Go to Kayadham Home   
ประชาสัมพันธ์ : เชิญร่วมปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกาย โดยวิธีการที่หาที่ไหนไม่ได้ (หลักสูตรเร่งรัดสำหรับท่านที่มีเวลาน้อย) ณ โฮมเสตย์ เขื่อนท่าด่าน จ.นครนายก 6-7 เมษายน 50 นี้ (ด่วน! รับ 40 ท่าน) อ่านรายละเอียดall.gif
HOME : arrow สื่อธรรมะ : arrow เนื้อหาวิชชาธรรมกาย arrow หลักสูตรระดับสูง arrow วิชชามรรคผลพิสดาร2
วิชชามรรคผลพิสดาร2(21) PDF พิมพ์ ส่งเมล

บทที่ ๔. ธาตุ-ธรรม

     เป็นบทที่มีความรู้ยาว หากพิมพ์ความรู้ทั้งบทหมดเลย แล้วขยายความทีหลังนั้น เห็นว่าไม่ควรทำเช่นนั้น ควรแบ่งความรู้เป็นตอนๆ ถึงตอนใดก็อธิบายตอนนั้น เป็นตอนๆ ไป วิธีนี้เป็นการช่วยข้าพเจ้าด้วย ที่จะให้การพิมพ์น้อยลง ดังนั้น ในการอ่าน ท่านต้องอ่านให้ติดต่อกัน เพื่อประมวลความรู้เข้าด้วยกันว่า บทเรียนนี้ยาว ประกอบด้วยความรู้อะไรบ้าง ? กี่ตอน ? ข้าพเจ้าจะทำหัวข้อไว้ว่า ตำราเดิมเขาแบ่งขั้นตอนของความรู้ไว้อย่างไร ? โดยข้าพเจ้าจะพิมพ์เป็นตอนๆ ไป เสร็จตอนใด ? ข้าพเจ้าก็จะอธิบายเฉพาะตอนนั้น ! จนกว่าจะจบบท นี่คือการทำความเข้าใจกันระหว่างผู้เรียนกับผู้เขียนตำรา เมื่อเข้าใจแล้ว ปัญหาการเรียนก็ไม่มีอุปสรรค

     ความรู้บทเรียนนี้แบ่งออกเป็นหมวด ดังนี้

(๔.๑) นำกายสุดหยาบกายสุดละเอียดมาแยกธาตุแยกธรรม

(๔.๒) การแยกธาตุแยกธรรม

(๔.๓) ธาตุ ๖ ธรรม ๖

(๔.๔) ธาตุเป็น-ธรรมเป็น และ ธาตุตาย-ธรรมตาย

(๔.๕) กำเนิดของธาตุธรรมเดิม

(๔.๖) วิธีดูภพ

(๔.๗) วิธีดูธาตุธรรม

(๔.๘) วิธีนับอสงไขย

 

(๔.๑) นำกายสุดหยาบกายสุดละเอียดมาแยกธาตุแยกธรรม

     แยกกายทั้งหมดดังที่กล่าวมาแล้วทั้งสุดหยาบและสุดละเอียด ให้เป็นธาตุ ๖ ภาค ๑ เป็นธรรม ๖ ภาค ๑, ธาตุสีขาวใสสะอาดอยู่ชั้นนอก และธรรมสีขาวใสสะอาดและละเอียดกว่าธาตุซ้อนอยู่ภายในธาตุ เหมือนดวงตาดำซ้อนอยู่ชั้นในดวงตาขาว หรือเหมือนไข่แดงซ้อนอยู่ชั้นในไข่ขาวเช่นนั้น ทำไปทีละกายๆ จนสุดหยาบสุดละเอียด

     กายทุกกายจะเล็กใหญ่กว่ากันเท่าไรก็ตาม อายตนะ คือ ตา-หู-จมูก-ลิ้น-กาย-ใจ กายเนื้อ หัวใจ ดวงจิต ดวงวิญญาณ ศูนย์กลางกาย กำเนิดธาตุธรรมเดิม เห็น-จำ-คิด-รู้ ธาตุเห็น-ธาตุจำ-ธาตุคิด-ธาตุรู้ ที่ตั้งของ เห็น-จำ-คิด-รู้ ซ้อนตรงกับของกายมนุษย์หมดทุกกาย ซ้อนกันเข้าไปเป็นชั้นๆ ตามลำดับของกายทุกกายจนสุดหยาบสุดละเอียด ตามแบบอย่างซ้อนกายก็ดี อายตนะก็ดี ทุกกายจนสุดหยาบสุดละเอียด เชื่อมสนิทเป็นอันเดียวกันหมด เพราะเหตุนั้นกายมนุษย์จึงตั้งมั่น เพราะซ้อนกันหลายชั้นมากนัก

     เหตุใดกายเล็กกายใหญ่ อายตนะ และเห็น-จำ-คิด-รู้ ที่ตั้งของ เห็น-จำ-คิด-รู้ และธาตุเห็น-ธาตุจำ-ธาตุคิด-ธาตุรู้ และศูนย์กลางกาย จึงตรงกันหมดทุกกาย ? เพราะเหตุว่า กายทุกกายขยายส่วนเล็กใหญ่ได้ทุกกาย เช่นกายเล็กจะให้โตขึ้นไปเท่าไรก็ได้ จะให้เล็กลงมาเท่าไรก็ได้ ส่วนกายใหญ่ก็ย่อส่วนให้เล็กหรือจะขยายให้ใหญ่ได้เช่นเดียวกัน แม้ในเมล็ดพันธุ์ผักกาด พระพุทธเจ้ายังเสด็จเข้าไปเดินจงกรมได้ เมล็ดพันธุ์ผักกาดเล็กเท่าเล็ก ก็เท่าเดิมไม่ใหญ่ขึ้นและก็ไม่เล็กลง พระวรกายของพระพุทธเจ้าก็ไม่เล็กลง เช่นนี้เรียกว่า เป็นอจินไตย อันใครๆ ไม่ควรคิด ฉะนั้น สภาพของกายที่ซ้อนกันอยู่ภายในทั้งเล็กใหญ่ จึงตรงกันหมดทุกกาย

     กายหนึ่งๆ แบ่งเป็น ๓ ฐานทุกกายตลอดกายสุดหยาบสุดละเอียด คือ

     (๑.) แยกที่ตั้ง ของ เห็น-จำ-คิด-รู้ ที่ตั้งโตเท่าฟองไข่ไก่ขนาดกลาง ทั้งก้อนกายเป็นที่ตั้งเนื้อหัวใจ มีขนาดโตเท่ากำปั้นของตน ให้แยกเป็นธาตุ ๖ ภาค ๑ และแยกเป็นธรรม ๖ ภาค ๑ (ข้อนี้ให้แยกที่ตั้ง)

     (๒.) แยกธาตุ คือให้แยก ธาตุเห็น-ธาตุจำ-ธาตุคิด-ธาตุรู้ ออกเป็นธาตุ ๖ ภาค ๑ และแยกเป็นธรรม ๖ ภาค ๑

     (๓.) แยกดวง หรือเรียกว่า เนื้อหนังของ เห็น-จำ-คิด-รู้ ให้แยกเป็นธาตุ ๖ ภาค ๑ และแยกเป็นธรรม ๖ ภาค ๑

          (ก.) ที่ตั้ง กายยาว ๑ วา หนา ๑ คืบ กว้าง ๑ ศอก ท่านให้เอาศีรษะมือศีรษะเท้า (หัวแม่มือและหัวแม่เท้า) ยัดใส่เข้าไปแล้วรีๆ เท่าฟองไข่ไก่ขนาดกลาง ทั้งก้อนกายเป็นที่ตั้งของเห็น อยู่ที่ศูนย์กลางกาย เนื้อหัวใจโตขนาดเท่ากำปั้นของตัวเหมือนดอกบัวตูมเป็นที่ตั้งของจำ ดวงจิตเป็นที่ตั้งของคิด ดวงวิญญาณเป็นที่ตั้งของรู้

          (ข.) ธาตุเห็น ตั้งอยู่ที่ศูนย์กลางกาย โตขนาดเท่าฟองไข่ไก่

                 ธาตุจำ ตั้งอยู่ที่เนื้อหัวใจ โตขนาดเท่าลูกตาขาว

                 ธาตุคิด ตั้งอยู่ที่ศูนย์กลางดวงจิต โตขนาดเท่าดวงตาดำ หรือขนาดเมล็ดพุทธรักษา

                 ธาตุรู้ ตั้งอยู่ที่ศูนย์กลางดวงวิญญาณ เล็กขนาดเท่าดวงแววตาดำ หรือขนาดเท่าหัวไม้ขีดไฟ

     (ค.) ดวงหรือเนื้อหนังของเห็น สัณฐานกลมใสสะอาดบริสุทธิ์ ตั้งอยู่ศูนย์กลางของธาตุจำ ตัวหรือเนื้อหนังแท้ของคิด สัณฐานกลมใสสะอาดบริสุทธิ์ ตั้งอยู่ศูนย์กลางของธาตุคิด ตัวหรือเนื้อหนังแท้ๆของรู้ สัณฐานกลมใสสะอาดบริสุทธิ์ ตั้งอยู่ศูนย์กลางของธาตุรู้

     ท่านให้แยก ที่ตั้ง” ของ เห็น-จำ-คิด-รู้ ออกเป็นธาตุ ๖ ภาค ๑ และแยกออกเป็นธรรม ๖ ภาค ๑ ขั้นตอนต่อมา ให้แยกธาตุของ เห็น-จำ-คิด-รู้ เป็นธาตุ ๖ ภาค ๑ และแยกเป็นธรรม ๖ ภาค ๑ ขั้นตอนต่อมา ให้แยกดวงหรือเนื้อหนังของ เห็น-จำ-คิด-รู้ ออกเป็นธาตุ ๖ ภาค ๑ และแยกเป็นธรรม ๖ ภาค ๑

     ที่กล่าวมานี้เฉพาะกายเดียวเท่านั้น กายอื่นๆ นอกนั้น ก็แยกเป็น ๓ ฐานเช่นนี้เหมือนกัน ทำไปจนสุดกายหยาบกายละเอียด ธาตุเห็น-ธาตุจำ-ธาตุคิด-ธาตุรู้ ซ้อนกันเหมือนกระบอกตาหุ้มลูกตาขาว ตาขาวหุ้มลูกตาดำ ตาดำหุ้มแววตาดำ หรือเหมือนเปลือกไข่ไก่หุ้มไข่ขาว ไข่ขาวหุ้มไข่แดง ไข่แดงหุ้มแววในของไข่แดง ฉะนั้นศูนย์กลางตรงกันหมดทั้ง ๔ ชั้น

     กายซ้อนกันเป็นชั้นๆ เข้าไปทุกทีจนสุดกายหยาบกายละเอียดฉันใด ภพที่มีประจำสำหรับกายทุกกายก็ซ้อนกันอยู่เป็นชั้นๆ เข้าไปทุกที จนถึงภพสุดหยาบสุดละเอียดเช่นกายเหมือนกัน กายหนึ่งๆ ก็มีภพสำหรับอยู่ประจำภพหนึ่งเหมือนกัน ภพหนึ่งๆ แยกเป็นธาตุ ๖ ภาค ๑ เป็นธรรม ๖ ภาค ๑ แยกไปทีละภพๆ จนสุดหยาบสุดละเอียด เช่นเดียวกับแยกกายสุดหยาบสุดละเอียดเหมือนกัน ภพสุดหยาบสุดละเอียดซ้อนกันอยู่ที่ไหน ? ตอบว่า ซ้อนกันอยู่ในกำเนิดธาตุธรรมเดิมของกายมนุษย์ เป็นชั้นๆ ไปจนสุดหยาบสุดละเอียดของภพทั้งสิ้น เหมือนดังกายสุดหยาบกายสุดละเอียดซ้อนอยู่ในกายมนุษย์ทั้งสิ้นเช่นเดียวกัน ส่วนภพมนุษย์ อุปปาติกะ กำเนิดที่ใหญ่กว่ากายมนุษย์ขึ้นไปนั้น ภพของเขาก็หุ้มอยู่นอกกำเนิดธาตุธรรมเดิมของมนุษย์นอกออกไปทุกที จนสุดภพหยาบ เหมือนกับกายมนุษย์หยาบใหญ่โตข้างนอกหุ้มกายมนุษย์เกิดในครรภ์เป็นชั้นๆ ใหญ่โตออกไปทุกทีๆ จนสุดหยาบสุดละเอียด

(จบข้อที่ (๔.๑) เพียงนี้)

 

อธิบายข้อ (๔.๑) เรื่องนำกายสุดหยาบกายสุดละเอียด มาแยกธาตุแยกธรรม



ความรู้เดิม

     จากการที่เราเรียนมาตลอดนั้น เราทราบแล้วว่า เรามีกายสุดหยาบและมีกายสุดละเอียด การเดินวิชาเพื่อเข้าหากายสุดหยาบและการเดินวิชาเข้าหากายสุดละเอียด เราทำมาแล้ว

 

ความประสงค์ของบทเรียน

     ต้องการให้เราแยกธาตุแยกธรรมของกายต่างๆ ของเรา โดยให้แยกส่วนที่เป็นธาตุออกเป็นธาตุ ๖ ส่วนหนึ่ง และแยกอีกส่วนหนึ่งเป็นธรรม ๖ แต่ตำราใช้ถ้อยคำว่า “ภาค” คำว่าภาคในที่นี้ก็คือเป็นส่วนๆ คือแยกออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งเป็นธาตุ อีกส่วนหนึ่งเป็นธรรม การใช้ถ้อยคำว่าธาตุนั้น ท่านใช้ว่าธาตุ ๖ คือ ธาตุดิน-ธาตุน้ำ-ธาตุไฟ-ธาตุลม-อากาศธาตุ (ธาตุอากาศ) –วิญญาณธาตุ ส่วนธรรม ๖ นั้นคืออย่างไร ? นี่คือความข้องใจ เพราะตำราไม่ได้อธิบาย แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ได้หมายความว่าเป็นกายธรรม แล้วจะหมายเอาอะไร ? นี่คือความยาก ! ที่ผู้เรียนตีไม่แตก เมื่ออ่านไม่รู้เรื่องแล้ว การฝึกในภาคปฏิบัติเป็นอันเลิกกัน นี่คือความล้มเหลวของวิชาธรรมกาย

     ตำราท่านอธิบายว่า ธาตุสีขาวใสสะอาดอยู่ชั้นนอก และธรรมสีขาวใสสะอาดและละเอียดกว่าธาตุ ซ้อนอยู่ภายในธาตุ ยกตัวอย่างว่าการซ้อนกันนั้น เหมือนดวงตาดำซ้อนอยู่ชั้นในของดวงตาขาว หรือเหมือนไข่แดงซ้อนอยู่ชั้นในของไข่ขาวเช่นนั้น

     แล้วผู้เรียนอ่านแล้วจะเข้าใจอย่างไร ? นี่คือปัญหา !

 

ลักษณะของฐานที่ ๗

     ด้านหน้าธาตุน้ำ ด้านขวาธาตุดิน ด้านหลังธาตุไฟ ด้านซ้ายธาตุลม ศูนย์กลางธาตุอากาศ และจุดศูนย์กลางคือวิญญาณธาตุ นั่นคือ ถ้าเรามองลงที่ศูนย์กลางของกาย คือมองลงที่วิญญาณธาตุ เราก็เห็นศูนย์ ๖ ศูนย์ นี่คือธาตุ ๖

     แล้วธรรม ๖ คืออะไร ? ตอบว่าที่ดวงธาตุ ๖ นั้น แบ่งเป็น ๒ ส่วน คือส่วนนอกกับส่วนใน ความใสส่วนนอกเป็นธาตุ ส่วนความใสส่วนในเป็นธรรม ๖ คือธาตุมีเท่าไร ? ธรรมก็มีเท่านั้น ! เมื่อบอกว่าส่วนนอกของธาตุ ๖ เป็นธาตุ แล้ว ส่วนในของธาตุ ๖ ก็เป็นธรรม ๖ เรื่องก็เท่านี้เอง !

 

ธาตุ ๖ กับธรรม ๖ เกี่ยวข้องกัน

     จำหลักไว้ว่า ธาตุให้การหล่อเลี้ยงธรรม ถ้าธาตุไม่สะอาด ส่งผลให้ธรรมไม่สะอาดไปด้วย ถ้าไม่มีธาตุหล่อเลี้ยง ธรรมก็อยู่ไม่ได้ แต่เนื่องจากเป็นธาตุละเอียดจึงเป็นดวงใสสะอาด ไม่ใช่ดิน-น้ำ-ไฟ-ลม-อากาศที่เราสัมผัสรอบตัวเรา เพราะดิน-น้ำ-ไฟ-ลม-อากาศ รอบตัวเรายังไม่กลั่นละเอียด ยังเป็นของหยาบอยู่ ธาตุหยาบก็เลี้ยงกายหยาบ ธาตุละเอียดก็เลี้ยงกายละเอียด นี่คือความรู้หลัก ! เราต้องเข้าใจก่อน

 

ไม่ว่าอะไรจะประกอบด้วยธาตุและธรรม

     อายตนะภายใน ๖ คือ ตา-หู-จมูก-ลิ้น-กาย-ใจ ก็ประกอบด้วยดวงใสสะอาด ๒ ส่วน ที่เราเรียกว่า ธาตุ ๖ - ธรรม ๖ นอกจากนี้กายเนื้อ (คือตัวเรานี้) – หัวใจ (เป็นก้อนเนื้อในร่างกาย ทำหน้าที่เต้นและสูบฉีดโลหิต เพื่อให้ใจทำงาน งานของใจคือ การเห็น-การจำ-การคิด-การรู้ ดังนั้น คำว่าหัวใจกับคำว่าใจ มีความหมายต่างกัน) – ดวงจิต-ดวงวิญญาณ-ศูนย์กลางกาย-กำเนิดธาตุธรรมเดิม-เห็น-จำ-คิด-รู้-ธาตุเห็น-ธาตุจำ-ธาตุคิด-ธาตุรู้-ที่ตั้ง (ของเห็น-จำ-คิด-รู้) ต่างก็ประกอบด้วยดวงใส ๒ อย่าง คือดวงใสอย่างหนึ่งเป็นธาตุ และดวงใสอีกอย่างหนึ่งเป็นธรรม นั่นคือ ธาตุ ๖ – ธรรม ๖ อย่างละเอียดนั่นเอง ต้องเข้าหากายธรรมดูจึงจะเห็น ถ้าเราไม่มีกายธรรม ความละเอียดทั้งปวงนี้ เราจะเห็นไม่ได้เลย การที่ตัวเรานี้รู้เห็น เป็นเพราะกายธรรมเป็นสื่อกลางให้ นั่นเอง

 

ความรู้ที่กล่าวมานี้จะค้นคว้าได้จากตำราใด ?

     เช่น เรื่องอายตนะภายใน ๖ อายตนะภายนอก ๖ กำเนิดเดิมหรือเรียกอีกอย่างว่าธาตุธรรมเดิม และความรู้ทั้งปวง โปรดค้นได้จากตำรา “แนวเดินวิชาหลักสูตรวิชชามรรคผลพิสดาร ๑ ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ” มีจำหน่ายที่สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง ๖๗๙/๗๑-๗๔ ถนนประชาอุทิศ ซอย ๔๕ แขวงบางมด เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ ๑๐๑๔๐ โทร. (๐๒) ๘๗๒-๙๘๙๘ ถ้ากล่าวละเอียดหมดทุกเรื่องในที่นี้ จะทำให้ตำราเล่มโตเกินไป ดังนั้น จึงขอให้ท่านไปศึกษาหาความละเอียดเอาเอง โดยเฉพาะเรื่องของการซ้อนกายและการสับกายท่านต้องทำได้ ต้องไปอ่านทุกบท ข้าพเจ้าขยายความให้ง่ายในทุกบทของความรู้ยากๆ ระดับนั้นแล้ว ท่านอ่านแล้วท่านจะทำได้ ถ้าไม่อ่านก็จะยากทุกบท

 

จะดูอะไรให้ดูที่ศูนย์กลางของกาย

     เมื่อเราส่งใจกายธรรมลงไปที่ศูนย์กลางกายของกายมนุษย์แล้ว ความรู้ทั้งปวงจะเกี่ยวโยงกันหมด นั่นคือ ยกตำราเล่ม “ วิชชามรรคผลพิสดารของหลวงพ่อ” มาไว้ทั้งหมดทีเดียว ท่านจะดูอะไร ? ก็เจาะเรียนไปทีละเรื่อง หลวงพ่อท่านเป็นบรมครู รู้เห็นได้ทั้งหมด จึงทำตำราไว้ให้พวกเราเรียนกัน ดังที่เราเรียนอยู่ขณะนี้ ดังนั้นเล่มวิชชามรรคผลพิสดารกับเล่มวิชชามรรคผลพิสดาร ๒ จึงเกี่ยวข้องกันทุกเรื่อง ท่านต้องเรียนรู้ได้ทั้งหมด เวลานี้ไม่ว่าที่ไหน ? หาคนรู้เรื่องไม่มีแล้ว ! วิชาเพี้ยนกันหมดแล้ว ! ไม่สอบทานความรู้ในตำรากันเลย ไม่เคยเปิดตำรา เคยเรียนมาแค่ไหนก็แค่นั้น ! เป็นจังหวะให้มารพารู้พาญาณทัสสนะไป ความรู้จึงเพี้ยน ! ความถูกเหลือน้อยลง น่าเสียใจมาก ! เรียนแบบนั้นไม่ใช่การสืบสาน ไม่ใช่การฟื้นฟู

     ตำรายุติว่า ให้เราแยกธาตุแยกธรรมต่อไปนี้ คือ ท่านให้แยก

(๑.) ที่ตั้งของ เห็น-จำ-คิด-รู้

(๒.) ให้แยกธาตุเห็น-ธาตุจำ-ธาตุคิด-ธาตุรู้

(๓.) แยกดวงเห็น-ดวงจำ-ดวงคิด-ดวงรู้

สารบัญ 

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:ผู้เยี่ยมชม
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressLoad Image from WebBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Friday, 24 November 2006 )
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Add to Google


หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org