|
การทำฌานโดยใช้ดวงธรรมของกายธรรม และการเข้านิพพานกายโลกีย์ กายโลกีย์คือ กายมนุษย์ กายทิพย์ กายพรหม กายอรูปพรหม ส่วนกายธรรมคือ ธรรมกายพระโสดา ธรรมกายพระสกิทาคามี ธรรมกายพระอนาคามี ธรรมกายพระอรหัตต์ การทำรูปฌานของการฝึกบทนี้ เป็นการใช้ดวงธรรมของกายธรรมเป็นฌาน และการทำอรูปฌานก็ทำจากรูปฌาน นั่นเอง สถานภาพเดิม ขณะนี้ เราเป็นธรรมกายพระอรหัตต์ จากการฝึกบทที่แล้ว จากนี้ไป เราจะทำรูปฌานโดยขยายดวงธรรมของธรรมกายให้เป็นแผ่นฌาน การเดินวิชา หยุดนิ่งลงที่ดวงธรรมของธรรมกายพระอรหัตต์ เดินสมาบัติถอยหลังมาถึงธรรมกายพระโสดา ดังนี้ นับดวงธรรมในท้องธรรมกาย ถอยหลังจากธรรมกายพระอรหัตต์ มาถึงพระอนาคามี จากพระอนาคามี มาถึงพระสกิทาคามี จากพระสกิทาคามีมาถึงพระโสดา หยุดกลางดวงธรรม ๑ ถึงดวงธรรม ๒, หยุดกลางดวงธรรม ๒ ถึงดวงธรรม ๓, (ดวงปัญญา ดวงสมาธิ ดวงศีล) หยุดกลางดวงธรรม ๓ เห็นธรรมกายพระอนาคามี นับดวงธรรมในท้องธรรมกายพระอนาคามี ตามวิธีที่กล่าวนั้น จนมาถึงธรรมกายพระโสดา หยุดนิ่งกลางดวงธรรมในท้องธรรมกายพระโสดา (จะเดินตามฐาน ๗ ฐานก็ได้) เห็นจุดใสเท่าปลายเข็ม ส่งใจนิ่งลงไปที่จุดใสเท่าปลายเข็ม บริกรรมใจหยุดในหยุดๆๆ ขยายดวงธรรมให้ใหญ่ ให้เป็นแผ่นฌาน นี่คือปฐมฌาน ธรรมกายนั่งบนฌาน จากนั้น ส่งใจนิ่งลงไปที่ดวงธรรมในท้องของธรรมกายพระสกิทาคามี ขยายดวงธรรมให้ใหญ่เป็นแผ่นฌาน นี่คือทุติยฌาน แล้วธรรมกายนั่งบนแผ่นฌานใหม่นี้ จากนั้น ส่งใจนิ่งลงไปที่ดวงธรรมในท้องธรรมกายพระอนาคามี ขยายดวงธรรมให้เป็นแผ่นฌาน นี่คือ ตติยฌาน ธรรมกายนั่งลงบนแผ่นฌานแผ่นใหม่นี้ จากนั้น ส่งใจนิ่งลงที่ดวงธรรมของธรรมกายพระอรหัตต์ ขยายดวงธรรมให้ใหญ่ เป็นแผ่นจตุตถฌาน ธรรมกายนั่งบนแผ่นฌานใหม่นี้ ส่งใจนิ่งกลางดวงธรรมของธรรมกาย เห็นจุดใสเท่าปลายเข็มซึ่งอยู่กลางดวงธรรมนั้น จุดใสเท่าปลายเข็มนี้ จะตรงกับจุดใสเท่าปลายเข็มของแผ่นฌาน นึกไปที่จุดใสเท่าปลายเข็มของปฐมฌาน ธรรมกายจะไปนั่งบนแผ่นปฐมฌานทันที พอจุดใสเท่าปลายเข็มของปฐมฌานว่างออกไป จะเห็นแผ่นใสแผ่นใหม่เกิดขึ้น นี่คือ อากาสานัญจา ฯ (ฌานที่ ๕) แล้วธรรมกายนั่งบนแผ่นฌานใหม่นั้น ส่งใจนิ่งมาที่ทุติยฌาน จะได้ฌาน ๖ ส่งใจนิ่งมาที่ตติยฌาน จะได้ฌาน ๗ ส่งใจนิ่งลงไปที่จตุตถฌาน จะได้ฌาน ๘ จากนั้น เดินฌานสมาบัติที่ดวงธรรมของกายมนุษย์ ๗ เที่ยว ธรรมกาย ตกสูญเข้านิพพานของกายมนุษย์ การเดินสมาบัติที่ดวงธรรมของกายมนุษย์ หมายความว่า เดินที่จุดใสเท่าปลายเข็ม ซึ่งอยู่กลางดวงธรรม จุดใสเท่าปลายเข็มจะว่างออกไป สภาพใจดิ่งวูบลงไป สภาพใจที่วูบนี้เรียกว่า ตกสูญ ไปหาดวงใสดวงใหม่ ดวงใสดวงใหม่นี้คือ นิพพานของกายมนุษย์ นิพพานนี้เป็นป้อมเป็นค่ายของกาย เวลาเราทำวิชารบ พอเรานึกเดินวิชา เราจะเห็นตัวเรารูปร่างเหมือนกายมนุษย์คือ ตัวเรา กายมนุษย์ที่ว่านี้ก็กายมนุษย์ละเอียดหรือกายฝันของเรานั่นเอง นิพพานมีลักษณะเป็นดวงใสกลมรอบตัว ใสเป็นแก้ว พูดให้ง่ายก็คือ บ้านของกายฝัน ของ ๆ ใครขาวใสเป็นแก้วสว่างโชติ บ่งบอกว่าเป็นคนมีบุญบารมีธรรมสูง และถ้านิพพานคือบ้านของใครยังไม่ใส ท่านให้หมั่นเดินฌานสมาบัติ กลางดวงนิพพานมีจุดใสเท่าปลายเข็ม จุดใสเท่าปลายเข็มก็คือศูนย์กลางนิพพาน ที่เรียนธรรมกายตกสูญ ก็คือ ตกตรงนี้ การตกสูญโดยวิธีนี้ใช้คำว่าสูญ จากนี้ไป พึงน้อมธรรมกายเข้านั่งในนิพพานของกายมนุษย์ละเอียดนั้น เพื่อธรรมกายจะได้เดินฌานสมาบัติ เพื่อเข้านิพพานของกายทิพย์ ตามหลักวิชาของคู่มือสมภารต่อไป สถานภาพเดิม ขณะนี้ธรรมกายเข้าอยู่ในนิพพานของกายมนุษย์ละเอียด เห็นกายฝันของตัวเราเอง นั่งอยู่ในดวงใสคือ นิพพาน วิธีเดินวิชาขั้นตอนนี้จะทำอย่างไร ธรรมกายน้อมเข้านั่งอยู่ในนิพพานของกายมนุษย์ละเอียดแล้ว งานต่อไปคือ ส่งใจธรรมกายนิ่งลงไปที่จุดใสเท่าปลายเข็มของนิพพาน แล้วเดินสมาบัติตามที่กล่าวแล้ว เมื่อเดินสมาบัติครบ ๗ เที่ยว ธรรมกายจะตกสูญเข้านิพพานของกายทิพย์ คือ เห็นดวงใสดวงใหม่ และเห็นกายทิพย์ของตัวเราเองนั่งอยู่ เราจึงรู้ว่านี่คือนิพพานของกายทิพย์ การเดินวิชาขั้นตอนนี้ บางท่านไม่เดินตามที่กล่าวนั้น โดยให้เหตุผลว่า ศูนย์ของนิพพานและศูนย์กลางกายของกายมนุษย์ละเอียดนั้นตรงกัน ควรน้อมธรรมกายเข้านั่งกลางกายของกายมนุษย์ละเอียด โดยส่งใจธรรมกายลงไปที่ดวงธรรมของกายมนุษย์ละเอียด กลางของดวงธรรมคือ จุดใสเท่าปลายเข็มของดวงธรรม จะอยู่ตรงกับจุดใสเท่าปลายเข็มของนิพพาน การเดินสมาบัติวิธีนี้ ส่งผลให้กายมนุษย์ละเอียดใสขึ้นด้วย นับว่ามีเหตุผลอยู่มาก ท่านใดจะเดินวิชาตามแนวนี้ก็ได้ผลอย่างเดียวกัน ขอแต่ว่าให้ถึงนิพพานของกายทิพย์ก็แล้วกัน โปรดเข้าใจว่า การเดินวิชามีหลายวิธีเหมือนกับการทำเลขคณิต สุดแต่ใครจะเลือกวิธีใด กล่าวถึงการเดินวิชาที่นิพพานของกายมนุษย์ละเอียด ตามวิธีข้างต้นนั้น เมื่อน้อมธรรมกายนั่งลงไปที่จุดใสเท่าปลายเข็มของนิพพานแล้ว ก็เดินวิชาตามที่กล่าวมาแล้ว ครบ ๗ เที่ยวแล้วธรรมกายตกสูญเข้านิพพานของกายทิพย์ และในทำนองเดียวกัน ก็เดินวิชาเข้านิพพานของกายพรหม นิพพานของกายอรูปพรหม นิพพานของกายธรรม เมื่อจะออกจากนิพพานของกายธรรม กลับมาหานิพพานของกายอรูปพรหม นิพพานของกายพรหม นิพพานของกายทิพย์ นิพพานของกายมนุษย์ ก็ให้เดินสมาบัติอีก ๗ เที่ยวด้วย ไม่ให้ออกมาโดยไม่เดินวิชา จบการฝึกบทที่ ๓ จากคู่มือสมภารเพียงนี้ โปรดทบทวนว่า บทฝึกที่ ๓ นี้ มีหลายขั้นตอน มีหลายบท ควรทำความเข้าใจแต่ละบทให้ดี ค่อย ๆ อ่าน ค่อย ๆ ทำความเข้าใจ ไม่มีอะไรง่าย มีแต่ยาก ๆ ทั้งนั้น ขนาดของแผ่นฌาน ท้ายบทฝึก ตำราแจ้งว่า ขนาดของแผ่นฌานนั้น มีขนาดต่างกัน คือ แผ่นฌานเกิดจากดวงธรรมของกายโลกีย์ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ วา หนา ๑ คืบ แต่ถ้าแผ่นฌานเกิดจากการขยายตัวของกายธรรมนั้น มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ วาขึ้นไป หนา ๑ คืบ หากท่านฝึกเข้าถึงธรรมกายกายที่ละเอียดยิ่งขึ้นไป ขนาดของแผ่นฌานก็จะโตขึ้นไป เรื่องของการตกสูญ ตกศูนย์ เคยกล่าวว่า การตกสูญ ได้แก่การที่ธรรมกายตกสูญที่ดวงปัญญา แต่การฝึกบทที่ ๓ เราจะพบการตกสูญอีกลักษณะหนึ่ง ส่วนการตกศูนย์ที่ดวงวิมุตติญาณทัสสนะนั้น เราเข้าใจตรงกันแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ เราตั้งกฎเกณฑ์ยาก การเดินวิชาเมื่อธรรมกายตกสูญ หมายถึง การที่ธรรมกายดิ่งลงไปแล้ว ไม่นานจะเห็นดวงใสดวงใหม่ ปรากฏการณ์อย่างนี้ถือว่าตกสูญ ย้อนกลับมาถึงการฝึกวิชาธรรมกายใหม่ ๆ การเห็นดวงใส ครั้งแรกที่ฐานที่ ๖ เรียกว่า ตกสิบ จากนั้นเห็นดวงใสโตขึ้นที่ฐานที่ ๗ เรียกว่า ตกศูนย์ บางครั้งก็เรียกว่า เข้าสิบเข้าศูนย์ ศูนย์คือ ศูนย์กลางกาย เรื่องนิพพานในกาย จากบทฝึกที่ ๓ เราได้ความรู้ว่า ในกายของเราก็มีนิพพาน นิพพานคือที่อยู่อาศัยของกาย อีกความรู้หนึ่งได้แก่ นิพพานนอกกาย ได้แก่นิพพานอันเป็นที่อยู่อาศัยของผู้ได้มรรคผลนิพพานนั้น คือ เป็นอายตนะหนึ่งอยู่นอกภพ ๓ ขึ้นไป ซึ่งเราท่านเข้าใจเรื่องนี้แล้ว เหตุที่เราทำความเพียรเล่าเรียนวิชาธรรมกาย และสร้างบารมีเผยแพร่วิชาธรรมกาย ก็เพื่อให้ได้มรรคผลนิพพานนั่นเอง แต่ความรู้ในทางวิชาธรรมกาย เมื่อเราเล่าเรียนมากขึ้น จะทราบปัญหาของนิพพานในกาย กว่าเราจะทราบปัญหานั้น เราต้องเรียนกันมาก ๆ ครั้นเราทราบเข้าแล้ว เราจะต้องแก้ปัญหานั้น ซึ่งต้องใช้ความรู้ชั้นสูง เรียกว่า วิชารบ มีความจำเป็นที่เราต้องศึกษาเล่าเรียน หากเราไม่เล่าเรียน จะเสมือนว่าเรางอมืองอเท้า ปล่อยให้มารข่มเหงรังแกพวกเรา หากท่านสนใจ โปรดติดตามหนังสือปราบมารของข้าพเจ้าต่อไป สารบัญ Powered by AkoComment 2.0! |