|
บทที่ ๗ ต้นธาตุสายดำ ความรู้บทเรียนนี้แบ่งออกเป็นหมวดได้ ดังนี้ (๗.๑) ต้นธาตุสายดำเรียกได้ ๓ แบบ (๗.๒) วิชชาฝ่ายดำที่มาทำในฝ่ายขาว (๗.๓) วิธีแก้วิชชาของฝ่ายดำ ต้นธาตุสายดำเรียกได้ ๓ แบบ คือ ๑.) เรียกว่า เจ้าโลก ๒.) เรียกว่า เจ้าต้นธาตุธรรม ๓.) เรียกว่า เจ้ากรรม ( จบข้อ (๗.๑) เพียงนี้ ) ต้องเข้าใจก่อนว่า สายขาวมีอะไร ? สายดำหรือภาคมารก็มีอย่างนั้น ! สายขาวมี ๑๘ กาย สายดำก็มี ๑๘ กายด้วย เรามีจักรพรรดิกายสิทธิ์ สายดำก็มีด้วย เรามีพระพุทธเจ้า ภาคมารเขาก็มีด้วย เรามีผู้ปกครอง ภาคมารเขาก็มีด้วย เรามีต้นธาตุ ภาคมารเขาก็มีด้วย สรุปแล้ว มีเหมือนกัน ความต่างกันในประการแรก ก็คือสี ภาคขาวสีขาว ภาคมารสีดำและสีตะกั่ว ความต่างกันที่สำคัญ คือ มารเขามีอานุภาพมากกว่าภาคขาว เขาเก่งกว่า หลวงพ่อท่านพูดว่า มารเขาแข็งกว่า เราก็ได้อ่านโอวาทของหลวงพ่อมาแล้ว เราคงเข้าใจ มารเขาเป็นเจ้าโลก เป็นเจ้าธาตุเจ้าธรรม สายขาวอยู่ในปกครองของเขา เราจึงเป็นรองเขา เราทำวิชาปราบมารก็เพื่อจะเรียกเอกราชกลับคืน ต้องทราบให้ถูกต้องว่า อายตนะนิพพานของภาคขาวนั้น มารเขาปกครอง แม้ทิพย์-พรหม-อรูปพรหม มารเขาก็ปกครอง แม้จักรพรรดิและกายสิทธิ์ มารเขาก็ปกครอง นี่คือ มารเขาเป็นเจ้าโลก เป็นเจ้าธาตุเจ้าธรรม ข้าพเจ้าทำวิชาปราบมารมาแล้ว ๑๘ ปี แต่งตำราปราบมารได้ ๕ ภาค ขอให้พวกเราหามาอ่านให้ครบทุกภาค แล้วจะได้ความรู้มากมาย ต้องทราบให้ตรงกันว่า ถ้าถูกมารปกครองแล้วเดือดร้อนทั้งนั้น หากสายขาว (พระ) ปกครองแล้วเป็นสุขทั้งนั้น การที่มนุษย์ แก่ เจ็บ (เป็นโรค) ตาย นั้น เป็นฝีมือของสายดำทั้งสิ้น รบราฆ่าฟันกันทุกวันนี้ ก็ฝีมือมารทั้งนั้น ทุคติภูมิคือ นรก อเวจี และโลกันต์ นั่นคือ ภพภูมิที่มารเขาสร้างไว้ทรมานมนุษย์ อยากรู้ให้ลึกกว่านี้ ก็ต้องอ่านตำราปราบมารภาค ๑-๒-๓-๔-๕ ของข้าพเจ้า มารเขาข่มเหงรังแก พระพุทธเจ้าของเรามานานแล้ว เขารังแก ทิพย์-พรหม-อรูปพรหม รังแกจักรพรรดิกายสิทธิ์ของสายขาว มานานแสนนานแล้ว พวกเราหมดกันทั้งโลกไม่มีใครรู้เลย ! คิดแต่ว่ามันเป็นธรรมชาติ ! มันเป็นเรื่องของโลก ต่อเมื่อเราเป็นธรรมกายแก่กล้า จึงจะรู้เรื่อง หากเป็นธรรมกายเหมือนกัน แต่เป็นวิชาแบบไม่แก่กล้า จะไม่รู้อะไรทั้งนั้น ข้าพเจ้าทำวิชาปราบมารมานานถึง ๑๘ ปี (นับถึงปี ๒๕๔๔) ได้รู้เห็นว่า มารเขาปกครองภาคขาวทั้งหมด เดือดร้อนกันหมด แม้ในนิพพาน ในทิพย์-พรหม-อรูปพรหม ก็เดือดร้อน มนุษย์ในโลกก็เดือดร้อน แต่มนุษย์ไม่รู้เรื่องนี้เลย มารเขาปกครองด้วยวิชา วิชาของภาคขาวสู้วิชาของสายดำไม่ได้เลย แพ้กันมากมาย ดังที่หลวงพ่อได้บอกให้เราทราบ วิชาที่มารกระทำต่อฝ่ายขาวมีดังนี้ การที่ฝ่ายดำทำเช่นนั้น เพื่อยึดอำนาจสิทธิ มีขั้นตอนในการส่งวิชชากัน เป็นขั้นเป็นตอน ดังนี้ (๑.) เริ่มแรก เขาจะส่ง “เสียง” มาก่อน แล้วจึงต่อด้วย แลบ-ลั่น-ระเบิด-ผ่า เข้ามายึดเพื่อให้เราสะเทือน หวั่นไหว ตกใจ แล้วก็ฉวยโอกาสเข้ายึดสุดละเอียดของเรา เพื่อให้เราอยู่ในปกครองของเขา เมื่อเขายึดได้แล้ว เราก็อยู่ในอำนาจของเขาทันที (๒.) ลำดับต่อไป เขาก็ส่งวิชชาเป็น เสริม-เติม-ต่อ-รอ-ตัด-ปัด-ปิด-ดึง-ดูด-ย่อย-แยก-ปะทะ-ขวางกัน (จงจำวิชาตรงนี้ไว้ให้แม่น) ทำให้สุดละเอียดของเรากว้างขึ้น หรือเผินลอยขึ้น เมื่อเราแก้วิชชาของเขาให้หยาบลง (ดูวิธีแก้วิชชาของฝ่ายดำในหัวข้อถัดไป) มารเขาก็จะทำงานไม่ได้ผล แล้วเขาก็จะส่งวิชชาระยะที่สามมาอีก คือ (๓.) หุ้ม-เคลือบ-เอิบ-อาบ-ซึม-ซาบ-ปน-เป็น-สวม-ซ้อน-ร้อยไส้-ดับ-ลับ-ขาด-ตอน-ซ่อน-หาย-สุด-หมด-ไม่มี-ว่าง-เปล่า-ดับ-ลับ-หาย-สูญ-สิ้นเชื้อ-ไม่เหลือเศษ-รองธาตุ-รองธรรม (จงจำวิชาเหล่านี้ให้ได้หมด) คือเขาถอนธาตุธรรมของเขาออกเสีย เพื่อให้เราเข้าใจผิดว่า เราแก้วิชชาของเขาจนหมดวิชชาของภาคกลางและวิชชาของภาคดำแล้ว คือถึง สิ้นเชื้อ-ไม่เหลือเศษ แล้ว เราก็จะเห็นธาตุธรรมสะอาดดี จึงสำคัญผิดไปว่าตนเองหมดกิเลสแล้ว ที่แท้เขายังส่ง รองธาตุ-รองธรรม มาซ่อนอยู่ เพื่อให้เราสำคัญผิดไปโดยไม่รู้สึกตัว เพื่อจะได้ไม่แก้วิชชาของเขาอีกต่อไป นี่คือชั้นเชิงการทำวิชชาของมารเขา (๔.) ระยะที่สี่ เป็นระยะที่มารเขาส่งวิชชามาอีก คือ ยืด-ใย-ยนต์-วิทยุ-อายตนะ เป็นวิชชาที่ฝ่ายขาวเดินวิชชาเพื่อแก้วิชชาของมาร เมื่อจะดูวิชชาของเขา ให้ทำดังนี้ (๑.) ต้องต่อแว่น-ต่อกล้อง-ต่อญาณ-ต่อทุกสี-ทุกสาย-ทุกกาย-ทุกวงศ์-ทุกองค์ แล้วทับทวีหลายชนชั้นเท่า นับอายุมนุษย์-ทิพย์-พรหม-อรูปพรหม-กายธรรม-กัลป์-มหากัลป์-อสงไขย-อายุธาตุ-อายุบารมี แล้วเข้าไปในความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าในอดีต น้อมมาสู่ปัจจุบัน แล้วน้อมต่อไปในอนาคต จึงจะได้เห็น “ต้นวิชชาของเขา” (ฝ่ายดำ) ที่ทำมาแล้วได้ ในอดีต ในปัจจุบัน ในอนาคต นับชาติไม่ถ้วนในสัตว์โลก ขันธโลก อากาศโลก เซฟ ภพ ๓ โลกันต์ ปราสาท เครื่องของธาตุธรรม เขตธาตุเขตธรรม (๒.) เมื่อพบแล้วเท่าใด ให้คำนวณเข้ามาในศูนย์กลางกายมนุษย์พิเศษทั้งหมด แล้วพิสดารกาย พิสดารธาตุ-ธรรม ล้มกายเป็นเหตุวิชชาทั้ง ๑๙ อย่าง คือ สุด-หมด-ไม่มี-ว่าง-เปล่า-ดับ-ลับ-หาย-สูญ-สิ้นเชื้อ-ไม่เหลือเศษ-หล่อเลี้ยง-เป็นอยู่-ปราสาท-เหตุรส-เหตุชาติ-เหตุไอ-เหตุแก๊ส-เหตุแก๊สกรด เป็นเถา-ชุด-ชั้น-ตอน-ภาค-พืด เป็นจองถนน-พิสดาร-ปาฏิหาริย์-ทับทวี ทบไปทวนมา ซ้อนสับทับทวีจนสุดหยาบ-สุดละเอียด นับอายุธาตุ-นับอายุบารมีไม่ถ้วน ทุกสี-ทุกสาย-ทุกกาย-ทุกวงศ์-ทุกองค์ เพื่อกลั่นธาตุธรรมให้ใสสะอาด พลิกธาตุธรรมของเขาให้มาอยู่ในปกครองของเราให้หมด (ต้องจำวิชาตรงนี้ ท่องให้ได้ทั้งหมด เพราะเราต้องใช้ไปตลอดชีวิตของเรา จบบทที่ ๗ เรื่องต้นธาตุสายดำ เพียงนี้) | การเรียกชื่อธาตุธรรมสายดำ | มีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น ภาคมาร ภาคดำ ภาคบาป ภาคอกุศล มิจฉาทิฏฐิ อกุศลาธัมมา ฝ่ายชั่ว | การเรียกชื่อธาตุธรรมสายขาว | มีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น ภาคพระ ภาคขาว ภาคบุญ ภาคกุศล กุศลาธัมมา ฝ่ายดี สัมมาทิฏฐิ | การเรียกชื่อธาตุธรรมสายกลาง | มีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น อัพยากตาธัมมา ภาคกลาง ภาคไม่บุญไม่บาป ฝ่ายไม่ดีไม่ชั่ว | ทำไมจึงต้องมีการยึดอำนาจปกครอง ? | ให้เรามาพิจารณาทางโลกกันก่อน ในทางโลกของเรา มีประเทศมหาอำนาจล่าเมืองขึ้น คือ เขาส่งทหารเข้าไปปกครองประเทศที่อ่อนกำลังกว่า ประเทศในปกครอง เรียกว่า ประเทศเมืองขึ้น คือต้องไปขึ้นอยู่กับประเทศที่เป็นนาย ซึ่งเป็นประเทศที่มีอานุภาพทางทหาร มีอานุภาพทางอาวุธ ประเทศในปกครองจะต้อง ส่งเครื่องบรรณาการ คือ เงินภาษี หรือสินค้า หรือทรัพยากร ที่เขาต้องการ ประเทศในปกครองต้องส่งต่อประเทศมหาอำนาจ ทั้งที่ไม่อยากจัดส่งให้ คราวนี้มาดูทางธรรมบ้าง ธาตุธรรมสายใดมีวิชาดี ก็ข่มเหงสายธาตุธรรมที่มีวิชาด้อยกว่า การบังคับนั้น เขาบังคับด้วยความรู้ ตือด้วยวิชา ถ้าบังคับได้แล้ว ผู้ที่อยู่ในบังคับต้องสูญเสียดวงบารมีให้แก่เขา นอกจากเสียดวงบุญบารมีแล้ว ยังถูกลงโทษอีกด้วย เช่น มารเขาเอาวิชาทุกข์กับสมุทัยมาบังคับ ให้มนุษย์ แก่-เจ็บ-ตาย นี่คือการลงโทษของมาร มนุษย์ทุกคนต้องแก่ ต้องเจ็บไข้ และต้องตายทุกคน ไม่เว้นใครเลย ! คราวนี้กลับไปดูอายตนะนิพพานบ้าง มารเขาก็ปกครองนิพพานด้วย พระพุทธองค์และผู้ได้มรรคผลนิพพานเดือดร้อนกันทั้งนั้น แม้จักรพรรดิที่อยู่ในอายตนะนิพพานก็ถูกมารปกครองด้วย เดือดร้อนทั้งนั้น ไม่มีใครเลยที่ไม่เดือดร้อน เดือดร้อนกันหมด แม้ในภพภูมิสุคติของเรา คือ ทิพย์-พรหม-อรูปพรหม ก็ถูกมารปกครอง ได้รับความเดือดร้อนทั้งนั้น ถามว่าในโลกของเรานี้ มีใครรู้เรื่องนี้ไหม ? ตอบว่า ไม่มีใครรู้ ! แต่หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านรู้ เพราะท่านบรรลุธรรมชั้นสูง ท่านจึงเห็นจึงรู้ ท่านบอกเรา ท่านสอนเรา เราจึงรู้ ! ได้แก่ความรู้ชั้นสูงที่เรากำลังเรียนอยู่ขณะนี้ นั่นเอง ทำไมเราจึงต้องมาเรียนรู้เรื่องยากๆ เช่นนี้ ? คำตอบก็คือ เราเรียนรู้ก็เพื่อจะได้รู้วิธีป้องกันตัว เพราะมารเขาข่มเหงรังแกเราอยู่ทุกลมหายใจอยู่แล้ว แต่พวกเราไม่รู้ตัวว่าถูกมารรังแก แม้เราแก่ขึ้นทุกวัน เป็นโรคต่างๆ เจ็บไข้กันทุกวัน ตายกันทุกวัน ในสังคมมนุษย์ทุกวันนี้ เห็นเบียดเบียนกัน ฆ่ากัน เกิดภัยธรรมชาติ ถามว่า ทุกข์ร้อนเหล่านี้มาจากไหน ? ตอบว่าเป็นผลงานของมารเขาทั้งนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ เป็นเรื่องที่มารเขาทำทั้งนั้น แต่มนุษย์เห็นว่าเป็นเรื่องของธรรมชาติ เห็นว่า การแก่ชรา การเจ็บ การป่วยไข้ การตาย เป็นเรื่องของธรรมชาติ และเห็นว่า การเกิดกลียุค การเกิดภัยธรรมชาติ การข่มเหงรังแกกันในหมู่มนุษย์ เป็นเรื่องธรรมชาติ นับว่าเป็นการเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวง นับว่าเป็นความรู้ที่ผิดพลาดอย่างมาก ผู้ที่มีความเห็นถูกต้อง คือ พระบรมศาสดา ทรงบอกว่า นี่คือผลงานที่มารเขาทำให้เป็นไป บังเอิญหลวงพ่อวัดปากน้ำได้เห็นธรรมชั้นสูง ธรรมนั้นเป็นสื่อกลางให้หลวงพ่อได้เรียนรู้ หลวงพ่อก็เรียนรู้ต่อไป จึงได้ความรู้ว่า การแก่-เจ็บ-ตายของมนุษย์ ไม่ใช่เรื่องธรรมชาติ แต่เป็นผลงานของมารที่เขาทำวิชาบังคับมนุษย์ แต่มนุษย์ไม่รู้ การเกิดสงครามก็ดี การเกิดกลียุคก็ดี การข่มเหงรังแกกันในสังคมมนุษย์ก็ดี เป็นผลงานของมารที่เขาทำวิชาปกครองนุษยโลกทั้งสิ้น ไม่ใช่เรื่องเป็นขึ้นเองโดยธรรมชาติเลย แต่การบังคับของมารนั้น เขาบังคับ ๒ ระดับ คือระดับอายตนะนิพพาน และระดับภพ ๓ หมายความว่า ในนิพพานของภาคขาวมีเท่าไร ? มารเขาก็ไปบังคับไปปกครอง และระดับภพ ๓ ซึ่งหมายถึง ทิพย์หรือสวรรค์ ๖ ชั้น – พรหม ๑๖ ชั้น – อรูปพรหม ๔ ชั้น – และมนุษยโลก มารเขาก็บังคับและปกครองทั้งหมด สรุปแล้ว ไม่มีใครพ้นมือมารเลย ! ดังนั้น พวกเราไม่ว่าใครเดือดร้อนกันหมด วิธีบังคับ เขาใช้วิชาบังคับ เรียกว่า วิชาปกครอง คือ บังคับได้หมด ปกครองได้หมด บังคับอะไร ? ตอบว่าบังคับใจ เมื่อบังคับได้แล้ว ก็แปลว่าไม่มีอะไรเหลือแล้ว ภาคขาวมีอะไร เท่าไร ? มารก็ลอกคราบเอาไปได้ทั้งหมด บุญบารมีมีเท่าไร ? มารเขาก็ลอกคราบเอาไป เช่นเดียวกับประเทศมหาอำนาจบังคับประเทศที่อยู่ในปกครองในโลกมนุษย์ของเรา นั่นเอง วิชาปกครองของมารนั้น เปรียบไปแล้วก็เหมือนกฎหมายของบ้านเรา เมื่อประกาศกฎหมายออกมาแล้ว มีผลบังคับใช้ทั้งนั้น ใครไม่เห็นด้วย ? ก็ต้องปฏิบัติตาม ! ต้องไปเสียภาษีให้แก่รัฐทั้งนั้น วิชาปกครองของมารนั้น เมื่อเขายิงวิชาที่มนุษยโลก วิชานั้นก็มาบังคับใจของมนุษย์ทันที เช่น วิชาทุกข์และวิชาสมุทัย เป็นต้น เมื่อมารเขาปล่อยวิชามาแล้ว วิชาก็ทำงานให้มนุษย์ “แก่-เจ็บ-ตาย” ไม่มีใครพ้นวิชาของเขาได้เลย ! เกิดเท่าไรตายเท่านั้น ! ไม่มีรอดแม้แต่คนเดียว อานุภาพของวิชา ก็เหมือนกับเรายิงปืนใหญ่ออกไป ลูกปืนไปตกที่ใด ? ก็มีผลทำลายที่นั่น วิชาปกครองของมารนั้น พระพุทธองค์ทรงพากเพียรคิดแก้ไขอยู่แล้วว่า จะแก้วิชาของมารได้อย่างไร ? พากเพียรเรียนแก้กันมาทุกยุคทุกสมัย หากเราแก้ได้ เราก็พ้นภัย หากเรายังแก้ไม่ได้ เราก็ทุกข์ร้อนกันอยู่อย่างนี้ | ความคิดและงานของธาตุธรรม ๓ สาย | ไม่มีใครเรียนรู้กันเลยว่า มารกับธาตุธรรมสายขาวมีความคิดอย่างไร ? มีงานในหน้าที่อะไรบ้าง ? รวมทั้งธาตุธรรมสายกลางด้วยว่า เขามีความคิดอย่างไร ? มีงานในหน้าที่อะไรบ้าง ? เหตุผลที่ไม่มีการเรียนรู้ เป็นเพราะรู้เห็นได้ยาก ไม่ใช่เป็นความรู้ที่ใครๆ จะเรียนได้ง่ายๆ เหมือนการเล่าเรียนวิชาในทางโลกเลย ผู้ที่จะเรียนได้รู้ได้ จะต้องเป็นผู้มีบารมีธรรมชั้นสูงเท่านั้น เพราะจะต้องเข้าถึงธรรมชั้นสูง จึงจะรู้เห็นความรู้ยากๆ เหล่านั้นได้ ก็มีเพียงหลวงพ่อวัดปากน้ำรูปเดียวเท่านั้นที่ไปรู้ไปเห็น ท่านไปรู้ไปเห็นความรู้เหล่านั้นแล้ว ก็นำความรู้นั้นมาบอกพวกเรา ความคิดและงานของธาตุธรรม ๓ สายไม่เหมือนกัน ดังนี้ สายขาว มีความเห็นว่า มนุษย์มีใจสงบระงับ จึงจะดี มนุษย์มีสภาพใจใส เข้าถึงธรรมได้ จึงจะดี ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา จึงจะดี สายดำ มีความเห็นว่า มนุษย์มีใจมืดบอดจึงจะดี มนุษย์มีสภาพใจขุ่นมัว ไม่เห็นธรรมจึงจะดี ให้ลักขโมยปล้นจี้คดโกงเขากิน เป็นคนทุศีล เจริญวิชาเดรัจฉาน จึงจะดี สายกลาง มีความเห็นว่า มนุษย์อยู่เฉยๆ คือบุญไม่ทำกรรมไม่สร้าง จึงจะดี นี่คือความคิดของธาตุธรรม ๓ สาย สายขาว มีหน้าที่ สอนมนุษย์ให้ทำใจสว่างใส ให้เจริญอยู่ในหลักของ ทาน-ศีล-ภาวนา ให้มนุษย์ได้มรรคผลนิพพาน ไม่เวียนว่ายตายเกิด ให้มนุษย์อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข สายดำ มีหน้าที่ สอนมนุษย์ให้ผิดศีลธรรม ดำรงชีวิตอยู่ด้วยการคดโกงปล้นจี้ ให้เวียนว่ายตายเกิด ให้เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย เป็นโรคเป็นภัย เกิดสงคราม เกิดกลียุค เกิดภัยธรรมชาติ ติดยาเสพย์ติด เรียนวิชาเดรัจฉาน สายกลาง มีหน้าที่ สอนมนุษย์ให้ทำดีบ้าง ทำชั่วบ้าง อยู่เฉยๆ บ้าง ฝ่ายใดมีกำลังก็เข้ากับฝ่ายนั้น โอนเอนไปตามบรรยากาศ หาความแน่นอนอะไรไม่ได้ นี่คือผลงานของธาตุธรรม ๓ สาย | ทำไมจึงแย่งอำนาจปกครองกัน ? | พระพุทธเจ้าสายขาวสงสารมนุษยโลก ที่ถูกมารถล่มให้แก่-เจ็บ-ตาย เป็นโรคเป็นภัย เกิดสงคราม เกิดกลียุค ท่านมาช่วยมนุษย์ แต่ก็ถูกมารกีดกัน พระองค์ทำงานไม่ถนัด เพราะมารเขาไม่ยอม เขาต่อสู้อย่างสุดกำลัง จึงทำวิชาแย่งอำนาจปกครองกัน เพราะมารเห็นว่า มนุษย์คืออู่ข้าวอู่น้ำของเขา เขาอยู่ได้เพราะมนุษย์ ได้เวลาเขาก็มาระเบิดเอาดวงบุญไป โดยที่เราไม่รู้ตัวเลย ได้เวลาเขาก็มาบังคับให้แก้บน ได้เวลาเขาก็บังคับให้เซ่นไหว้ เราว่าเราเซ่นไหว้บรรพบุรุษตามประเพณี เอาเข้าจริงผีปู่ย่าตายายไม่ได้กิน มารมันกินหมด มนุษย์ก็ไม่รู้ไม่เห็น มนุษย์ได้แต่จุดประทัดเรียก ได้แต่เผากระดาษเงินกระดาษทอง จริงๆ แล้วมารมันมากิน เขาเก่งถึงขนาดว่า บังคับให้เป็นร่างทรง จะเห็นว่าบางจังหวัดเป็นจังหวัดทรงเจ้าเข้าผีไปแล้ว นี่คือมารเขาบังคับได้ทั้งนั้น มารเขาได้ประโยชน์ทั้งนั้น ประโยชน์ไม่เกิดแก่พระพุทธองค์เลย พระพุทธองค์ท่านสงสาร ! อยากช่วย ! แต่ช่วยไม่ถนัด ตามที่บรรยายนี้ กล่าวเฉพาะมารที่มาปกครองมนุษย์เท่านั้น ส่วนประเด็นที่ว่ามารปกครองอายตนะนิพพาน ปกครองทิพย์-พรหม-อรูปพรหม เป็นอีกกรณีหนึ่ง ยังไม่ได้บรรยาย แล้วเราจะได้เรียนในโอกาสต่อไป มาสรุปตรงนี้กันก่อน ถามว่า ตามที่บรรยายมานี้ ในโลกของเรานี้มีใครรู้เรื่องบ้างไหม ? เอาแค่นี้ก่อน ข้าพเจ้าหนักใจ ข้าพเจ้าเชื่อว่าไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย ต่อไปจะถึงบทที่ความรู้เริ่มยากแล้ว ใครที่ไหนจะเรียนรู้ได้ ? ทั้งที่ข้าพเจ้าพยายามเขียนให้ง่ายที่สุด โดยวิชาธรรมกายทุกหลักสูตร ข้าพเจ้านำมาขยายความให้เกิดความง่าย ข้าพเจ้าพยายามทำให้ง่ายอย่างที่สุดแล้ว สารบัญ
Powered by AkoComment 2.0! |