Go to Kayadham Home   
ประชาสัมพันธ์ : เชิญร่วมปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกาย โดยวิธีการที่หาที่ไหนไม่ได้ (หลักสูตรเร่งรัดสำหรับท่านที่มีเวลาน้อย) ณ โฮมเสตย์ เขื่อนท่าด่าน จ.นครนายก 6-7 เมษายน 50 นี้ (ด่วน! รับ 40 ท่าน) อ่านรายละเอียดall.gif
HOME : arrow สื่อธรรมะ : arrow เนื้อหาวิชชาธรรมกาย arrow คู่มือการสอน arrow คู่มือวิปัสสนาจารย์ arrow คู่มือวิปัสสนาจารย์23
คู่มือวิปัสสนาจารย์23 PDF พิมพ์ ส่งเมล

บทฝึกวิชาธรรมกาย

หลักการและเหตุผล

     - เราทราบโดยหลักการแล้วว่า ทำวิชา ๑๘ กายให้ตลอดเลยนั้น เป็นของยากมาก

     เราก็ต้องคิดทำความยากให้ง่าย โดยแบ่งงานออกเป็นบทฝึก ฝึกครบบทเรียนแล้ว จึงให้ทำวิชา ๑๘ กายโดยตลอดในหนหลัง

     - เราทราบแล้วว่า ถ้าเห็นดวงปฐมมรรคแล้วเห็นกายฝัน กายทิพย์ กายพรหม กายอรูปพรหม ทั้งหยาบและละเอียด รวม ๘ กาย เป็นการเสี่ยง เพราะหายได้ ดับไปได้ เพราะมารเขามาดับ หากเดินกายต้องให้ไปถึงธรรมกายจึงจะไม่หาย เรามีเวลาน้อย เมื่อเห็นดวงธรรมแล้ว จี้ให้เห็นธรรมกายเบื้องต้นไว้ก่อน อย่างอื่นค่อยทำทีหลัง

     - เราทราบแล้วว่า ภาคบุญก็มี “เฉียบขาด” คือ หยุด นิ่ง ใส ภาคมารก็มี “เฉียบขาด” คือ สั่น รัว มืด บอด ภาคไหนเข้ายึดเฉียบขาดได้ก่อน ภาคนั้นชนะ เรื่องนี้เป็นความรู้สำคัญ จะฝึกให้เขาเป็นหรือไม่เป็น อยู่ที่ความรู้เรื่องนี้

     หน้าที่ของเราก็คือ รีบเดินวิชา ๑๘ กาย แล้วไปหยุดนิ่งในท้องธรรมกายของต้นธาตุ บอกเล่าต้นธาตุที่ดวงใสใหญ่ระหว่างภพสามกับนิพพาน เสร็จธุระแล้ว ดำเนินดวงธรรมในท้องธรรมกายของต้นธาตุให้ครบ ๖ ดวง แล้วไปหยุดนิ่งในท้องธรรมกายของพระพุทธเจ้าพระสมณโคดม จากนั้น พุ่งธรรมกายของเราเข้าอายตนะนิพพาน ไปให้มากที่สุด อาราธนาธรรมกายของพระองค์ให้มาซ้อนอยู่ในกายของเราทุกกายให้หนาแน่น ถ้าท่านเป็นวิชาชั้นสูง ให้ท่าน “ตั้งเครื่อง” ที่ศูนย์กลางกายมนุษย์ของท่านให้หนาแน่น ถ้าท่านยังทำ “เครื่อง” ไม่เป็น ก็ไม่ต้องทำ

     เมื่อเห็นว่า อาราธนาได้เรียบร้อยแล้ว อารมณ์ของท่านดีแล้ว ให้ท่านใช้ “เฉียบขาด” ก่อน คือ ท่านกล่าวนำ และให้ผู้ปฏิบัติท่องตาม และทำวิชาไปตามที่ท่านสั่ง ให้เสร็จธุระเป็นราย ๆ ไป

     ตัวอย่างเช่น วางแผนว่าเมื่อผู้ปฏิบัติเห็นดวงปฐมมรรคแล้ว ต่อวิชาให้เห็นธรรมกายเบื้องต้น เป็นอันเสร็จธุระ อย่างอื่นรอไว้วันหลัง ทำอย่างนี้แก่ทุกคนที่เห็นดวงปฐมมรรค โดยการท่องนำว่า “หยุดในหยุด ๆๆ” ตามที่กล่าวแล้วในบทก่อน

     ถ้าท่านไม่ทำอย่างนี้ โอกาสที่พวกเราจะเห็นธรรม เห็นว่ายากเท่างมเข็มในมหาสมุทร เพราะขณะที่ผู้ปฏิบัติบริกรรมอยู่นั้น ภาคมารเขาจะเอาเฉียบขาดของเขามาใส่ที่ เห็น จำ คิด รู้ เป็นผลให้ใจเราสั่น รัว ไม่หยุด ไม่นิ่ง จึงไม่เห็นดวงธรรม และเราจะปล่อยให้บริกรรมกันไปตามบุญตามกรรม แล้วให้เห็นดวงธรรมเห็นกายไปตามหลักวิชาที่หลวงพ่อวัดปากน้ำกำหนดไว้นั้นเห็นว่ายากมาก ยังไม่มีใครทำได้ หลวงพ่อของเราทำได้ก็จริง เพราะบารมีของท่านปานนั้น ส่วนเราเองขนาดใช้กลวิธีกันร้อยแปด ยังไม่ค่อยจะเห็น จะเอาอย่างหลวงพ่อองค์อาจารย์ได้อย่างไร แต่เรามีความพยายามที่จะทำของยากให้ง่าย เราก็ต้องนำความรู้ของเรามากำหนดเป็นกลวิธีฝึก เพื่อให้คณะของเราได้เห็นธรรมให้จงได้

     - เราทราบแล้วว่า ขณะที่ผู้ฝึกบริกรรมนั้น มารเอขาเอา “เฉียบขาด” มาซ้อนที่ดวง เห็น จำ คิด รู้ ของผู้ฝึกและตัวเราด้วยคือ เขาเอาดวงดำ มือ บอด สั่น รัว มาหุ้ม เคลือบ เอิบ อาบ ซึม ซาบ ปนเป็น ในเห็น จำ คิด รู้ ของเรา

     เป็นผลให้ใจเราไม่หยุด ไม่นิ่ง และถ้ามารเขาเอาดวงดำมา “ตัด” และมา “ตอน” เราจะเผลอจากภาวนา และนึกอะไรไม่ออกทันที บางครั้งเรางงงันไม่รู้อะไรเป็นอะไรทีเดียว

     การแก้ไข ก็ต้องแก้ด้วย “นิโรธ” ได้แก่ การหยุดและการนิ่ง เตือนผู้ปฏิบัติให้ตั้งสติไว้ บริกรรมไว้ บริกรรมว่า “สัม มา อะ ระ หัง” หรือ “หยุดในหยุด” ไว้ อาการหลง ลืม งง และไปนึกเรื่องอื่น จะได้ทุเลาลง และหายไปในที่สุด

     จะเตือนเวลาใด ช่วงใด ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้สอน

     ดังนั้น แต่ก่อนเราไม่ทราบว่า ทำไมต้องมาเตือนผู้ปฏิบัติให้เป็นที่น่ารำคาญแก่เขาทำไม

     หลักการและเหตุผลตามที่กล่าวมานี้ เราต้องทราบ เพื่อเราจะได้นำความรู้เหล่านี้ไปใช้ได้ถูกต้อง และหมดข้อข้องใจ

บทฝึกที่ ๑

การเห็นดวงปฐมมรรคและกายธรรมหลัก

     ให้เห็นดวงปฐมมรรคกายละ ๑ ดวงธรรม จี้กลางดวงธรรมให้เห็น “กลาง” (จุดใสเท่าปลายเข็มกลางดวงธรรม) แล้วจี้ “กลาง” ให้กลางว่าง แล้วจึงเห็นธรรมกายในว่างนั้น

     สรุป

ลำดับ ๑ เห็นดวงธรรมในท้องกายมนุษย์

ลำดับ ๒ จี้ใจกลางดวงธรรมนั้น

ลำดับ ๓ จี้ใจกลางดวงธรรมให้เห็นกลาง

ลำดับ ๔ จี้ใจลงที่กลางแล้วกลางจะว่าง

ลำดับ ๕ ให้เห็นธรรมกายในว่างนั้น

ธรรมกายที่กำหนดให้เห็น

     ๑. ธรรมกายโคตรภู หน้าตักกว้าง ๕ วาหย่อน สูง ๕ วาหย่อน เกตุดอกบัวตูม

     ๒. ธรรมกายพระโสดา หน้าตักกว้าง ๕ วา สูง ๕ วา เกตุดอกบัวตูม

     ๓. ธรรมกายพระสกิทาคามี หน้าตักกว้าง ๑๐ วา สูง ๑๐ วา เกตุดอกบัวตูม

     ๔. ธรรมกายพระอนาคามี หน้าตักกว้าง ๑๕ วา สูง ๑๕ วา เกตุดอกบัวตูม

     ๕. ธรรมกายพระอรหัตต์ หน้าตักกว้าง ๒๐ สูง ๒๐ วา เกตุดอกบัวตูม

วิธีฝึก

     ครูผู้ฝึกกล่าวนำ ให้ผู้ปฏิบัติท่องตาม และทำใจตามไป

          ๑. นึกให้เห็นดวงใสโตเท่าแก้วตาของตน หญิงน้อมดวงใสเข้าช่องจมูกซ้าย ชายช่องจมูกขวา บริกรรม “หยุดในหยุด” แล้วนึกให้ดวงใสสว่างขึ้น

     ๒. เลื่อนดวงใสไปที่เพลาตา หญิงเพลาตาซ้าย ชายเพลาตาขวา บริกรรม “หยุดในหยุด” แล้วนึกให้ดวงใสสว่างขึ้น

     ๓. เลื่อนดวงใสไปในจอมประสาท คือ ในกะโหลกศีรษะ พร้อมกับเหลือกนัยน์ตาของตนเข้าไปในกะโหลกศีรษะ นึกให้ดวงใสไปลอยอยู่ในกะโหลกศีรษะ แล้วใช้ใจเราจี้กลางดวงใส บริกรรม “หยุดในหยุด” นึกให้ดวงใสสว่างยิ่งขึ้น

     ๔. นึกเลื่อนดวงใส ให้เลื่อนจากกะโหลกศีรษะเลื่อนลงมาในลำคอ แล้วนึกให้ดวงใสไปอยู่ในท้องของเรา จี้ใจกลางดวงใส บริกรรม “หยุดในหยุด” และบริกรรม หยุดในหยุด ๆๆ จนกว่าดวงใสจะขยายดวงโตเต็มส่วน และปรากฏรัศมีสว่างโชติ

          ท่านใดที่เห็นดวงใสชัดเจนแล้ว ให้พยักหน้า อย่าลืมตา เมื่อทุกคนพยักหน้าแล้ว จึงสั่งงานลำดับต่อไป

     ๕. ให้ทุกคนสมมุติใจของตนเป็นเข็ม เข็มคือ ใจ ส่งใจ “แตะ” กลางดวงธรรมเบา ๆอย่าเกร็งใจ บริกรรม “หยุดในหยุด ๆๆ” แล้วนึกดูที่กลางดวงธรรม ให้เห็น “กลาง” คือ จุดใสเท่าปลายเข็ม ใครเห็นจุดใสเล็กกลางดวงธรรมแล้วให้พยักหน้า แต่อย่าลืมตา

          เมื่อทุกคนพยักหน้าแล้ว จึงจะสั่งงานขั้นต่อไป

     ๖. ให้ทุกคน “แตะ” ใจลงที่จุดใสเท่าปลายเข็มนั้น พร้อมกับบริกรรม “หยุดในหยุด ๆๆ” พอใจหยุดถูกส่วน จุดใสเล็กคือ กลางจะว่างและหายไป เกิดสภาวะ “สุญญตา” มีลักษณะเวิ้งว้างประดุจท้องฟ้าปราศจากเมฆ ทันใดนั้น ท่านจะเห็นพระพุทธรูป มีรูปร่างเป็นพระปฏิมากรขาวและใสสว่างโชติ เกตุดอกบัวตูม อยู่ในว่างนั้น คือ อยู่ในท้องของท่าน ตัวท่านหันหน้าไปทางไหน พระพุทธรูปขาวใสเกตุดอกบัวตูมก็หันพระพักตร์ (หน้า) ไปทางนั้น หน้าตักกว้าง ๕ วา หย่อนนิดหนึ่ง สูง ๕ วาหย่อนนิดหนึ่ง เรียกว่า ธรรมกายโคตรภู ให้บริกรรมในใจ “หยุดในหยุด ๆๆ"”และ “ใสในใส ๆ” ยิ่งขึ้น บริกรรม “หยุดในหยุด” จะเห็นธรรมกายชัด และถ้าบริกรรม “ใสในใส” จะเห็นธรรมกายเปล่งรัศมีสว่างยิ่งขึ้น

          ใครเห็นธรรมกายโคตรภูชัดแล้ว ให้พยักหน้า แต่อย่าลืมตา เมื่อทุกคนเห็นชัดทั่วกันแล้ว จึงสั่งงานขั้นต่อไปได้

     ๗. จากนี้ไป ให้ทุกคนนึกส่งใจมองที่ช่องจมูกของธรรมกาย หญิงนึกมองช่องจมูกข้างซ้าย ชายนึกมองช่องจมูกข้างขวา แล้วเลื่อนใจมองที่เพลาตาของธรรมกาย หญิงเพลาตาซ้าย ชายมองเพลาตาขวา ตรงรูน้ำตาออกของธรรมกาย จากนั้นนึกเหลือกตาของตนเอง เข้าไปมองในกะโหลกศีรษะของธรรมกาย บริกรรม “หยุดในหยุด ๆๆๆ” แล้วนึกให้เห็นดวงใสในกะโหลกศีรษะของธรรมกายให้ได้

          แล้วนึกเลื่อนดวงใสจากในกะโหลกศีรษะของธรรมกาย ให้เลื่อนลงไปในลำคอขององค์พระ แล้วก็เลื่อนดวงใสลงไปอยู่ในท้องขององค์พระ

     จากนั้น จี้ใจของเราลงไปกลางดวงใส บริกรรม “หยุดในหยุด” จนกว่าดวงใสนั้นเป็นดวงแก้วและขยายดวงโตออกมา วัดเส้นผ่าศูนย์กลางของดวงได้เท่าหน้าตักธรรมกาย ใครเห็นดวงธรรมโตได้ส่วนตามที่ว่านี้แล้ว ให้พยักหน้า ใครที่เห็นดวงธรรมยังโตไม่เต็มส่วน ให้บริกรรม “หยุดในหยุด ๆๆ” ให้ยิ่งขึ้น

     จากนี้ไป ให้ทุกคนนึกดูจุดใสเท่าปลายเข็ม (กลาง) ใครเห็น “กลาง” คือ จุดใสเล็กแล้ว ให้พยักหน้า

     ลำดับต่อไป ให้ทุกคนจี้ใจลงที่กลาง คือ ที่จุดใสเท่าปลายเข็มนั้น บริกรรมว่า “หยุดในหยุด” แล้วจุดใสเท่าปลายเข็มจะว่างและหายไป ในว่างนั้นเอง ท่านจะเห็นธรรมกายองค์ใหม่ หน้าตักกว้าง ๕ วา สูง ๕ วา เกตุดอกบัวตูม เรียกว่า “ธรรมกายพระโสดา”

     ดำเนินเช่นนี้เรื่อยไปจนถึงธรรมกายพระอรหัตต์ นับรวม ๕ ธรรมกาย

     การฝึกบทนี้ ให้ทำบ่อยครั้ง ยิ่งมากยิ่งดี ข้อสำคัญ ต้องให้ดวงธรรมขาวและใส ธรรมกายก็ต้องขาวและใส และต้องได้ส่วนด้วย ธรรมกายใดมีขนาดเท่าไร ต้องให้หน้าตักเท่านั้นจริง ๆ โดยให้ผู้รับการฝึกเอาวาของตนวัดดูเอง แล้วจะบอกขนาดถูกต้อง

การเห็นที่ถูกต้อง

     - เห็นธรรมกายในท้องของตน เพราะที่ศูนย์กลางกายของเรา มีสภาวะเป็น “สุญญตา” มีลักษณะกว้างใหญ่ไพศาล ประดุจท้องฟ้าปราศจากเมฆ มีสภาพขาวและใส ธรรมกายใหญ่เท่าไรและมีจำนวนมากเท่าไร บรรจุเท่าไรก็ไม่เต็ม

     - การเห็นธรรมกายเป็นการเห็นด้วยใจ ไม่ได้เห็นด้วยนัยน์ตาของกายมนุษย์หยาบ และถ้าเราหลับตาแล้วใจจะเปิด ถ้าตาไม่หลับ ใจก็ไม่เปิด เห็นธรรมกายได้ทุกด้าน ทั้งด้านบน ด้านหน้า ด้านหลัง ด้านล่าง ด้านข้าง ธรรมกายนั่งในท่าขัดสมาธิ กายมนุษย์หันหน้าไปทางใด ธรรมกายก็หันหน้าไปทางนั้น

การนำไปใช้

     -นึกให้เห็นธรรมกายในท้องของตนเนืองนิจ โดยแบ่งใจออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งใช้ในภาระหน้าที่ประจำวัน อีกส่วนหนึ่ง ให้นึกดูดวงธรรมในท้องธรรมกาย เมื่อมีทุกข์ภัยอะไรให้ส่งใจนิ่งไปกลางดวงธรรมของธรรมกาย แล้วอธิษฐานให้พระองค์ทรงช่วย ประสงค์อะไรก็บอกความต้องการในทางที่ชอบธรรม อธิษฐานใจเสร็จแล้ว ให้หยุดนิ่งกลางดวงธรรม จรดใจให้ถูก “กลาง” บริกรรม “สัม มา อะ ระ หัง” เรื่อยไป องค์ธรรมกายจะเปล่งรัศมี และปาฏิหาริย์กายใหญ่ยิ่งขึ้น

การรักษาธรรมกาย

     - เมื่อเห็นธรรมกายแล้ว ให้รักษาไว้จงดี วิธีรักษาก็คือ ทำใจหยุดและนิ่งกลางดวงธรรมในท้องธรรมกาย ให้เห็นธรรมกายขาวใส แจ่มจรัสรัศมีในทุกอิริยาบถ ทั้งอิริยาบถยืน เดิน นั่ง นอน ธรรมกายก็จะคุ้มครองรักษา (ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม)

     - แต่ถ้าไม่หมั่นนึก ไม่หมั่นดู ไม่หมั่นหยุด ไม่หมั่นนิ่ง การกระทำเช่นนี้ ถือว่าไม่บูชาธรรม ธรรมกายก็จะหาย ไม่เห็นอีกต่อไป เราก็หมดที่พึ่งทางใจ นับเป็นการสูญเสียอันยิ่งใหญ่ของชีวิต

     - ถ้าดวงธรรมใสสะอาด และองค์ธรรมกายจรัสแสงแจ่มใส แปลว่า ชีวิตของเราจะรุ่งเรืองเจริญก้าวหน้า แต่ถ้าดวงธรรม ซูบซีด มัว ไม่ผ่องใส เป็นผลให้ธรรมกายไม่ใสด้วย บ่งถึงว่าชีวิตเราจะเสื่อม ทำมาหากินไม่เจริญ จะมีอุปสรรค จะมีโรคภัยเบียดเบียน ฯลฯ

สารบัญ

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:ผู้เยี่ยมชม
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressLoad Image from WebBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Add to Google


หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org