|
บันทึกสำคัญ เมื่อหลวงพ่อพบวิชาแก้วิชาของฝ่ายดำแล้ว ประวัติศาสตร์ของการทำวิชาเพื่อแก้วิชาของมาร ได้มีการสืบสานกันมาอย่างไร ? เพราะเป็นวิชาสำคัญสุดยอด เป็นวิชากอบกู้เอกราชของฝ่ายภาคขาว ได้มีการบันทึกไว้ในตำราเล่มนี้ มีข้อความดังนี้ | “วิชชานี้ ภายหลังจากที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อฯ ได้ค้นพบแล้ว ได้ใช้เวลาพิจารณาอยู่ถึง ๘ ปี ว่าจะให้ทำวิชชาแก้ฝ่ายดำหรือไม่ ? จนกระทั่งถึง พ.ศ. ๒๔๗๔ จึงได้ตัดสินใจให้พระภิกษุสงฆ์และอุบาสิกาทำวิชชาแก้ดังกล่าว และภายหลังต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๑ พระเดชพระคุณหลวงพ่อจึงได้สอนวิชชานี้แก่ครูผู้เป็นหัวหน้าโรงงานทำวิชชา เฉพาะฝ่ายอุบาสิกาและฆราวาสมีอยู่ทั้งหมด ๓ ท่านด้วยกัน คือ อุบาสิกาญาณี ศิริโวหาร, คุณตรีธา เนียมขำ, กับคุณฉลวย สมบัติสุข และต่อมาในปัจจุบันนี้ก็ได้มีอุบาสิกาสมจิตต์ จีนถนอม ได้รับการถ่ายทอดวิชชานี้ เพื่อทำหน้าที่เป็นหัวหน้าเวรทำวิชชาเพิ่มขึ้นอีกผู้หนึ่ง” | (บันทึกพิเศษมีเท่านี้) ต้องว่าเป็นวิชาสำคัญ ! ที่เราได้ทราบว่า มารเขายึดอำนาจปกครองจากธรรมภาคขาวด้วยความรู้อะไร ? และด้วยยุทธวิธีอย่างไร ? ตามที่เราได้เรียนผ่านมาแล้วนั้น จากบันทึกนี้ ทำให้เราทราบว่า หลวงพ่อเห็นวิชาที่จะแก้วิชชาของมารมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๖๖ ถ่านทอดวิชาเมื่อปี ๒๔๗๔ ก่อนสมัยเปลี่ยนแปลงการปกครอง (เราเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๕) หมายความว่า ตั้งแต่ปี ๒๔๖๖ มาถึงปี ๒๔๗๔ รวมเวลา ๘ ปี ในช่วง ๘ ปีนั้น หลวงพ่อคิดว่าจะทำวิชชานี้ต่อไป หรือจะรู้เห็นเฉพาะตนดี คิดถึงข้อได้ข้อเสียต่างๆ เพราะหมายถึงเป็นการรบกับมาร คำถามที่ท่านทั้งหลายอยากทราบก็คือ ทำไมหลวงพ่อใช้เวลาใคร่ครวญคิดนานเกินไป ? ตอบว่า บัณฑิตอย่างหลวงพ่อ ท่านต้องรอบคอบ เหตุใดไม่ทำวิชาปราบมารอย่างทันทีทันใด ? หลวงพ่อเห็นวิชาก็จริง แต่ทำวิชาไปคนเดียวได้ไหม ? ต้องมีกำลังพลรบ เราจะได้พลรบมาจากไหน ? พลรบก็คือผู้มีบารมีธรรมที่จะเห็นวิชาอย่างหลวงพ่อได้ หายากยิ่งกวางมเข็มในมหาสมุทร เมื่อตัดสินใจเดินวิชา หมายถึงว่า ประกาศรบกับมารแล้ว มารเขาก็ต้องทำวิชาสู้ ทางฝ่ายเราจะมีอะไรไปสู้เขาได้บ้าง ? เพราะตามหลักของการรบนั้น จะต้องมีการตัดเสบียง ไม่ให้มีข้าวมีน้ำกิน จะต้องมีการจับทหารเอกของกันและกัน เหมือนแบบอย่างการรบของประเทศต่างๆ ในโลก นี่คือความคิดของหลวงพ่อ ธาตุธรรมผู้ใหญ่ในอายตนะนิพพาน ก็แจ้งให้หลวงพ่อรู้ตัวว่า ที่ส่งให้ลงมาเกิดก็เพื่อให้มารบกับมาร ทำไมยังไม่ทำอะไร ? ยังคิดอะไรอยู่ทำไม ? หลวงพ่อรู้อยู่เต็มอกในเรื่องนี้ แต่หลวงพ่อก็ต้องคิด ! เพราะไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย สุดท้ายหลวงพ่อก็ตัดสินใจทำวิชาปราบมาร โดยตั้งเวรถึง ๖ เวรๆ ละ ๔ ชั่วโมง หมายความว่า ทำวิชารบกับมารตลอด ๒๔ ชั่วโมง แต่บันทึกนี้แจ้งว่าปี พ.ศ. ๒๔๙๑ หลวงพ่อบอกวิชาแก่ผู้เป็นหัวหน้าเวร ซึ่งได้แก่ อุบาสิกาญาณี ศิริโวหาร คุณตรีธา เนียมขำ คุณฉลวย สมบัติสุข และในกาลต่อมา มีการถ่ายทอดวิชาให้แก่อุบาสิกาสมจิตต์ จีนถนอม นี่คือบันทึกที่ได้จากตำราเล่มวิชชามรรคผลพิสดาร ๒ เรามาจับความว่า หลวงพ่อมรณภาพเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๒ และที่เราทราบจากเทศน์ของหลวงพ่อ ก็ว่าหลวงพ่อใช้เวลาปราบมารมาไม่ต่ำกว่า ๓๐ ปี รู้ได้จากเทศน์ ๖๒ กัณฑ์ของหลวงพ่อ ซึ่งทางวัดปากน้ำได้พิมพ์เผยแพร่อยู่ในเล่มมรดกธรรมของหลวงพ่อ ค้นได้จากตำราเล่มนั้น ส่วนหลักฐานข้อมูลจากตำราเล่มวิชชามรรคผลพิสดาร ๒ นั้น ก็เป็นอีกข้อมูลหนึ่ง เรารู้แล้วว่า มารเขาทำวิชาบังคับภาคขาวอย่างไร ? แต่เรายังแก้อะไรไม่ได้เลย ! เช่น เรารู้ว่ามารเขาทำวิชาทุกข์กับสมุทัยปกครองมนุษย์ แม้จนทุกวันนี้ เราก็ยังแก้วิชาของเขาไม่ได้ เพราะมนุษย์ก็ยัง แก่-เจ็บ-ตาย จนเราเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว แม้เรามีพระพุทธเจ้ามาเกิดมากมายแล้ว ก็ยังแก้อะไรไม่ได้ตราบเท่าทุกวันนี้ การแก้วิชาของมารไม่ใช่เรื่องง่ายเลย พาดพิงมาถึงยุคที่ข้าพเจ้าทำวิชาปราบมารบ้าง ทำมาแล้ว ๑๘ ปี แต่งตำราไปแล้ว ๕ เล่ม คือ ปราบมารภาค ๑-๕ งานปราบมารก็ยังพูดอะไรไม่ได้มากนัก ขอให้ท่านติดตามอ่านผลงานดูเถิด ๑. ทำไมจึงต้องมีการยึดอำนาจปกครอง ? การยึดอำนาจปกครองนั้นมารเขาใช้อาวุธอะไร ? จงอธิบาย ๒. ที่ว่ามารปกครองนิพพานและปกครองภพ ๓ นั้น คืออย่างไร ? จงอธิบาย ๓. ธาตุธรรม ๓ ฝ่ายมีความคิดไม่เหมือนกัน และมีงานมีหน้าที่ต่างกัน คืออย่างไร ? จงอธิบาย ๔. มารเขามียุทธศาสตร์ส่งวิชาปกครองมายึดอำนาจสายภาคขาว ๔ ขั้นตอนนั้น คืออะไรบ้าง ? จงอธิบาย ๕. จงแสดงการเดินวิชาเพื่อแก้วิชาของธรรมภาคดำให้ชัดเจน ๖. เหตุวิชา ๑๙ คืออะไรบ้าง ? จงบอกให้ครบ ขณะเดินวิชาเพื่อละลายมารนั้น เทคนิคการทำวิชา จะต้องท่องใจอย่างไร ? ๗. หลักของการดับมารหรือการละลายมารนั้น ท่านมีหลักอย่างไรบ้าง ? จงชี้แจงให้ละเอียดเป็นประเด็นๆ ไป ก.) การละลายทั่วๆ ไป ข.) การดับกายมาร ๘. จงให้ความหมายของคำต่อไปนี้ ขันธโลก สัตวโลก อากาศโลก เซฟ โลกันต์ เขตธาตุเขตธรรม เครื่องธาตุเครื่องธรรม ยืด ใย ยนต์ วิทยุ อายตนะ ๙. ต้นธาตุสายดำ มีชื่อเรียก ๓ ชื่อ คืออะไรบ้าง ? ๑๐. ลักษณะการเดินวิชาของธาตุธรรม ๓ ฝ่าย คืออย่างไร ? จงอธิบายให้เห็นชัด | “ วิชารบเป็นวิชาธรรมกายชั้นสูงมาก เป็นความรู้ที่หลวงพ่อท่านสอนไว้ เมื่อการรบดำเนินมาถึงจุดหนึ่ง เราจึงทราบว่าแต่ดั้งแต่เดิมมานั้น มนุษย์มีใจเป็นทาน-ศีล-ภาวนา เมื่อสร้างบารมีเต็มส่วนแล้ว ก็เข้านิพพานด้วยกายมนุษย์ ต่อมามารเขาคิดวิชาทุกข์และสมุทัยได้ เอาวิชานี้มาหุ้มใจมนุษย์อีกต่อหนึ่ง ส่งผลให้ดวงทาน-ศีล-ภาวนา อ่อนอานุภาพลง ความแก่-ความเจ็บไข้-ความตาย บังเกิดขึ้นในยุคนี้ ครั้นสร้างบารมีจนได้มรรคผลนิพพานแล้ว ต้องเข้านิพพานด้วยกายธรรมเท่านั้น แปลว่าภาคขาวเสียท่ามารเขาแล้ว นี่คือเดชานุภาพของมาร รื่องนี้กำลังได้รับการแก้ไขอยู่ ” | สารบัญ
Powered by AkoComment 2.0! |