Go to Kayadham Home   
ประชาสัมพันธ์ : เชิญร่วมปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกาย โดยวิธีการที่หาที่ไหนไม่ได้ (หลักสูตรเร่งรัดสำหรับท่านที่มีเวลาน้อย) ณ โฮมเสตย์ เขื่อนท่าด่าน จ.นครนายก 6-7 เมษายน 50 นี้ (ด่วน! รับ 40 ท่าน) อ่านรายละเอียดall.gif
HOME : arrow สื่อธรรมะ : arrow เนื้อหาวิชชาธรรมกาย arrow หลักสูตรปราบมาร arrow ปราบมาร 4 arrow ปราบมาร4 (25)
ปราบมาร4 (25) PDF พิมพ์ ส่งเมล
Friday, 18 August 2006

อานิสงส์ของวิชาซ้อนสับทับทวี
คือการรวมพลังกันแล้วก็กรีฑาทัพไป

     วิชาซ้อนสับทับทวี หลวงพ่อท่านสอนไว้ มีปรากฏในตำราแล้ว ข้าพเจ้าอธิบายไว้แล้ว กว่าวิชาจะลงตัว กว่าจะได้ความรู้ ใช้เวลานานปี ไม่ง่าย! ขึ้นชื่อว่าวิชาธรรมกายแล้ว ไม่มีอะไรง่าย! มีแต่ยาก ๆ ทั้งนั้น แต่ข้าพเจ้าก็พยายามทำความยากให้เป็นความง่าย เรื่องนี้ขอให้ท่านติดตามตำราทุกเล่ม แล้วหาไว้ในครอบครอง อ่านให้ครบทุกเล่มแล้ว จะรู้ว่าไม่ยาก ข้าพเจ้าอธิบายแล้วทุกคนต้องเข้าใจ

     กล่าวถึงอานิสงส์ของวิชาซ้อนสับทับทวี เป็นการรวมสรรพกำลังกัน เป็นการรวมรู้รวมญาณทัสสนะกัน ท่านใดยังไม่เก่ง ก็ต้องเก่ง ยังไม่ใสก็ต้องใส ท่านใดที่ยังไม่รู้ก็ต้องรู้ เพราะไปด้วยกัน ไปรู้ไปเห็นมาด้วยกัน ไปต่อสู้มาด้วยกัน เปรียบเหมือนเพื่อนนักเรียนด้วยกัน เราสามารถนำพาไปได้หมด ไม่มีใครตกหล่นเลย นี่คือความรู้ที่หลวงพ่อท่านสอนไว้ ขอบคุณหลวงพ่ออยู่ทุกวัน ลำพังข้าพเจ้าเองจะไปมีน้ำยาอะไร? ความรู้ของหลวงพ่อทั้งนั้น ทำไมพวกเราไม่อ่านตำรา? ความรู้ดี ๆ อย่างนี้ เราจะไปเรียนที่ไหน? ไม่มีใครมีความรู้อย่างนี้!

การเดินวิชาจะต้องเข้าดวงธรรม ๖ ดวงเสมอไป จากหยาบไปหาละเอียดเสมอไป

     ตอนใดจะเดินวิชาเร็ว ตอนใดจะดับหยาบไปหาละเอียด ตอนไหนจะลำดับดวงธรรม ๖ ดวงไปตามตำรา เรื่องนี้ยังถือเป็นตำราไม่ได้ ต้องสังเกตเองเอง เพราะมารเขาต้องแก้วิชาของภาคขาวอยู่เรื่อย ต่างฝ่ายต่างไม่ให้ใครมาล่วงรู้วิชาของตน ต่างฝ่ายต่างปิดวิชา ต่างฝ่ายต่างไม่ให้ใครมารู้แสนยานุภาพของตน เพราะถ้ารู้วิชาของฝายตรงข้ามได้ ย่อมเป็นประโยชน์แก่ฝายที่รู้ ทุกวันนี้ มารเขาเป็นฝ่ายรู้ของภาคขาวหมดสิ้น ธรรมภาคขาวไม่รู้อะไรของฝ่ายมารเลย เราจึงแพ้มารชนิดราบคาบ แพ้อย่างหมดทางสู้ เป็นหมูให้มาร

     จงดูข้อมูลที่นำเสนอ แม้พระพุทธเจ้าของเรา เขายังเอาตัวไปได้ จักรพรรดิชั้นดีของเรา เขาก็เอาตัวไปได้ บารมีของเรา เขาก็เอาไปได้ มีอะไรบ้างที่มารเอาไปไม่ได้ เขาเอาไปได้หมดทุกอย่าง

     อายตนะนิพพานของภาคขาว มีไว้สำหรับท่านที่ได้มรรคผลนิพพาน เขาก็มาครอบครองเสียเอง มาปกครองเอง มากำกับเอง ดังรายงานที่ข้าพเจ้านำเสนอมานั้น แม้สวรรค์ ซึ่งประกอบด้วย ทิพย์ (สวรรค์ ๖ ชั้น) พรหม (พรหม ๑๖ ชั้น) อรูปพรหม (อรูปพรหม ๔ ชั้น) มารเขาก็ปกครองรวมทั้งมนุษย์คือพวกเรานี้มารเขาก็ปกครอง ทุกวันนี้เราแก่ เจ็บ ตาย ก็เกิดจากผลของวิชามารทั้งนั้น ธรรมภาคขาวยังแก้วิชาของมารไม่ตกเลย ยังแก้อะไรไม่ได้เลย!

ยุทธวิธีการรบคือ “ธาตุตรัสรู้ธรรมตรัสรู้”

“ธาตุเป็นธรรมเป็น” ธาตุชนะธรรมชนะ”

     ในการรบจะใช้ยุทธวิธีไหน? ที่กล่าวไว้ในตำรานี้ก็คือ ธาตุตรัสรู้ธรรมตรัสรู้ เพราะถ้าไม่ตรัสรู้ก็แพ้เขา ต่อมาคือ ธาตุเป็นธรรมเป็น คืออย่าให้เป็นธาตุตายธรรมตาย เพราะธาตุตายธรรมตายก็แพ้เขาอีก ธาตุชนะธรรมชนะก็คือไม่ให้แพ้เขาอีกต่อไป สมมุติฐานทั้ง ๓ นี้คือ ยุทธวิธีการรบ

พบอะไรก็ตามต้องดับให้สิ้นเชื้อ ไม่เหลือเศษเสมอไป

     ในการเดินวิชาไปพบเห็นกายมาร เราต้องดับให้ได้และพบที่อยู่อาศัยของเขา ซึ่งได้แก่อายตนะนิพพานของเขา ภพ ๓ ของเขา เราต้องดับให้ได้ทั้งหมด พบเครื่องปกครองของเขา เราต้องดับให้หมด นี่คือหลักการใหญ่ ๆ

     ในเหตุมีนิพพาน ในนิพพานมีผู้อาศัย ผู้อาศัยคือกายมาร ในเหตุมีเครื่องบังคับเหตุ ใครเครื่องก็มีเครื่องบริวารและมีเครื่องรวมใหญ่ และมีหัวใจเครื่องรวมใหญ่ ถ้าเราดับกายมารได้ อานุภาพของเครื่องก็หย่อยอานุภาพ เพราะอานุภาพอยู่ที่ผู้บังคับเครื่อง เหมือนกับเราบังคับเครื่องบินและเครื่องเรือยนต์

     ข้อสำคัญต้องจับกายมารให้ได้ ถ้าเอากายมารมาดับไม่ได้ มันก็ไปคิดวิชามาสู้เราอีก เนื้อหาสาระการดับมารหรือละลายมารมีอย่างไร? โปรดอ่านปราบมารเล่มต้น ๆ

พวกเราไม่เฉลียวใจกันเลยว่า

อายตนะนิพพานของเรา มารเขาปกครอง

โดยหุ้มเหมือนไข่ขาวหุ้มไข่แดง

     ข้าพเจ้ารบมานานแล้วไม่เคยสังเกต เพิ่งได้คิดเมื่อ ๒-๓ วันนี้เอง หลวงพ่อสอนให้ดูดวงทุกข์กับดวงสมุทัย ว่าหุ้มดวงธรรมของเราอย่างไร? นั่นคือกายโลกีย์ทุกกาย จะมีวงแหวนดำ ๒ วงหุ้มดวงธรรมของเรา ดวงหนึ่งคือดวงทุกข์และอีกดวงคือดวงสมุทัย ครั้นมาปราบมาร การเดินวิชาเปรียบเสมือนว่า เราเดินทางจากไข่แดงเพื่อเจาะไข่ขาวให้ทะลุ กี่ปีมาแล้ว? ยังไม่ทะลุ และกี่ยุคมาแล้ว? ยังไม่มีใครทะลุไปได้

     อายตนะนิพพานของเรานั้น ถ้าเป็นประเทศไหนในโลกก็ต้องว่าเป็นเมืองปิด คือไม่มีทางออก เนื่องจากมีดวงขุ่นมาหุ้มอยู่ในรูปแบบของไข้ขาวหุ้มไข่แดงนั้น เมื่อถึงวาระที่เราได้มรรคผลนิพพาน อายตนะนิพพานดึงดูดเราเอง เหมือนแม่เหล็กดูดเหล็ก ถ้าเปรียบอายตนะนิพพานเป็นบ้าน บ้านของเรามีนักเลงคุม นักเลงก็คือดวงขุ่นที่เปรียบว่าเป็นไข่ขาวนั่นเอง

ภาคปกิณกะ

งานเผยแพร่ทำเป็นอัศจรรย์

     ที่ว่าเป็น “อัศจรรย์” ก็เพราะว่า มีคนเห็นธรรมมากมาย จึงเรียกว่าเป็น “อัศจรรย์” แม้ว่าข้าพเจ้าจะพูดไม่ได้ ก็ให้คณะวิปัสสนาจารย์ (วิทยากร) ของข้าพเจ้าไปสอนให้ โรงเรียนใดเชิญมา วิทยาลัยใดเชิญมา ข้าพเจ้าจะจัดวิปัสสนาจารย์ไปสอนให้ทั้งนั้น ผลของการสอน นักเรียนเห็นธรรมยกชั้นต่อหน้าการสังเกตการณ์ของครูอาจารย์ เพราะเหตุนี้เอง คณะของข้าพเจ้าจึงเป็นที่นิยมไปทั่ว พวกเรารู้จักข้าพเจ้าในนามของ ลุงการุณย์ บุญมานุช อดีตผู้ช่วยศึกษาธิการจังหวัดจันทบุรี ไม่เป็นที่รังเกียจของใครเลย เป็นที่นิยมและเป็นที่ยินดีของโรงเรียน เป็นที่ยินดีของวิทยาลัย และสถานศึกษาทุกระดับ

     คณะวิปัสสนาจารย์ (วิทยากร) ของข้าพเจ้า มีทั้งพระสงฆ์ นายแพทย์ เภสัชกร ทันตแพทย์ พยาบาล วิศวกร ครูอาจารย์ และนักศึกษา พร้อมให้สังคมพิสูจน์ความชัดเจนโดยทั่วกัน

     หากท่านจะเชิญคณะของข้าพเจ้าไปสอน โปรดติดต่อกับคนของข้าพเจ้า ดังต่อไปนี้ คือข้าพเจ้าได้ตั้งหัวหน้าสายวิทยากรเป็นสายต่าง ๆ เพื่อสะดวกต่องานเผยแพร่ คือ

     หัวหน้าสายทำหน้าที่คุมทั่วไป

          คุณเลอศักดิ์ ทองวิวัฒน์

          ๙๒/๒๙๑ โครงการ ๓, เมืองเอก ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี โทร. (๐๑) ๘๐๕-๓๑๒๘

     หัวหน้าสายสอน ๑๔ จังหวัดภาคใต้

          หลวงพี่บรรเจิด โรจนญาโณ

          สำนักสงฆ์วิภาวดีรังสิตาราม หมู่ ๗ ต.บ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฏร์ธานี ๘๔๑๙๐ (จำพรรษาที่ใด ต้องถามท่านดู สอนเก่งมาก)

     หัวหน้าสายทำหน้าที่สอนทั่วไป

          (๑.) น.พ.นิพนธ์ หลงประดิษฐ์

          โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ต.แม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ๗๕๐๐๐ โทร. (๐๓๔) ๗๑๕-๘๕๘, (๐๑)๘๑๒-๙๑๔๒ e-mail :

          (๒.) คุณวิบูลย์ รัตนพงษ์วัฒนา

          บริษัทมาลัยทองจำกัด ๗๕/๓๙ ซอยชัยวัฒน์ ถนนวุฒากาศ แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กทม. ๑๐๑๕๐ โทร. (๐๒)๔๖๘-๑๔๖๗, (๐๑)๘๑๕-๙๕๘๑

          (๓.) คุณสุธิพร มุกโชควัฒนา

          ๕๕/๒๒๐ ถ.งามวงศ์วาน ต.ทุ่งสองห้อง เขตบางเขน กทม. ๑๐๒๐๐ โทร. (๐๒) ๙๓๓-๖๒๐๙, (๐๑) ๙๓๗-๓๙๙๕

          (๔.) คุณเกษม สุภาวัฒนา

          ๒๐๑ ถ.ลาดพร้าว ต.คลองจั่น อ.บางกะปิ กทม. ๑๐๓๑๐ โทร. (๐๒) ๗๓๑-๐๖๒๖, (๐๑) ๙๔๐-๐๘๒๒

          (๕.) คุณสหภูมิ ดอกแก้ว

          57/147 หมู่ 3 ถ.ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี แขวงตลิ่งชัน เขตตลิ่งชัน กทม. ๑๐๑๗๐ โทร. (๐๒) ๘๘๒-๑๓๐๑, ๑๕๒-๒๐๙๙๖๓, e.mail :

          (๖.) คุณประคอง ตอพล

          ๔๙/๕ หมู่ ๙ ถ.รามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. โทร. (๐๒) ๕๑๐-๕๙๐๔

          (๗.) คุณยงยุทธ สุภาวัฒนา

          ๒๐๑ ถ.ลาดพร้าว ต.คลองจั่น อ.บางกะปิ กทม.๑๐๓๑๐ โทร. (๐๒) ๗๓๑๐๖๒๖, (๐๑) ๙๔๐-๐๘๒๒

          (๘.) คุณชูชัย ศรีสุชินวงศ์

          ๔๒ ถนนจักรพงษ์ แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กทม. ๑๐๒๐๐ โทร. (๐๑) ๖๓๗-๒๕๕๐

          (๙.) คุณประภาส ผู้ไพบูลย์ผล

          ๓๖๕/๓๐๑ ม.สวนธน ถนนพุทธบูชา แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม. ๑๐๑๕๐ โทร. (๐๒) ๘๗๐-๕๓๕๑, (๐๑) ๘๑๖๙๒๗๕

     หน้าที่ประสานงานและช่วยทั่วไป

          ผอ. อโนชา ยุวานนท์

          คุณนรินทร์ เอื้อศิริวรรณ

          คุณทวีศักดิ์ จิวเวชดำรงกุล

          คุณสรณะ รัตนเสถียร

          น.พ.สุรพงษ์ ดีพอ

          คุณภคพล อุ่นจิตร

          พ.ต.ต. ธนเกียรติ วงศาโรจน์

          ทันตแพทย์บุญชัย องค์ศรีตระกูล

          คุณโกศลศิลป์ อุ่นใจ

     เหตุผลที่ต้องฝึกวิทยากรไว้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีการเสื่อมถอยในวิชาธรรมกาย ขอให้ท่านพบข้าพเจ้าก่อน ขอให้ท่านพบการสอนเบื้องต้นจากคณะของข้าพเจ้าก่อน พิสูจน์วิธีการของข้าพเจ้าก่อน วิชาธรรมกายเรียนยาก ต้องเข้าใจวิธีเฉพาะของวิชา เป็นธรรมกายเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน ฟังข้าพเจ้าก่อน อย่าเพิ่งถอดใจไม่สู้ ท่านพบแต่ของหลอกมาตลอด ข้าพเจ้าปราบมารมานานปี ได้รู้เห็นอะไรมามากแล้ว นี่คือเจตนาดีของข้าพเจ้า

     หมายเหตุ : รายชื่อและที่อยู่ของวิทยากร รวมทั้งเบอร์ของเครื่องมือสื่อสารต่าง ๆ นั้น เป็นไปตามที่แจ้งไว้นี้ในขณะที่พิมพ์ต้นฉบับ (พ.ศ. 2543) หากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้น ทางสำนักพิมพ์กราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

วิชาธรรมกายเป็นของสูง มารเขาจ้องจะดับอยู่ร่ำไป

เราต้องช่วยกันสืบสาน ช่วยกันเผยแพร่ ช่วยกันอนุรักษ์

     บัดนี้ มีกรณีของวัดพระธรรมกายเกิดขึ้น ทำให้ผู้คนสับสน ทำให้เกิดการไขว้เขว ทำให้เกิดการถดถอย เรื่องของวิชาธรรมกายก็คือเรื่องของวิชา ไม่เกี่ยวกับเรื่องความประพฤติของบุคคล วิชาเป็นของจริงย่อมทรงอยู่ แต่ขึ้นอยู่กับผู้ปฏิบัติว่าปฏิบัติได้เที่ยงตรงหรือไม่อย่างไร? ตัวอย่างเช่น พระสงฆ์ปฏิบัติวินัย เมื่อมีกรณีเกิดขึ้น ดังข่าวที่เราเห็นในหนังสือพิมพ์นั้น ผู้ปฏิบัติได้รับโทษ เขาเชิญให้ลาสิกขา เนื่องจากเราปฏิบัติย่อหย่อน นี่คือวินัยท่านทรงอยู่ แต่ผู้ปฏิบัติย่อหย่อนเอง จะไปโทษวินัยไม่ได้ วิชาธรรมกายก็เช่นกัน วิชาย่อมทรงอยู่ ควรแยกออกจากกัน ประเด็นที่ว่าท่านปฏิบัติของท่านอย่างไร? เรื่องนี้เราไม่ทราบ ไม่ใช่หน้าที่ที่เราจะต้องพิจารณา แต่ข้าพเจ้าต้องการให้แยกประเด็นออกจากกัน เพื่อให้งานเผยแพร่วิชาธรรมกายของเราดำเนินไป ไม่เกี่ยวอะไรกับวัดพระธรรมกาย มีหลายท่านถาม ข้าพเจ้าก็ต้องชี้แจง เพื่อให้เกิดความเข้าใจและไม่ได้ว่าอะไรใคร เพียงแต่ชี้แจงให้เห็นประเด็น เพื่อให้คณะวิทยากรของข้าพเจ้าดำเนินงานไปได้ เพราะขณะนี้เกิดความสับสนเกิดขึ้น ข้าพเจ้าจึงชี้แจง เพื่อทำความเข้าใจ ให้เกิดความเข้าใจถูกต้อง เพื่องานเผยแพร่จะได้ไม่สะดุดหยุดชะงัก นั่นเอง

     วิชาธรรมกายคือวิชาที่ว่าด้วยการทำใจให้ใส ตามคำสอนข้อ 3 ที่ว่า สจิตฺตปริโยทปนํ ซึ่งแปลว่า การทำใจให้ใสนั้น เมื่อใจใสแล้ว ย่อมเห็นธรรมและเห็นวิชา ธรรมที่ว่านี้มีลักษณะเป็นรูปธรรม คือเป็นดวงใสที่ศูนย์กลางกายของเรา และเมื่อเห็นดวงธรรมแล้ว ต่อไปจะเห็นธรรมชั้นสูงและเห็นวิชาเป็นลำดับไป ธรรมและวิชาที่ว่านี้รวมเรียกว่าวิชาธรรมกาย เนื้อหาสาระของวิชาธรรมกายมีมากมาย เป็นของละเอียด เป็นเรื่องลึกซึ้ง เป็นเรื่องยาก หลวงพ่อท่านทำตำราไว้เป็นหนังสือหลายเล่ม ตั้งแต่หลักสูตรเบื้องต้น จนถึงหลักสูตรระดับยาก ท่านทั้งปวงต้องเรียนรู้ให้ได้ เพราะเป็นบุญกุศลอย่างเอก

     วิชาธรรมกายคือวิชาที่พระพุทธองค์ทรงบรรลุในวันวิสาขบูชา แล้วพระองค์ก็ทรงสอนสาวกของพระองค์เรื่อยมา ในครั้งพุทธกาลนั้น ใครเห็นกายธรรม ก็เพียรละสัญโญชน์ (สังโยชน์) แล้วก็ได้มรรคผลนิพพานไป หมายความว่าท่านเหล่านั้นได้เกิดมาแล้วมากชาติ พากเพียรสร้างบารมีมาแล้วจนดวงบารมีเข้าเกณฑ์ รอให้พระพุทธเจ้ามาเกิด แล้วมาฟังธรรมจากพระพุทธองค์ก็จะเห็นธรรมโดยพลัน เปรียบเทียบกันว่า ในโอ่งของเรามีน้ำเต็มแล้ว เพียงแต่เราทราบวิธีเปิดฝาโอ่งจากพระพุทธองค์เท่านั้น แล้เราก็พบน้ำของเรา ซึ่งน้ำนั้นเราสะสมไว้แล้ว คือเราได้สร้างบารมีไว้แล้ว นั่นเอง

     วิชาธรรมกายคือวิชาที่ทำให้เราได้มรรคผลนิพพาน ถ้ายังไม่เป็นธรรมกายแล้ว มรรคผลนิพพานยังหวังไม่ได้ นี่คือเนื้อหา มีหลายคนถามข้าพเจ้าว่า ถ้าไม่เป็นธรรมกายแล้วจะได้มรรคผลนิพพานไหม? ข้าพเจ้าตอบทันทีว่า ยังหวังไม่ได้ แต่ผู้นั้นมีบารมีมากแล้ว แม้ท่านยังไม่เป็นธรรมกาย วันหน้าท่านก็ต้องเป็น เพราะบารมีของท่านปานนั้นแล้ว แต่ที่เรายังเป็นธรรมกายไม่ได้ เนื่องจากมารยังขัดขวางอยู่ มีเหตุที่เราจะเล่าเรียนวิชาธรรมกายไม่ได้อยู่เรื่อยไป และไปเรียนอย่างอื่นตามแต่มารจะจูงไป ไม่ว่าเราจะเรียนอะไร? เราจะเรียนได้ดีทั้งนั้น เพราะอะไรหรือ? ก็เพราะบารมีของเราแก่กล้าแล้ว แม้กระดูกยังใส มารเขารู้ว่า ขืนให้เราเป็นธรรมกาย ส่งผลให้ดวงบารมีของเราโตเร็วพลัน บารมีของเราจะมากกว่ามาร เกินหน้ามารเขาไป เหตุนี้เอง เราจึงมีเหตุไม่ได้เป็นธรรมกาย เรื่องนี้ข้าพเจ้าพิจารณาดูอยู่นานปี จึงได้รู้ของจริง ว่าเรื่องจริงเป็นตามที่ข้าพเจ้าบรรยายมานี้

     คราวนี้มาถึงประเด็นที่ว่า วิชาธรรมกายสูญหายไปตั้งแต่เมื่อใด? เรื่องนี้ข้าพเจ้าเล่ามาแล้ว ท่านอ่านมาแล้ว เล่าอีกเป็นการซ้ำกัน ข้าพเจ้าเคยทูลถามพระพุทธองค์แล้ว สาระสำคัญคือ อยากรู้ว่า วิชาธรรมกายสูญหายไปหลังจากพระองค์เข้านิพพานแล้วประมาณกี่ปี? พระองค์ทรงตอบว่า “ขาดเกินก็ช่วง 500 ปีนี่แหละ” ข้าพเจ้าจำเรื่องนี้มาตลอด แต่แรกวิชาจะเพี้ยนก่อน มารเขามาลบเลือนเรื่อยไป ให้เราลืมโน่นลืมนี่อยู่ร่ำไป เดิมก็เพี้ยนน้อย ต่อมาความเพี้ยนมากขึ้น แล้วก็สูญไปเลย หมายความว่า ไม่มีพระสงฆ์ปฏิบัติสืบต่อ พอวิชาธรรมกายดับ มรรคผลนิพพานก็ได้แค่นั้น จะให้มรรคผลนิพพานเกิดเหมือนเดิม ก็ต้องรอพระพุทธเจ้าองค์ใหม่ เพราะการค้นความรู้วิชาธรรมกายต้องเป็นฝีมือระดับพระพุทธเจ้าเท่านั้น

     เป็นการบังเอิญที่หลวงพ่อวัดปากน้ำมาเกิด เราจึงได้พบวิชาธรรมกายอีกครั้ง หลวงพ่อวัดปากน้ำไม่ใช่พระธรรมดา ท่านมีบารมีสูง เราต้องยอมรับเรื่องนี้ มีคนถามข้าพเจ้าบ่อย ๆ ถึงเรื่องหลวงพ่อวัดปากน้ำ ข้าพเจ้าก็พูดเปิดใจว่า “ความรู้ลึกอย่างนี้ ยังไม่มีใครเข้าถึง” ท่านถามต่อไปอีกว่า “เพราะเหตุผลอะไร?” ข้าพเจ้าก็ตอบว่า “วิชาอย่างนี้ ความรู้อย่างนี้ ใครเล่าจะรู้เห็นได้ มีก็แต่หลวงพ่อวัดปากน้ำเท่านั้น” แม้วันนี้ ข้าพเจ้าก็ยืนยันคำพูดของข้าพเจ้าอย่างเดิม แต่พวกเราเรียนกันเพี้ยนเอง ควรทบทวนความรู้ของเรา ว่าถูกต้องตามที่หลวงพ่อสอนหรือไม่!

     คุณค่าของวิชาธรรมกายนั้นใหญ่หลวงนัก พวกเราจะช่วยกันสืบสานได้แค่ไหน? จะอนุรักษ์กันอย่างไร? นี่คือแนวทางการสร้างบารมีของโพธิสัตว์ มีงานให้ทำแล้ว ท่านใดที่ยังไม่ได้ทำ ก็จงร่วมกับคณะของข้าพเจ้าได้ตั้งแต่วันนี้ คณะวิทยากรของข้าพเจ้าเป็นกองทัพใหญ่ สอนหลักสูตรเบื้องต้นได้เป็นอัศจรรย์

ตำราวิชาธรรมกายที่หลวงพ่อรวบรวมไว้นั้น

ได้มีการอนุรักษ์เพื่อเป็นการสืบสานไว้หรือไม่?

เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ของคนยุคใหม่มีความง่ายขึ้น

     สาเหตุของการปรับปรุงวิชาธรรมกายให้ง่ายต่อการปฏิบัติ เกิดจากชีวิตของข้าพเจ้าที่ต้องมีความบังเอิญว่า ต้องเผยแพร่วิชาธรรมกาย ในสมัยที่ยังมีตำแหน่งราชการเป็นศึกษาธิการอำเภอนั้น พระสงฆ์ท่านมาเชิญไปเป็นวิทยากรสอนวิชาธรรมกายหลักสูตรเบื้องต้น ไม่ทราบว่าชะตาชีวิตของข้าพเจ้าเป็นอย่างไร? พระสงฆ์ท่านมักมาเชิญไปเป็นวิทยากรตลอดมา ไปสอนที่ใด ก็เอาตำราหลวงพ่อเล่มเบื้องต้น (คือเล่ม ๑๘ กาย) ไปถวายพระ ตอนนั้นเพียงเล่มละ ๒ บาทเท่านั้น แต่ไม่ประสบความสำเร็จ แม้พระท่านเห็นดวงปฐมมรรคแล้ว ก็ยังเดินวิชา ๑๘ กายไม่ได้ ทั้งที่ท่องได้ทั้งเล่มก็ตาม เราต้องบอกวิชาเอง การทำวิชา ๑๘ กายจึงดำเนินไปได้ พระท่านปรารภว่า ตำราบอกแต่หลักการเท่านั้น ไม่ได้บอกวิธีเดินวิชาไว้ ดังนั้น เมื่อเห็นดวงปฐมมรรค จึงไม่อาจทำวิชา ๑๘ กายได้ นี่คือปัญหา

     เล่มเบื้องต้นยังเป็นปัญหาถึงปานนี้ แล้ววิชาธรรมกายหลักสูตรชั้นสูง ย่อมจะเกิดปัญหาเป็นทวีคูณ ขึ้นชื่อว่าวิชาธรรมกายแล้ว ยากทั้งนั้น! ตำราของหลวงพ่อนั้น เหมาะสำหรับผู้มีบารมีชั้นสูง ส่วนปัญญาระดับอย่างพวกเรานี้ไม่อาจเดินวิชาได้ ถ้าไม่ชี้แนะวิธีเดินวิชาที่ชัดเจนให้ ตำราของหลวงพ่อเปรียบเหมือนเป็นทฤษฎีวิชาเราขาคณิต แต่ยังไม่แสดงการพิสูจน์ไว้ ข้าพเจ้าจึงคิดวิธีที่จะให้ทุกท่านเดินวิชาได้ โดยเขียนเป็นแนวเดินวิชาไว้ คือทำปริยัติให้เกิดการปฏิบัติที่ชัดเจน จึงได้นำตำราวิชาธรรมกายของหลวงพ่อทุกหลักสูตรมาขยายความใหม่ ให้อ่านง่ายเข้าใจง่ายและแสดงการปฏิบัติให้ดูทุกบทเรียน เพื่อเป็นการอนุรักษ์และสืบสานวิชาธรรมกาย ดังนี้

     (๑.) จากเล่มเบื้องต้นคือ เล่ม “ทางมรรคผล” (เล่ม ๑๘ กาย) ขยายความแล้วมาเป็นเล่ม “ผู้ใดเห็นดวงธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต ตถาคตคือธรรมกาย”

     (๒.) จากเล่ม “คู่มือสมภาร” ขยายความแล้วมาเป็นเล่ม “แนวเดินวิชาหลักสูตรคู่มือสมภารของหลวงพ่อวัดปากน้ำ”

     (๓.) จากเล่ม “วิชชามรรคผลพิสดาร” ขยายความแล้วมาเป็นเล่ม “แนวเดินวิชชาหลักสูตรวิชชามรรคผลพิสดารของหลวงพ่อวัดปากน้ำ”

     (๔.) จากเล่ม “วิชชามรรคผลพิสดาร ๒” ขยายความแล้วมาเป็นเล่ม “แนวเดินวิชชาหลักสูตรวิชชามรรคผลพิสดาร 2 ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ”

     หนังสือทั้ง ๔ เล่มที่ข้าพเจ้าขยายความนั้น ออกวางสู่ตลาดแล้ว ได้รับการต้อนรับจากผู้มีบารมีธรรมอย่างดี โปรดติดต่อ “สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง” เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ ๑๐๑๔๐ โทร. (๐๒)๘๗๒-๙๘๙๘ และร้านสาขาในต่างจังหวัด และหนังสือของข้าพเจ้าทุกรายการ ไปถึงต่างประเทศแล้ว คนไทยในต่างประเทศได้อ่านกันทั่ว บางท่านส่งเงินทางธนาณัติให้รางวัลการเขียน บอกว่าเขียนดีมาก จึงส่งเงินมาให้เป็นรางวัล ทำให้ข้าพเจ้าเกิดกำลังใจขึ้นอีกโขทีเดียว

ข้อคิดเกิดจากประสบการณ์ปราบมารของข้าพเจ้า

     วิชาธรรมกายเกิด มารสู้

     วิชาธรรมกายเรืองจรัส มารดับ

     วิชาธรรมกายดับ มารเกิด

     อธิบาย : วิชาธรรมกายเป็นสื่อกลางให้เราได้รู้ได้เห็น ถ้าไม่มีวิชาธรรมกาย แปลว่าเราไม่มีสื่อกลาง มารเขาก็ต้มเราได้อย่างที่เราไม่มีทางสู้ ดังนั้น เมื่อวิชาธรรมกายเกิดขึ้น มารเขาสู้ทันที การสู้ของเขาก็คือจ้องดับวิชาธรรมกาย เพื่อให้สื่อแห่งการเห็นสื่อแห่งการรู้ดับไป เพื่อเขาจะได้ปกครองพวกเราอย่างสะดวกโยธิน สิทธิ์ขาดแห่งผู้ปกครองนั้น เขากวาดต้อนไปได้หมด บารมีของเขาก็เอาไปได้ จะให้เราแก่ เจ็บ ตาย จะให้เป็นโรค จะให้เป็นภัยอย่างไร จะให้เกิดกลียุคอยางไร จะให้เกิดสงครามประการใด มารเขาบันดาลได้ทั้งนั้น แม้พระพุทธเจ้าของเรามากน้อยแค่ไหน และจักรพรรดิของเรามากน้อยแค่ไหน ที่เขากวาดต้อนไปเป็นเชลย ข้าพเจ้าก็รายงานผลงานปราบมารให้ทราบไปแล้ว แม้บารมีของพระพุทธองค์มารเขาก็บังคับเอาไปได้ ตามข้อมูลที่ได้เสนอผลงานปราบมารไปแล้วนั้น

     ทางสู้ของเรามีอย่างเดียวเท่านั้น คือ ปราบมาร การจะปราบได้ ไม่ใช่อยู่เฉย ๆ แล้วจะทำได้ ไม่ใช่ใจสู้แล้วก็ทำได้ ทำเช่นนั้นไม่ได้ ต้องอดทนเรียนวิชาธรรมกายให้แก่กล้า ให้มีความรู้ชั้นสูง เพื่อให้เข้าถึงยุทธศาสตร์ของวิชาเสียก่อน เพื่อจะได้นำความรู้นั้นมาปราบมารได้ เมื่อเริ่มทำวิชาแล้วจะหยุดไม่ได้เลย ต้องทำตลอดไป ต้องรบตลอดไป ไม่มีกติกาเหมือนชกมวย ไม่มีกติกาเหมือนทำสงครามในโลกของเรา ซึ่งการทำสงครามในโลกของเรานั้น เราประกาศหยุดยิงได้ ประกาศหยุดรบเนื่องในวันสำคัญได้ แต่การรบกับมารนั้นไม่มีกติกาใด ๆ ไม่มีกรรมการ ไม่มีศาลตัดสินใด ๆ ทั้งนั้น ต้องรบกันไปอย่างนั้น จนกว่ามารจะถูกดับหมด การที่มารถูกดับหมด บ่งชัดว่าวิชาธรรมกายเรืองจรัส มารจึงดับไป

     แต่ถ้ามารเขามีฤทธิ์แก่กล้า จนในที่สุด วิชาธรรมกายไม่มีการปฏิบัติสืบต่อไปได้ นั่นบ่งบอกว่าวิชาธรรมกายดับแล้ว แล้วมารก็พากันเกิดขึ้นอีกราวกับดอกเห็นทีเดียว คราวนี้จะเอาใครไปปราบ จะได้คนเก่งที่ไหนไปสู้ เพราะมันมีภูมิคุ้มกันแก่กล้ากว่ามารรุ่นก่อน ๆ

     ในโลกของเราขณะนี้ มีประชากรประมาณหกพันล้านคน ถ้ามีเพียงคนเดียวที่ทำวิชาปราบมารได้ โลกของเราก็น่าอยู่น่าอาศัย นี่คือคำอธิบายที่ว่า “วิชาธรรมกายเกิด มารสู้ – วิชาธรรมกายเรืองจรัส มารดับ – วิชาธรรมกายดับ มารเกิด”

     ดังนั้น ข้าพเจ้าเอาใจช่วย ขอให้มีการปราบมารติดต่อกันไป อย่าให้ข้าพเจ้าเก่งคนเดียว ท่านต้องเก่งด้วย บางท่านเสียใจที่ไม่มีส่วนร่วมในงานการปราบมารที่ข้าพเจ้าทำเลย แม้เงินบาทหนึ่งก็ไม่เคยส่งไปสนับสนุน แม้ท่านทำวิชาไม่ได้ ก็ควรช่วยอย่างอื่น แต่มีบางท่านส่งเงินไปช่วย ได้เวลาท่านก็ส่งธนาณัติไป อย่านี้แปลว่าท่านมีบุญเก่า ได้บุญศักดิ์สิทธิ์ ที่ท่านได้มีโอกาสร่วมบารมีสำคัญกับข้าพเจ้า ขออนุญาตกล่าวนามท่านด้วยคือ คุณศิลป์ ทังปริยานนท์ อัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติด สำนักงานอัยการสูงสุด ท่านส่งเงินธนาณัติไปร่วม เป็นเวลา ๑๐ ปีเศษแล้ว แม้เดือนเดียวก็ไม่ขาด

     ขอให้ท่านได้รับความปรารถนาดีจากผู้เขียนโดยถ้วนทั่ว พบกันใหม่เมื่อโอกาสนั้นมาถึง

(นายการุณย์ บุญมานุช)       

อดีตผู้ช่วยศึกษาธิการจังหวัดจันทบุรี

สารบัญ

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:ผู้เยี่ยมชม
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressLoad Image from WebBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Add to Google


หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org