|
บทบัญญัติที่ ๙ ขยายดวงเห็นจำคิดรู้ให้ตลอดสุดหยาบสุดละเอียด ดวงเห็นของกายมนุษย์ ตั้งอยู่ในกลางกายของมนุษย์ มีลักษณะกลมรอบตัว ใสบริสุทธิ์ มีขนาดเท่าฟองไข่แดงของไก่ ประกอบดวงเห็นนี้เป็นสมาบัติ ที่ตั้งของดวงเห็นคือ ศูนย์กลางกายเป็นกสิณ เดินสมาบัติในกสิณให้ใส แล้วขยายดวงเห็นของมนุษย์ให้เท่ากับของกายธรรม ดวงจำของมนุษย์ซ้อนอยู่ในกลางดวงเห็น มีลักษณะกลมรอบตัวใสบริสุทธิ์ มีขนาดโตเท่าดวงตาขาวทั้งหมด ประกอบดวงจำนี้เป็นสมาบัติ ที่ตั้งของดวงจำคือ ว่างกลางดวงเห็นนั้นเป็นกสิณ เดินสมาบัติในกสิณให้ใส แล้วขยายดวงจำของมนุษย์ให้เท่ากับของกายธรรม ดวงคิดของมนุษย์ซ้อนอยู่ในกลางว่างของดวงจำ มีลักษณะกลมรอบตัวใสบริสุทธิ์ มีขนาดโตเท่าดวงตาดำข้างนอก ประกอบดวงคิดนี้เป็นสมาบัติ ที่ตั้งของดวงคิดคือ ว่างกลางดวงจำนั้นเป็นกสิณ เดินสมาบัติในกสิณให้ใส แล้วขยายดวงคิดของมนุษย์ให้เท่ากับของกายธรรม ดวงรู้ของมนุษย์ซ้อนอยู่ในกลางว่างของดวงคิด มีลักษณะกลมรอบตัวใสบริสุทธิ์ มีขนาดโตเท่าแววตาดำข้างใน ประกอบดวงรู้นี้เป็นสมาบัติ ที่ตั้งของดวงรู้คือ ว่างกลางดวงคิดนั้นเป็นกสิณ เดินสมาบัติในกสิณให้ใส แล้วขยายดวงรู้ของมนุษย์ให้เท่ากับของกายธรรม ที่กล่าวมาแล้วนี้ เป็นเพียงดวงเห็น จำ คิด รู้ ของกายมนุษย์เท่านั้น ส่วนดวงเห็น จำ คิด รู้ของกายทิพย์ กายพรหม กายอรูปพรหม กายธรรม ตลอดจนกายสุดหยาบสุดละเอียด ก็ต้องขยายแบบเดียวกันกับกายมนุษย์ที่กล่าวมาแล้ว * * * * * * อธิบายการเดินวิชา เป็นเรื่องสำคัญสุดยอด ที่ต้องทำให้ได้ เพราะจะทำให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น จะทำให้ญาณทัสสนะชัดเจนขึ้น เห็นได้ละเอียดขึ้น เห็นได้กว้างไกลขึ้น เราฝึกบทอื่นมาแล้ว พอมาถึงบทนี้ แทบไม่ต้องอธิบาย เพราะบทบัญญัติได้กล่าวไว้ชัดเจนแล้ว เพียงแต่เราทำตาม เราก็สามารถทำได้ ไม่ยากอะไร จะว่าไปแล้ว วิชาธรรมกายสำคัญที่เรื่องใจ ใจก็คือ เห็น จำ คิด รู้ เห็น จำ คิด รู้ที่สะอาดคือ เห็น จำ คิด รู้ที่ใส ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสุดยอด การที่เราเห็นธรรม ก็เพราะเห็น จำ คิด รู้ รวมกันเป็นหนึ่ง และการที่เราเห็นชัด ก็เพราะดวงเห็น จำ คิด รู้มีความสว่างมีความใส หากเห็น จำ คิด รู้ ขุ่นมัว แปลว่า ใจของเราสะสมเอากิเลสไว้ ความขุ่นมัวของเห็น จำ คิด รู้คือ นิพพาน ภพ ๓ โลกันต์ของกิเลส กายของกิเลสอยู่ในนิพพาน ภพ ๓ โลกันต์นั้น เมื่อได้เวลา เขาก็แสดงอานุภาพให้สัตว์โลก แก่ เจ็บ ตาย อันตรายมาก แต่การที่เราทำให้ดวงเห็น จำ คิด รู้รวมกันได้ และให้หยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกาย ไม่ใช่เรื่องทำง่าย เพราะความขุ่นมัวที่ดวงเห็น จำ คิด รู้เป็นตัวการสำคัญ ที่ทำให้ใจไม่หยุด ที่ทำให้ใจไม่รวม ครั้นเราพากเพียร จนถึงขึ้นเห็นธรรม แม้กระนั้นความเห็นก็ยังไม่แจ่มใสเท่าที่ควร จึงต้องพัฒนาเห็น จำ คิด รู้ ดังบทฝึกบทนี้ แนวเดินวิชา ขณะนี้เราอยู่กับกายธรรม ส่งใจนิ่งกลางดวงธรรมของกายธรรม บริกรรมใจ หยุดในหยุด ๆๆ เห็นจุดใสเท่าปลายเข็มกลางดวงธรรมของกายธรรม พอจุดใสเท่าปลายเข็มว่าง ก็จะเห็นดวงธรรมของกายมนุษย์ ส่งใจนิ่งลงไปที่ดวงธรรมของกายมนุษย์ บริกรรมใจ หยุดในหยุด ๆๆ จะเห็นจุดใสเท่าปลายเข็มกลางดวงธรรมของกายมนุษย์ บริกรรมใจ หยุดในหยุด ๆๆ พอจุดใสเท่าปลายเข็มว่างก็จะเห็น “ดวงเห็น” ส่งใจธรรมกายนิ่งลงไปที่ดวงเห็นนั้น บริกรรมใจ หยุดในหยุด ๆๆ แล้วจะเห็น “จุดใสเท่าปลายเข็มของดวงเห็น” บริกรรมใจ หยุดในหยุด ๆๆ ก็จะเกิดแผ่นฌานขึ้น คือ ปฐมฌาน ธรรมกายนั่งลงบนแผ่นฌานนั้น จากนั้น ส่งใจธรรมกายนิ่งลงไปที่ดวงธรรมของธรรมกาย ถูกจุดใสเท่าปลายเข็มของดวงธรรมของธรรมกาย แล้วจุดใสเท่าปลายเข็มจะว่าง นึกในใจปรารภเข้าสู่ฌาน ๒ ก็จะเกิดแผ่นใสใหม่ แผ่นใสใหม่นี้คือ ฌานที่๒ (ทุติยฌาน) โดยวิธีนี้ ก็จะเกิดฌาน ๓ (ตติยฌาน) ฌานที่ ๔ (จตุตถฌาน) คือ เกิดแผ่นฌานที่ก้นกายธรรม ๔ แผ่น (รูปฌาน) ขั้นตอนต่อมาคือ ดวงกสิณ ก็คือ ส่งใจธรรมกายลงไปในว่างนั้น ตั้งดวงกสิณ ดังที่เคยฝึกมาแล้ว ขั้นตอนต่อมา ก็คือ เดินสมาบัติ ท่องในใจ ฌาน ๑ หายไป ฌาน ๒ รองรับ, ฌาน ๒ หายไป ฌาน ๓ รองรับ, ฌาน ๓ หายไป ฌาน ๔ รองรับ, เสร็จอนุโลมแล้ว เดินฌานถอยหลัง (ปฏิโลม) คือ ฌาน ๔ หายไป ฌาน ๓ รองรับ, ฌาน ๓ หายไป ฌาน ๒ รองรับ, ฌาน ๒ หายไป ฌาน ๑ รองรับ ให้ทำอนุโลม ปฏิโลมหลายเที่ยว จนกว่าดวงกสิณต่าง ๆ จะขาวและใส เสร็จจากนี้ ไปเดินวิชาที่ ดวงจำ ดวงคิด ดวงรู้ ต่อไป คราวนี้มาถึงตอนที่จะทำดวงเห็น จำ คิด รู้ ให้เท่ากับดวงเห็น จำ คิด รู้ ของกายธรรม เราจะทำอย่างไร คราวนี้ หยุดนิ่งลงไปที่ดวงธรรมของธรรมกายขณะนี้ บริกรรมใจ หยุดในหยุด ๆๆ เห็นจุดใสเท่าปลายเข็มของธรรมกายแล้ว ให้ส่งใจนิ่งกลางดวงเห็น ดวงจำ ดวงคิด ดวงรู้ ของธรรมกาย จากนั้น ส่งใจธรรมกายลงไปที่ ดวงเห็น ดวงจำ ดวงคิด ดวงรู้ ของกายมนุษย์ ซ้อนดวงเห็น จำ คิด รู้ของธรรมกายลงไปที่ดวงเห็น จำ คิด รู้ ของกามนุษย์ บริกรรมใจ หยุดในหยุด ๆๆ แล้วดวงเห็น จำ คิด รู้ของกายมนุษย์ก็จะขยายโตเท่ากับดวงเห็น จำ คิด รู้ของธรรมกาย ท่านจะเลือกธรรมกายใดสุดแต่ความพอใจของท่าน เสร็จจากนี้แล้ว ก็มาทำกับกายฝัน กายทิพย์ กายพรหม กายอรูปพรหม กายธรรม ต่อไป เมื่อทำชำนาญแล้ว การทำแบบรวบยอดจะไม่ยากเลย เมื่อท่านทำเบื้องต้นได้แล้ว ปัญญาเกิดเอง ทำไปได้เองเป็นอัตโนมัติ สารบัญ Powered by AkoComment 2.0! |