต้องนำไปใช้ในบทฝึกอื่น ๆ

     (๒.) เหตุที่กายพรหมและกายอรูปพรหม ไม่บ่งลักษณะหญิงชาย ก็เพราะว่าไม่เกี่ยวข้องด้วยกาม หากเดินวิชาจนกายใสเป็นเพชร เราจะเห็นแผ่นขาวใสกกลมที่ก้นกาย นั่นคือ ฌานของเขา ฌานคือ พาหนะของกาย ช่วยให้กายไปไหน ๆ ได้ อรูปพรหม แปลว่า ละเอียดกว่าพรหม อย่าไปแปลว่า พรหมไม่มีรูป อย่าไปแปลคำว่า “อะ” แปลว่า ไม่

     (๓.) ชื่อของดวงธรรมใช้ว่า ปฐมมรรค ทุติยมรรค ตติยมรรค จตุตถมรรค เป็นคำบาลี ได้แก่ดวงธรรมประจำกาย ดวงธรรมของกายมนุษย์เรียกว่า ปฐมมรรค ดวงธรรมของกายทิพย์ เรียก ทุติยมรรค ดวงธรรมของกายพรหมเรียก ตติยมรรค ดวงธรรมของหายอรูปพรหมเรียกว่า จตุตถมรรค จะเรียกอย่างไรไม่สำคัญ เป็นดวงธรรมของกาย หากไม่กล่าวไว้เกรงว่าท่านผู้ศึกษาจะเกิดความข้องใจ ยุติว่าเป็นดวงปฐมมรรคหรือเรียกเป็นบาลีว่า ดวงธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐานของกาย

สารบัญ

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:ผู้เยี่ยมชม
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressLoad Image from WebBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Monday, 14 August 2006 )
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Add to Google


หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org