Go to Kayadham Home   
ประชาสัมพันธ์ : เชิญร่วมปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกาย โดยวิธีการที่หาที่ไหนไม่ได้ (หลักสูตรเร่งรัดสำหรับท่านที่มีเวลาน้อย) ณ โฮมเสตย์ เขื่อนท่าด่าน จ.นครนายก 6-7 เมษายน 50 นี้ (ด่วน! รับ 40 ท่าน) อ่านรายละเอียดall.gif
HOME : arrow สื่อธรรมะ : arrow เนื้อหาวิชชาธรรมกาย arrow หลักสูตรปกิณกะ arrow อภินิหารหลวงพ่อวัดปากน้ำ arrow อภินิหารหลวงพ่อวัดปากน้ำ (16)
อภินิหารหลวงพ่อวัดปากน้ำ (16) PDF พิมพ์ ส่งเมล

เหตุใดหลวงพ่อจึงทุ่มเทชีวิต
ให้แก่งานค้นคว้าวิปัสสนาอย่างอุกฤษฏ์

     วันหนึ่ง หลวงพ่อใช้เวลาจำวัดเพียง ๒ ชั่วโมงเท่านั้น นอกนั้นใช้เวลาส่วนใหญ่ค้นคว้าวิชาวิปัสสนา ตามหลักการแพทย์ ร่างกายต้องมีเวลาพักผ่อนคือ นอนหลับอย่างน้อยวันละ ๘ ชั่วโมง แม้หลวงพ่อจะมีสภาพใจวิเวก เหมาะแก่การเจริญธรรมภาวนา เกิดความสุขทางใจปานใด แต่ร่างกายทนไม่ไหว การฝึกภาวนาสมัยที่หลวงพ่อมีสมณศักดิ์เป็นพระครูสมณธรรมสมาทาน พระสงฆ์ที่เรียนกับหลวงพ่อนั่งกัมมัฏฐานถึงวันละ ๖ ชั่วโมงรวดเดียวติดต่อกัน นี่คือข้อเท็จจริงที่เราค้นคว้าได้ สมาชิกที่มาศึกษาบางส่วนเกิดการเมื่อยขบ ทนไม่ไหวก็มี การที่หลวงพ่อทุ่มเทร่างกายเพื่อการนั่งภาวนานาน ๆ และพักผ่อนน้อย เป็นเหตุหนึ่งที่ร่างกายทนไม่ไหว ในที่สุดหลวงพ่อก็ป่วยไข้และมรณภาพเร็วเกินไป

     หลวงพ่อให้เหตุผลว่า ชีวิตของเราไม่พอแก่การค้นคว้าธรรมปฏิบัติ หากเราค้นคว้าย่อหย่อนไม่ว่าจะด้วยเหตุใด ย่อมยากแก่การเข้าถึงความรู้อันยิ่งนั้น เพราะขอบข่ายของวิชาธรรมกายกว้างไพศาลและละเอียดยิ่งนัก หากไม่เอาชีวิตเป็นเดิมพันเราจะไม่ได้อะไรเลย ชีวิตของเราขาดผลงานอันประเสริฐ ผลงานอันประเสริฐตามความหมายของหลวงพ่อก็คือ วิธีทำใจให้ใสนั้นคืออย่างไร เพราะคำสอนมีอยู่แล้วว่า สจิตตปริโยทปนํ ซึ่งแปลว่า การทำใจให้ใส หากเราไม่รู้วิธีการของพระศาสดาในเรื่องนี้ จะส่งผลให้สภาพใจคนต่ำ เมื่อสภาพใจต่ำเพียงอย่างเดียว ย่อมทำบาปไม่ทำกุศล ปิดทางมรรคผลนิพพานอย่างสิ้นเชิง ก็แปลว่าธรรมภาคกิเลสมีอานุภาพแก่กล้า เหตุนี้เอง จำต้องค้นคว้าวิชาธรรมกายให้รุดหน้า เพราะธรรมกายคือพระศาสดา และพระศาสดาคือธรรมกาย เมื่อเราค้นพบธรรมกายแล้ว งานสะสางธาตุธรรมจะเริ่มทันที งานสะสางธาตุธรรมของหลวงพ่อคือปราบมารนั่นเอง

     กล่าวถึงงานปราบมารของหลวงพ่อ หลวงพ่อท่านระดมสรรพกำลังทุกสถาน ตั้งเป็นเวรถึง ๖ เวร ๆ ละ ๓ ชั่วโมง ตลอดวันตลอดคืนไม่หยุดเลย พลรบเวรบางเวร ๒๐ คน บางเวรน้อยกว่านั้น ขณะที่หลวงพ่อฉันอาหารหรือทำวัตรเย็นทำวัตรเช้า เวรเขาเดินวิชาไปเรื่อยไม่หยุด พอหลวงพ่อเสร็จภารกิจเหล่านั้น จะมาซักถามผลงานของเวรที่กำลังเดินวิชาอยู่ทันที ว่าขณะนี้ได้ความรู้อะไร และจะทำประการใดต่อไป หลวงพ่อท่านจะตรวจสอบทางญาณทัสสนะทันที หลวงปู่ชั้ว โอภาโส เล่าว่าหลวงพ่อกวดขันวิชาปราบมารแบบหามรุ่งหามค่ำเป็นเวลากว่า ๓๐ ปี

     นี่คือผลงานอันประเสริฐ เป็นอภินิหารของหลวงพ่อที่สามารถทำได้ พลรบมีทั้งพระสงฆ์ สามเณร อุบาสิกา และคฤหัสถ์ สามารถปกครองให้ศิษย์ทั้งหลายเข้าเวรโดยไม่มีใครขาดหน้าที่ ติดต่อเป็นเวลา ๓๐ ปีกว่า ตั้งแต่ต้นจนถึงวันที่หลวงพ่อมรณภาพ นี่คืออภินิหาร

ภาพถ่ายของหลวงพ่อมีความจำเป็นแก่บ้านเรือน

     เหตุใดจึงมีความเชื่อว่าภาพถ่ายของหลวงพ่อ มีความจำเป็นแก่บ้านเรือน ไม่ว่าจะไปที่ใด เห็นมีภาพถ่ายของหลวงพ่อประดิษฐานไว้ในที่สูงเกือบทุกบ้าน ถามดูได้ความว่า ขึ้นบ้านใหม่หากไม่มีภาพถ่าย หลวงพ่อก็แปลว่า ขาดสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บางรายบอกว่า หลวงพ่อสำเร็จธรรมชั้นสูง มีไว้บูชาแล้วเกิดมงคล และได้ฟังหลายแบบหลายอย่าง

     เรื่องภาพถ่ายของหลวงพ่อนั้น ทางวัดได้นำมาจำหน่ายแก่ประชาชนนานมาแล้ว เดี๋ยวนี้ทราบว่าทำมาเท่าไรก็ไม่พอแก่ความต้องการ

     ยุคหลังนี้ เกิดมีการนิยมกันขึ้นในหมู่นักเล่นพระเครื่องหรือที่เราเรียกว่าเซียนพระ ภาพถ่ายหลวงพ่อไม่ว่าอิริยาบถใด หากมีลายเซ็นของหลวงพ่อ จะมีราคาสูง บางแห่งถือว่าภาพที่มีสมณศักดิ์เป็นพระภาวนาโกศลเถรมีราคาแพง หากมีรายเซ็นด้วย ราคาจะแพงขึ้นไปอีก และในบางแห่งถือว่าล๊อกเก็ตตอนที่มีสมณศักดิ์เป็นพระราชมงคลมุนี มีราคาแพงกว่าภาพใด ๆ

     เมื่อเกิดความนิยมขึ้น การปลอมแปลงภาพเกิดตามมาทันที ดูไม่ออกว่าเป็นภาพดั้งเดิมเช่นนั้น หรือถ่ายขึ้นทีหลัง เพราะการถ่ายทำภาพยุควิทยาศาสตร์เจริญ สายตาอย่างเราดูเท่าไรก็บอกไม่ได้ว่าของเดิมหรือทำขึ้นภายหลัง

     เมื่อครั้งที่อุบาสิกาถนอม อาสไวย์ (ศิษย์เอกวิชาธรรมกายของหลวงพ่อ) ป่วย ถึงกับเข้าโรงพยาบาลจังหวัดอ่างทอง ท่านยังต้องนำภาพถ่ายของหลวงพ่อไปตั้งไว้ที่หัวนอน มือธรรมกายระดับอุบาสิกาถนอม ยังถึงกับขนาดนั้น แล้วมือระดับอย่างเราจะอย่างไร แต่นั้นมาข้าพเจ้ารวบรวมภาพถ่ายหลวงพ่อ โดยมาขอจากท่านเจ้าคุณภาวนา ฯ บ้าง หาจากที่อื่นบ้างแต่หายากเหลือเกิน เพราะเขาหวงของเขา หาที่ไหนไม่ได้ จำเป็นต้องถ่ายจากหนังสือพิมพ์ เขามาเรียนภาวนา เขาก็จะบูชาหลวงพ่อ ถือว่าหลวงพ่อเป็นบรมครู

     ครอบครัวของข้าพเจ้าและญาติบ้านนอกที่จังหวัดสุพรรณบุรีถือปฏิบัติตรงกันหมด ก่อนออกจากบ้านต้องไปไหว้หลวงพ่อก่อน และเมื่อกลับบ้านก็ต้องไหว้อีกครั้ง บางคนเดินทางไปทำงานแล้ว ยังไม่ทันถึงที่ทำงานรีบกลับมาบ้าน ถามว่ากลับมาทำไม เขาตอบว่าลืมพระของขวัญ นึกได้ตามทาง จึงต้องกลับมาเอาพระของขวัญ ติดตัวไป จะทำงานเลยก็ได้แต่ไม่สบายใจ เหมือนขาดอะไรไป อย่างเดินทางไกลหน่อยไม่เป็นไร เมื่อได้พระของขวัญติดตัวแล้ว คราวนี้จะอย่างไรต่อไปไม่ว่าทั้งนั้น

     ตามที่กำหนดประเด็นว่า หลวงพ่ออยู่ที่ไหนแล้วทำอะไรที่นั้นบ้าง บัดนี้ถือว่ากล่าวจบแล้ว

     คำถาม ถามต่อไปว่า หลวงพ่อมีอภินิหารอย่างไร คำตอบก็คือ ผลงานตามที่กล่าวนั้น คือ อภินิหารส่วนหนึ่ง อภินิหารประการอื่นจะกล่าวต่อไปนี้

คุณสมบัติส่วนตัวของหลวงพ่อ

     หลวงพ่อลายมือสวย เป็นพรสวรรค์ของหลวงพ่อ หลวงพ่อเซ็นชื่อกำกับรูปถ่ายให้แก่ศิษย์ จะเห็นว่าลายมือสวย เกิดความรู้สึกว่ามีชีวิตชีวา แต่ตอนที่หลวงพ่อเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระมงคลเทพมุนี ลายมือชักไม่สวยแล้ว เพราะอายุมากนั่นเอง

     หลวงพ่อมีน้ำเสียงคมและมีอำนาจ เพราะเสียงดีมีอำนาจนี้เอง ชวนให้น่าฟัง เวลาเทศน์ไม่ต้องเกณฑ์กัน เพราะอยากฟังหลวงพ่อพูด น้ำเสียงของหลวงพ่อทำให้เรามีมานะอดทน สมัยที่ข้าพเจ้ามาฝึกเรียนวิชาธรรมกาย ฝึกกี่ปีก็ไม่ได้ความ กล้าขึ้นมาอย่างไรไม่ทราบ เข้าไปลาหลวงพ่อ กราบนมัสการหลวงพ่อว่า “หลวงพ่อครับ ผมลาหลวงพ่อแล้ว วิชาหลวงพ่อ เรียนเท่าไรไม่เห็น วันนี้มากราบลา”

     หลวงพ่อรับสั่งว่า “ขึ้นชื่อว่าของดี ยากทั้งนั้น ไม่มีใครได้อะไรโดยไม่ทำความเพียร หลวงพ่อเรียนถึงกับสละชีวิต จึงได้เห็นธรรม เธอจงไปทำความเพียรใหม่ ต้องทำเป็นต้องทำได้” เสียงนี้ก้องในหูเราแต่วันนั้นจวบจนวันนี้ ข้าพเจ้าเรียนวิชาธรรมกายไม่เลิก คิดจะเลิกเรียนหลายครั้ง แต่นึกอายหลวงพ่อ ท่านสั่งไว้แล้วว่า เราต้องทำเป็น ต้องทำได้

     หลวงพ่อมีวาทศิลป์ในการเทศน์ นอกจากจะสันทัดบาลีแล้ว วิธีขยายความ และการสรุปเนื้อหาสาระ แล้วตบท้ายวิชา ๑๘ กาย บางคราวร่าเริงในธรรม มีเสียงหัวเราะในลำคอเสียด้วย พอบอก “มาติกา” หรือกระทู้หรือปุณณียบท แล้วลงท้ายด้วย “ติ” แล้ว หลวงพ่อจะเริ่มกล่าว ต่อไปนี้อาตมาภาพจะคลี่ความเป็นสยามภาษา....ยกศัพท์ขึ้นอธิบายทีละศัพท์ เสร็จแล้ว สรุปความบาลีเป็นภาษาไทย จากนั้นโยงเข้าเรื่อง ลำดับเรื่องไปจนจบ ไม่เคยหลงประเด็น ปกติเมื่อพูดอะไรที่ชอบแล้วมักติดลมเรื่อยไปจนลืมประเด็น รับประกันได้ว่าหลวงพ่อ ไม่เคยหลงประเด็น เข้าหาประเด็นแล้วสรุปอีกครั้งหนึ่ง จากนั้นโยงเรื่องเข้าหาภาคปฏิบัติ คือโยงเข้าหาวิชา ๑๘ กายของหลวงพ่อ ไม่รู้หลวงพ่อทำได้อย่างไร เหตุใดโยงมาเข้าวิชา ๑๘ กายได้ทุกทีไป หลวงพ่อมีลีลาการเทศน์อย่างนี้ ถูกใจพระทิพย์ปริญญายิ่งนัก เพราะพระทิพย์ปริญญา เป็นเปรียญ ๖ ประโยค เคยเป็นนักเทศน์มาเหมือนกัน โบราณมีคำพังเพยว่า นักเลงเก่าย่อมไม่หาญราญนักเลง บัดนี้ นักเลงกับนักเลงมาเจอกัน คือ นักเทศน์กับอดีตนักเทศน์มาเจอกัน คุณพระ ฯ ยอมรับว่าหลวงพ่อมีฝีมือในทุกด้าน ถวายความเคารพแก่หลวงพ่อ และเป็นปากเสียงแทนหลวงพ่อด้วย ใครจะมากล่าวสูงต่ำอะไรแก่หลวงพ่อไม่ได้ก็แล้วกัน คุณพระ ฯ ไม่ยอม

     หลวงพ่อเป็นบุรุษผู้มีความเพียร พวกเรากันเองอาจไม่คิดอะไร แต่บัณฑิตอย่างพระทิพย์ปริญญา มารู้เห็นว่าหลวงพ่อเคร่งวินัยยิ่งนัก อีกทั้งทำวิชาภาวนาตลอดวันตลอดคืน วันหนึ่งหลวงพ่อจำวัดเพียง ๒ ชั่วโมงตามที่อุบาสิกาถนอม อาสไวย์ เล่าให้ฟัง หลักการแพทย์บอกว่าวันหนึ่ง เราต้องนอนอย่างน้อย ๘ ชั่วโมง ร่างกายจึงจะอยู่ได้ แต่หลวงพ่อนอนเพียงวันละ ๒ ชั่วโมง สร้างความประหลาดใจให้แก่พระทิพย์ปริญญายิ่งนัก คุณพระ ฯ ได้ศึกษาต่อไปว่า เหตุใดหลวงพ่อจึงทำภาวนาตลอดวันตลอดคืน ก็ทราบว่า หลวงพ่อทำงานใหญ่ คือ คุมวิชาธรรมกายชั้นสูงให้แก่ศิษย์ แบ่งเป็นเวรได้ ๖ ชุด ๆ ๓ ชั่วโมง งานใหญ่ที่ว่านั้นคือ ปราบมาร มารนั้นคือ ธรรมกายดำ หรือที่เราเรียกว่าทุกข์และสมุทัย หรือที่เราเรียกว่า ตัณหา อุปาทาน หรือที่เรียกว่า อวิชชา ได้รู้เห็นหลวงพ่อใช้วิชาธรรมกายแก้สงคราม เพราะขณะนั้นเกิดสงครามโลก ญี่ปุ่นเข้าเมืองไทย ถ้าญี่ปุ่นไม่ยอมแพ้ กรุงเทพ ฯ จะเป็นทะเลเพลิง คุณพระ ฯ เป็นผู้รู้เห็นงานสำคัญนี้ จึงเคารพหลวงพ่อมีคุณแก่บ้านเมือง แต่ไม่มีใครรู้ รู้กันเฉพาะศิษย์หลวงพ่อที่เป็นธรรมกายชั้นสูงเท่านั้น

     หลวงพ่อเป็นนักเสียสละ ไม่มีอะไรเป็นของตนเอง ได้อะไรมาทั้งหมดถวายวัดทั้งหมด เข้าโรงครัวทั้งหมด ไม่เคยเห็นหลวงพ่อหยิบเงินเลย เห็นแต่ใบปวารณา เวลาใครถวายเงิน เขาถวายเป็นใบปวารณา โยมประยูร ไวยาวัจกรวัดเล่าว่า หลวงพ่อเป็นหนี้วัด เวลาญาติโยมบ้านนอกมาเยี่ยม หลวงพ่อยืมเงินวัดไปให้ หากหลวงพ่อได้กัณฑ์เทศน์ จะใช้หนี้ทันที แถมให้ดอกเบี้ยด้วย โยมประยูรเล่าตลก ๆ ต่อไปว่า ผมอยากให้หลวงพ่อยืมเงินอีก ถามว่าทำไม่จึงเป็นอย่างนั้น ยิ่งยืมวัดก็ยิ่งรวย เพราะหลวงพ่อให้ดอกเบี้ยเกินเงินต้นทุกครั้ง

     โยมประยูร สุนทารา ศรัทธาในหลวงพ่อ จึงมารับใช้หลวงพ่อ เป็นไวยาวัจกรให้แก่วัดติดตามปฏิบัติหลวงพ่อ เห็นหลวงพ่อที่ไหนก็เห็นโยมประยูรที่นั่น โยมประยูรชอบใจผม คงจะเห็นว่าผมเป็นข้าราชการ ตอนนั้นผมเป็นชั้นตรีแล้ว ทุกคราวที่ไปหาหลวงพ่อ โยมประยูรจะให้โอกาสแก่ผมเป็นอย่างดี ช่วงเวลาที่หลวงพ่อป่วย โยมประยูรทำงานหนักกว่าหลวงพ่อจะนอน กว่าจะแปรงฟัน ฉันยาที่หมอสั่ง ดูว่าโยมประยูรเหนื่อยเหลือเกิน ตอนที่หลวงพ่อไม่ป่วย โยมประยูรก็คุยกับหลวงพ่อ แน่นอน โยมประยูรต้องได้ฟังเรื่องดี ๆ ผมไม่มีโอกาสสนทนากับโยมประยูรเลย เป็นเพราะไม่ว่าง จะต้องรับใช้หลวงพ่อใกล้ชิดนั่นเอง ผิดกับลุงเปล่งผู้เป็นศิษย์คนโปรดของหลวงพ่อ ลุงเปล่งทำงานกับฝรั่ง มีรายได้สูง ลุงเปล่งผู้นี้ชอบใจผมมาก ทุกครั้งที่พบกัน มักจะมีเรื่องของหลวงพ่อเล่าให้ฟัง แล้วจะเขียนให้ทราบในโอกาสต่อไป

คติธรรมของหลวงพ่อวัดปากน้ำไม่เหมือนใคร

     เราเคยเห็นคติธรรมของใคร ๆ มามากแล้ว เราเคยเห็นคติของนักปราชญ์มามากแล้ว แต่พอเรามาศึกษาชีวิตของหลวงพ่อวัดปากน้ำ เห็นคติการดำเนินชีวิตของท่านแล้ว ไม่เหมือนใครเลย

     หลวงพ่อท่านมีคติว่า

เกิดมา ว่าจะมาหาแก้ว พบแล้วไม่กำ จะเกิดมาทำอะไร

สิ่งที่อยากเขาก็หลอก สิ่งที่หยอกเขาก็ลวง ทำให้จิตเป็นห่วงเป็นใย

เลิกอยาก ลาหยอก รีบออกจากกาม เดินตามขันธ์สามเรื่อยไป

เสร็จกิจสิบหก ไม่ตกกันดาร เรียกว่านิพพานก็ได้

ผลงานหลังจากหลวงพ่อมรณภาพไปแล้ว

     เราจำได้ว่า หลวงพ่อมรณภาพมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๒ ปีนี้เป็นปี ๒๕๓๙ ก็แปลว่า หลวงพ่อมรณภาพไปแล้ว ๓๗ ปี เรามาเรียนกันว่า ผลงานระหว่างที่หลวงพ่อมีชีวิตอยู่กับผลงานที่หลวงพ่อมรณภาพไปแล้ว อย่างไหนจะมีภาษีกว่ากัน หรือพูดอีกนัยหนึ่งว่า หลวงพ่อภาคพื้นดินกับหลวงพ่อภาคสวรรค์ มีผลงานต่างกันอย่างไร

     หากท่านได้มีโอกาสไปนมัสการศพหลวงพ่อที่วัดปากน้ำ จะทราบทันทีว่า ผลงานภาคสวรรค์เหนือผลงานภาคพื้นดินเป็นไหน ๆ เราจะเห็นภาพรวมว่า ผลงานที่ปรากฏให้เห็น สมัยหลวงพ่อมีชีวิตอยู่ กับสมัยที่ศพหลวงพ่อนอนนิ่งอยู่ในโลงนั้น ผลงานสมัยหลวงพ่อมรณภาพไปแล้ว มีมากกว่าสมัยที่หลวงพ่อมีชีวิตอยู่ในทุกด้าน ก็แปลว่า ศพหลวงพ่อมีอภินิหาร

     ครับถูกต้องแล้ว ศพหลวงพ่อมีอภินิหารจริง ๆ

     เรื่องศพหลวงพ่อมีฤทธิ์นั้น สมัยที่ข้าพเจ้ายังเข้าวัดอยู่นั้นได้รู้จักหลวงตาแพ ขณะนั้นหลวงตาแพยังอยู่ที่วัดปากน้ำ หลวงตาเล่าให้ฟังว่า ยุคหลังที่หลวงพ่อยังป่วยน้อย ๆ หลวงตาทำหน้าที่ปฏิบัติ หากหลวงพ่อปวดเมื่อย หลวงตาจะบีบนวดให้ หลวงพ่อท่านเปรยไว้ว่า “หลวงตา ถ้าหลวงพ่อตายแล้วอย่าเผา ศพมีฤทธิ์เลี้ยงพระได้” หลวงตาเล่าให้ฟังอย่างนี้

     บัดนี้ ศพหลวงพ่อแสดงอภินิหาร เป็นจริง ตามที่หลวงตาเล่า

เรามาพิจารณาการอธิษฐานใจ

ารปฏิบัติกัมมัฏฐานขั้นอุกฤษฏ์ของหลวงพ่อ

     เราทราบแล้วว่า หลวงพ่อบรรลุธรรมที่วัดบางคูเวียง คลองบางกอกน้อย จังหวัดนนทบุรี

     “ถ้านั่งลงไปครั้งนี้ ไม่เห็นธรรมที่พระพุทธเจ้าต้องการ เป็นอันไม่ลุกจากที่นี้จนหมดชีวิต”

     แสดงถึงว่า หลวงพ่อเด็ดเดี่ยว กล้าเอาชีวิตเข้าแลกกับวิปัสสนาธุระ แล้วหลวงพ่อก็บรรลุ “ธรรมกาย” ตามที่เราทราบแล้ว ความรู้ว่าด้วย “ธรรมกาย” นี้คือ ธรรมที่พระพุทธเจ้าต้องการ ไม่ใช่ความรู้อย่างอื่น

     หลวงพ่อคงจะเคยฝึกอานาปานัสสติ คือการกำหนดลมหายใจเข้าออก อาจารย์ก่อน ๆ ก็สอนว่าให้พิจารณาลมหายใจเข้าออก หายใจเข้าก็ให้รู้ว่าหายใจเข้า หายใจออกก็ให้รู้ว่าหายใจออก ใจของเราก็เลยวิ่งเข้าวิ่งออก ไม่นิ่งที่ศูนย์กลางกาย ก็ไม่ได้อะไร เพียงแต่เกิดอารมณ์สบายใจ เรื่องก็มีเท่านี้เอง

     แต่ว่าการบำเพ็ญคราวนี้ หาเป็นเช่นนั้นไม่ จะโดยวาสนาบารมีหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ พอลมหายใจเข้ากับลมหายใจออกเท่ากันเมื่อไร จะเห็นดวงธรรมแว๊บหนึ่ง แต่พอใจมาประหวัดลมหายใจเข้าอีกครั้งเดียว ดวงนั้นจะหาย หลวงพ่อโชคดีตรงที่เห็นดวงธรรมแล้ว นิ่งอยู่กับดวงธรรมนั้น แล้วไม่ส่งใจมารับลมหายใจอีกเลย จึงนิ่งกับดวงธรรมนั้นจนในที่สุดเห็น “ธรรมกาย”

     เหตุผลที่กล่าวเช่นนี้ เพราะสมัยนั้นไม่มีใครฝึกแบบตั้งใจที่ศูนย์กลางกาย มีแต่พิจารณาลมกันทั้งนั้น จึงมาจับหลักว่า ที่เห็นธรรมกายนั้น เพราะตั้งใจที่ศูนย์กลางกาย เราจะเห็นว่า ความรู้เราเพี้ยนไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น ส่งผลให้การปฏิบัติของเราล้มเหลวไปเป็นชาติ ๆ ความจริงเรื่องอานาปานัสสติ พระศาสดาก็ทรงสอน แต่มาหลัง ๆ เพี้ยนกันไปอย่างไรไม่ทราบ ทำให้เรื่องของพระรัตนตรัยหรือธรรมกายสูญไป หลวงพ่อวัดปากน้ำมาค้นคว้าได้คราวนี้ ต้องนับว่าเป็นโชคของพระศาสนาอย่างแท้ เพราะการที่เราไม่รู้จักพระรัตนตรัย ไม่เข้าใจว่าธรรมกาย หมายเอาอะไร การเข้าถึงพระรัตนตรัยนั้นมีวิธีทำอย่างไร เมื่อไม่ทราบเช่นนี้ การทำให้แจ้งซึ่งนิพพานก็เป็นอันล้มเหลว แม้เราจะตั้งใจดีอย่างไร แม้เราจะทำความเพียรอย่างไร แม้เราจะทุ่มเทอะไรทั้งหลาย เป็นอันล้มเหลวทั้งนั้น รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ถ้าหลวงพ่อไม่แจงแสดงชี้แนวการเดินใจ เราก็ไม่รู้จักพระรัตนตรัยอยู่ดี เราเกิดมาเพื่อตายอย่างเดียว โดยไม่ได้เห็นธรรมของพระศาสดาเลย เสียประโยชน์อันพึงมีพึงได้ อย่างน่าเสียดาย

สารบัญ

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:ผู้เยี่ยมชม
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressLoad Image from WebBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Add to Google


หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org