Go to Kayadham Home   
ประชาสัมพันธ์ : เชิญร่วมปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกาย โดยวิธีการที่หาที่ไหนไม่ได้ (หลักสูตรเร่งรัดสำหรับท่านที่มีเวลาน้อย) ณ โฮมเสตย์ เขื่อนท่าด่าน จ.นครนายก 6-7 เมษายน 50 นี้ (ด่วน! รับ 40 ท่าน) อ่านรายละเอียดall.gif
HOME : arrow สื่อธรรมะ : arrow เนื้อหาวิชชาธรรมกาย arrow หลักสูตรระดับสูง arrow วิชชามรรคผลพิสดาร2
วิชชามรรคผลพิสดาร2(41) PDF พิมพ์ ส่งเมล

(๑๑.๕) อธิบายเรื่องวิธีดูเครื่องและเดินเครื่อง

     ตำราให้ความรู้ว่า ถ้าธรรมภาคใดมีอำนาจมากกว่า เขาก็เป็นฝ่ายยึดเครื่องก่อน เมื่อยึดเครื่องได้แล้ว ก็เอาภาคของเขาใส่เครื่องทันที แล้วก็เดินเครื่องบังคับต่อไป เช่น ภาคมารเขาก็เอาบาปใส่เครื่อง เอาปิฎกใส่เครื่อง แล้วก็เดินเครื่องต่อไป เครื่องก็บังคับสัตวโลกให้ได้รับทุกข์ร้อน บังคับใจให้มืดบอด บังคับให้ประพฤติชั่วนานา หากภาคขาวได้อำนาจปกครอง ภาคขาวก็เอาบุญใส่เครื่อง เอาปิฎกของภาคขาวใส่เครื่อง เครื่องนั้นก็บังคับมนุษย์ให้ได้รับความสุข ให้มนุษย์ได้รับความสว่างในธรรม

     ขึ้นชื่อว่าภพแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภพอะไร ? มีผู้ปกครองทั้งนั้น เหมือนกับในโลกเรานี้ ใครจองดินแดนได้ ? เขาก็ปกครองดินแดนนั้น ตั้งประเทศตั้งกองทัพปกครองดินแดนนั้นๆ ในทางธรรมก็เช่นกัน ใครจองภพได้มาก ? คนนั้นก็มีอาณาเขตปกครองกว้างไกล ตั้งเครื่องปกครองในภพนั้นๆ สมาชิกที่อยู่ในภพนั้นๆ เขาก็ปกครองด้วย เพราะสมาชิกเท่านั้นที่จะให้ประโยชน์แก่เขาได้

     โดยเฉพาะมนุษย์ใครๆ ก็อยากปกครอง เพราะทำประโยชน์ให้เขาได้ คือเขาบังคับให้เซ่นไหว้ด้วยอาหารโอชาได้ บังคับให้ประกอบพิธีกรรมบูชาอุทิศผลให้แก่เขาได้ เราลองนึกกลับไปดูในยุคโบราณกาล ชาวเขาชาวป่าบูชายันต์อุทิศให้แก่ผีผู้ปกครองของเขา ต่อมาเกิดความเจริญขึ้น มีการเซ่นไหว้ผี ต่อมาเกิดเป็นลัทธิเกิดเป็นศาสนา มีการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ล้วนแต่ทำอุทิศให้แก่ธรรมผู้ปกครองทั้งนั้น คนที่ทำให้ก็คือมนุษย์ และมนุษย์นี้เท่านั้นคือเป้าหมายที่ธรรมภาคมารเขาต้องการจะปกครอง แต่ธรรมภาคพระไม่เห็นด้วย

     ถ้ามารปกครองมนุษย์ จะทำให้มนุษย์เดือดร้อนไม่มีที่สิ้นสุด จึงเกิดการรบกันขึ้น ระหว่างธรรมภาคขาวกับธรรมภาคมาร การที่หลวงพ่อวัดปากน้ำมาเกิดคราวนี้ เป็นเพราะธาตุธรรมผู้ใหญ่ในอายตนะนิพพานใช้หลวงพ่อให้มาเกิด เพื่อให้ทำงานปราบมาร คือให้รบกับมาร ถ้าไม่มาเกิด ก็ไม่มีกายมนุษย์ ทำให้กายธรรมไม่มีปราการรองรับ ดังนั้น จึงต้องลงมาเกิดเพื่อให้มีกายมนุษย์เป็นฐานรองรับกายธรรม จึงจะมีกำลังรบกับมารได้

     หลวงพ่อรบกับมารเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า ๓๐ ปี แล้วหลวงพ่อก็มรณภาพเมื่อปี ๒๕๐๒ ตั้งเวรทำวิชารบ ๖ เวรๆ ละ ๔ ชั่วโมง สรุปแล้วรบตลอด ๒๔ ชั่วโมง ผลงานปราบมารที่หลวงพ่อและศิษย์ของท่านรบมา ๓๐ ปีนั้น ไม่มีตำราให้พวกเราได้ศึกษาเล่าเรียนเลย คงรู้กันภายในเฉพาะหมู่พวกที่ทำวิชาเท่านั้น เมื่อหลวงพ่อตายไปแล้ว ศิษย์ที่เป็นวิชาธรรมกายของหลวงพ่อส่วนหนึ่ง ได้ออกไปจากวัดปากน้ำ คือต่างคนต่างไป ศิษย์ของหลวงพ่อส่วนหนึ่งยังอยู่ที่วัดปากน้ำ งานปราบมารก็คงได้แค่นั้น เพราะหลวงพ่อไม่อยู่ก็ไม่มีคนทำวิชา ขาดผู้คุมวิชา ขาดผู้ปกครอง งานการทำวิชาขาดตอนลงเพราะไม่มีผู้กำกับ ไม่มีผู้อำนวยการสำหรับคุมวิชา

     กล่าวถึงข้าพเจ้าบ้าง ข้าพเจ้าเป็นนักศึกษาสมัครเล่น ไม่เก่งอะไรกับเขา แต่เรียนมาตลอด ครั้นออกไปรับราชการต่างจังหวัด พระท่านก็มาเชิญไปสอน ไม่ว่างเว้นงานสอนเลย ที่ไหนๆ ก็เชิญข้าพเจ้า วันเสาร์วันอาทิตย์ข้าพจ้าไม่ว่าง เพราะต้องเดินทางไปตามจังหวัดต่างๆ พระท่านเชิญให้ไปสอนตลอด ดวงมันเป็นอย่างนี้ เผลอไปครู่เดียว สอนมาได้ ๒๐ ปีแล้วหรือ ? ตกใจตัวเอง ! ระหว่างจาริกเดินทางไปสอนตามจังหวัดต่างๆนั้น เกิดความสนุกก็ไม่ได้คิดอะไร ? เพราะได้ชมภูมิประเทศในจังหวัดต่าง ๆ แปลกหูแปลกตา ไม่ได้คิดตั้งหลักฐานอะไร ? พอคิดได้ว่า เราเป็นข้าราชการยังไม่มีบ้านอยู่ เกษียณราชการแล้วเราจะอยู่ที่ไหน ? จึงวิ่งเต้นขอย้ายกลับจังหวัดจันทบุรี เพื่อจะปลูกบ้านส่วนตัว ก็ได้ย้ายกลับสมใจ ในตำแหน่งราชการผู้ช่วยศึกษาธิการจังหวัด

     ต่อมาในปี ๒๕๒๗ ธาตุธรรมท่านบังคับให้ ให้ข้าพเจ้าทำวิชาปราบมาร พอข้าพเจ้าได้ยินโองการสั่ง น้ำตาของข้าพเจ้าไหลรินด้วยความเสียใจ ทำไมดวงของเราต้องมารับกรรมอย่างนี้ ? ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เนื้อหาสาระมีอย่างไร ? รายละเอียดมีอย่างไร ? โปรดติดตามหาอ่านเองจากตำราปราบมารภาค ๑-๒-๓-๔-๕ หากบรรยายจะยาวความ

     ต่อไปนี้ เราจะเรียนเรื่องยาก ยากที่เราจะทำและยากที่เราจะเห็น นั่นคือ ตำราให้เราเดินวิชาดูเครื่องต่างๆ ซึ่งเครื่องทั้งปวงนี้ มีความเกี่ยวข้องกันหมด คือ

     (๑.) เครื่องอยู่ศูนย์กลางภพสาม ซ้อนอยู่ในหัวใจเครื่องในข้อ ๒ (ข้อนี้เป็นข้อ ๑ ข้อถัดไปเป็นข้อ ๒)

     (๒.) เครื่องใหญ่อยู่ศูนย์กลางภพแต่ละภพ คืออายตนะนิพพานก็ดี แต่ละภพของภพสามก็ดี ภพโลกันต์ก็ดี เป็นเครื่องย่อยมาจากเครื่องใหญ่ในข้อ ๑ นั้น ซ้อนอยู่ในหัวใจเครื่องของเครื่องย่อยในข้อ ๓ (หมายถึงข้อ ๓ ต่อจากข้อนี้)

     (๓.) เครื่องใหญ่อยู่ศูนย์กลางกำเนิดสัตวโลก โลกันตร์นั้นๆ เป็นเครื่องย่อยมาจากเครื่องใหญ่ศูนย์กลางภพแต่ละภพที่กล่าวมาในข้อ ๒ นั้น ซ้อนอยู่ในหัวใจของเครื่องย่อยในข้อ ๔ (ข้อ ๔ คือข้อต่อจากข้อนี้)

     (๔.) เครื่องย่อยๆ มีไปทั่วกายสัตวโลกนั้น เป็นเครื่องย่อยมาจากเครื่องใหญ่ที่ศูนย์กลางกำเนิดนั้น คือ ข้อ ก. – ฏ.

     อธิบายตรงนี้ก่อน ทั้ง ๔ ข้อที่เราอ่านผ่านมานี้ มีความเกี่ยวข้องกันหมด คือ เครื่องใหญ่ที่อยู่ศูนย์กลางภพสาม ซ้อนอยู่ในหัวใจเครื่องของแต่ละภพ นั่นคือ ซ้อนอยู่ในเครื่องของอายตนะนิพพาน ซ้อนอยู่ในเครื่องของอรูปพรหม ๔ ชั้น ซ้อนอยู่ในเครื่องของพรหม ๑๖ ชั้น ซ้อนอยู่ในเครื่องของทิพย์ (สวรรค์ ๖ ชั้น) และยังซ้อนอยู่ในเครื่องของใจมนุษย์ด้วย

     คราวนี้มาดูเครื่องใหญ่ที่ศูนย์กลางกำเนิดสัตวโลกบ้าง เป็นศูนย์ย่อยมาจากศูนย์กลางภพ และยังซ้อนอยู่ในเครื่องของใจมนุษย์ด้วย เครื่องในใจของมนุษย์นั้น ประกอบด้วยเครื่องมากมาย ตั้งแต่ข้อ ก. ถึงข้อ ฏ. รวม ๑๒ เครื่องด้วยกัน

 

แนวเดินวิชาข้อ (๑๑.๕) วิธีดูเครื่องและเดินเครื่อง

 

ลำดับแรก

     เดินวิชาเป็นอนุโลมปฏิโลม เข้านิพพานไปให้ลึกๆ ไปซ้อนกายสับกายกับพระพุทธองค์ จนกว่ากายของเราทั้ง ๑๘ กายจะใสจริงๆ แล้วจึงอธิษฐานใจต่อพระองค์ว่า ขอให้ดูเครื่องทั้งปวง ตามที่หลวงพ่อสอนไว้ ให้เห็นได้มากที่สุด

 

ลำดับสอง

     เดินวิชาถอยหลังคือปฏิโลมวิชา จากกายธรรมพระอรหัตละเอียดมาถึงกายอรูปพรหมละเอียด กายธรรมส่งรู้ส่งญาณทัสสนะ มองดูดวงธรรมในท้องของกายอรูปพรหมละเอียด เพื่อดูเครื่องใหญ่กลางภพสาม ตามข้อ ๑ (ตีความ ภพสาม คือ กามภพ ได้แก่ ทิพย์-รูปภพ-อรูปภพ ซึ่งก็คือ สวรรค์ ๖ ชั้น-พรหม ๑๖ ชั้น-อรูปพรหม ๔ ชั้น) กายธรรมของเราก็เลื่อนกายอรูปพรหมละเอียดของเรามาประจำอยู่ที่อรูปพรหม ๔ ชั้น โดยมาอยู่ชั้นที่ ๔ แล้วมองดูดวงธรรมในท้องกายอรูปพรหมละเอียดของเรา ให้ทะลุศูนย์กลางของอรูปพรหม ๔ ชั้น โดยเริ่มจากชั้น ๔-๓-๒-๑ แล้วเลื่อนมาซ้อนภพของพรหม ๑๖ ชั้น โดยเลื่อนกายของเรามาซ้อนพรหมชั้นที่ ๑๖-๑๕-๑๔-๑๓-๑๒-๑๑-๑๐-๙-๘-๗-๖-๕-๔-๓-๒-๑ แล้วมาประกบสวรรค์ ๖ ชั้น เลื่อนกายของเรามาประกบสวรรค์ชั้นที่ ๖-๕-๔-๓-๒-๑ แล้วก็มาดูที่ศูนย์กลางกายมนุษย์ตัวเรา ก็จะเห็นเครื่องทั้งปวงรับส่งกันมา เป็นเครือข่ายกันมา

 

ลำดับสาม

     ดูเครื่องในข้อ ๔ ก่อน แล้วเลื่อนมาตามข้อ ๓ เพราะเกี่ยวเนื่องกัน กายธรรมเดินวิชาถอยหลังมาถึงกายมนุษย์ ดูดวงธรรมในท้องกายมนุษย์เห็นดวงธรรม เห็นกลางคือจุดใสเท่าปลายเข็ม พอจุดใสเท่าปลายเข็มว่างน

     ให้ดูดวงกำเนิดเดิม ขยายดวงกำเนิดเดิมให้ใหญ่ ก็จะเห็น เครื่องเห็น-เครื่องจำ-เครื่องคิด-เครื่องรู้ เอาแค่ข้อ ก. ถึงข้อ ค. ในข้อ ๔ ก่อน จากนั้น เรามาดูตามข้อ ๓ คือดูเครื่องกำเนิด สัตวโลก-ขันธโลก-อากาศโลก ซึ่งเราเรียนผ่านมาแล้ว

 

ลำดับสี่

     ให้หยุดนิ่งกลางเครื่องรู้ก่อน นึกดูกำเนิดสัตวโลก สัตวโลกในที่นี้คือ เห็น-จำ-คิด-รู้ ซึ่งประกอบด้วยดวงกายและดวงใจ หยุดนิ่งกลางดวงกำเนิดของดวงกายและดวงใจ เป็นจุดใส นึกขยายให้ใหญ่ ก็จะเห็นหมุนขวา นี่คือดวงเครื่องของสัตวโลก สัตวโลกคือ เห็น-จำ-คิด-รู้ เป็น “ธาตุเป็น” ส่วนขันธโลกคือธาตุตาย ทำหน้าที่รองรับ เห็น-จำ-คิด-รู้ ส่วนอากาศโลก เป็นอากาศในกายซึ่งเป็นธาตุตาย ท่านก็ดูเอาเอง

 

ลำดับห้า

     จะดูเครื่องใหญ่อยู่ศูนย์กลางภพแต่ละภพ ตามข้อ ๒ ให้หยุดนิ่งกลางเครื่องของสัตวโลก ก็จะเห็นเครื่องจากศูนย์กลางภพต่างๆ มาจรด ตั้งแต่อายตนะนิพพาน – อรูปพรหม ๔ ชั้น – พรหม ๑๖ ชั้น – สวรรค์ ๖ ชั้น แต่ว่าภาคมารเขาสอดแทรกอยู่ทั่วไป ท่านต้องดับมารพวกนี้ทั้งหมด ตามความรู้ที่เคยกล่าวมาแล้ว

     มาถึงตรงนี้ เราเดินวิชามาครบ ๔ ข้อแล้ว แต่ข้อ ๔ ยังไม่ครบถ้วน เราจะเดินวิชาข้อ ๔ ที่ค้างอยู่ให้ครบถ้วน เราจะทำอย่างไรต่อไป ?

 

ลำดับหก

     จับความตั้งแต่เราเห็นดวงธรรม แล้วก็เห็นกำเนิดเดิม มองดูกำเนิดเดิมก็เห็น เครื่องเห็น-เครื่องจำ-เครื่องคิด-เครื่องรู้ ตั้งแต่ข้อ ก.–ข.–ค. จากนี้ไป จะเดินวิชาดูเครื่องจากข้อ ง. ถึงข้อ ฏ. คือหยุดนิ่งกลางเครื่องรู้ ก็เห็นเครื่องขันธ์ ๕ กลางเครื่องขันธ์ ๕ เป็นเครื่องอายตนะ ๑๒ ตามลำดับไปจนถึงเครื่องของปัญญา (จบข้อ ฏ.)

 

(๑๑.๖) อธิบายเรื่องวิธีแก้ตัวบุคคลให้ประพฤติดี

     ข้อนี้ไม่ยากเลย เพราะเราผ่านความรู้ยากๆ มามากต่อมากแล้ว

     เราอยากจะแก้ใคร ? ก็ต้องดูที่กำเนิดเดิมของเขา เดินวิชาให้ดวงกำเนิดเดิมของเขาให้ใสให้ได้ นี่คือหลักวิชา ถ้ากำเนิดใสแล้ว จะส่งผลให้ดีไปทั้งหมด และถ้ากำเนิดเดิมไม่ใสแล้ว ก็ไม่ดีทั้งนั้น ตำราท่านแนะนำไว้ดีมาก พวกเราจะทำกันได้หรือเปล่า ? หากวันหนึ่งๆ มีคนมาหาเราไม่รู้เท่าไร ? เราจะทำวิชาอะไรช่วยเขา ? เพราะเรื่องของเขามีร้อยแปด เรามีความรู้อะไรช่วยเขา ? แต่หลวงพ่อท่านแก้ไขให้เขาได้ นั่นคือช่วยกำจัดทุกข์ให้เขาได้ เขาจึงนับถือหลวงพ่อ

     ความรู้ที่ตำราแนะนำก็คือ

          (๑.) เอากายมนุษย์พิเศษของเราเดินเครื่องเสียเอง

          (๒.) เอาดวงทาน-ศีล-ภาวนา ใส่เครื่อง แล้วก็เดินเครื่อง

          (๓.) เสนอแนะการเดินวิชา คือดับกายดำ-ดวงดำ ซึ่งเป็นของมาร ให้เครื่องของมารเดินถอยหลัง แล้วก็ดับเครื่องของมาร

     แนวการเดินวิชา ได้แสดงในบทก่อนๆ แล้ว ไม่ยากแล้ว

 

(๑๑.๗) อธิบายเรื่องวิธีตรวจคน

     หลวงพ่อท่านมีวิธีดูคน ว่าเป็นคนดีหรือไม่ ? ด้วยการดู เครื่องเห็น-เครื่องจำ-เครื่องคิด-เครื่องรู้ ถ้าเป็นเครื่องของภาคขาว กายผู้บังคับเครื่องเป็นภาคขาว แปลว่าเป็นคนดี แต่ถ้าตรวจดูแล้ว ปรากฎว่าเป็นภาคมาร ท่านให้แก้ไขให้เป็นภาคขาว การเดินวิชาไม่ยากแล้ว เพราะเคยทำมาแล้ว

 

(๑๑.๘) อธิบายเรื่องวิธีต้องการจะรู้อะไร

     หลวงพ่อสอนหลักวิชาไว้ ให้สาวเข้าไปในกำเนิดเดิมของสิ่งที่เราต้องการรู้ ให้เดินวิชาละเอียดเข้าไป ต้องให้ใจเราหยุดจริง นิ่งจริง แน่นจริง จึงจะแม่นยำ เรื่องนี้ต้องหมั่นฝึกทุกคืนวัน ปกติข้าพเจ้าใช้วิธีถามพระพุทธองค์ เวลานี้ท่านที่ฟังพระพุทธองค์รู้เรื่องไม่มีแล้ว ! แปลว่าความรู้ตกต่ำมาก

 

(๑๑.๙-๑๐) อธิบายเรื่องเครื่องสูงสุดที่ปกครองและเรื่องวิธีเดินเครื่อง

     บทเรียนบทนี้ เป็นความรู้สำคัญ ! ยากที่ใครจะเห็น ! ยากที่ใครจะรู้ ! มีเครื่องสูงสุดที่ปกครอง ๘ เครื่อง ท่านต้องท่องจำให้ขึ้นใจ ต้องไปทำวิชาในนิพพาน เป็นเรื่องลับ ! เป็นเรื่องปกปิด ! เทียบแล้วก็เหมือนพระคลังสมบัติ แม้แต่เพื่อนของเรา เขาก็ไม่บอกว่า เขาเก็บเงินไว้ที่ไหน ? เก็บเพชรนิลจินดาไว้ที่ใด ? เขาจะไม่บอกเรา ต้องคนบารมีแก่ๆ เท่านั้นที่จะรู้เห็น ความรู้อ่อนๆ จะเห็นไม่ได้ เพราะอะไรหรือ ? ก็เพราะจะเป็นการชี้นำให้มารมันรู้ นี่คืออันตราย !

     โปรดจำไว้ว่า เครื่องสูงสุดที่ปกครอง เป็นเครื่องประจำภพ แล้วมีเครือข่ายมาถึงเราด้วย ปัญหาใหญ่อยู่ที่มารมาแทรกซ้อนในเครื่องของธรรมภาคขาว ส่งผลให้อำนาจปกครองของภาคขาวหย่อนสมรรถภาพลง สุดท้ายจะถูกกลืนเป็นอำนาจของภาคมารไป ส่งผลกระทบให้ เราซึ่งถูกปกครองโดยเครื่อง ได้รับผลเป็นทุกข์ เพราะเครื่องของมารให้ผลในทางเดือดร้อนเสมอไป

     เครื่องปกครองทั้ง ๘ นี้ ถ่ายทอดกันมาจากภพใหญ่มาสู่ภพน้อย แล้วมาสู่ภพในกายของเรา จึงมีผลต่อตัวเรา เครือข่ายก็เหมือนจ่ายน้ำประปา เหมือนจ่ายกระแสไฟฟ้า นั่นเอง

     การเดินวิชานั้น ต้องเดินจากภพใหญ่ก่อน แล้วจึงสู่ภพย่อย นั่นคือ ตั้งต้นที่อายตนะนิพพานก่อน แล้วลงมาที่ภพอรูปพรหม-ภพพรหม-ภพทิพย์ แล้วเข้าสู่ภพในกาย โดยใช้วิชาซ้อนสับทับทวี ละลายเครื่องของมารไปด้วย ดูไปด้วย ตามแนววิชาคล้ายบทก่อนๆ ไม่ยากอะไร ? เพราะตำราก็บอกแล้วว่า

     (๑.) ภพมีสิบศูนย์ตรงกันหมด ไม่ว่าจะเป็นภพใหญ่หรือภพน้อยหรือภพในกาย ตรงนี้เองคือความง่ายในการเดินวิชาของเรา ศูนย์ของเครื่องก็เช่นเดียวกัน ก็มีสิบศูนย์ตรงกัน ไม่ว่าเครื่องใหญ่หรือเครื่องย่อยหรือเครื่องในกายของเรา มีความเกี่ยวข้องกันเหมือนลูกโซ่

     (๒.) เครื่องทั้งปวงนี้ มีอำนาจปกครองกำเนิดเดิมของมนุษย์ด้วย (จงอ่านประโยคที่ว่า ภพนั้นจะมีมากเท่าไรก็ตาม ก็มีศูนย์ตรงกันหมดทุกภพ แม้เครื่องใหญ่และเครื่องย่อย และสภาพอื่นๆ อีกก็เหมือนกัน ของอย่างเดียว จะมีสักเท่าไรก็ตาม ศูนย์กลางนั้นย่อมตรงกันหมด และมีอำนาจปกครองมาถึงดวงกำเนิดมนุษย์ทั้งสิ้น ท่านเข้าใจอย่างไร ? มีความหมายตามข้อ ๒ นี้)

     (๓.) ตำราแนะนำวิธีเดินเครื่องไว้ว่า ให้เดินเครื่องใดก่อนหลัง นี่คือความรู้สำคัญที่เราต้องใส่ใจจำ

     ท่านกำชับให้เดินเครื่อง “สิทธิ” ก่อนเครื่องอื่นใด เพราะเครื่องสิทธิทำหน้าที่ปกครองเครื่องอื่นทั้งปวงให้สำเร็จหมด ลำดับต่อมาให้เดิน เครื่องอำนาจ-เครื่องบุญ-เครื่องบารมี-เครื่องรัศมี-เครื่องกำลัง-เครื่องฤทธิ์ เป็นลำดับไป แล้วจึงมาเดินเครื่องที่ค้างอยู่ต่อไป

 

ปัญหาใหญ่เรื่องนี้คืออะไร ?

     หลวงพ่อสอนถูกแล้ว ให้เราเดินเครื่องลำดับจากเครื่องใหญ่มาก่อน แล้วเครื่องใหญ่จะเกี่ยวโยงมาถึงเครื่องย่อยเป็นอัตโนมัติ แล้วเหตุใดชีวิตของเราจึงไม่ดีขึ้นจริง ? ชีวิตของเราประสบผลแห่งความดีบ้างไม่ดีบ้าง เหตุใดจึงดีไม่ตลอด ? ทั้งๆ ที่เรามีความรู้ในการเดินเครื่องแล้ว คำตอบก็คือ มารยังปกครองอายตนะนิพพานอยู่ คือปกครองพระพุทธเจ้าในนิพพาน เรียกว่าปกครองใหญ่ ส่วนปกครองย่อยได้แก่กามภพ รูปภพ และอรูปภพ คือสวรรค์ ๖ ชั้น หรือที่เราเรียกว่าทิพย์ พรหม ๑๖ ชั้น และอรูปพรหม ๔ ชั้น รวมทั้งมนุษย์ด้วย ก็ถูกมารปกครองด้วย สรุปแล้วมารเขาปกครองทั้งหมด

     ดังนั้น เครื่องใหญ่และเครื่องย่อยของธรรมภาคขาวทั้งปวง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ? ธรรมภาคมารเขาจะสอดแทรกทั้งนั้น ตรงไหนที่มารเขาแทรกได้ ? ตรงนั้นเราจะไม่ดี ! ตรงไหนที่มารแทรกไม่ได้ ? ตรงนั้นเราจะดี ! นี่คือคำตอบ ข้าพเจ้าตอบชัดเจนแล้ว ดังนั้น สรุปความรู้เรื่องเครื่องก็คือ ให้เราแก้วิชามารที่เกี่ยวกับเครื่อง นั่นเอง

 

การเดินวิชา

     ไม่ยากแล้ว เพราะบทก่อนเราทำมาแล้ว นั่นคือเดินวิชาเป็นอนุโลมปฏิโลม เข้านิพพานไปลึกๆ แล้วปฏิโลมวิชาให้กายใสก่อน พอกายใสแล้ว ก็เดินวิชาดูภพของอายตนะนิพพานก่อน เอาภพนอกตัวก่อน นั่นคือ นึกดูกำเนิดเดิมของนิพพาน เห็นศูนย์กำเนิดของนิพพานแล้ว หยุดนิ่งกลางดวงธรรมกายธรรมพระอรหัตละเอียด ให้กำเนิดของกายธรรมซ้อนกับกำเนิดของนิพพาน แล้วก็เดินเครื่อง ๘ เครื่องตามตำรา ลำดับจากกายธรรมพระอรหัตละเอียด ถอยหลังมาหากายธรรมพระอรหัตหยาบ ถอยหลังเรื่อยมาจนถึงกายอรูปพรหมละเอียด เอาสิบศูนย์ของภพอรูปพรหม ๔ ชั้น ให้ซ้อนสับกับสิบศูนย์กายอรูปพรหมละเอียด ให้สิบศูนย์ของภพพรหม ๑๖ ชั้น ตรงกับสิบศูนย์ของกายพรหมละเอียด แล้วก็เดินเครื่อง ๘ เครื่อง แล้วถอยหลังมาถึงกายทิพย์ละเอียด ให้สิบศูนย์ของกายทิพย์ละเอียด ตรงกับสิบศูนย์ของภพทิพย์ แล้วก็เดินเครื่อง ๘ เครื่อง แล้วเดินวิชาถอยหลังมาถึงกายมนุษย์ตัวเรา แล้วก็เดินเครื่อง ๘ เครื่อง เรื่องเดินวิชาก็จบแค่นี้

วิจารณ์

     ภพในกายกับภพนอกกายตรงกัน ไม่ว่าภพน้อยหรือภพใหญ่ ขั้นตอนการเดินวิชา ท่านจะเดินอย่างละเอียดก็มีสิทธิ์ทำได้ ข้าพเจ้าเพียงแต่แสดงแนวเดินวิชาให้ดูเท่านั้นว่า แนวการเดินวิชาจะต้องเป็นแนวนี้ ท่านอาจมีความเห็นว่า ขั้นตอนการเดินวิชาระดับนิพพานนั้น ควรเดินวิชาจากกายธรรมพระอรหัตละเอียดถอยหลังมาถึงกายธรรมโคตรภูหยาบ ถ้าทำได้จะดีมาก ! ขั้นตอนอรูปพรหม ๔ ชั้น ควรเดินวิชาทั้งกายอรูปพรหมละเอียดและอรูปพรหมหยาบ ถ้าทำได้นับว่าดีมาก ! และในขั้นตอนสวรรค์ ๖ ชั้น ให้เดินวิชาทั้งกายทิพย์ละเอียดและทิพย์หยาบ ถ้าทำได้จะดีมาก ! และในขั้นตอนเดินวิชาที่กายมนุษย์นั้น ให้เดินวิชาที่กายมนุษย์ละเอียดด้วย ก็ชอบที่จะทำอย่างนั้น

 

(๑๑.๑๑) อธิบายเรื่องความละเอียดของเครื่อง

     คำว่า “หยาบ” หมายความว่า รู้เห็นได้ด้วยรู้ญาณทัสสนะของกายธรรม

     คำว่า “ละเอียด” หมายความว่า รู้เห็นได้ยากเพราะความละเอียด ยิ่งละเอียดมากก็ยิ่งเห็นได้ยากขึ้นไปอีก

     บทนี้เป็นความรู้เสริมเพิ่มเติมปัญญา นอกจากเครื่องสำคัญ ๘ เครื่องแล้ว ยังมีเครื่องสำคัญที่ตำราสอนไว้ คือ เครื่องตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า-เครื่องนิโรธ-เครื่องตรัสรู้ในนิโรธ-เครื่องคำนวณ-เครื่องบุญศักดิ์สิทธิ์-เครื่องบาปศักดิ์สิทธิ์ เราต้องเรียนรู้ไว้

     คราวนี้เรามาดูประวัติปุณณเศรษฐีไถนาเป็นทองคำ เราเชื่อหรือไม่ ? ถ้าไม่เชื่อ ก็จงดูจังหวัดจันทบุรี ขุดดินลงไปเจอพลอย หรือในเมืองพม่าขุดดินลงไปเจอก้อนหยกราคาแพง หรือไปเมืองฝรั่งเดินไปบนภูเขาพบหินเพชร แล้วเรื่องอย่างนี้เราจะคิดอย่างไร ? เราเคยได้เห็นข่าวบ่อยๆ ว่า สามล้อถูกหวยรางวัลที่ ๑ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องบุญศักดิ์สิทธิ์ทั้งนั้น ส่วนเรื่องธรณีสูบนั้นเป็นเรื่องบาปศักดิ์สิทธิ์

 

คำถามท้ายบทเรื่องเครื่อง

     ๑. เครื่องคืออะไร ? มีส่วนประกอบสำคัญอะไรบ้าง ? เครื่องของฝ่ายใดเข้าไส้สุดละเอียดได้ ฝ่ายนั้นก็ชนะ คำว่า “ไส้” หมายความว่าอะไร ?

     ๒. เครื่องของมนุษย์มีเครื่องอะไรบ้าง ? จงบอกมาให้ครบ

     ๓. จงแสดงการเดินวิชาเพื่อดูเครื่องของมนุษย์มาดู

     ๔. คำว่า อากาศโลก ขันธโลก สัตวโลก หมายถึงอะไร ? จงแสดงการเดินวิชามาให้ดู

     ๕. สวรรค์ ๖ ชั้น สูงชั้นละเท่าไร ? พรหม ๒๐ ชั้น หมายถึงอรูปพรหม ๔ ชั้นด้วยนั้น สูงชั้นละเท่าไร ? การแบ่งระดับของอายตนะนิพพานและการแบ่งระดับของสวรรค์ ๖ ชั้นและพรหม ๒๐ ชั้นนั้น เขาแบ่งระดับไว้อย่างไร ?

     ๖. เครื่องของสัตว์มีเครื่องอะไรบ้าง ?

     ๗. เครื่องใหญ่และเครื่องย่อย มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร ? จงอธิบาย

     ๘. จงแสดงการเดินวิชาตามข้อ (๑๑.๕) มาดู (มี ๔ เครื่อง ; เครื่องในข้อที่ ๔ มี ๑๒ เครื่อง ตั้งแต่ข้อ ก. ถึงข้อ ฏ.)

     ๙. การแก้ไขเพื่อให้คนประพฤติดีประพฤติชอบตามคำสอนของพระบรมศาสดานั้น ท่านมีวิธีแก้อย่างไร ?

     ๑๐. การตรวจดูบุคคลว่าใครดีหรือไม่ดีนั้น ท่านมีวิธีดูอย่างไร ? จงอธิบาย

     ๑๑. เครื่องปกครองสูงสุดมี ๘ เครื่องนั้น คือเครื่องอะไรบ้าง ? วิธีเดินเครื่องสำคัญที่ว่านี้ ตำราเสนอแนะไว้อย่างไร ?

     ๑๒. คำที่ว่า “ภพนั้นจะมีมากเท่าไรก็ตาม ก็มีศูนย์ตรงกันหมดทุกภพ แม้เครื่องใหญ่และเครื่องย่อย และสภาพอื่นๆ อีกเหมือนกัน ของอย่างเดียว จะมีสักเท่าไรก็ตาม ศูนย์กลางย่อมตรงกันหมด” คำกล่าวนี้มีความหมายอย่างไร ? จงอธิบาย

     ๑๓. จงแสดงการเดินวิชาเครื่องใหญ่ในภพใหญ่มาสู่ภพย่อย คือการเดินวิชาเครื่องจากอายตนะนิพพาน ส่งเครือข่ายอรูปพรหม ๔ ชั้น ผ่านพรหม ๑๖ ชั้น ผ่านสวรรค์ ๖ ชั้น จนกระทั่งมาสู่กายมนุษย์

     ๑๔. เรามีความรู้ในการเดินเครื่องแล้ว แต่เหตุใดมนุษย์เราจึงมีชีวิตที่ประสบความสำเร็จบ้างและไม่ประสบความสำเร็จบ้าง ? เป็นเพราะเหตุใด ? จงอธิบาย

     ๑๕. คำว่า “บุญศักดิ์สิทธิ์กับบาปศักดิ์สิทธิ์” นั้น มีอานุภาพส่งผลในขอบข่ายอย่างไร ?

     ๑๖. จงอธิบายความหมายของเครื่องต่อไปนี้ เครื่องสิทธิ เครื่องตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า เครื่องนิโรธ เครื่องตรัสรู้ในนิโรธ เครื่องคำนวณ

     ๑๗. ท่านเรียนเรื่องเครื่องมาแล้วในบทเรียนนี้ ท่านเกิดความคิดอะไรบ้าง ?

          (ไม่ว่าอะไร ! ทำเป็นเครื่องทั้งนั้น ! เวลามารเข้ายึดอำนาจปกครอง มารเขามายึดที่เครื่อง นี่คือคำตอบ เวลาตอบอย่าดูเฉลย)

สารบัญ 

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:ผู้เยี่ยมชม
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressLoad Image from WebBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Friday, 24 November 2006 )
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Add to Google


หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org