Go to Kayadham Home   
ประชาสัมพันธ์ : เชิญร่วมปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกาย โดยวิธีการที่หาที่ไหนไม่ได้ (หลักสูตรเร่งรัดสำหรับท่านที่มีเวลาน้อย) ณ โฮมเสตย์ เขื่อนท่าด่าน จ.นครนายก 6-7 เมษายน 50 นี้ (ด่วน! รับ 40 ท่าน) อ่านรายละเอียดall.gif
HOME : arrow สื่อธรรมะ : arrow เนื้อหาวิชชาธรรมกาย arrow คู่มือการสอน arrow คู่มือวิปัสสนาจารย์ arrow คู่มือวิปัสสนาจารย์33
คู่มือวิปัสสนาจารย์33 PDF พิมพ์ ส่งเมล

การสอนเป็นศาสตร์และเป็นศิลป์
ผู้เป็นครูจะต้องศึกษาเล่าเรียนไว้อย่างเอาใจใส่

      ศาสตร์ คือ ความรู้ทางทฤษฎี จำกันให้แม่น ทำให้ได้อย่างที่ครูสอน

      แต่ศิลป์นั้น เป็นเรื่องของการคิดประดิษฐ์ค้น ว่าจะทำอย่างไร ความยากจึงจะกลายเป็นง่าย จะบอกกันอย่างไร จะให้ทำกันอย่างไร จะใช้อุปกรณ์ประกอบความเข้าใจอย่างไร เพื่อให้ผู้รับการสอนทำได้ นี่คือเรื่องของศิลป์

      ศิลป์นั้นเป็นเรื่องสอนกันยาก บอกกันยาก จะต้องคิด ประดิษฐ์ค้นขึ้นเอง อย่างทุกวันนี้มีเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยให้เกิดความสะดวกเกิดความคล่องตัว หากนำมาใช้ประกอบการสอนบ้าง ย่อมจะส่งผลให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจได้เร็วขึ้น แต่ว่า เทคโนโลยีราคาแพง เราควรคิดหาวิธีอื่น

      ทั้งศาสตร์และศิลป์ มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการสอนวิชาธรรมกาย เพราะวิชาธรรมกายเป็นวิชาที่เรียนโดยใจ ต้องรู้เห็นด้วยใจ จึงเป็นเรื่องที่ทำยาก หากเราไม่เปลี่ยนวิธีสอนและวิธีเรียน วิชาธรรมกายก็จะคงยากอยู่ต่อไป

      หาผู้เรียนรู้ไม่ได้ เพราะผู้สอนไม่สันทัดการสอน กรณีอย่างนี้เป็นผลร้ายต่อวิชาธรรมกาย เพราะจะทำให้วิชาธรรมกายสูญพันธุ์ในเร็ววัน ซึ่งเป็นการเสียหายใหญ่หลวงต่อมรรคผลนิพพาน ผู้ได้รับความเสียหายคือมวลมนุษย์ทั้งโลก

      ข้าพเจ้าขอเสนอแนะ ให้ท่านที่เป็นวิทยากร สนใจวิธีสอนให้มาก ค้นวิธีที่จะทำให้เกิดความเข้าใจ ทำของยากให้เป็นของง่าย โปรดเข้าใจให้ตรงกันว่า การที่วิชาธรรมกายไม่ก้าวหน้า เป็นเพราะผู้สอนขาดความรู้และขาดเทคนิคการสอน พูดอย่างเข้าใจง่ายก็คือ วิปัสสนาจารย์สอนไม่เป็น ตำราของข้าพเจ้าเล่มนี้ เสนอวิธีสอนวิชาธรรมกายเบื้องต้น หลักสูตร ๑๘ กายเท่านั้น ขอให้ท่านทั้งหลายสนใจอ่านและทำให้ได้ แล้วท่านจะประสบความสำเร็จในการสอน

วิปัสสนาจารย์ต้องเรียนวิชาธรรมกายชั้นสูงได้จึงจะสมแก่เกียรติภูมิ

     วิชาธรรมกายชั้นสูง คือ ตำราที่หลวงพ่อท่านทำไว้ ยังมีอีก ๒ หลักสูตร คือ เล่มคู่มือสมภาร และเล่มวิชชามรรคผลพิสดาร ข้าพเจ้าทำแนวเดินวิชาให้แล้ว ท่านต้องเรียนได้และฝึกได้ จึงจะเหมาะสมแก่เกียรติภูมิในฐานะที่เป็นวิปัสสนาจารย์ หนังสือทั้ง ๒ นั้น เมื่อทำแนวเดินวิชาแล้ว มีชื่อเรียกว่า

     ๑. แนวเดินวิชาหลักสูตรคู่มือสมภารของหลวงพ่อวัดปากน้ำมี ๑๕ บท หากรวมเรื่องภาคผู้เลี้ยงด้วยเป็น ๓๐ บท

     ๒. แนวเดินวิชาหลักสูตรวิชชามรรคผลพิสดารของหลวงพ่อวัดปากน้ำ มี ๔๖ บท

     เมื่อเรียน ๒ หลักสูตรนี้ได้แล้ว ควรขึ้นหลักสูตร “ปราบมาร” ทันที จะปล่อยให้มารข่มเหงเราเช่นนี้ต่อไปหรือ เป็นเรื่องที่เราต้องช่วยกันคิดแก้ไข หนังสือปราบมารพิมพ์เสนอไปแล้ว ๓ ภาค ต้องติดตามหามาศึกษาแต่วันนี้

วิปัสสนาจารย์ต้องแก้โรคได้ ต้องแก้ทุกข์ร้อนได้

     ต้องมีประวัติว่า ใช้วิชาธรรมกายแก้โรคได้ แก้ทุกข์ร้อนได้ หากท่านใดไม่มีประวัติเช่นนี้เลย บ่งบอกว่า ฟุ้งซ่านแล้ว ที่ว่าเก่งนั้น ฟังไม่ได้แล้ว หลวงพ่อท่านมีคติว่า เป็นธรรมกายแล้วต้องแก้โรคได้ ถึงจะทำไม่ได้อย่างหลวงพ่อ แต่เราก็ต้องมีประวัติว่า เคยแก้โรคได้

     แม่ชีถนอม อาสไวย์ ให้ความเชื่อถือข้าพเจ้ามาก เพราะ ข้าพเจ้าแก้โรคของท่านได้ ท่านให้ความนับถือ แม่ชีถนอมท่านมีฝีมือในทางแก้โรคอยู่แล้ว ไม่มีใครเหมือนท่าน เป็นธรรมกายกันมาก แต่ฝีมืออย่างท่านไม่มี แม่ชีป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลหลายครั้ง สุดท้าย ศิษย์ของท่านจะให้ไปรักษาที่ประเทศญี่ปุ่น ข้าพเจ้าคัดค้านไว้ ท่านสอนให้ข้าพเจ้าแก้โรคให้ท่าน ข้าพเจ้าก็ทำตาม เพียง ๔ วัน แม่ชีหายจากโรค เป็นงานแรกของข้าพเจ้า

     พอคนรู้ว่าเราแก้โรคได้ ก็มากันใหญ่ บางรายเขานึกถึงบุญคุณ เขาก็เอาเงินมาให้ข้าพเจ้า เป็นการขอบคุณ ข้าพเจ้าก็เก็บรวมไว้ ได้สร้างห้องน้ำ สร้างห้องครัว ให้แก่สำนักของท่าน แม้แต่ท่านเจ้าคุณราชมงคลญาณ ยังเอาไม้ไปสมทบ ข้าพเจ้ายังจำได้จนทุกวันนี้

     ดังนั้น จึงขอให้ท่านแก้โรคได้บ้าง แก้ทุกข์ร้อนได้บ้าง ให้มีประวัติอยู่บ้าง มันจึงจะเข้าตำรา บางรายรู้มากเหลือเกิน จำได้มากเหลือเกิน เราก็ว่าเก่ง แต่ไม่มีประวัติว่าแก้โรคได้ อย่างนี้ข้าพเจ้าไม่มีคะแนนให้เลย เก่งอย่างนั้นไม่มีประโยชน์ หลวงพ่อท่านไม่ให้ความสนใจ

งานผดุงวิชาธรรมกายเพื่อให้วิชาธรรมกายอยู่คู่ฟ้า

     ให้แบ่งชั้นเรียน อย่างน้อย ๕ ชั้นเรียน ดังนี้

          ๑. ชั้นเรียนเบื้องต้น (ชั้นมูล) ได้แก่ ชั้นสมาชิกใหม่ยังไม่เป็นธรรมกาย

          ๒. ชั้นเรียนอนุบาล ได้แก่ สมาขิกที่เป็นธรรมกายแล้ว แต่ยังใช้การไม่ได้ ต้องอนุโลมปฏิโลมวิชา จนกว่าเดินวิชา ๑๘ กายได้คล่อง และเข้านิพพานได้คล่อง

          ๓. ชั้นประถมศึกษา รับสมาชิกจากชั้นอนุบาลมาเรียนชั้นนี้ ให้เรียนหลักสูตรคู่มือสมภาร

          ๔. ชั้นมัธยมศึกษา รับนักเรียนชั้นประถมศึกษาขึ้นมาเรียน ให้เรียนหลักสูตรวิชชามรรคผลพิสดาร

          ๕. ชั้นอุดมศึกษา รับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาขึ้นมาเรียนชั้นเรียนนี้ ให้เรียนหลักสูตรพิเศษ โดยเราจะเป็นผู้กำหนดหลักสูตร ใครจบหลักสูตรนี้ เราจะให้เป็นวิทยากร เราจะให้เป็นเจ้าสำนัก และเราจะให้วุฒิบัตรวิธีสอนจะสอนอย่างไร

     (๑.) ครูผู้สอน เปิดตำราดูหลักสูตร สอนไปตามตำรา อธิบายบนกระดานดำ เสร็จแล้วจึงฝึกจริง โดยครูเป็นผู้บอกวิชานำทาง เสร็จแล้วจึงนั่งเงียบ เสร็จแล้วมีการตรวจสอบ ให้คะแนน ทำทะเบียนไว้

     (๒.) ครูต้องดูว่า ใครเห็นชัด ใครที่เห็นไม่ชัด ใครเห็นไม่ติดต่อ ต้องฝึกให้เป็นกรณีพิเศษ

     (๓.) การสอนตั้งยึดมั่นในหลักสูตร ผู้สอนต้องเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนเสมอ เห็นว่าแม่นยำในความรู้แล้ว จึงเข้าห้องสอน

     (๔.) ให้มีการวัดผลกลางปีและปลายปี และเก็บคะแนนไว้ ทั้งข้อเขียนและภาคปฏิบัติ ทำบัญชีคะแนนไว้

ข้อห้ามในการให้วุฒิบัตร

     ท่านใดแก้โรคไม่ได้ หรือไม่มีประวัติใช้วิชาแก้ทุกข์ร้อนให้ใครได้ อย่าให้วุฒิบัตรเป็นอันขาด ให้โอกาสแก้ตัว ๓ ครั้ง ต่อเมื่อมีประวัติว่าแก้โรคได้ และแก้ทุกข์ร้อนได้ จึงควรให้วุฒิบัตร

การฝึกวิทยากร

     - เราต้องกำหนดหลักสูตรขึ้นก่อน ว่าวิทยากรต้องมีความรู้อะไรบ้าง

     - เทคนิคการสอนเป็นเรื่องสำคัญมาก เป็นเรื่องที่สอนยาก การที่พวกเราไม่เห็นธรรมกาย เป็นเพราะครูสอนไม่เป็น และฝึกไม่เป็นด้วย เป็นปัญหาใหญ่มาก แต่เราก็สอนกันได้ ข้าพเจ้าจะฝึกให้ดูเป็นตัวอย่าง เพื่อท่านทั้งหลายจะได้สอนกันเองได้

เรื่องสำคัญต้องฝึกวิทยากร ให้มีวิทยากรสอนได้ทุกหลักสูตร

     เป็นเรื่องจำเป็นที่เราต้องฟันฝ่า คือ เพียรฝึกวิทยากรให้มีวิทยากรครบทุกหลักสูตร หากท่านฝึกวิทยากรไม่ได้ ถึงเราจะมีเงินพันล้านก็ช่วยอะไรไม่ได้ หน้าที่สำคัญคือ ต้องฝึกวิทยากรให้ได้ ให้มีความรู้จริง และสอนได้จริง มารเขาจะยอมให้เราฝึกวิทยากรหรือ ? นี่คือ อุปสรรค เรายอมแพ้ไม่ได้ ต้องต่อสู้ หากเราฝึกวิทยากรได้ แปลว่า เราชนะ ตำราทั้งปวงนั้น ข้าพเจ้าทำไว้ครบถ้วนแล้ว ว่าแต่ท่านทั้งหลายเถิด จะมีศรัทธาเพียรสู้ปัญหาหรือไม่ มาสร้างบารมีอย่างนี้กันดีกว่าสร้างศาลา สร้างพระพุทธรูป ไปงมงายกับเกจิอาจารย์อย่างนั้นทำไม มาเล่นวิชาการกันเถิด ป้องกันมารมาดับวิชาธรรมกาย เราไปให้ค่านิยมวัตถุ แปลว่า ถูกเชิงของมารทันที เขาจะเปิดสมบัติให้ แต่เขาดับวิชาของเรา วิชาธรรมกายนี้ หากพระพุทธเจ้าไม่มาเกิด เราจะเข้าถึงธรรมกายไม่ได้เลย ต้องฝีมือของพระพุทธเจ้า เราจึงจะเข้าถึงวิชาธรรมกายได้ นี่แหละคือ คุณค่าของวิชาธรรมกาย มารเขาจ้องจะดับวิชาอยู่ทุกวัน

     การที่จะให้พระพุทธเจ้ามาเกิดนั้น เป็นเรื่องง่ายอยู่หรือ ?

     ขณะนี้ วิชาธรรมกายมีอยู่แล้ว อยู่ที่การรักษาเท่านั้น ว่าเราจะรักษากันอย่างไร เราจะอนุรักษ์กันอย่างไร คิดกันให้ดี คิดแล้วก็ต้องทำงาน ไม่ควรคิดเล่น ๆ หากเราอนุรักษ์ไว้ได้ แปลว่า มรรคผลนิพพานเปิดกว้าง หากวิชาธรรมกายดับลง ไม่ว่าจะโดยเหตุใด โปรดทราบไว้เถิด มรรคผลนิพพานล่มสลายแล้ว แล้วเราจะไปอาราธนาผู้มีบุญคนไหน ให้มาเกิดเพื่อค้นคว้าวิชาธรรมกายกันใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

การคัดคนทำวิชาปราบมาร

     คนที่จะทำวิชาปราบมารนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เรามีผู้เชี่ยวชาญวิชาธรรมกายหนึ่งแสนคนนั้น จะมีสักคนไหมที่ทำวิชาปราบมารได้ หากมีก็นับว่าเป็นโชค เพราะจะต้องสั่งวิชาได้ เดินวิชาได้ ตรัสรู้ต้องไม่ติดขัด

     ทั้งยังต้องมีความอดทนเป็นเลิศ สามารถต่อสู้อุปสรรคทั้งปวง ต้องคิดวิชาได้ มาเขามาเหลี่ยมนี้ เราจะแก้เหลี่ยมไหน ต้องคิดทุกวัน หลักวิชามีพร้อมแล้ว หลวงพ่อท่านสอนไว้แล้ว อยู่แต่เราเท่านั้นว่าจะสู้หรือไม่สู้ เพราะมารเขาปราบเราอยู่แล้ว เขาปราบเราทุกวัน เราไม่คิดสู้เขาเลย ปล่อยให้เขาข่มเหงเราอยู่ทุกวัน เราจะยอมให้เขาเป็นเจ้าโลกเจ้าธรรมเช่นนั้นหรือ ? นี่คือข้อคิด

     ขอให้ท่านสู้มาร หากท่านไม่สู้ มันจะมีผลในตอนที่เราได้มรรคผลนิพพาน เราไม่เคยมีบารมีปราบมารมาก่อน พอเราได้มรรคผลนิพพานหรือในตอนที่เราตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า มารเขาจะข่มเราอย่างที่หลวงปู่ชั้วท่านกล่าวไว้ไม่ผิดเลย จึงขอให้ท่านทั้งหลายสู้ สู้ไปแต่ชาตินี้ เราจะไม่ถอยอีกต่อไป

     จึงขอร้องให้ท่านอ่านหนังสือ “ปราบมาร” ของข้าพเจ้าทุกเล่ม แล้วท่านจะได้ความรู้ มีอะไรที่ข้าพเจ้าจะช่วยได้ ข้าพเจ้ายินดีเสมอ มือชั้นเราต้องสร้างบารมีปราบมาร จะสร้างบารมีอย่างเด็ก จะมีความรู้อย่างเด็ก เป็นเรื่องน่าอาย ก่อนที่เราจะตายจากกัน ขอให้เราฝากฝีมือไว้ อย่างน้อยมารก็เกรงเราพอสมควร ไม่ใช่เป็นหมูให้เขารังแกโดยที่เราไม่ตอบโต้อะไร

(นายการุณย์ บุญมานุช)

อดีตผู้ช่วยศึกษาธิการจังหวัดจันทบุรี

สารบัญ

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:ผู้เยี่ยมชม
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressLoad Image from WebBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Add to Google


หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org