Go to Kayadham Home   
ประชาสัมพันธ์ : เชิญร่วมปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกาย โดยวิธีการที่หาที่ไหนไม่ได้ (หลักสูตรเร่งรัดสำหรับท่านที่มีเวลาน้อย) ณ โฮมเสตย์ เขื่อนท่าด่าน จ.นครนายก 6-7 เมษายน 50 นี้ (ด่วน! รับ 40 ท่าน) อ่านรายละเอียดall.gif
HOME :
ชีวประวัติหลวงพ่อวัดปากน้ำ 1 PDF พิมพ์ ส่งเมล
ครูบาอาจารย์ - หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
เขียนโดย Administrator   
ดัชนี บทความ
ชีวประวัติหลวงพ่อวัดปากน้ำ 1
อุปสมบท
อุปสมบท (2)
อุปสมบท (3)
อุปสมบท (4)
ธรรมกาย
การสร้างพระผง
อาพาธ-มรณภาพ
ปฏิปทาของหลวงพ่อฯ

อาพาธ - มรณภาพ

     เจ้าคุณพระมงคลเทพมุนีเริ่มป่วย แต่ พ.ศ. 2499 งานอย่างหนึ่งซึ่งได้ตั้งใจไว้ คือ การฉลองโรงเรียนพระปริยัติ พ.ศ. 2500 หลวงพ่อจะมีแจง หรือนิมนต์พระ 2,500 องค์มาเจริญพระพุทธมนต์ จะถวายสำรับคาวหวาน และสมณบริขารองค์ละชุด รวมเป็น 2,500 ชุด แต่เพราะอาพาธมาขัดขวางเสีย ความคิดนั้นก็ไม่ปรากฏขึ้นเป็นจริง นับว่าเป็นความโชคร้ายของวัดปากน้ำอย่างมหันต์ ซึ่งถ้าหลวงพ่อไม่อาพาธ วัดจะได้ทุนเป็นค่าภัตตาหารอีกเป็นจำนวนมาก

     ตั้งแต่เริ่มอาพาธมา ได้รับความสะดวกในการอุปถัมภ์และพยาบาลทุกอย่าง ไม่มีอะไรขัดข้องเลย มีพร้อมเท่าที่หลวงพ่อต้องการจนถึงมรณภาพ

     ทุกครั้งท่านยิ้มรับแขก สนทนาปราศรัยพอสมควร แต่โดยมากเข้าไปเยี่ยมยาก เพราะหมอห้ามไม่ให้รบกวน เมื่อถูกห้ามบ่อย ๆ คนเยี่ยมก็ห่างไป เพียงมาถามข่าวข้างนอกแล้วก็กลับ

     ทุกอย่างชอบทำเอง เมื่อเวลาป่วยไข้ เช่น จะช่วยพยุงลุก พยุงนั่ง ไม่ชอบ ลุกนั่งเอง เดินเอง สรงน้ำเอง ใครจะไปประคอง ไม่ถูกอัธยาศัย เป็นเพราะกำลังใจแข็งแรง เมื่อลุกนั่งไม่ไหวจริง ๆ เพราะอาพาธทวีขึ้น จึงยอมให้มีคนพยุงนั่ง

lpsod_3.jpg     ผู้เขียนเรื่องนี้ พยายามไปเยี่ยม ไปติด ๆ กันบ้าง ห่างไป นาน ๆ บ้าง ซึ่งทั้งนี้แล้วแต่อาการของโรค ถ้าทราบว่า หนักมาก็หมั่นมา และการไปก็ไม่ได้บอกกำหนดแน่นอนแก่ใคร ๆ บางวันไปเช้า บางวันบ่าย บางวันเย็นค่ำ ทั้งนี้เพื่อจะสังเกตการณ์ว่า ภิกษุสามเณรเอาใจใส่ต่อหลวงพ่ออย่างไร ได้ทราบว่า จัดเป็นเวรมาปฏิบัติทุกวัน พวกมาเจริญกัมมัฏฐานต่างหาก

     วันหนึ่งพอไปถึงที่พักของหลวงพ่อ มีพระเวรมาแจ้งก่อนว่า หลวงพ่อออกมารออยู่นานแล้ว จึงพูดว่า “ฉันไม่เคยบอกแก่ใครว่าจะมา พวกคุณไปโกหกหลวงพ่อไว้หรือว่าฉันจะมา”

     พระเวรตอบว่า “ผมไม่ทราบ แต่หลวงพ่อสั่งให้จัดอาสนะไว้รับพระเดชพระคุณด้วยวาจา “จัดที่ไว้ ธรรมดิลกจะมา” ท่านสั่งดังนี้ไม่พลาดสักคราวเดียว ถ้าหายไปนาน ก็พูดขึ้นลอย ๆ ว่า “ธรรมดิลกวัดโพธิ์ไม่อยู่”

     หลวงพ่อต้องเข้าอยู่โรงพยาบาลสงฆ์ 2 ครั้ง ไปทำการผ่าตัดโรคไส้เลื่อนที่โรงพยาบาลศิริราช 1 หน ทั้งโรคเก่าโรคใหม่มาซ้ำเติม ความหวังในชีวิตมีแต่สั้นเข้า

     ท้ายเดือนมกราคม และต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2502 ติดต่อกัน ผู้เขียนเรื่องนี้ได้ไปทำการควบคุมการตรวจนักธรรมในภาค 7 ประจำ พ.ศ. 2501 งานนี้ได้ตรวจข้อสอบนักธรรมรวมแห่งเดียวกัน 8 จังหวัด งานเสร็จสิ้นลง วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2502 คิดว่าจะอยู่ตากอากาศสัก 2-3 วัน เพื่อหาโอกาสเยี่ยมวัดต่าง ๆ ด้วยเกิดสังหรณ์ใจถึงเจ้าคุณพระมงคลเทพมุนี จึงเดินทางกลับ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ศกเดียวกัน ถึงวัดพระเชตุพน 18.00 น. มาโดยรถยนต์ รถวิ่งมาช้า ๆ

     รุ่งขึ้นวันที่ 3 กุมภาพันธ์ เวลา 12.00 น. โทรศัพท์มาจากวัดปากน้ำแจ้งว่าหลวงพ่ออาการหนักแล้ว ขอให้รีบไปวัดปากน้ำด่วน

     ถึงวัดปากน้ำเวลา 13.00 น. เศษ ได้เข้านมัสการหลวงพ่อมีอาการหอบ ทางวัดปากน้ำได้ตามหมอที่เคยประจำก็ไม่พบ หลวงพ่อหมดความรู้สึก มีแต่อาการหอบอย่างเดียว คุณหญิงชลขันธพินิจมาเยี่ยมทนดูไม่ได้ ต้องไปตามหมออื่นมา หมอบอกว่า หมดความรู้สึก เส้นโลหิตในสมองแตกแล้ว หมดความหวัง หมอไม่ยอมทำอะไร เพียงแต่ให้แนะนำให้เอาน้ำแข็งห่อผ้าวางไว้บนศีรษะ

     เวลานั้นภิกษุสามเณรแน่นห้อง ต่างมองดูหลวงพ่อด้วยน้ำตา หน้าสลดหมดความหวัง หมอพยากรณ์ไว้ว่าภายใน 24 ชั่วโมง จะอยู่ได้เป็นอย่างดี หมอกลับไปแล้ว พวกศิษย์ยังคงห้อมล้อมหลวงพ่ออยู่ เข้าใจว่าหลวงพ่อไม่รู้สึกเลย หลวงพ่อหลับตาหอบถี่ ๆ หนักขึ้น แล้วก็ค่อย ๆ น้อยลง ๆ วิญญาณของหลวงพ่อได้ทิ้งร่างกายอันทุพพลภาพนั้นไปด้วยอาการอันสงบ และสงบสมภูมิของนักปฏิบัติ เวลา 15.05 น. ของวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2502

     เสียงสะอื้นก็ระงมขึ้นในห้องที่หลวงพ่อมรณภาพ ทุกคนหน้าซีดสลด แม้น้ำตาไม่ออกทางลูกตา จะปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้นั้นไม่กลืนน้ำตาแห่งความสลดใจ

     เมื่อแน่ใจว่าดับสนิทดีแล้ว ระฆังทุกใบในวัดได้บันลือเสียงขึ้น กลองก็ดังขึ้นเป็นอันรู้กันว่า เจ้าคุณพระมงคลเทพมุนีได้ละโลกนี้ไปสู่ปรภพแล้ว ครูต่อมากุฏิตึกใหญ่เนืองแน่นไปด้วยภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา หน้าเศร้าน้ำตาคลอบ้าง ทิ้งตัวลงกราบ บ้างยืนไหว้ บ้างสะอื้นเอามือปิดหน้า เวลานั้นไม่มีเสียงพูด มีแต่เสียงสะอื้นและเงียบสงัด แสดงว่า หมดที่พึ่งแล้วจนอวสานแห่งชีวิตของตน

lpsod_death.jpg     การมรณภาพของหลวงพ่อเวลา 15.05 น. นั้น คล้ายกับว่า พระคุณท่านยังมีความกรุณาอยู่ เพราะยังให้เวลาดำริคิดและติดต่อเรื่องจัดการศพได้เป็นเวลาสะดวกจริง ๆ จะติดต่อกับใครสั่งการอย่างไรเกี่ยวกับศพ สำเร็จทุกทาง คล้ายกับว่าหลวงพ่อเปิดทางสะดวกไว้ให้ เครื่องใช้สอยมีทุกอย่างทันความประสงค์

     ถ้ามรณภาพในเวลากลางคืนหรือใกล้รุ่ง ก็พากันเดือดร้อนและหนักใจเพียงไร คืนนั้นเราพิมพ์การ์ด อาบน้ำศพเสร็จ จัดสถานที่ ตั้งศพเรียบร้อย เรียกอย่างไรได้อย่างนั้น และทันประกาศทางวิทยุและหนังสือพิมพ์

     เพื่อความเรียบร้อยในวันรุ่งขึ้น ได้จัดการให้ภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา และชาวบ้านใกล้เคียง หรือห่างไกล ที่มาประชุมกันวันนั้น ได้อาบน้ำศพเสียก่อน ต้องจัดให้เข้าอาบน้ำศพคราวละ 3 คนบ้าง 4 คนบ้าง กว่าจะทั่วถึงสิ้นเวลากว่า 2 ชั่วโมง

     จัดการปลงผมและเปลี่ยนเครื่องครองใหม่ ฉีดยารักษาศพมิให้เน่าในวันนั้นเอง ได้สั่งให้เก็บผมของหลวงพ่อไว้ เพื่อบรรจุพระแจกแก่ชาวบ้านต่อไป แต่ได้สั่งช้าไป มีผู้เก็บไปหมด จะหาเหลืออยู่สักเส้นหนึ่งก็ไม่ได้ ดีไปอย่างหนึ่งที่ไม่ต้องเก็บกวาดเอาไปทิ้ง ผู้ไม่ได้ก็พูดว่า จะรอเอากระดูกเมื่อเวลาเผา

     ทำความสะอาดแก่ศพเรียบร้อยแล้ว ยกไปไว้ที่โรงเรียนชั้น 3 ต้อนรับผู้จะมาอาบน้ำศพในวันรุ่งขึ้น คืนนั้นภิกษุสามเณรแทบไม่ต้องจำวัด ทำงานกันคืนยันรุ่ง เพราะต้องทำความสะอาดให้เรียบร้อยทั่ววัด ขนเก้าอี้เสื่อสาดอาสนะกันโกลาหล ไม่มีใครบ่นว่าเหนื่อย เต็มใจทำ และพร้อมเรียงกันกระทำ งานที่เต็มใจทำย่อมลุล่วงไปด้วยดี

     รุ่งขึ้น วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2502 การอาบน้ำศพมีได้ตั้งแต่ 1 โมงเช้า พากันมาเป็นสาย ๆ อาบกันมาขาดระยะ จนกระทั่งยกศพใส่หีบเวลา 17.00 น. ล่วงแล้ว ที่มาไม่ทันนับจำนวนหลายร้อย สมเด็จพระสังฆนายกได้กรุณาประกอบพิธีเอาน้ำพระราชทานอาบศพและเป็นประธานตลอดพิธี

     ศพหลวงพ่อที่บรรจุแล้วในหีบทองของหลวง ที่พระราชทานให้เป็นเกียรติยศแก่หลวงพ่อ และได้ประดิษฐานอยู่มุมด้านตะวันออกของโรงเรียน ประดับตกแต่งด้วยเครื่องสักการะอันงดงาม เวลากลางคืนมีสวดพระอภิธรรม เป็นหารกุศลตามประเพณีนิยม มีผู้มาเยี่ยมคืนละมาก ๆ เป็นจำนวนร้อย และได้รับเป็นเจ้าภาพสวดทุกคืน คืนละ 1 เจ้าภาพ ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2502 มา

     การบำเพ็ญกุศลเช่นนี้ ได้ติดต่อกันถึงเดือนมิถุนายน 2502 แล้วล้วนแต่มีผู้เต็มใจเป็นเจ้าภาพทั้งสิ้น บางคืนก็มีสวด 2 สำรับ บางสัปดาห์ก็มีพระธรรมเทศนา บางวัยก็มีแจงอาราธนาภิกษุสามเณรมาสวดแจงหมดวัด

     การบำเพ็ญกุศลเทศน์แจงนี้มีมาหลายคราวแล้ว

เจ้าคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)

     ชาตะ พ.ศ. 2427 มรณภาพ พ.ศ. 2502

     สิริรวมอายุ 75 โดยปีบวชอยู่ 53 พรรษา

     สำนักที่หลวงพ่อเคยอยู่ คือ

1. วัดสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

2. วัดพระเชตุพน พระนคร

3. วัดชัยพฤษมาลา ธนบุรี

4. วัดโบสถ์ นนทบุรี

5. วัดปากน้ำ อำเภอภาษีเจริญ ธนบุรี

     ชีวิตของเจ้าคุณพระมงคลเทพมุนี มีที่สุดของชาตินี้อันถึงแล้ว รูปธรรม นามธรรมของพระคุณท่าน แสดงเป็นความจริง ดังพระพุทธภาษิตที่ตรัสว่า

     “รูปํ ชีรติ มจฺจานํ นามโคตฺตํ น ชีรติ”

     “รูปร่างกายของสัตว์ทั้งหลายย่อมแตกสลายไป แต่นามและโคตร หาแตกสลายไม่ ฯ”



แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Tuesday, 08 August 2006 )
< ก่อนหน้า
Add to Google


หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org