Go to Kayadham Home   
เชิญ อ่านรายละเอียด เกี่ยวกับโครงการอบรม ได้เลยครับ >>>
Google
HOME : arrow สื่อธรรมะ : arrow เนื้อหาวิชชาธรรมกาย arrow หลักสูตรปราบมาร arrow ปราบมาร 3 arrow ปราบมาร3 (12)
ปราบมาร 3 (12) PDF พิมพ์ ส่งเมล
Wednesday, 16 August 2006

ชื่อบ่งบอกบารมีและบอกฐานะ

     ตามที่นำชื่อจักรพรรดิกายละเอียด มาให้ดู ๒ ชุด รวมมาจากบันทึกนั้น ท่านจะเห็นว่า ชื่อจักรพรรดิทำไมเป็นอย่างนี้ เหตุใดชื่อจึงไม่ยาวและไม่ไพเราะอย่างชื่อพระที่เราเคยได้ยินได้ฟัง นี่คือข้อสังเกตของเรา และทำไมต้องขึ้นชื่อว่า “ต้น”

     เรื่องนี้ เคยถามธาตุธรรมท่านแล้ว ท่านอธิบายอย่างนี้

     ๑. ชื่อบ่งบอกบารมีของจักรพรรดินั้น ๆ องค์ใดมีบารมีเด่นทางใด ธาตุธรรมท่านนิโรธตรงกันแล้ว จึงขนานชื่อตามนั้น

     ๒.ที่เรียกว่า “ต้น” หมายความว่า มีบารมีมากกว่าจักรพรรดิธรรมดา หากฐานะเป็น “ต้น” ท่านหมายความว่า มีบารมีตั่งแต่ ๑๐๐ อสงไขยขึ้นไป หากมีบารมีต่ำกว่า ๑๐๐ อสงไขย จะไม่มีฐานะเป็น “ต้น” และต้นนี้ ยังแบ่งระดับยิ่งหย่อนลงกันไปอีก หากบารมี ๑๐๐ อสงไขย เป็นต้นย่อย หากบารมีถึง ๘๔,๐๐๐ อสงไขย จึงมีฐานะเป็นต้นใหญ่ และบารมีตั้งแต่ ๘๔,๐๐๐ อสงไขยขึ้นไป เป็นต้นใหญ่ขึ้นไปอีก

     ๓. ความหมายของชื่อ ข้าพเจ้าไม่ทราบเหมือนกัน แต่เราพยายามจะเรียนรู้ พอที่จะนำมาเล่าสู่กันฟัง ดังนี้

     คำว่า “ทะเล” แปลว่า ไพศาล สุดที่จะประมาณหมาย ต้นปราบทะเลธาตุทะเลธรรม หมายความว่า ท่านเป็นภาคปราบมาก่อนแล้ว มีอาณาเขตปกครองกว้างไพศาลประดุจความไพศาลแห่งทะเล ต่อมาไม่ทราบว่า ไปพลาดท่าได้อย่างไร มารเขามาเอาตัวไปกักกันไว้ได้

     ต้นปราบทะเลสิทธิปุเรภพ หมายความว่า พระองค์เป็นภาคปราบมาแต่ปุเรภพชาติแล้ว มีอำนาจปกครองด้วย ต่อมาไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด พลาดท่ามารเขา

     ต้นปราบทะเลศักดิ์สิทธิ์ หมายความว่า ทำอะไรศักดิ์สิทธิ์ไปหมด

     ต้นปราบทะเลสิทธิเฉียบขาด หมายความว่า มีสิทธิเฉียบขาดมาก

     ต้นปราบใหญ่ทะเลภพ มีคำว่าใหญ่ แปลว่าเป็นต้นแท้บารมีถึง ๘๔,๐๐๐ อสงไขย หมายความว่า ภพทั้งปวงอยู่ในปกครองของพระองค์

     ต้นปราบปกครอง หมายความว่า มีหน้าที่ในทางปกครอง

     ต้นปราบสมบัติ หมายความว่า มีหน้าที่ดูแลสมบัติ

     ตามที่กล่าวมานี้ เป็นจักรพรรดิกายละเอียด พอเป็นตัวอย่าง

ขั้นตอนแห่งการได้พบจักรพรรดิ เหตุใดพบกายละเอียดก่อน

แล้วมาพบจักรพรรดิกายมนุษย์

     ไม่ทราบล่วงหน้า ว่าเราจะพบจักรพรรดิกายละเอียดก่อน แล้วมาพบจักรพรรดิกายมนุษย์ การรบคงดำเนินมาเป็นปกติ จำได้ว่าในขั้นตอนการพบจักรพรรดิกายละเอียด เรามักคิดว่าพบจักรพรรดิครบถ้วนแล้ว เพราะเราไม่พบอีก เอาเข้าจริง เราก็มาพบอีก เป็นอย่างนี้มานาน

     ต่อมา ได้พบจักรพรรดิกายมนุษย์เข้าอีก เป็นเรื่องที่เราไม่ทราบมาก่อน และเราถามธาตุธรรม ไม่ทรงบอกเราได้ จะบอกได้ต่อเมื่อเดินวิชาไปแล้ว จะพบอะไรบ้างเราไม่ทราบเลย

     ท่านอยากทราบว่า เดินวิชาไปอย่างไรจึงได้ไปพบเหตุการณ์อย่างนี้ เรื่องนี้ทุกท่านอยากทราบ ขอตอบดังนี้ เมื่อเราเดินวิชารวมกายธาตุธรรมทั้งหมดทั้งนิพพานกายธรรมและนิพพานเป็น รวมจักรพรรดิและกายสิทธิ์ด้วย แล้วเราก็ต่อรู้ต่อญาณทัสสนะ ต่อนิโรธสมาบัติ ตรัสรู้และคำนวณ จากนั้นก็ต่อกล้องส่องญาณทัสสนะเข้าไปในเหตุที่พระพุทธองค์ทรงเข้าถึงแล้ว กำลังเข้าถึงและที่จะเข้าถึงต่อไป ดับหยาบไปหาละเอียดเรื่อยไป ไปถึงเหตุอะไรก็ดูเหตุนั้น แลบ ลั่น ย่อย แยก ดับ ละลาย เข้าไปในเหตุนั้น พอเหตุเหล่านั้นสะอาดขึ้น เราก็เห็น จะมีอะไรอยู่เราก็เห็น เป็นการเห็นพร้อมกัน พระพุทธองค์ทรงเห็นได้มากกว่าเรา เราเห็นพอสังเขปเท่านั้น ที่กล่าวนี้กล่าวพอเข้าใจ ว่าทำวิชาอย่างนี้ คือ วิชาซ้อนสับทับทวีของหลวงพ่อ พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ เอาทั้งปวงในนิพพานมาปั้นเป็นลูกกระสุนให้ได้ คือ ต้องรวมเป็นหนึ่งให้ได้ รวมรู้รวมญาณกัน จึงจะมีกำลัง

     แต่กาลก่อนเดินวิชากันมาอย่างไร ข้าพเจ้าไม่ทราบ แต่เมื่อดูงานที่ได้ เป็นข้อมูลบ่งบอกว่า ไม่ได้ทำงานอะไรเลย ปล่อยให้มารมันสร้างเหตุไว้รอบด้าน จนยากแก่การแก้ไข มองไปทางไหนก็เป็นปัญหาทั้งนั้น ปัญหาเหล่านี้สะสมไว้นานแค่ไหน เราก็ไม่ทราบ แต่มาวิเคราะห์ว่า การที่พระพุทธเจ้าของเรามาอยู่ในเหตุเหล่านี้ และจักรพรรดิของเราอยู่ลึกเข้าไปอีก บ่งบอกว่า มารเขาชนะทุกรูปแบบ เหตุใดจึงสะสมปัญหาเหล่านี้ไว้ นี่คือ การคิดคำนึงของคนทำวิชา เรื่องเหล่านี้จะสิ้นสุดเมื่อไร เราทราบไม่ได้เลย งานปราบมารจะเสร็จเมื่อไรเราไม่ทราบ หน้าที่ของเราคือ เดินวิชาอย่างนี้ทุกคืนวัน หยุดไม่ได้เลย เพราะธาตุธรรมท่านมอบหน้าที่ให้เราทำอย่างนั้น

     ความยากลำบากในการเดินวิชา มีอย่างไรนั้น ข้าพเจ้า เข้าใจและซาบซึ้ง เมื่อมีปัญหาอันใด หารือใครไม่ได้เลยจำต้องทำวิชาเก่านั้น จนกว่าจะได้วิชาใหม่ หากมีคนที่มีความรู้ช่วยชี้แนะบ้าง ก็จะเกิดความอุ่นใจแก่เราพอสมควร นี่คือหัวอกของคนทำวิชา หากกล่าวถึงการเงินที่เราพอจะได้บ้าง ไม่ต้องพูดถึง เพราะมารมันระเบิดไปหมด ไม่ต้องได้กับเขา จะหามาพิมพ์ตำราแจกกันอ่านบ้าง กว่าจะได้แต่ละบาทมันช่างยากเย็นแสนเข็ญ หากเราขาดความอดทน เราจะปราบมาถึงขั้นนี้ไม่ได้ เพราะอดทนต่อปัญหาทั้งปวงไม่ได้นั่นเอง มารเขามาเล่นงานเราทุกรูปแบบ จึงรู้สึกสงสารหลวงพ่อของเราที่อดทนฟันฝ่าอุปสรรคทั้งปวงมาได้ หากกลับไปศึกษาประวัติการปราบมารของหลวงพ่อ เราจะทราบและเกิดความสงสารท่าน

บรรยากาศที่พบจักรพรรดิตั้งแต่ต้นจนปลายเป็นดังนี้

     ตามที่กล่าวมาแล้วว่า การพบจักรพรรดินั้น ได้พบ ๒ กรณี คือ กรณีที่เป็นกายละเอียดและกรณีที่เป็นกายมนุษย์ ซึ่งได้กล่าวไว้แล้วในตอนต้นนั้น

     ที่จะกล่าวต่อไปนี้ เป็นการกล่าวถึงบรรยากาศบางอย่างซึ่งเราไม่เคยทราบมาก่อน แต่ครั้งเราทราบเข้าย่อมเกิดการตกใจกันในธาตุในธรรม จะนำมาเล่าเฉพาะที่ควรทราบเท่านั้น หากท่านใดต้องการทราบละเอียดกว่านี้ ต้องไปอ่านบันทึกเล่มต่าง ๆ

ต้นปราบจักรพรรดิองค์แรกนับแต่มีธาตุมีธรรมมาพบ เมื่อ ๒๙ พ.ค. ๒๕๓๗

     การพบจักรพรรดิสำคัญ ที่มารเอาไปซ่อนไว้นั้น ได้พบมาเป็นลำดับ เมื่อพบจักรพรรดิกายละเอียดหมดแล้วก็มาพบจักรพรรดิกายมนุษย์ และพบมาตลอด พบอย่างมากมาย

     แต่ที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นพิเศษ เพราะเป็นจักรพรรดิกายมนุษย์องค์แรก ตั้งแต่มีธาตุมีธรรมมาทีเดียว (เล่ม ๑๔ หน้า ๔๙) เป็นการทำวิชาในตอนบ่ายของวันที่ ๒๙ พ.ค. ๒๕๓๗ ปกติเมื่อพบจักรพรรดิ ท่านก็จะมาอยู่ในเรือนของ “ตรีภพ” และเมื่อถึงเวลาเย็นจะบูชาดอกไม้แก่ธาตุธรรม ขั้นตอนนั้นจึงจะเป็นเวลาที่ธาตุธรรมตรวจบารมีและถวายนามจักรพรรดิ

     องค์นี้แปลกอยู่มาก เมื่อพบแล้ว เราพาไปหาธาตุธรรมทันที ธาตุธรรมสั่งให้ตรวจบารมีเดี๋ยวนี้ ไม่รอช้าการเดินวิชารวมธาตุธรรมก็ต้องกระทำอย่างทันด่วน ขณะที่ตรวจบารมีอยู่นั้น “ต้นใหญ่” ทรงตอบว่า เป็นจักรพรรดิกายมนุษย์องค์แรก นับแต่มีธาตุมีธรรมมาทีเดียว ธาตุธรรมถวายนามว่า “ต้นปราบกายมนุษย์ปกครองใหญ่” ท่านรับสั่งกับธาตุธรรมว่า หากไม่พบนาย (คำว่านายหมายถึงข้าพเจ้า) ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพราะมารเอาไว้ลึกมาก และเมื่อขนานนามแล้ว พระองค์ไม่อยู่บนนิพพาน คงอยู่ในเรือนของ “ตรีภพ” ต่อไป

     เราคิดมาก ขนาดองค์แรก มารเขายังเอาไปได้ แล้วองค์อื่นจะเหลือหรือ และทรงกล่าวว่าเป็นคู่บารมีของข้าพเจ้า เราได้แต่ฟังเท่านั้น เพราะเราไม่รู้อะไรทั้งนั้น

ครั้งพบต้นปราบเราก็สะอื้นใจ วันนี้ความสะอื้นใจเกิดแก่เราอีกเป็นเรื่องแปลกมาก

     หากท่านได้อ่านหนังสือ “ปราบมารภาค ๒” ท่านจะทราบประวัติของ “ต้นปราบ” ว่าท่านเป็นจักรพรรดิภาคปราบ เสด็จจากนิพพานลงมาช่วยข้าพเจ้าทำวิชาปราบมาร และเมื่อ “ต้นปราบ” เสด็จมาแล้ว หลวงพ่อของเราถอนตัวทันที ถวายงานปราบมารแก่ต้นปราบ ให้ต้นปราบทำแทนต่อไป นี่คือความย่อ ๆ

     กล่าวถึงเหตุการณ์ที่ “ต้นปราบ” ท่านเสด็จมานั้น พอข้าพเจ้ารู้เรื่องราวความเป็นมา เราน้ำตาไหลในนิโรธ ไม่นึกห่วงใยเราเลย ปล่อยให้เรากับ “ตรีภพ” และ “หยกชมพู” สู้มารกันมาตามลำพัง จะไม่ทำก็ไม่ได้ เพราะธาตุธรรมท่านขอร้องให้ทำวิชาปราบมาร จะไม่ทำก็ไม่ได้ หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านไม่ยอมสถานเดียว สุดท้ายเราก็ต้องทำวิชาปราบมาร ทุกข์ยากมากับ “ตรีภพ” และ “หยกชมพู” เหตุใดพระองค์ไม่เห็นใจเราในยามยาก ทำไมไม่มาช่วยกัน เราคุยกับ “ต้นปราบ” อย่างนี้ น้ำตาก็ไหลรินออกมา จนถึงขั้นสะอื้นใจ คือ น้ำตาไหลไม่หยุด หากท่านอ่าน “ปราบมารภาค ๒” ท่านจะทราบละเอียดกว่านี้

     ต่อมาไม่นาน เหตุการณ์สะอื้นใจเราลืมไปแล้ว

     แต่แล้ว เมื่อวันที่ ๕ มิ.ย. ๒๕๓๗ ความสะอื้นใจกลับมาเกิดแก่เราอีกครั้งหนึ่ง

     เรื่องมีอยู่ว่า จักรพรรดิช้างเผือก ๒ เชือกเสด็จมา (เล่ม ๑๔ หน้า ๕๗-๕๙)

     ฝันขึ้นก่อน คือฝันว่า พบช้างเผือก ๒ เชือก เป็นช้างรุ่นกระทง ผิวพรรณสวยกว่าหม้อใหม่ ยิ่งมองยิ่งเผือกยิ่งขึ้น มองอีกครั้งหนึ่ง ช้างเผือกเปลี่ยนสีได้ วิ่งเล่นไปมา ในความฝันนั้น เราแปลกใจ ว่าเหตุใดช้างเผือกเปลี่ยนสีได้ ใกล้สว่างแล้ว เราก็ตื่นเพื่อทำวิชาตามปกติ ไม่ได้ใสใจในความฝันนั้น แต่พอสว่าง เราไปตลาดเพื่อซื้ออาหารบูชาข้าวพระตามที่ธาตุธรรมท่านให้ทำ ระยะทางที่จะไปตลาดนั้น ต้องผ่านสนามกีฬาจังหวัด ลมเย็นสบาย กระดิกจิตถาม “ต้นปราบ” ท่านว่า เมื่อคืนฝันว่าพบช้างเผือก 2 เชือก จะได้แก่อะไร ต้นปราบบอกว่า นี่อยู่นี่แล้ว จักรพรรดิสำคัญ ๒ องค์ พอเราทราบความ เรารีบจ่ายตลาด เอาแต่ของดี ๆ เพราะเราดีใจว่า เราฝันเป็นมงคลได้จักรพรรดิสำคัญ จึงรีบจัดอาหารคาวหวานบูชาธาตุธรรม ก่อนที่จะบูชาอาหาร ได้ทำวิชาตรวจบารมีและขนานนามจักรพรรดิก่อน ธาตุธรรมท่านขนานนามจักรพรรดิดังนี้ “ต้นปราบปกครองใหญ่” และ “ต้นปราบมหาสมบัติ”

     เมื่อเสร็จงานตรวจบารมีจักรพรรดิแล้ว ก็มาถึงรายการเดินวิชาบูชาข้าวพระ

     ถามถึงจักรพรรดิทั้ง ๒ นี้ หลวงพ่อท่านบอกว่า เป็นจักรพรรดิสำคัญ เป็นจักรพรรดิคู่บารมี

     พอเราจะจดบันทึกเหตุการณ์ ได้นิโรธคุยกับจักรพรรดิทั้ง ๒ นั้น ปรากฏว่าเกิดเหตุการณ์สะอื้นใจ มันเกิดขึ้นแก่ใจโดยที่เราไม่ได้ประหวัดใจ เหมือนเหตุการณ์วันที่ “ต้นปราบ” เสด็จมาพูดกับต้นปราบอย่างไร เราก็พูดกับพระองค์อย่างนั้น หากท่านได้อ่านบันทึก ท่านจะตื้นตันใจ

     เมื่อ ๒ องค์นี้มาแล้ว ไม่ว่าเราจะไปทำอะไรที่ไหน เรามักอุทานออกมาเอง เรียกตรีภพและหยกชมพู เรียกจักรพรรดิช้างเผือก นาน ๆ จึงเรียกนามเต็มยศของพระองค์ครั้งหนึ่ง พระองค์ไม่ถือสาอะไรเราทั้งนั้น อภัยให้เราหมดทุกเรื่องแม้ต้นปราบ ตรีภพ และหยกชมพู

ตรีภพและหยกชมพูเลื่อนฐานะแล้วเป็นต้นปราบจอมธาตุจอมธรรมแล้ว

     ความชอบของตรีภพและหยกชมพู ที่ได้ปราบมารมาแต่ต้น และมารวมจักรพรรดิให้ได้เป็นกลุ่มเป็นพวกนั้น ธาตุธรรมท่านประชุมกันเมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๓๖ คำนวณบารมีออกมาแล้ว มีฐานะเป็น “ต้นปราบ” ได้นามว่า “ต้นปราบจอมธาตุจอมธรรม” ทั้ง ๒ องค์ (เล่ม๑๓ หน้า ๔๙) ถึงธาตุธรรมจะตั้งอย่างไร เอาเข้าจริงธาตุธรรมท่านก็เรียกเหมือนเรา คือเรียก “ตรีภพ – หยกชมพู” อยู่นั่นเอง ไม่มีใครเรียกต้นปราบจอมธาตุจอมธรรม ถามธาตุธรรมท่านว่า ทำไมให้ชื่ออย่างนี้ กายธรรมของหลวงพ่ออธิบายว่า ทำหน้าที่ประสานงานทั่วไป ใครก็รู้จักกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นระดับใด ต้องให้ตรีภพหยกชมพูไปประสานงาน งานทั้งปวงจึงลุล่วง ใคร ๆ ยอมรับ เราก็เลยได้ความรู้เพิ่ม

     หลวงพ่อท่านเคยบอก ตรีภพนั้นท่าทางเป็นผู้ใหญ่ พูดจาเป็นเรื่องเป็นราว แต่หยกชมพูท่านเฮฮา เวลาเจอมารที่ไหน หยกชมพูออกหน้าทันที ไม่กลัวอะไรเลย

     ตรีภพเป็นที่มาของหยกชมพู ตรีภพเป็นที่มาของ “ต้นปราบ”

     พอ “ต้นปราบ” เป็นจอมทัพ จักรพรรดิทั้งปวงก็เสด็จมา แต่เจ้าภาพใหญ่คือ “ตรีภพ”

     ตรีภพท่านพูดไว้นานแล้ว จำคำของท่านได้ ต้องไปค้นหนังสือ “ปราบมารภาค ๒” ท่านพูดว่า “จักรพรรดิถ้าไม่มาที่นี่ ไม่มีทางเก่ง” ต่อมาไม่ช้าไม่นาน ก็ได้หยกชมพู ต่อมาอีกหน่อย “ต้นปราบ” เสด็จมา และต่อมาเกิดศูนย์จักรพรรดิ เราจึงทราบว่า ศูนย์จักรพรรดิคืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร มีหน้าที่อย่างไร มูลเหตุของการเกิดคืออะไร เป็นความรู้ใหม่ข้าพเจ้าก็เพิ่งทราบ ก่อนนี้ได้ยินหลวงพ่อท่านกล่าวถึง “ต้นหว้ารักษาชมพูทวีป” ต้นหว้าที่กล่าวนี้อยู่ที่ไหน มีหน้าที่อย่างไรใครเป็นผู้รักษา วิธีรักษาทำอย่างไร

     ข้าพเจ้าไม่มีความรู้เลย แต่ได้ยินเขาพูดกันสืบมาในหมู่ผู้เป็นวิชาธรรมกายชั้นสูงในครั้งนั้น ก็เพิ่งได้รู้เห็นในตอนที่ข้าพเจ้าทำวิชาปราบมาร มูลเหตุใหญ่หากจะสืบเข้าไปแล้ว ไม่ใช่อะไรทั้งนั้น จะว่าบารมีโพธิสัตว์ จะว่าบารมีพิเศษ ฟังไม่ได้ทั้งนั้น ข้าพเจ้าไม่เชื่อ เพราะข้าพเจ้าคือผู้มีกิเลส และกิเลสที่มีนั้นดูจะมากกว่าใคร ๆ เสียด้วย ไม่ได้ปฏิบัติเคร่งครัดอะไร ก็คนธรรมดานี่เอง แต่สนใจวิชาธรรมกายที่หลวงพ่อท่านสอนและศิษย์ของหลวงพ่อท่านสอน ได้เวลาเราก็เรียน ได้เวลาเราก็ไปทำงานให้แก่ทางราชการ แต่บัดนี้เกิดศูนย์จักรพรรดิขึ้น เราต้องมาตรึกตรองว่า เหตุนี้มาจากอะไร คำตอบก็ง่าย คือวิชาปราบมารเป็นเหตุใหญ่

     ตรีภพท่านพูดไว้ เราก็จำ “ขึ้นชื่อว่าจักรพรรดิ ถ้าไม่มาที่นี่ ไม่มีทางเก่ง” เราก็มาคิดว่า นั่นเป็นความเห็นของจักรพรรดิ นั่นเป็นรู้ญาณทัสสนะของจักรพรรดิ ซึ่งเหนือเราด้วยประการทั้งปวง แต่เราเป็นมนุษย์มีกายหยาบรองรับจักรพรรดิสำหรับสู้มาร แต่กายมนุษย์ก็ต้องมีความรู้บ้าง ถ้าไม่มีความรู้ในทางรบเลย กายมนุษย์นั้นก็ใช้การอะไรไม่ได้ จากวันนั้นถึงวันนี้ คำกล่าวของตรีภพถูกต้องด้วยประการทั้งปวง กายมนุษย์ต้องมีความรู้พอสมควรทีเดียว หากกายมนุษย์ไม่มีความรู้ถึงขนาดปราบมารได้ จักรพรรดิท่านไม่อยู่ด้วย

     เรื่องจักรพรรดิไม่อยู่ด้วยนี้ เป็นเหตุการณ์ใหม่ ซึ่งข้าพเจ้าไม่ทราบมาก่อน ได้เห็นจักรพรรดิของคนอื่น คือเห็นเรือนของท่าน จำได้ว่าไม่ใช่ของข้าพเจ้า เขาซื้อองค์นี้มาราคาแพง ถามพระองค์ว่า พระองค์มาทำไม พระองค์ตอบว่า ไม่อยู่กับเจ้าของเก่า ถามว่าเป็นเพราะอะไร ท่านอธิบายว่า จะอยู่กับเขาได้อย่างไร ไม่เป็นวิชาเลย ขืนอยู่กับเขาก็ไม่พ้นมือมาร ขืนอยู่ต่อไปเดี๋ยวมารก็มาเอาตัวไป

     นี่เป็นความรู้ใหม่ จะเล่าให้ฟังอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเรื่องราวพาดพิงมาถึง

     ไม่ว่าใคร ทั่วประเทศ เมื่อมีเหตุการณ์คับขัน ไม่ว่าจะเรื่องใด มักโทรศัพท์ทางไกล บอกให้ข้าพเจ้าช่วย บางรายบอกว่า ขณะนี้ไม่รู้สึกตัว กำลังจะขึ้นเครื่องบินไปรักษาตัวในต่างประเทศ ขอให้ช่วยแก้ไขโดยวิชาธรรมกาย ข้าพเจ้าบอกว่า ให้นึกถึงต้นปราบ ตรีภพ หยกชมพู เมื่อกลับมาเมืองไทยแล้ว ก็ไปแก้บนกับท่าน ปรากฏว่าท่านผู้นั้นปลอดภัย คือ เมื่อนึกถึงต้นปราบแล้ว จักรพรรดิน้อยใหญ่ กรีฑาทัพไปช่วยท่านทันที โดยเฉพาะแก่ท่านที่ออกเงินช่วยเผยแพร่วิชาธรรมกาย

สารบัญ

< ก่อนหน้า   ถัดไป >



LeftHit.com

Use FIREFOX instead of Internet Expolorer and PREVENT SPYWARE

Firefox is FREE and is considered the best free, safe web browser available NOW!!  Go here for more info about Firefox >>

หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org