Go to Kayadham Home   
ประชาสัมพันธ์ : เชิญร่วมปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกาย โดยวิธีการที่หาที่ไหนไม่ได้ (หลักสูตรเร่งรัดสำหรับท่านที่มีเวลาน้อย) ณ โฮมเสตย์ เขื่อนท่าด่าน จ.นครนายก 6-7 เมษายน 50 นี้ (ด่วน! รับ 40 ท่าน) อ่านรายละเอียดall.gif
HOME : arrow สื่อธรรมะ : arrow เนื้อหาวิชชาธรรมกาย arrow หลักสูตรปราบมาร arrow ปราบมาร 4 arrow ปราบมาร4 (15)
ปราบมาร4 (15) PDF พิมพ์ ส่งเมล
Friday, 18 August 2006

ผลงานปราบมารภาค ๔ สืบต่อจากปราบมารภาค ๓

     ยังเป็นเรื่องราวคาบเกี่ยวกันอยู่ สมุดบันทึกที่ทำอยู่ขณะนี้เป็นเล่มที่ ๒๔ เมื่อเปิดอ่านดูแล้ว เป็นเรื่องที่มารลักพาตัวพระพุทธเจ้าของเราไปกักกัน และเป็นเรื่องที่มารลักพาตัวจักรพรรดิสำคัญของเราไปกักกันก็มี เอาไปทรมานก็มี เอาไปซุกซ่อนก็มี

     เราไม่รู้ว่าเดินวิชาวันนี้จะได้พบอะไร? เป้าหมายของเราก็คือไปล่าตัวมาร เอามากำจัดให้หมด

     มารเขาทำเหตุปกครองไว้ที่ไหน? เราต้องกำจัดให้หมด นิพพาน ภพ ๓ โลกันต์ และเครื่องปกครอง ไม่ว่ามารทำไว้ที่ไหน? เราต้องกำจัดให้หมด กายของมารที่ซ่อนตัวอยู่ในเหตุ ซ่อนตัวอยู่ในนิพพาน ในภพ และในเครื่องปกครอง เป็นหน้าที่ของเรา ที่เราจะต้องเอามาดับให้ได้

     นี่คือเป้าหมายการเดินวิชา

     แต่แล้วก็พลาดไปหมด ไม่พบกายมารทีเราต้องการ แต่กลับไปพบเหตุละเอียด พอเราดับเหตุทั้งปวงนั้นได้ กลับพบว่า พบพระพุทธเจ้าของเรา มารเอามาซ่อนไว้ที่นี่ มารเอามากักกันไว้ที่นี่ ที่มารมันทรมานก็มี แล้วเราก็ต้องทำวิชาแก้ไข อาราธนาพระองค์กลับมาอยู่ในนิพพาน

     พบแต่อย่างนี้ พบแล้วพบอีก พบติดต่อเรื่อยมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมากแล้ว

     เราเห็นเข้า มันเจ็บใจ! มารเขาทำแก่พระพุทธเจ้าของเราขนาดนี้เจียวหรือ? ข้าพเจ้าคิดมากทันที! การจะเป็นพระพุทธเจ้าได้แต่ละองค์ ไม่ง่ายเลย! ต้องสร้างบารมีกันมากมาย นับชาติไม่ถ้วนนับภพไม่ถ้วน แม้แต่ลูกเมียอันเป็นที่รักของเรา เราต้องนำมาบริจาคเป็นทางได้ ใครของอะไรหมดบ้านหมดเมือง เราต้องสละให้เขาได้! นั่นแหละจึงจะเป็นพระพุทธเจ้าได้

     ก็มารมันเอาพระพุทธเจ้าของเราไปบดขยี้อย่างนั้น เราทนดูไม่ได้ ต้องเจอกับลุงการุณย์ บุญมานุช จึงจะพูดกันรู้เรื่อง ใครไม่สู้? แต่ลุงการุณย์สู้! สู้มาจนถึงเหตุการณ์ปราบมารภาค ๔ แล้ว แล้วจะต้องสู้ต่อไป

     มารมันประกาศว่า ไม่ให้ใครช่วยลุงการุณย์ ให้ลุงการุณย์สู้กับเขาตัวต่อตัว เมื่อลุงการุณย์สู้กับเขาตัวต่อตัว แล้วลุงการุณย์จะหมดเสบียง เป็นผลให้ลุงการุณย์แพ้เขาไปเอง เพราะมารมันประกาศอย่างนี้ จึงไม่มีใครกล้าช่วยลุง ตราบใดที่ยังมีลมหายใจและมีข้าวกิน เรื่องอะไรที่ลุงจะยอม! ลุงสู้ไม่ถอย! ใครจะรวยก็รวยไปเถิด ใครจะเที่ยวเมืองฝรั่งก็ไปเที่ยวเถิด แต่ลุงจะขอสู้กับมารไม่เลิก

     จะเลิกสู้ได้อย่างไร? ก็มารมันทำกับพระพุทธเจ้าของเราถึงขนาดนี้!

     ความเจ็บใจของข้าพเจ้าไม่มีแค่นั้น เมื่อเดินวิชาละเอียดเข้าไป ไม่พบกายมาร ไม่รู้มันหนีไปอยู่ที่ไหน? ลึกเข้าไปถึงเหตุละเอียด ละเอียดในละเอียดไม่มีละเอียดต่อไป พอดับเหตุละเอียดได้ พบอะไรหรือ?

     พบจักรพรรดิของเราจำนวนมาก? มารมันเอามากักตัวไว้ที่นี่ และมารมันทรมานเอาไว้ก็มาก เราต้องทำวิชากลั่นธาตุธรรมกันใหม่ อาราธนาพระองค์กลับนิพพานของเรา แต่พระองค์ไม่อยู่ในนิพพาน กลับไปอยู่กับ “ต้นปราบ” ไปอยู่กับ “ตรีภพ” และ “หยกชมพู” ที่บ้านของข้าพเจ้า

     ถามพระองค์ว่า “ทำไมไม่อยู่ในนิพพาน?” ทรงตอบว่า “ไม่ปลอดภัย”

     เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ เป็นการเพิ่มความเจ็บแค้น ให้แก่ลุงการุณย์ยิ่งนัก

ต้องทราบก่อนว่าพระพุทธเจ้าในนิพพานนั้นทรงอยู่ได้อย่างไร?

     ต้องทราบก่อนว่า พระพุทธเจ้าทั้งหมดในนิพพาน ทั้งนิพพานกายธรรมและนิพพานเป็น ทรงอยู่ได้อย่างไร? ใครดูแล? ใครให้ความเป็นอยู่? ใครให้การอุปการะ? ต้องทราบความรู้เรื่องนี้ก่อน ถ้าไม่ทราบ แปลว่า ความรู้เราอ่อนเกินไป ถึงจะเรียนวิชาธรรมกายมาร้อยปี ก็ต้องดูว่าความรู้ใช้ไม่ได้ ไม่รู้แม้แต่ความรู้เบื้องต้น

     ในนิพพานนั้น ทั้งนิพพานกายธรรมและนิพพานเป็น พระพุทธองค์และผู้ได้มรรคผลนิพพาน อยู่ได้ด้วยการดูแลของจักรพรรดิ จักรพรรดิท่านให้การอุปการะ-ปกป้อง-ป้องกัน จักรพรรดิท่านเป็นเกราะป้องกันมารให้

     เมื่อเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า มารกวาดต้อนเอาจักรพรรดิของเราไป แปลว่า พระพุทธองค์หมดภูมิคุ้มกัน มารก็ถือโอกาสบดขยี้พระพุทธองค์อย่างตามใจชอบ ข้าพเจ้าไปเห็นเหตุการณ์เข้า ถึงกับสะอื้นใจ สะอื้นคนเดียว เพราะไม่มีใครไปรู้เห็นด้วย จึงไมมีใครสะอื้นด้วย

     ในเหตุเบื้องต้น เราได้เห็นพระพุทธองค์ถูกมารดับ ลึกลงไปเห็นพระพุทธองค์ถูกมารเอาไปกักกัน เอาไปบังคับ ขู่เข็ญก็มี ลึกเข้าไปอีก ไปพบจักรพรรดิที่มารเขากวาดต้อนมา บางส่วนถูกทรมาน บางส่วนก็เหมือนถูกกักบริเวณ พบแล้วพบอีก ไม่รู้จบสิ้น

     สรุปว่า มารบดขยี้ได้หมดตามที่เขาต้องการ ข้อมูลนี้สรุปว่า ธรรมภาคขาวแพ้มารทุกรูปแบบ เขาบังคับได้หมด นี่คือระดับนิพพาน มารเขายังทำได้ถึงเพียงนี้ แล้วระดับอรูปพรหม พรหม ทิพย์ และมนุษย์โลก จะไปมีอะไรเหลือ!

     คราวนี้มาพูดกันว่า พระพุทธเจ้าของเราและจักรพรรดิของเรา ไปอยู่ในสภาพทุกข์ร้อนเช่นนั้น เหตุการณ์นั้นมีที่มาตั้งแต่เมื่อไร? ยาวนานแค่ไหน? กว่าที่เราจะไปรู้เห็นนั้น เวลาล่วงมาแล้วนานเพียงใดและแค่ไหน? เรื่องนี้ข้าพเจ้าพยายามรู้ จนบัดนี้ยังไม่มีใครบอกได้

     ถ้าเราไม่ไปรู้เห็นเข้า อะไรจะเกิดขึ้น? และอะไรจะลุกลามไปเพียงใดและแค่ไหน? เราก็คาดการณ์ไม่ถูก เป็นเรื่องที่ข้าพเจ้าตกใจมาก ไม่ใช่ตกใจแต่ข้าพเจ้าเท่านั้น แม้แต่ธาตุธรรมและพระพุทธองค์ ท่านก็ตกใจไม่แพ้เรา เราก็ว่าเราคิดมากแล้ว แต่ธาตุธรรมท่านคิดมากยิ่งกว่าเรามากมายนัก พระองค์ก็ไม่ทรงทราบเรื่องราวเหมือนกัน เรื่องเป็นไปอย่างไร? ตั้งแต่เมื่อไร? ก็ไม่ทราบเหมือนกัน พระองค์ไม่รู้จะปรับทุกข์แก่ใคร? ก็ได้แต่ปรับทุกข์กับข้าพเจ้า ความชอบคือรางวัลที่ให้แก่ข้าพเจ้าคือ ดวงบารมี

     ในระยะหลัง ๆ นี้ ธาตุธรรมทรงชมเชยข้าพเจ้ามาก ถึงกับรับสั่งว่า “ในที่สุดก็ได้พึ่งศึกษาฯ คนนี้ เป็นผู้มาดับทุกข์ให้ในทุกเรื่อง” ข้าพเจ้าจำไม่ลืม รู้ว่าคำชมคือยาหอม คำชมคือการหลอกใช้ ธาตุธรรมท่านใช้วิธีนี้แก่ข้าพเจ้ามานานแล้ว ตั้งแต่ข้าพเจ้าเป็นหนุ่มตราบเท่าอายุมาก คำชมทั้งปวงได้ยินมาตลอด ข้าพเจ้าไม่ได้ใส่ใจ ไม่ยินดี แต่ก็อดทนทำวิชาปราบมารมาตลอด ทั้งที่ไม่สมัครใจทำ แต่ก็ต้องจำใจทำ ทำเพราะถูกบังคับ ดังที่ท่านได้อ่านมาแล้วในหนังสือปราบมารทุกภาค ข้าพเจ้ายืนยันอย่างนี้มาตลอด

     ครั้นเหตุการณ์มาถึงวันนี้ ข้าพเจ้ามีอายุมากขึ้นเรียกว่า เป็นคนสูงอายุ ความคิดบางอย่างเปลี่ยนไป ถ้าเราดื้อดึงไม่ทำวิชาปราบมาร ตามที่ธาตุธรรมท่านมอบหมายหน้าที่ให้นั้น แล้วอะไรจะเกิดขึ้นในธาตุธรรมภาคขาวของเรา? เพราะเราก็ได้รู้เห็นอะไรมาพอสมควรแล้ว เหตุการณ์มาถึงวันนี้แล้ว ข้าพเจ้าปลื้มใจในผลงานต่าง ๆ ที่ได้ทำไป ตั้งแต่ผลงานปราบมาร ภาค ๑ จนถึงปราบมาร ภาค ๔ เป็นเวลา ๑๖ ปีแล้ว การรบยังไม่ยุติ ข้าพเจ้าจะรบต่อไป กว่าชีวิตของข้าพเจ้าจะจบลง คงจะมีผลงานอะไรต่อมิอะไร นำมาเสนอในโอกาสต่อไป ดังนั้นท่านทั้งหลายอย่าเพิ่งตายในวันนี้ รอไว้อ่านผลงานปราบมารในเล่ม “ปราบมาร ภาค ๕” กันก่อน

     ตำราอย่างนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก ความรู้อย่างนี้ไม่เคยปรากฏที่ใดมาก่อน มารเขาขัดขวางไม่ให้ข้าพเจ้าเปิดเผย แต่ข้าพเจ้าจะเปิดเผย เพื่อชาวโลกจะได้รู้ของจริงกันเสียที ว่าของจริงมันคืออะไร? การต่อสู้ระหว่างข้าพเจ้ากับมารเพื่อให้ตำราอย่างนี้ออกสู่สายตาชาวโลก ไม่ง่าย! ข้าพเจ้าพบอุปสรรคมาแล้วนานาประการ อันเกิดจากการกลั่นแกล้งของมาร ข้าพเจ้าพบมาแล้วในทุกรูปแบบ แต่ตำราสำคัญก็ออกสู่สายตาชาวโลกได้ แปลว่าโลกของเรานี้ยังมีบุญตาที่จะได้อ่านตำราสำคัญ

หากท่านใดใฝ่รู้ โปรดอย่าเกรงใจข้าพเจ้าเลย ขอให้บัณฑิตทั้งปวงรวมตัวกันเถิด และข้าพเจ้าจะบรรยายละเอียดให้ทราบ แต่ว่าต้องใช้เวลามาก เพราะขณะนี้สมุดบันทึกเป็นเล่มที่ ๒๔ (สมุดเบอร์ ๒ เกือบ ๒๐๐ หน้าต่อเล่ม) เนื้อหาสาระตามที่นำมากล่าวในหนังสือปราบมารนั้น ยังกล่าวไม่หมดความ เรื่องลับยังไม่ได้กล่าวเลย นำมากล่าวได้เพียงบางส่วนเท่านั้น

เหตุใดจึงต้องนำความรู้วิชาปราบมาร เสนอสู่ชาวโลก?

     วัตถุประสงค์สำคัญคือสร้างตำราไว้ เพื่อโพธิสัตว์จะได้ใช้เป็นข้อมูลศึกษาค้นคว้า เพราะโพธิสัตว์จะต้องลงมาเกิดเพื่อสืบสานงานปราบมาร ไม่ให้งานปราบมารขาดตอน ธาตุธรรมท่านต้องให้คนของท่านลงมาเกิด เพื่อให้ทำงานปราบมารสืบต่อกันไป หากงานปราบมารหยุดชะงักลง ไม่ว่าจะโดยเหตุใด มารมันจะคิดวิชาของมันขึ้นใหม่ เตรียมไว้ต่อสู้รับมือกับเรา คราวนี้การแก้ไขจะยากขึ้น

     ดูตัวอย่างหลวงพ่อของเราเถิด พอ “ต้นปราบ” เสด็จมา หลวงพ่อก็ถวายงานให้ต้นปราบท่านทำต่อ ดังเรื่องราวที่ได้กล่าวไว้แล้วในหนังสือ “ปราบมาร ภาค ๒” นั้น

     หากเราไม่ทำตำราไว้ และไม่ทำข้อมูลไว้ จะมาตั้งต้นค้นวิชากันใหม่ หาข้อมูลกันใหม่ ใช้เวลาตลอดชีวิตก็จะไม่ได้วิชาอะไร! ได้บ้างก็เป็นวิชาเบื้องต้นความรู้พื้นฐาน ความรู้สำคัญยังเข้าถึง แล้วชีวิตของเราก็จบลงคือตายไป แล้วงานปราบมารจะไปเริ่มตรงไหน? แก่นของงานไม่ได้ ได้แต่เปลือกของงาน หากมารมันปิดรู้บังญาณทัสสนะหนักมือเข้า เราจะไม่เข้าถึงวิชาเลย สุดท้ายเราก็ทำงานสร้างวัดสร้างศาลา ตัวอย่างนี้ได้พบมาแล้วในทุกยุคทุกสมัย

     ความรู้ปราบมารค้นได้ยาก เข้าถึงได้ยาก เพราเป็นตำราพิชัยสงคราม ธรรมภาคมาเขาจะต้องต่อสู้เต็มกำลัง เพราะหมายถึงการแย่งอำนาจปกครอง ใครเล่าจะยอมให้เสียเอกราช? การเข้าถึงวิชาปราบมารจึงเป็นเรื่องยาก! เพราะมารเขาไม่ยอมให้รู้ให้เห็น ที่เรารู้มาได้เพราะเราปราบชนะ แต่ก็เป็นการรู้ไม่ตลอดต้น กลาง ปลาย เราทราบแล้วว่า มารเขาเป็นผู้กำหนดอายุของพระพุทธเจ้า! เรารู้แล้วว่ามารเขาเป็นผุ้กำหนดหลักสูตรการตรัสรู้ของพระบรมศาสดา! ทุกอย่างเป็นไปตามที่มารเขาบัญญัติ เรื่องอะไรที่เขาจะยอมให้เราเข้าถึงความรู้ปราบมาร? นี่คือเหตุผล!

     ดังนั้น ความรู้ปราบมารจึงเป็นความรู้สำคัญ ต้องเรียนรู้ ต้องศึกษาค้นคว้า ต้องรักษาไว้ชั่วลูกชั่วหลานทีเดียว ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่านี้อีกแล้ว! ไม่มีอะไรมีค่ามากไปกว่านี้อีกแล้ว! กว่าจะรู้เห็นได้แต่ละอย่าง เอาชีวิตเข้าแลกทั้งนั้น

     ท่านใดเห็นอะไร? รู้อะไร? ต้องจดไว้ บันทึกไว้ และต้องอนุรักษ์ไว้ เดี๋ยวนี้เกิดปัญหาขึ้นแล้ว ปัญหานั้นคืออะไร? ปัญหานั้นก็คือความรู้ของหลวงพ่อ คือ หลวงพอได้จดไว้ แต่ใครไม่รู้ขอยืมไป หลวงพ่อก็ให้ไป จนบัดนี้ยังตามหากเอกสารชิ้นนั้นไม่ได้ (ทราบจากคุณฉลวย สมบัติสุข) ข้าพเจ้าพากเพียรมานานแล้ว เข้ากายธรรมไปถามหลวงพ่อหลายครั้งแล้ว รบเร้าเพื่อจะเอาเอกสารชิ้นนั้นให้ได้ แต่ก็ไม่เป็นผล ความพยายามของข้าพเจ้าตั้งแต่วันนั้นจวบจนวันนี้ ไม่สำเร็จ!

     นี่คือตัวอย่างที่เราได้พบ โปรดเข้าใจให้ถูกต้องกันเสียทีเถิด วิชาสำคัญกว่าเงิน อย่าไปสนใจเงิน หากสนใจเงินแล้ว มารเขาได้ช่องทันที พอมารเขาปาเงินมาให้ ความรู้จะหดหาย ความรู้จะเพี้ยน และเพี้ยนไปเรื่อย ๆ สุดท้ายมาก็ยึดวิชา ภาษาวิชาธรรมกายท่านใช้ว่า มารยึดธาตุธรรม บอกแล้วว่ามารมันไม่โง่ ตราบใดที่กระหายเงิน วิชาก็สูญสิ้นไปตราบนั้นเช่นกัน

     ข้าพเจ้าได้รู้เรื่องในตอนที่ทำวิชาปราบมาร ว่ามารมันมีเล่ห์เหลี่ยมมีชั้นเชิงสารพัด กลยุทธ์ที่มารจะให้เราตกเหว ตกหลุมพรางมีมากมาย ในส่วนที่ข้าพเจ้ายังไปไม่ถึง ก็ยังมาบอกไม่ได้ ข้าพเจ้าบอกได้เท่าที่รู้เห็นเท่านั้น

     กลับมาดูเรื่องเงินของพระสงฆ์บ้าง โอกาสลาดพลั้งทางการเงินมีมาก วินัยบัญญัติราคาพระสงฆ์ไว้แค่ ๕ มาสก คือ ๑ บาทเท่านั้น ไม่รู้ว่าเราจะเผลอเมื่อไร? จังหวะที่เราจะพลั้งเผลอนั้น รอบด้าน! เราจะพลาดโดยไม่รู้ตัว อันตรายมาก มารมันหาจังหวะอยู่แล้ว รอแต่ว่าเราจะเผลอเมื่อไรเท่านั้น เมื่อเราพลาด มารมันพูดทันที ว่าเราเป็นสาวกของมาร บารมีของท่านอยู่ที่ไหน? จงบอกมา เป็นผู้ปกครองของภาคมาร เราจะขอมารักษาดูแลเอง โดยอย่างนี้เข้า แล้วเราจะไปร้องไห้เอาแก่ใคร! น่าเสียใจไหม? เราสร้างบารมีมาเกือบตาย เห็นแล้วหรือยังว่ามารมันเจ้าเล่ห์ขนาดไหน? บอกแล้วว่าอย่าสนใจเงิน เราจะขออยู่ไหตามมีตามได้ ไม่มีใครฟัง โพธิสัตว์ของเราโดนลูกไม้นี้กันแทบทั้งนั้น แต่เราไม่รู้ตัว เส้นทางเดินของโพธิสัตว์มีแต่ขวากหนาม มารมันวางกลลวงไว้ทุกฝีก้าว เราต้องระวัง เห็นท่าไม่ดี ให้รีบลาสิกขาเสียก่อน บารมียังเป็นของเรา เป็นฆราวาสเรายังปฏิบัติธรรมได้ มารมันจะอ้างอะไรแก่ฆราวาสไม่ได้ เพราะเราไม่อยู่ในบังคับของวินัยสงฆ์

     คราวนี้เมาดูโพธิสัตว์ที่เป็นธรรมกายกับโพธิสัตว์ที่ไม่เป็นธรรมกาย มารเขาจ้องเขมือบใครมากกว่ากัน? โพธิสัตว์ที่เป็นธรรมกายมีบารมีมากกว่า มันจ้องอยู่แล้ว จะเอาอะไรขอให้บอกอย่างเดียว แล้วเขาจะกำกับอยู่ฉากหลัง โดยเราไม่รู้ อะไรต่อมิอะไรหลั่งไหลมาหาเราราวพายุพัด เขาจะปล่อยให้อะไรต่อมิอะไรสุกงอม แล้ววันหนึ่งก็เป็นจังหวะของเขา มารเขาทำลายคนดีของเราโดยวิธีนี้ กว่าเราจะได้คนเก่งมาแต่ละคน มันง่ายอยู่หรือ? เปรียบไปแล้วเหมือนกับที่เราเห็นในทุกวันนี้ คือเราเห็นคนดีของสังคม เขาไต่เต้าขึ้นมาจนถึงขั้นมีชื่อเสียง เราเห็นว่าเราจะพึ่งได้ เมื่อเขาได้เป็น ส.ส. แล้ว เราคงได้พึ่ง แต่พอเขาลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็ถูกเขายิงตาย สุดท้ายเราก็ไม่ได้พึ่งเขา

     การที่ท่านผู้นี้ตายไป เราสูญเสียอะไรบ้าง? ค่าลงทุนให้การศึกษาแก่เขา เบ็ดเสร็จเท่าไร? ค่ารักษาพยาบาลตั้งแต่เล็กจนโตเท่าไร? ทางราชการส่งไปดูงานต่างประเทศ เป็นค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง? คิดให้ละเอียดลงไปเถิด เราจะทราบว่าสิ้นเปลืองไม่น้อยเลย แต่ผลลัพธ์เป็นสูญ

     เช่นเดียวกับโพธิสัตว์ของเรา มารมันใช้วิธีทำลายล้างตามที่กล่าวนั้น ถามว่าเราสูญเสียอะไรบ้าง? ญาติโยมบริจาคเงินให้เราสร้างวัด ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า และอะไรต่อมิอะไร นำมารวมให้หมด ก็จะเป็นตัวเลขออกมา เขาอดมื้อกินมื้อ อดออมนำเงินมารวมจำนวน เต็มไปด้วยความอดทน บางคนขายบ้านขายที่ดิน นี่คือศรัทธาของเขา เสียเท่านี้ไม่เท่าไร เรามีจะเสีย เรายินดีเสีย เราก็ใจนักเลงเหมือนกัน เรื่องได้เรื่องเสียเรื่องเล็ก เพราะเราเคยได้เคยเสียมาแล้ว เป็นเรื่องธรรมดาของโลก ไม่ว่ากัน ไม่คิดมาก แต่การเสียอย่างหนึ่งประมาณค่าไม่ได้ นั่นคือโพธิญาณของเราสิ้นสุดลง นับเป็นการเสียหายอย่างใหญ่หลวง

     ท่านทั้งหลายไม่คิด แต่ข้าพเจ้าคิด ทำไมจึงคิด? เพราะท่านทั้งปวงนั้นไม่ใช่ญาติและไม่ใช่เพื่อน ทำไมเราต้องเดือดร้อน? มันเรื่องอะไรที่เราต้องเดือดร้อน ใจเย็น ๆ ไว้ก่อน ฟังข้าพเจ้าบรรยายก่อน อย่าเพิ่งตำหนิข้าพเจ้าเลย

     ธรรมภาคขาวสูญเสียคนสำคัญไปหนึ่งคน กระทบกระเทือนไปทั่วธาตุทั่วธรรม หมายมั่นปั้นมือว่าจะได้ใช้งาน จึงให้ลงมาสร้างบารมี เมื่อถึงกำหนดเวลาก็จะได้บรรลุโพธิญาณ ธาตุธรรมท่านมีงานจะใช้ จะใช้งานได้ก็ต่อเมื่อบรรลุโพธิญาณ หากไม่บรรลุ แปลว่ายังไม่มีความรู้ ยังทำงานไม่ได้ ต่อเมื่อบรรลุแล้วจึงมีความรู้ การงานทางวิชาธรรมกายชั้นสูงจะเริ่มกันในตอนนั้น ส่วนจะเป็นงานอะไรนั้น ธาตุธรรมท่านเตรียมไว้แล้ว เพียงแต่คอยเวลาหน่อยเดียวเท่านั้น

     ธรรมภาคขาวหมดกำลังโดยวิธีนี้ กองทัพธรรมภาคขาวโตไม่ได้ ถูกมารกวาดล้างคนสำคัญไปหมด แล้วเราจะได้ใครไปปราบมาร เราจะได้ใครไปทำงาน ส่งมากี่คนก็เป็นอย่างนี้กันหมด แล้วเราจะได้กำลังจากที่ไหน? ธาตุธรรมท่านเสียใจมาก พระพุทธองค์ก็เสียใจ ข้าพเจ้าคนหนึ่งเสียใจยิ่งกว่าใคร! เพราะเราขาดคนสำคัญ เราไม่มีคนช่วยงาน ไม่ว่าใคร? ไม่ว่าอยู่เมืองใดประเทศใด? แม้ข้าพเจ้าไม่รู้จัก ข้าพเจ้าก็เสียใจ ธรรมภาคขาวถูกดับไปหนึ่ง ข้าพเจ้าจะไม่เสียใจย่อมเป็นไปไม่ได้ หมดคนทำงานร่วมกับเรา เราทำคนเดียวไม่ไหว! เราต้องช่วยกันในทุกรูปแบบ แต่โพธิสัตว์ของเราถูกลดจำนวนลงทุกวัน ข้าพเจ้าเสียใจมาก หากท่านใดรักษาตนได้ดี มีความมักน้อย ไม่ประมาทในการเงิน ตั้งใจเล่าเรียนวิชาธรรมกายด้วยความไประมาท ไม่ว่าท่านจะเป็นใครอยู่เมืองใดประเทศใด แม้ข้าพเจ้าไม่รู้จัก ข้าพเจ้าก็อนุโมทนากับเขาผู้นั้น เพราะจะได้เพิ่มธรรมภาคขาวอีกหนึ่งกองทัพภาคขาวจะได้มีกำลังขึ้น เราจะได้มาช่วยกัน เพื่อให้ธรรมภาคขาวเป็นเอกราช

     นี่คือความคิดของข้าพเจ้า

     ทุกท่านอยากให้กองทัพภาคขาวเติบโต ไม่มีใครอยากให้ธรรมภาคขาวขาดกำลัง ไม่ว่าใคร ต่างมีความคิดเห็นตรงกัน ปัญหาอยู่ที่ว่า เราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร? เราจะปล่อยให้ปัญหานี้เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เพราะเกิดความเสียหายมาก ท่านจะคิดแก้อย่างไรก็ทำเถิด

     ต้องคิดไว้เสมอว่า ราคาพระสงฆ์เพียง ๑ บาทเท่านั้น โอกาสลาดพลั้งมีมากเหลือเกิน จะเป็นการพลาดพลั้งโดยไม่รู้ตัว มารมันได้เปรียบตรงนี้ เพราะการบัญญัติวินัยนั้น มารมันมากำกับอยู่ พระพุทธองค์ไม่บัญญัติตามที่มารต้องการก็ไม่ได้ เขาบังคับอยู่ หากไม่บัญญัติ เขาก็สอดละเอียดให้พระสงฆ์ของเราประพฤติไม่ดีอีก ความไม่นั้น หากล่วงรู้ไปถึงประชาชน ทำให้ประชาชนไม่เลื่อมใส เมื่อประชาชนไม่เลื่อมใส ศาสนาก็ตั้งอยู่ไม่ได้ คือ ตั้งศาสนาไม่ได้ เมื่อตั้งศาสนาไม่ได้แล้ว งานของพระพุทธองค์ก็ล้มเหลว การที่พระพุทธองค์จุติมาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า แล้วมีเหตุตั้งศาสนาไม่ได้ ยิ่งจะเสียหายใหญ่หลวง มรรคผลนิพพานจะสูญสิ้นทันที

     สรุปว่า บัญญัติวินัยโดยตีราคาพระสงฆ์ราคา 1 บาท เพียงเท่านี้เอง มารเขาได้เปรียบทันที

     ได้เปรียบอย่างไร? นี่คือประเด็นที่ท่านอยากทราบ

     เราทราบแล้วว่า ละเมิดวินัยเมื่อใด มารมันก็อ้างว่าเป็นสาวกของเขา แล้วจะกระทบกระเทือนบารมีของเราทันที วิธีแก้ก็คือ ต้องรีบปลงอาบัติ หากดองอาบัติไว้เพียง ๒ ราตรี คราวนี้ก็ยุ่งแล้ว เราจะมีเวลาปลงอาบัติทุกวันหรือ? จังหวะที่มารมันจะถล่มเรา เราจะมีภาระจนกระดิกตัวไม่ไหว ไม่รู้งานอะไรต่อมิอะไร เรียงหน้าเข้ามาหาเรา แล้วเราก็ลืมปลงอาบัติ นี่แหละคือชั้นเชิงของมาร เขาหากินโดยวิธีนี้มาแต่ไหนแต่ไร โพธิสัตว์ของเราลดจำนวนลงโดยวิธีนี้

     ดังนั้น เราต้องเรียนรู้ไว้

     ไปทางไหนมีแต่ค้าเงิน แล้วเราจะไปหวังอะไร? ไม่มีการสะดุ้งหวาดกลัวแล้ว ไม่มีหิริโอตตัปปะแล้ว แล้วอย่างนี้ธรรมภาคขาวลดจำนวนลง หรือว่าเพิ่มจำนวนธรรมภาคขาว

     เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ ในเมื่อกองทัพธรรมภาคขาวลดจำนวนลงทุกวันเช่นนี้ เราจะได้ใครไปสู้มาร เพราะการสู้มารนั้น ไม่ใช่มีกำลังใจแล้วจะสู้ได้ ต้องมีความรู้ไปสู้ ความรู้นั้นไม่ใช่อยู่ดี ๆ แล้วจะรู้ได้ ต้องบรรลุโพธิญาณก่อน จึงจะมีความรู้ ก่อนจะบรรลุโพธิญาณ ต้องสร้างบารมีก่อน ต้องมาเป็นโพธิสัตว์สร้างบารมีก่อน จะกี่ภพกี่ชาติก็ว่ากันไป ก็แล้วเราถูกมารดับด้วยวินัยประเด็นของการเงิน ตามที่บรรยายมานี้ แล้วเราจะว่าอย่างไรกัน?

สารบัญ

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:ผู้เยี่ยมชม
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressLoad Image from WebBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Add to Google


หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org