|
การอธิษฐานสำคัญอีกตอนหนึ่ง คือรับเป็นทนายศาสนาตลอดชีวิต หลวงพ่อได้อธิษฐานอ้อนวอนต่อพระศาสดาว่า “ขอพระองค์ได้ทรงกรุณาโปรดข้าพระพุทธเจ้า ทรงประทานธรรมที่พระองค์ได้ทรงตรัสรู้ อย่างน้อยที่สุดและง่ายที่สุดที่พระองค์ทรงได้รู้แล้ว แด่ข้าพระพุทธเจ้า ถ้าข้าพระพุทธเจ้ารู้ธรรมของพระองค์แล้วเป็นโทษแก่พระศาสนาของพระองค์ ขอพระองค์อย่าทรงพระราชทานเลย ถ้าเป็นคุณค่าแก่ศาสนาของพระองค์แล้ว ขอพระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานแด่ข้าพระพุทธเจ้า ข้าพระพุทธเจ้ารับเป็นทนายศาสนาในศาสนาของพระองค์จนตลอดชีวิต” คำว่า “ทนายศาสนา” หมายความว่า แก้ปัญหาในธุระ ๒ อย่างของพระศาสนา คือคันถธุระและวิปัสสนาธุระ คือ พระศาสนามีกิจกรรมที่ต้องศึกษา ๒ ประการ ประการแรกคือ ศึกษาปริยัติธรรมแยกเป็น แผนกนักธรรมและแผนกบาลี ประการที่สองคือ การศึกษาวิปัสสนาธุระ ซึ่งได้แก่ สมถกัมมัฏฐาน และวิปัสสนากัมมัฏฐาน หลวงพ่อท่านจะรับภาระหน้าที่จัดการและบำรุงรักษาการศึกษาปริยัติธรรมและ วิปัสสนาให้ หากหลวงพ่อได้เห็นธรรมตามที่พระศาสดาทรงต้องการ คือ ศาสนาของพระพุทธองค์ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด หลวงพ่อวัดปากน้ำจะรับอุปถัมภ์ค้ำจุนไปตลอดชีวิตของหลวงพ่อ ผลงานของหลวงพ่อสมัยหลวงพ่อมีชีวิตอยู่ คงมีผลงานแก่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เท่านั้น ตามที่กล่าวมาแล้วนั้น ยังไม่กระจายไปทั่วประเทศ และในต่างประเทศที่มีวัดไทย ผลงานของหลวงพ่อไปถึงแล้วหรือยัง เราทั้งหลาย อยากทราบว่าในต่างแดนนั้น บารมีหลวงพ่อแผ่ไปถึงแล้วหรือยัง ขณะนี้เราทราบว่า วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นเมืองสวรรค์ มองไปทางไหน เห็นแต่เสนาสนะสวยงามทั้งนั้น ชาวต่างประเทศที่ไปทัศนศึกษาทางเรือ เมื่อผ่านหน้าวัดปากน้ำ จะหยุดครู่หนึ่งเพื่อถ่ายรูปวัด ที่ดินของวัดไม่พอใช้ ไม่พอแก่การพัฒนา หากเรามายืนดูหน้าวัด มองไปรอบ ๆ ตัวเรา ประมาณราคาก่อสร้างเล่น ๆ คงไม่ต่ำกว่า ๕๐๐ ล้าน จำนวนพระเณรยังมากเหมือนเดิม การศึกษาด้านปริยัติธรรมและวิปัสสนาธุระของวัด ไม่ต้องกล่าวถึงอีกแล้ว เพราะกิจการทุกอย่างเจริญและก้าวหน้า และก้าวหน้าต่อไปไม่หยุดยั้ง หลวงพ่อวัดปากน้ำในต่างแดน ความจริงถ้าพูดถึงหลวงพ่อวัดปากน้ำในต่างแดน ต้องพิจารณากันว่า “เกินเป้าหมาย” ของหลวงพ่อ เพราะหลวงพ่อท่านอธิษฐานเพียงว่า “เป็นทนายศาสนาไปตลอดชีวิต” บัดนี้หลวงพ่อมรณภาพไปแล้ว ๓๗ ปี เหตุใดหลวงพ่อต้องมารับผิดชอบอยู่อีก ตามคำอธิษฐานของหลวงพ่อนั้น ขอรับใช้เพียงมีชีวิตอยู่ เมื่อตายไปแล้วก็น่าจะหมดความรับผิดชอบ เมื่อ พิจารณาดูแล้วจะพบว่า ศพของหลวงพ่อยังอยู่ ซึ่งประดิษฐานอยู่ที่วัดปากน้ำ ภารกิจจึงตกอยู่แก่ศพของหลวงพ่อ ศพของหลวงพ่อจะต้องรับผิดชอบต่อไป เมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็ต้องกลับมาพิจารณาว่า “ผลงานของศพหลวงพ่อวัดปากน้ำ” กันต่อไป ว่าตั้งแต่หลวงพ่อตายไปแล้วนั้น ศพของหลวงพ่อสืบต่องานธุระของศาสนา ๒ ประการอย่างไรบ้าง ส่งเสริมปริยัติธรรมและวิปัสสนาธุระทั่วประเทศ นั่นคือ วัดปากน้ำได้มอบทุนการศึกษาแผนกบาลีให้แก่วัดต่าง ๆ ทุกจังหวัด วัดละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ในชั้นต้น เลือกจังหวัดละ ๑ วัด บัดนี้เข้าใจว่าเกือบครบทุกสำนักเรียนบาลีแล้ว ถึงไม่ทั่วก็เกือบทั่ว หากไม่ทั่วถึงก็คงจะทั่วถึงในโอกาสต่อไป ทราบว่าปีหนึ่ง วัดปากน้ำมอบทุนเพื่อการนี้ในนามหลวงพ่อไม่ต่ำกว่าปีละ ๑๐ ล้านหรือมากกว่านั้น ผลงานด้านวิปัสสนา ก็คือ ทางวัดได้ถวายหนังสือ “คู่มือสมภาร” แก่วัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ หนังสือคู่มือสมภารนั้น เป็นเทศน์อย่างย่อของหลวงพ่อ บอกวิธีพัฒนาใจตั้งแต่ต้นจนเข้าถึงธรรมกาย ทั้งนี้ก็เพื่อวัดต่าง ๆ จะได้ศึกษาวิปัสสนาธุระกันต่อไป วิปัสสนาธุระในต่างแดนของหลวงพ่อ อาจารย์ตรีธา เนียมขำ นายกสมาคมศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำ เล่าให้ฟังว่าปีหนึ่งทางวัดจะต้องประกอบพิธีหล่อรูปเหมือนของหลวงพ่อให้แก่ วัดต่าง ๆ ที่ขอมา แม้แต่ต่างประเทศก็ขอมาด้วย เมื่อถึงวันสำคัญทางศาสนา ทางวัดได้จัดประกอบพิธีหล่อรูปเหมือนหลวงพ่อเท่าองค์จริง ตามจำนวนที่ขอ ในการนี้ผู้ขอจะต้องมาร่วมในพิธีเททองด้วย ครั้นหล่อเสร็จแล้ว นายช่างหล่อแต่งรูปหล่อเสร็จแล้ว ทางวัดจะนัดหมายให้ผู้ขอ มารับที่วัดปากน้ำ กล่าวถึงพิธีอัญเชิญรูปหล่อหลวงพ่อ กระทำไม่เหมือนกัน บางสำนักจัดริ้วขบวน ตั้งแถวจากวัดปากน้ำเดินทางกลับจังหวัดของตน พอเข้าเขตจังหวัดนั้น เขามีพิธีแห่โดยจัดกลองยาว แตรวง ผ่านตามจุดสำคัญของจังหวัดนั้น ประชาชนถวายดอกไม้ไปเรื่อยตลอดทาง เสร็จแล้วอัญเชิญรูปหล่อหลวงพ่อเข้าประจำวัด บางแห่งจัดมโหฬารกว่านั้น รายของท่านเจ้าคุณพระราชสาครมุนี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร ทำได้ดีมาก ข้าพเจ้ารู้เห็นด้วย ทำด้วยศรัทธา ทำด้วยความเคารพ ทำด้วยการถวายเกียรติแก่หลวงพ่อ เห็นผลทันตา พระเดชพระคุณเลื่อนเป็นพระราชาคณะชั้นราช แถมวัดยังถูกยกฐานะเป็นวัดหลวงเข้าอีก สำนักวิปัสสนาสัมมาอะระหังดำเนินไป ยังแถมเงินเดินคล่องตัวเสียด้วย อย่างนี้ก็ต้องว่าท่านเจ้าคุณราชสาครมุนีดวงดี ไม่ใช่ดวงดีแค่นั้น ท่านเจ้าคุณสอนสัมมาอะระหังเก่งเหลือเกิน ไม่เก่งสอนอย่างเดียว เป็นวิชาธรรมกายชั้นสูงถึงเกจิอาจารย์ทีเดียว อาจารย์ตรีธา เนียมขำ เล่าว่า รูปหล่อของหลวงพ่อมีในที่ต่างแดนมากขึ้นทุกที อาทิเช่น ศรีลังกา ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ปีนัง ฮ่องกง ฯ การบริการแก่ต่างประเทศด้านการเคลื่อนย้ายไม่สะดวก ทางวัดกำลังหาวิธีอยู่ ทำอย่างไรจึงจะจัดให้แก่ประเทศต่าง ๆ ได้ เพราะการส่งวัตถุหนัก ๆ อย่างนี้ไม่ใช่ทำง่าย อาจารย์ตรีธา เนียมขำ อยากจะให้ใครทั้งหลายสมประสงค์ หากใครต้องการอะไรของหลวงพ่อ ไม่ขัดข้องทั้งนั้น เพราะท่านเป็นนายกสมาคมศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำ จะต้องช่วยวัดปากน้ำในทุกเรื่อง ตามวัตถุประสงค์ของสมาคม อภินิหารของหลวงพ่อวัดปากน้ำ เขียนเท่าไรก็ไม่จบ เท่าที่กล่าวมานี้ยังไม่ครบถ้วน เกรงว่าขนาดหนังสือจะโตไป อยากจบเพียงแค่นี้ คราวหน้าค่อยว่ากันใหม่ ยังไม่ทันพิมพ์ก็มีหลายท่านมาอ่านมาออกความเห็น ให้เขียนเรื่อง “หลวงพ่อวัดปากน้ำภาคสวรรค์” บางท่านบอกว่าให้เขียน “เกร็ดและควันหลงของหลวงพ่อตามที่ได้ยินมา” บางรายโด่งไปถึงว่าให้เขียน “หลวงพ่อวัดปากน้ำในต่างประเทศ” ผมยังไม่ได้ไปต่างประเทศ จะเขียนได้อย่างไร พูดราวกับว่าผู้เขียนมีเงินมาก นึกอยากจะไปไหนก็ได้ นึกจะไปต่างประเทศเวลาใดก็ได้ กระนั้นหรือ อภินิหารของหลวงพ่อเป็นอัศจรรย์นั้นเกิดจากอะไร เรื่องนี้ท่านผู้ศึกษาอยากทราบ และอยากทราบมาก ๆ ด้วย หากเราศึกษาโดยรอบด้าน เราทราบตรงกันว่า หลวงพ่อทุ่มเทให้กับการค้นคว้าวิชาธรรมกายจนตลอดชีวิต ถึงกับระยะหลัง ๆ ไม่รับกิจนิมนต์เลย วันหนึ่งคืนหนึ่งหลวงพ่อขอเวลาจำวัดเพียง ๒ ชั่วโมงเท่านั้น วิชาธรรมกายก็คือวิชาว่าด้วยพระรัตนตรัย เพราะธรรมกายคือตถาคตและตถาคตคือธรรมกาย วิชาธรรมกายชั้นสูงหลวงพ่อท่านเรียกวิชาปราบมาร มารคือ กิเลส ตัณหา อุปาทาน และมารคือทุกข์และสมุทัย มารคือ สงคราม ข้าวยากหมากแพง ฝนแล้งเหี้ยนเตียน และ ฯลฯ หลวงพ่อท่านทำวิชากำจัดสิ่งเหล่านั้น โดยศิษย์ของท่านศึกษาไปด้วย และทำวิชาปราบมารไปด้วย หลวงพ่อเป็นผู้อำนวยการทางวิชา จัดเป็นเวรถึง ๖ เวร ๆ ละ ๓ ชั่วโมง ค้นคว้าตลอดวันตลอดคืน จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตหลวงพ่อ นี่คือข้อมูลที่เราศึกษาได้ อานิสงส์แห่งวิชาธรรมกายของหลวงพ่อนี้เอง คือ อภินิหาร แม้แต่ศพของหลวงพ่อยังมีอภินิหาร ขณะนี้ทราบว่ารับเป็นเจ้าภาพสร้างหอสมุดให้แก่พุทธมณฑลเป็นเงิน ๑๕๐ ล้าน พอข่าวนี้แพร่ออกไป ต่างก็ว่าศพหลวงพ่อวัดปากน้ำแสดงอภินิหารอีกแล้ว เราจะว่า อย่างไร เพราะเราก็เห็นกันซึ่ง ๆ หน้าด้วยกัน วันหนึ่ง ๆ มีประชาชนไปนมัสการศพที่วัดปากน้ำไม่ขาดระยะ บางวันก็มีชาวต่างประเทศไปไหว้ หากเป็นวันเสาร์อาทิตย์ ควรไปแต่เช้า เพราะต้องพบปัญหาคนแน่น ผู้เขียนเคยพารองเจ้าคณะจังหวัดจันทบุรีไปไหว้ ออกจากจันทบุรีเวลา ตี ๔ รถยนต์วิ่งไม่หยุดเลย ไปถึงวัดปากน้ำ ๗ โมงเช้า มัวแต่ไปคุยกับคนโน้น คนนี้ เชื่อว่ายังเช้าอยู่ ไม่มีปัญหาคนแน่น ไหว้เสร็จก็จะรีบกลับ ที่ไหนได้ เราคาดการณ์ผิด คนแน่นเสียแล้ว รองเจ้าคณะจังหวัดอยากนั่งทำภาวนาครู่หนึ่ง พอจะไปนั่งตรงโน้นคนก็แน่นเสียแล้ว กลับมาทางนี้ คนมาแน่นทางนี้อีก เลยหัวเสีย ไม่ทราบว่าได้บุญหรือเปล่า เพราะอารมณ์เสียนั่นเอง เพราะเราเดินทางมาแต่ไกล ได้แต่ไหว้ แต่ไม่ได้ทำภาวนาสัมมาอะระหังถวาย เพราะนัดกันว่าต้องทำภาวนาถวายศพหลวงพ่อ เรื่องที่เราอธิษฐานขอต่อศพหลวงพ่อจึงจะสำเร็จ ครั้นไม่ทำภาวนา อารมณ์ชักจะเสีย เราจะโทษว่าไม่ให้เกียรติแก่พระผู้ใหญ่ คิดเช่นนั้นก็ไม่ถูกอีก เนื่องจากไม่รู้จักกันต่างคนต่างมา ต่างคนต่างจะกลับบ้าน ต่างคนต่างรีบทำธุระของตน เราไม่ว่ากัน อภินิหารหลวงพ่อยังไม่จบ ยังมีต่อ อภินิหารหลวงพ่อยังไม่จบ ยังมีต่ออีก ต้องขออภัยต่อท่านทั้งหลาย เรื่องที่ท่านร้องขอ จัดให้ทันทีไม่ได้ การพิมพ์แต่ละครั้งใช้เงินมากอยู่ แต่รับว่าจะทำให้ อย่างเรื่องเกร็ดหลวงพ่อวัดปากน้ำ รับว่าทำให้ได้ ถึงหนังสือไม่โตนัก แต่ก็พออ่านได้ ท่านอยากทราบอีกว่าจะเอาอะไรมาเขียน ขอเรียนต่อท่านดังนี้ เรื่องเกร็ดของหลวงพ่อ พอนึกถึงตัวละครอันเป็นที่มาของเรื่อง เราจะนึกเรื่องออกทันที ว่าท่านนั้นได้เล่าอะไรให้ผู้เขียนฟังบ้าง เช่น ลุงเปล่ง (จำนามสกุลไม่ได้) ศิษย์คนโปรดหลวงพ่อ รายนี้ได้หลายเรื่อง จบแล้วขึ้นหมออู๊ด กฤษณานุวัตรศิษย์หลวงพ่อ ผู้มาเลี้ยงพระเป็นประจำทุกปี มาถึงศิษย์หลวงพ่อผู้เรืองนามวิชาธรรมกาย เช่น อุบาสิกาญาณี ศิริโวหาร อุบาสิกาถนอม อาสไวย์ อุบาสิกาทองสุข สำแดงปั้น เพียงแค่นี้ ก็ได้หลายเรื่องแล้ว หากพบอาจารย์ตรีธา เนียมขำ นายกสมาคมศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำ พบท่านที่ไหน แล้วคุยกับท่านพักเดียวจะเอากี่เรื่องก็ยังได้ หากเห็นว่าหนังสือยังไม่โต ผู้เขียนบรรเลงไปด้วย เพราะรู้เห็นหลวงพ่อมาพอสมควร แถมตอนนี้หลวงพ่อใช้ให้ทำวิชาปราบมาร เรื่องที่ควรนำเสนอ มีไม่น้อยทีเดียว ส่วนเรื่องหลวงพ่อวัดปากน้ำในต่างแดน ต้องคอยโอกาสนั้นมาถึง หากผู้เขียนได้ท่องไปในโลกกว้างจะถือโอกาสรวมผลงานหลวงพ่อมาเรียนต่อท่าน ไม่ปฏิเสธ รับไว้พิจารณาแล้ว โปรดรอคอย ไม่นานเกินรอ วิชาธรรมกายก่อเกิดอภินิหารแก่หลวงพ่อวัดปากน้ำ อย่างไรและเพียงไรตามที่กล่าวทั้งหมดนี้ เป็นส่วนน้อย เกรงว่าหนังสือจะเล่มโตเกินไป จึงไม่อาจกล่าวอย่างพิสดารได้ อภินิหารของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ยังไม่จบ โปรดพบกันใหม่ในเล่มหน้า พระของขวัญของ หลวงพ่อวัดปากน้ำมีอภินิหารเป็นอัศจรรย์ เรื่องนี้เคยกล่าวไว้แล้ว แต่นำมากล่าวอีก ก็ด้วยแหตุที่ว่า ระยะนี้พระของขวัญที่ทางวัดปากน้ำทำขึ้นรุ่นหลัง ๆ ได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างมาก หลายท่านปรารภว่า ควรเขียนเรื่องพระของขวัญ รุ่นที่หลวงพ่อทำ โดยกล่าวแต่ที่เรารู้เห็น ในส่วนที่เราไม่รู้เห็นไม่ต้องเขียน ทั้งนี้ โดยมีความประสงค์ว่า พระของขวัญรุ่นที่หลวงพ่อทำกับรุ่นใหม่ที่ศิษย์ของหลวงพ่อทำ มีความต่างกันอย่างไร หากไม่เขียนไว้จะยากต่อการศึกษาในโอกาสต่อไป เหตุผลที่กล่าวนั้นฟังได้ทีเดียว แต่ข้าพเจ้ารู้เห็นมาน้อย และเท่าที่ข้าพเจ้ารู้เห็นจะถูกต้องเพียงใด ก็ไม่ทราบเหมือนกัน ต้องขออภัยต่อท่านที่สนใจเรื่องนี้ด้วย พระของขวัญที่หลวงพ่อทำมี ๓ รุ่น รุ่นละ ๘๔,๐๐๐ องค์ ลักษณะขององค์พระเป็นพระปางประทานพร แบบสมาธิราบ คือเท้าขวาทับเท้าซ้าย องค์พระอยู่ในกรอบ ๓ เหลี่ยม ทำเป็นเส้น ๆ เส้น ๆ คือ รัศมี ขนาดของพระไม่กัน คือ มีพิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่ ในเรื่องพิมพ์นั้นมีมากแบบ เหตุที่มากแบบก็เพราะมีคนมาบอกหลวงพ่อว่า ตรงนั้นไม่ดีตรงนี้ไม่ดี หลวงพ่อก็สั่งทำแบบให้เป็นอย่างที่ศิษย์มาบอก อย่างรุ่นแรกเนื้อยุ่ย พอถูกน้ำแล้วจะละลาย หลวงพ่อก็สั่งรุ่นต่อไปต้องประสมน้ำมันตั้งอิ๊ว มาถึงเรื่ององค์พระไม่ชัด ก็สั่งแกะแบบให้ร่องลึก ต่อมามีคนมาบอกว่า ควรจะมีกรอบเงิน หลวงพ่อก็สั่งใส่กรอบ หมายความว่าร้องเพลงตามคำขอ ดังนั้น พระของขวัญของหลวงพ่อจึงมีอะไรละเอียด ยากต่อการศึกษาของเซียนพระ เวลานี้มีการปลอมกันมาก พระปลอมกับพระจริงดูแล้วไม่ต่างกันเลย เนื้อก็เหมือน แบบก็เหมือน และกรอบก็เป็นสนิม ดูแล้วไม่ทราบว่าองค์ไหนปลอมองค์ไหนจริง พวกเราศรัทธาในหลวงพ่อ พอเห็นใครบอกว่านี่คือพระของขวัญของหลวงพ่อวัดปากน้ำ เราก็ควักเงินบูชาทันที ไม่ต่อรองราคาเสียด้วย ต่อมาจะอย่างไรไม่ทราบได้ เชื่อว่าพระของขวัญที่ได้จากการแอบอ้างของคนขายพระว่าเป็นพระปลอม เกิดการโวยวายขึ้นมา เสียดายเงินที่บูชาไป กรณีตามที่ว่านี้ คือบรรยากาศในสนามพระทั่วไป เรื่องการปลอมพระของขวัญของหลวงพ่อ ทราบว่ามีการปลอมแต่ครั้งหลวงพ่อมีชีวิตอยู่ หลวงพ่อท่านตั้งกติกาไว้ว่า ต้องไปรับด้วยตัวเราเอง โดยหลวงพ่อเป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทให้ แม้เด็กกำลังนอนผ้าอ้อม บิดามารดาต้องอุ้มเด็กไป คนไทยที่อยู่ต่างประเทศต้องเดินทางมารับเอง หากไม่มารับเองเป็นอันหมดหวัง กติกาอีกข้อหนึ่งก็คือ คนละ ๑ องค์เท่านั้น รับแล้วจะมารับอีกไม่ได้ แม้ทำหายไป จะมารับใหม่ไม่ได้ เพื่อนของข้าพเจ้าคนหนึ่งรับมาแล้วเกิดหายไป จึงไปเข้าปลายแถวเพื่อจะรับใหม่ พอถึงคิวเพื่อนจะเข้ารับ หลวงพ่อท่านชี้มาว่า คนนี้รับแล้ว หลวงพ่อท่านทราบอย่างไร ก็ไม่ทราบเหมือนกัน เพื่อนเลยผิดหวัง ทั้งที่ไปเข้าแถวยาวกับเขา พอมาถึงเรา เราเกิดรับไม่ได้ ยังมีกติกาอีกข้อหนึ่งก็คือ ใครทำบุญสร้างโรงเรียนเท่าไร ก็รับได้เพียง ๑ องค์ แต่อย่างต่ำต้อง ๒๕ บาท แม้หลวงพ่อเองก็ ๑ องค์ และต้องถวายเงินแก่วัดด้วย จะเอาฟรีไม่ได้ การที่เรามีกันคนละหลายองค์นั้น ได้แก่สมัยที่หลวงพ่อป่วย ได้มอบหน้าที่ให้ท่านเจ้าคุณภาวนาโกศลเถระ (พระมหาเจียก) ประสิทธิ์ประสาทแทน เพราะหลวงพ่ออาพาธ นายแพทย์ห้ามหลวงพ่อทำงาน ยุคนี้เองที่เป็นยุคที่เราสามารถมีพระของขวัญหลายองค์ได้ การป่วยของหลวงพ่อรุนแรงขึ้น วิจารณ์กันว่า หากหลวงพ่อถึงแก่พลาดพลั้งลงไป ใครเล่าจะรับหน้าที่เลี้ยงพระ แม้ทางวัดก็หนักใจ จังหวะนี้เองที่ใครไปรับพระของขวัญ ท่านเจ้าคุณภาวนา ฯ ประสิทธิ์ประสาทให้ทั้งนั้น ยุคที่หลวงพ่อประสิทธิ์ประสาทเอง พระของขวัญมี ๓ รุ่น พอรุ่นที่ ๑ ใกล้จะหมด หลวงพ่อก็สั่งทำรุ่นที่ ๒ พอรุ่นที่ ๒ มีแนวโน้มว่าจะหมด หลวงพ่อก็ทำรุ่นที่ ๓ การแจกแต่ละครั้งบางทีคละกัน เป็นเพราะมีคนมารับจำนวนมาก ฝ่ายที่ทำหน้าที่นำพระห่อใบอธิบายวิธีอาราธนา ทำไม่ทัน กล่องพระมี ๓ กล่อง คือ รุ่นที่ ๑, ๒, ๓ เรียงกันอยู่ เพื่อความรวดเร็วของงาน ใกล้มือกล่องใด ก็นำกล่องนั้นห่อใบอธิบาย บางวันเข้าแถวยาวเป็นกิโลเมตร กรณีนี้บางท่านได้รุ่น ๑ บางรายได้รุ่น ๒ และบางรายได้รุ่น ๓ เมื่อคลี่ใบอธิบายวิธีอาราธนา เรามักอวดกันว่าใครได้รุ่นใด รายที่ได้รุ่นที่ ๑ เขาก็อวดว่าของเขาเยี่ยม เพราะถือว่ารุ่นที่ ๑ มีคุณภาพดี ทำให้คนที่ได้รุ่น ๒ และรุ่น ๓ เกิดอารมณ์ขุ่น ว่ารุ่นของเราไม่ใช่รุ่นแรก ความจริงแล้วไม่ว่ารุ่นใด มีคุณภาพคือความศักดิ์สิทธิ์เท่ากัน เพราะการประกอบวิชาใช้ความรู้เดียวกัน รุ่นหลังน่าจะเก่งกว่ารุ่นแรก เพราะความรู้ในการประกอบวิชาเชี่ยวชาญขึ้น เนื่องจากทำหลายครั้ง ความคล่องแห่งวิชาย่อมคล่องกว่านั่นเอง ข้าพเจ้าเคยถามแม่ชีถนอม อาสไวย์ ศิษย์ธรรมกายของหลวงพ่อ ถามว่าแม่ชีเคยทำพระของขวัญหรือเปล่า เพราะสมัยนั้นแม่ชีทำวิชาอยู่กับหลวงพ่อที่วัดปากน้ำ แม่ชีตอบว่าเคย ท่านเล่าว่าเวลานำผงมาเข้าแบบ อธิษฐานใจว่าองค์โต ๆ ฉันก็เลือกเอาแบบที่องค์โต ๆ ในการประกอบวิชานั้นทำอย่างไร แม่ชีตอบว่า ทุกเวรต้องประกอบวิชาตามแต่หลวงพ่อจะสั่ง หลวงพ่อท่านให้เดินวิชาอย่างไร ก็ทำอย่างนั้น จนกว่าจะเสร็จกิจของพระแต่ละรุ่น พระพุทธเจ้าทรงซ้อนธรรมกายของพระองค์มาเดินวิชา เราได้แต่ดูว่าพระองค์ทำอย่างไร นี่คือ ทัศนะของแม่ชีถนอม อาสไวย์ ข้าพเจ้าได้ยินมา จึงนำมาเขียนไว้ สมัยก่อน ก่อนที่หลวงพ่อจะออกมาประสิทธิ์ประสาทพระของขวัญ ท่านได้อธิบายวิธีอาราธนาพระของขวัญไว้ในเทป และเมื่อจบเทปแล้ว หลวงพ่อก็ออกมาเพื่อทำพิธีประสิทธิ์ประสาทพระของขวัญ พิธีของหลวงพ่อไม่มีอะไรมาก เพียงแต่ท่านกล่าวคำประสิทธิ์ประสาทเป็นคำบาลี ฟังดูแล้วจะลงท้ายว่า ประสิทธิเต แล้วหลวงพ่อก็หย่อนห่อพระลงไปที่มือของผู้รับ หากผู้รับเป็นหญิงจะอยู่ห่าง แต่ยื่นมือสองมือเพื่อรับพระ ส่วนท่านที่เป็นชาย ข้าพเจ้าชอบใจมาก หลวงพ่อจะให้เข้าใกล้ท่าน โดยหลวงพ่อใช้มือซ้ายจับมือผู้รับ ส่วนมือขวาของหลวงพ่อกำพระของขวัญ และวางที่ศีรษะผู้รับ พอหลวงพ่อกล่าวคำประสิทธิ์ประสาทจบลงด้วยคำว่า “เต” แล้วท่านก็ทุบศีรษะเบา ๆ ด้วยมือขวาที่ถือพระ จากนั้นก็ยืนมือขวาหย่อนพระให้แก่เขา ซึ่งขณะนั้นมือซ้ายของหลวงพ่อกำมือผู้รับด้วยมือซ้ายอยู่แล้ว ดูว่ากระฉับกระเฉง ผู้รับเขายินดีมากที่หลวงพ่อทำแก่เขาอย่างนั้น แม้ข้าพเจ้ารับ หลวงพ่อก็ทำอย่างนั้น เรายังเกิดความประทับใจ คนอื่นทำไม่น่าดู หลวงพ่อท่านทำแล้ว แลดูเป็นศักดิ์สิทธิ์ไปหมด เหตุใดเราจึงมีความคิดเช่นนั้น คำตอบก็คือ หลวงพ่อท่านเป็นปรมาจารย์ จึงแลดูสมบทบาทของบรมครู ส่วนวิชาธรรมกายที่ใช้ทำพระของขวัญนั้น หลวงพ่อท่านบอกว่า ธรรมกายของเราเข้านิพพานไปอาราธนาธรรมกายของพระพุทธเจ้านับอสงไขยนิพพานไม่ ถ้วน และนับพระองค์ไม่ถ้วน เพื่อประกอบความศักดิ์สิทธิ์แก่พระของขวัญ ธรรมกายพระพุทธองค์ทรงทำอย่างไร ธรรมกายของเราเองก็ทำตาม ประกอบความศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ ตั้งแต่วันเข้าพรรษา จนถึงได้อรุณแห่งวันออกพรรษา แม้วินาทีเดียวก็มิได้หยุดเลย ครั้นได้อรุณแห่งวันออกพรรษา ธรรมกายของพระศาสดาที่ทรงเป็นประธานทรงรับสั่งว่า “ของศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก” รับสั่งเพียงแค่นี้ แล้วมิได้รับสั่งอีก แปลว่าการทำพระของขวัญเสร็จกิจในวันออกพรรษานั้น หลวงพ่อได้ขอต่อธาตุธรรมไว้ว่าของขวัญนี้ จะมอบแก่ท่านที่บริจาคเงินสร้างโรงเรียนปริยัติธรรม ใครบริจาคขอให้เขามีสมบัติติดตัวหนึ่งพันล้านไปทุกชาติ ครั้นรุ่งขึ้นหลวงพ่อก็แจกแก่ผู้มาบริจาคเงินสร้างโรงเรียน ปรากฏว่าพระของขวัญแสดงอภินิหารเป็นอัศจรรย์ เกิดข่าวเล่าลือกันไปทั่ว ผู้คนทุกทิศต่างมุ่งไปวัดปากน้ำเพื่อขอรับพระของขวัญ ความศักดิ์สิทธิ์ของพระของขวัญ ตั้งแต่วันนั้นจวบจนถึงวันนี้ เขียนกันเท่าไรก็เล่าไม่จบ นี่คืออภินิหารของหลวงพ่อวัดปากน้ำ สารบัญ
Powered by AkoComment 2.0! |