|
ข้อควรคิดเกี่ยวกับหอไตร มีอย่างไร? จงอธิบาย หากเราไปวัดปากน้ำ เราจะเห็น “หอไตร” ตั้งอยู่กลางน้ำ เราก็แปลกใจว่าเหตุใด “หอไตร” จะต้องเอาน้ำมารองรับหอไตร? เหมือนกับที่เราเอาภาชนะใส่กับข้าวแล้วก็เอาไป “หล่อน้ำ” การหล่อน้ำของเรามีวัตถุประสงค์ป้องกันไม่ให้มดมาขึ้นกับข้าว เหตุใดการสร้างอาคารเก็บพระไตรปิฎกจึงทำเหมือนกับเราเอากับข้าวมาหล่อน้ำ? นี่คือการสังเกตของเรา คำว่า “หอไตร” เป็นคำย่อ คำเต็มคือ หอพระไตรปิฎก คำว่า “หอ” เป็นคำที่ใช้ในทางสงฆ์ เช่นคำว่า “หอฉัน” แปลว่า สถานที่ฉันอาหารของพระสงฆ์ หอระฆังคือสถานที่แขวนระฆังของวัด เก็บระฆังไว้ตรงนั้น หากเราให้สัญญาณแก่พระสงฆ์ในเรื่องใดที่เรานัดหมาย? เราก็ขึ้นไปหอระฆังเพื่อตีระฆังเป็นการให้สัญญาณ ดังนั้น คำว่า “หอ” จึงมีความหมายว่า เป็นเรือนหรือตัวอาคารที่เราสร้างขึ้น เช่น หอกลอง ก็คือหอที่แขวนกลองของวัด นั่นเอง ครั้นเรามีโอกาสไปเที่ยววัดสำคัญ เราจะพบหอไตรในรูปแบบเดียวกัน คืออยู่กลางน้ำเสมอ ไม่ทราบว่าเขาขุดคลองเล็กให้เกิดเป็นรูปสระได้อย่างไร? สระนี้น้ำไม่แห้ง มีน้ำตลอดปี นี่คือความเพียรพยายามของคนโบราณที่สามารถทำได้ จนเราได้เห็นหอไตรตามวัดในทุกวันนี้ ประเด็นสำคัญ ก็คือ เหตุใดจึงเอาน้ำไปหล่อหอไตร? คำตอบก็คือป้องกันปลวกไม่ให้ไปกัดกินพระไตรปิฎก เพราะแต่เดิมพระไตปิฎกเป็นใบลาน ในปัจจุบันเป็นหนังสือปกแข็ง นี่คือ การให้ความสำคัญต่อพระไตรปิฎก อันเป็นตำราที่เราชาวพุทธเล่าเรียนกันมานานแสนนาน คราวนี้เรามาสรุปย่อพระไตรปิฎกกันก่อน พระไตรปิฎกคือ สุตตันตปิฎก วินัยปิฎก และอภิธรรมปิฎก เราเรียนไปก็เพื่อนำคำสอนที่ปรากฏในพระไตรปิฎกมาประพฤติปฏิบัติ ถามว่าปฏิบัติเพื่ออะไร? ตอบว่าปฏิบัติเพื่อให้เกิดความเจริญแก่ตน ความเจริญอันเป็นเป้าหมายสุดท้ายคืออะไร? ตอบว่า เป้าหมายสุดท้ายคือมรรคผลนิพพาน การจะได้มรรคผลนิพพานนั้น เราจะต้องปฏิบัติทางใจเพื่อให้หมดกิเลส แต่กิเลสมีกองทัพมากมาย การสู้กับกองทัพกิเลสนั้น ภาษาวิชาธรรมกายท่านใช้ว่า ละสังโยชน์หรือสัญโญชน์ โดยกายธรรมเป็นผู้กำจัด โปรดค้นคว้ารายละเอียดได้ในตำราปราบมารภาค ๑ ดังนั้น การไม่เป็นธรรมกาย เราจึงหมดหวังเรื่องมรรคผลนิพพาน เพราะวิชาธรรมกายเป็นหัวใจของพระไตรปิฎก เป็นความรู้สรุปรวบยอดของพระไตรปิฎก เพราะวิชาธรรมกายมีความสำคัญสุดยอด จึงควรมีตำราวิชาธรรมกายรวมไว้ที่ “หอไตร” ด้วย วัดใดที่ยังไม่มี? ก็ต้องจัดหาให้มี หอสมุดโรงเรียนและวิทยาลัยใด? ต้องจัดให้มีครอบทุกหลักสูตร ให้เราสร้างค่านิยมให้คนของเราได้อ่านได้ตั้งแต่เธออายุยังน้อย เป็นนิสัยเป็นปัจจัยติดตัวเธอไปในภพเบื้องหน้า ข้อเสียของการเก็บพระไตรปิฎกคืออะไร? ทางวัดเก็บไว้ให้เก่าเก็บ ใส่ตู้กุญแจ ยากต่อการหยิบอ่าน ต้องรณรงค์โฆษณาให้มีการอ่าน มีการให้รางวัล มีการให้ประกาศนียบัตร จัดให้มีการสอบ สุดแต่ทางวัดและทางโรงเรียนจะคิดอ่าน การเอาพระไตรปิฎกไปเก็บไว้ในตู้เฉย ๆ หาประโยชน์อะไรไม่ได้ ญาติโยมเสียเงินเสียทองซื้อถวาย ลงทุนสร้างหอไตรให้ นับว่าลงทุนสูง แต่การใช้ประโยชน์ไม่ได้ผลคุ้มค่า นี่คือ ความเข้าใจของวัด ไม่จัดให้มีการเรียนการอ่าน แล้วจะเกิดประโยชน์ตรงไหน? วิธีบนต้นปราบ ตรีภพ หยกชมพู มีสมาชิกถามไปมากว่าจะมีวิธีบนอย่างไร? มีสมาชิกหลายท่านส่งเงินแก้บนไปให้ข้าพเจ้า บอกว่าเกิดความทุกข์ร้อนขึ้นแก่ชีวิต จึงอธิฐานใจจุดธูป อธิษฐานใจถึง “องค์ต้นปราบ” ขอให้ช่วย หากเหตุร้ายยุติแล้ว จะถวายเงินต่อพระองค์เป็นเงินเท่าไรก็บรรยายไป ปรากฏว่า มีหลายท่านส่งเงินไปให้ข้าพเจ้า เรื่องที่บนมีหลายเรื่อง เช่น เจ็บป่วย ขายที่ดิน เลื่อนตำแหน่ง และอื่น ๆ การเอ่ยนามจะเอ่ยแต่ “องค์ต้นปราบ” เพียงอย่างเดียวหรืออย่างไร? จะเอ่ยอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น จะเอ่ยให้ครบ “ทั้งคณะ” ก็ได้ หรือจะเอ่ยนาม “องค์ต้นปราบ” ผู้เป็นจอมทัพองค์เดียวก็ได้ เพราะเวลาท่านมาช่วย ท่านมาเป็นคณะทีเดียว ยกพลมาเป็นกองทัพ งานสร้างบารมีที่ข้าพเจ้าทำทุกวันนี้ ทำในนามของ “ต้นปราบ ตรีภพ หยกชมพู” รวม ๓ งาน คืองานอะไรบ้าง? งานสำคัญ ๓ งาน ทำในนามของ “ต้นปราบ ตรีภพ หยกชมพู” มีดังนี้ ๑. งานปราบมาร เขียนตำราปราบมารไปแล้วคือ ปราบมารภาค ๑-๒-๓-๔-๕ ๒. งานเขียนตำราวิชาธรรมกายทุกหลักสูตร เขียนแล้วทุกหลักสูตร ครบถ้วนกระบวนความ มีทุกเล่มทุกรส โปรดหาความบันเทิงใจได้ในทุกเล่ม ๓. งานสร้างวิทยากรสอนวิชาธรรมกายทั่วประเทศกำลังทำอยู่ ขณะนี้มีวิทยากรมากพอ สร้างความอัศจรรย์ให้เกิดขึ้นแก่โรงเรียนและวิทยาลัยมากแล้ว ได้รับความนิยมทั่วประเทศ ไม่มีใครที่ไหนรังเกียจวิทยากรของข้าพเจ้าเลย เพราะข้าพเจ้าควบคุม ไม่ยุ่งเรื่องการเงิน สอนเสร็จก็กลับ ไปสอนโรงเรียนอื่นต่อไป วิทยากรของข้าพเจ้าเป็นวิทยากรสมัครเล่น ท่านทั้งปวงที่เดินทางไปพบข้าพเจ้า มีความประสงค์จะสร้างบารมี ข้าพเจ้าก็สอนให้ทันที ทำได้ตามหลักสูตรที่ข้าพเจ้าสอบแล้ว ท่านก็เดินทางไปสอนตามโรงเรียนต่าง ๆ ครั้นถึงวันอาทิตย์ปลายเดือน อันเป็นวันนัดหมาย ทุกวิทยากรทั่วประเทศ ต่างเดินทางไปประชุมที่จังหวัดจันทบุรี ข้าพเจ้านัดพบที่ร้านอาหาร เนื่องจากบ้านส่วนตัวแคบไปไม่พอรับคณะนักบุญ พบข้าพเจ้าที่ร้านอาหาร ทุกจังหวัดทุกวิทยากรต้องรายงานผลการสอนต่อที่ประชุมให้พวกเรารับทราบ มีปัญหาใดก็ถามข้าพเจ้าได้ สาธิตการสอนให้ดู คำถามต่าง ๆ ที่ถามข้าพเจ้า บันทึกเป็นหนังสือชื่อว่า “ปุจฉาวิสัชนา-วิชาธรรมกาย” ตำราเล่มนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะการตอบคำถามทุกแง่ทุกมุมของวิชาธรรมกาย ยากที่ใครจะตอบได้! บัดนี้รวมคำถามและคำตอบได้หลายร้อยข้อ ต่อไปในภาคหน้าจะกี่พันข้อ? ยังไม่ทราบ ข้าพเจ้าพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นความรู้สำคัญ ที่ทุกคนต้องรู้ต้องทราบทั้งนั้น งานที่ทำในวันประชุมนี้มีอะไรบ้าง? (๑.) วิทยากรรายงานผลงานต่อที่ประชุม (๒.) สาธิตการสอนรูปแบบต่าง ๆ ให้ดู (๓.) ก่อนรับประทานอาหารกลางวัน เข้าวิชาบูชาข้าวพระกันก่อน ทำวิชาบูชาข้าวพระเสร็จแล้วจึงรับประทานอาหารกลางวันพร้อมกัน (ข้าพเจ้าขอห้ามไม่ให้ท่านผู้อื่นทำวิชาบูชาข้าวพระ เหตุผลนั้น ข้าพเจ้าเคยชี้แจงแล้วในปราบมารเล่มก่อน ๆ) (๔.) เวลาบ่าย ต้องทำวิชาชั้นสูง เข้านิพพาน คำนวณดวงบารมีตามผลงานที่วิทยากรไปสอนตามโรงเรียนต่าง ๆ นั้น เวลา ๑๕.๐๐ น. จึงแยกย้ายกันกลับ อย่าลืมว่า เวลา ๑๐.๐๐ น. ต้องพร้อมกันที่ร้านอาหาร เมื่อพร้อมกันแล้ว จึงเริ่มงานทันที สมาชิก คือวิทยากรทุกท่าน ต้องผ่านการสอบทั้งหมด สอบได้ตามหลักสูตรจึงจะเป็นวิทยากรได้ พวกเราต่างให้ความตื่นเต้นตกใจ เหตุใดนักเรียนเห็นธรรมกันแบบอัศจรรย์? ข้าพเจ้าก็บอกว่า การสอนต้องมีวิธีและมีเทคนิคที่ถูกต้อง การฝึกจึงจะประสบความสำเร็จ ดังนั้น การสอนของข้าพเจ้าจึงต้องสอนทุกเดือน ใครไม่ทำตามแบบอย่างที่ข้าพเจ้าสอน? การสอนของเขาจะไม่ได้ผล เมื่อท่านทั้งหลายได้มาสัมผัสจริง ได้มาทดลองด้วยตนเอง ต่างให้ความนับถือในข้าพเจ้าทุกคน เพราะเราเป็นฆราวาสด้วยกัน มีกิเลสเหมือน ๆ กัน ได้เห็นของจริง ว่าของจริงคืออะไร? ข้าพเจ้าเกิดความสบายใจ หากข้าพเจ้าเป็นพระสงฆ์จะทำให้ไม่กล้าพูดไม่กล้าแสดง เพราะต้องระวังวินัยสงฆ์ จะทำให้เราไม่กล้าทำอะไร? เมื่อไม่กล้าทำอะไร? ส่งผลให้การสอนเกิดความไม่กระจ่างชัด ความรู้ที่เราได้รับก็ไม่กระจ่างชัดไปด้วย สมาชิกที่เดินทางไปพบข้าพเจ้านั้น ถามแล้ว ได้ความว่าอ่านตำราของข้าพเจ้าแล้วเกิดความประทับใจ จึงเดินทางไปพบผู้เขียน ครั้นพบข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าก็ให้เป็นวิทยากรทุกคน ส่วนใหญ่พวกเราเรียนวิชาธรรมกายมาจากที่อื่นแล้วทั้งนั้น เรียนกันมานาน ๆ เสียด้วย ครั้นมาพบวิธีสอนที่ทำให้นักเรียนเป็นธรรมกายได้ง่าย ๆ ท่านก็บากบั่นสอนเพื่อกอบโกยเอาบารมี ทุกท่านปลื้มใจไม่คิดว่าตัวเองจะมีความสามารถปานนี้ ข้าพเจ้าปลุกปั้นให้เก่งได้ทุก ๆ คน เพราะการพบข้าพเจ้านั้นถือเป็นด่านสุดท้ายของชีวิตแล้ว ดังนั้น จึงขอให้พวกเราไปพบข้าพเจ้ามาก ๆ เถิด เพื่อเราจะได้สอนโรงเรียนและวิทยาลัยได้ทั่วประเทศกันเสียที เวลานี้วิทยากรของข้าพเจ้ามีไม่พอแก่ความต้องการของโรงเรียนและวิทยาลัย นี่คือ งาน ๓ งานที่ “ต้นปราบ ตรีภพ และหยกชมพู” รับผิดชอบอยู่ งานนี้ยังทำต่อไปไม่หยุดยั้ง ท่านใดจะร่วมสร้างบารมีกับพระองค์ ก็ควรรีบตั้งแต่วันนี้ วิชาธรรมกายแปลเป็นภาษาต่างประเทศ แล้ว ๒ ภาษา คือภาษาอังกฤษกับภาษาพม่า ๑. วิชาธรรมกายหลักสูตรเบื้องต้น วิชา ๑๘ กาย ถ่ายทอดเป็นภาษาอังกฤษโดยนายแพทย์นิพนธ์ หลงประดิษฐ์ (โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ต.แม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ๗๕๐๐๐) ๒. วิชาธรรมกายหลักสูตรเบื้องต้น เล่ม “ผู้ใดเห็นดวงธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต ตถาคตคือธรรมกาย” ถ่ายทอดเป็นภาษาพม่า โดยนายจักรชัย ธีรสุขพิมล (คนไทยมีภรรยาเป็นชาวพม่า มีอาชีพอยู่ในเมืองพม่า) มีความตั้งใจจะถ่ายทอดเป็นภาษาจีนและภาษาญี่ปุ่น รอคอยผู้เป็นเจ้าของบุญผู้นั้น หากถ่ายทอดเป็นภาษาต่างประเทศได้มาก การเผยแพร่ในต่างแดนจะทำได้ผลยิ่งขึ้น การระลึกถึง “ต้นปราบ ตรีภพ หยกชมพู” จะทำอย่างไร เราทราบเรื่องราวที่นำมากล่าวแล้วคือ “ต้นปราบ ตรีภพ ยกชมพู” เป็นผู้ปกครองใหญ่ ตามที่ธาตุธรรมผู้ใหญ่ในอายตนะนิพพาน เป็นผู้มอบหมายแต่งตั้งหน้าที่ ตั้งแต่วันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๔๓ นั้น หมายความว่า ทั้งนิพพานเป็น (สอุปาทิเสสนิพพาน) และนิพพานกายธรรม (อนุปาทิเสสนิพพาน) ได้สถาปนาพระองค์ให้ทำหน้าที่ปกครองอายตนะนิพพานทั้งหมด คือเป็นผู้ปกครองใหญ่ และให้ปกครองอรูปพรหม ๔ ชั้น พรหม ๑๖ ชั้น สวรรค์ ๖ ชั้น และมนุษยโลกด้วย คือให้เป็นผู้ปกครองย่อยด้วย ดังนั้น ทั้ง “ต้นปราบ ตรีภพ หยกชมพู” มีหน้าที่ปกครองทั้งหมด พวกเราคือมนุษย์ทั้งโลกอยู่ในปกครองของพระองค์ด้วย แต่พวกเราไม่รู้ ท่านที่รู้คือท่านที่อ่านตำราของข้าพเจ้าเท่านั้น นอกนั้นไม่มีใครรู้? หน้าที่ของเราคืออย่างไร? ตอบว่า ต้องเคารพท่าน บูชาท่าน ระลึกถึงท่าน กราบไหว้ท่าน หากเราไม่ทำตามที่ข้าพเจ้ากล่าว ถามว่าอะไรจะเกิดขึ้นแก่เรา? มารเขาได้ช่องทันที มารเขาจะรังแกเรา เพราะมารเขาถือว่า เราไม่มีผู้ปกครอง อะไรที่มารจะทำให้เราทุกข์ร้อนได้ มารเขาทำทั้งนั้น จงดูตัวอย่างในโลกเราได้ คนที่ไม่มีผู้ใหญ่คุ้มกัน ทำอะไรก็ไม่ดีทั้งนั้น มีแต่คนกลั่นแกล้งเรา แม้ทำราชการก็ไม่ได้ดี มีแต่จะถูกเขาสั่งย้ายเป็นว่าเล่น หากใครที่เขามีผู้ใหญ่นายโตคุ้มกัน? เราจะเห็นเขาอยู่อย่างสบาย ไม่มีนักเลงมารังควาญ หากทำราชการก็ได้เลื่อนตำแหน่ง นี่คือการเปรียบเทียบเพื่อให้เกิดความเข้าใจ มนุษย์เรานี้หากไม่มีลูกพี่คุ้มกัน มักไม่มีความสุข แต่ “ต้นปราบ ตรีภพ หยกชมพู” ไม่ใช่รับผิดชอบมนุษย์ในโลกเท่านั้น แม้ทิพย์ พรหม อรูปพรหม ก็ยังต้องกราบไหว้บูชาพระองค์เช่นเดียวกับเรา ยิ่งกว่านั้น พระองค์ยังต้องไปรับผิดชอบในอายตนะนิพพานทั้งหมดด้วย ทั้งนิพพานเป็น (สอุปาทิเสสนิพพาน) และนิพพานกายธรรม (อนุปาทิเสสนิพพาน) สรุปแล้ว ความรับผิดชอบของ “ต้นปราบ ตรีภพ หยกชมพู” มีอำนาจปกครองแบบครองจักรวาลทีเดียว พวกเราคงอ่านเรื่องราวแล้ว ข้าพเจ้าได้ถามพระองค์ว่า พระองค์ได้รับอำนาจปกครองแบบรวบยอดอย่างนี้ พระองค์ดีพระทัยหรือไม่? พระองค์ยิ้มไม่ออก ทรงกล่าวว่า “เป็นภาระหนักมาก เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” ธาตุธรรมผู้ใหญ่ท่านมอบอำนาจให้แล้ว พระองค์ปฏิเสธไม่ได้ เพราะปราบมารมากับมือ จะไม่ทำต่อได้อย่างไร? นี่คือ ความรับผิดชอบของ “ต้นปราบ ตรีภพ หยกชมพู” เราเห็นใจพระองค์ ที่ต้องรับหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้ หลายท่านมีวาสนาในการสร้างบารมี ส่งเงินไปถวาย “ต้นปราบ” ในโอกาสต่าง ๆ เป็นการสร้างบารมีร่วมกับพระองค์ เป็นการสร้างความผูกพันระหว่างเรากับพระองค์ เป็นการบังคับที่ให้พระองค์นึกถึงเราเสมอไป เท่าที่สังเกตดู จะพบว่า มีการส่งเงินไปถวาย “ต้นปราบ” ๔ รูปแบบ ดังนี้ (1.) ส่งเงินไปบูชาเป็นรายเดือน (๒.) ส่งเงินไปในโอกาสวันนักขัตฤกษ์ เช่น วันเกิด ทำบุญที่มีอายุครบโอกาสต่าง ๆ ในโอกาสที่โชดดีมีลาภ ในโอกาสที่ชะตาชีวิตไม่ค่อยดี ถือว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์ ในโอกาสที่หายโรค หายภัย ในโอกาสที่ได้เลื่อนตำแหน่ง เป็นต้น (๓.) ส่งเงินไปตามงวด ไม่ใช่เป็นการส่งรายเดือน ไม่ทราบว่าท่านผู้นั้นมีกติกาอะไรของท่าน (๔.) ส่งเงินไปเป็นการแก้บน ทุกท่านที่ส่งเงินไป ข้าพเจ้าจะตอบรับให้ทราบเสมอ การที่ท่านร่วมสร้างบารมีกับ “ต้นปราบ ตรีภพ หยกชมพู” นั้น เป็นเหตุผลที่ถูกต้องแล้ว ข้าพเจ้าคิดอยู่เสมอ หากไม่มี “ต้นปราบ ตรีภพ หยกชมพู” เสียอย่างเดียว งานปราบมารที่ธาตุธรรมกำกับให้ข้าพเจ้าทำนั้น ข้าพเจ้าจะทำได้อย่างไร? ข้าพเจ้าจะมีน้ำยาอะไร? เป็นเพราะในอดีตชาติได้ร่วมสร้างบารมีไว้กับพระองค์ ในชาตินี้ธาตุธรรมท่านให้ข้าพเจ้าปราบมาร พระองค์จำเป็นต้องกระโดดลงมาช่วยข้าพเจ้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่านทั้งหลายส่งเงินไปร่วมสร้างบารมีกับพระองค์ จึงเป็นความคิดที่ฉลาดมาก แต่ว่าจะมีผู้โชคดีสักกี่คนที่จะมีโอกาส? เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับโชควาสนาของแต่ละบุคคล นับเป็นโอกาสดี ที่เราเกิดมาได้พบ “จักรพรรดิภาคปราบ” ที่ท่านเสด็จจากนิพพานลงมาอยู่ในมนุษยโลกเพื่อมาทำวิชาปราบมาร เหตุการณ์เช่นนี้ไม่เคยมีมาในอดีตกาล เราก็ได้มาพบเห็นในชาตินี้ เราได้มาพบ “ต้นปราบ ตรีภพ หยกชมพู” ควรอย่างยิ่งที่เราจะได้ร่วมสร้างบารมีกับพระองค์ ใครบ้างที่จะได้มีวาสนาบารมีร่วมสร้างบารมีกับพระองค์? โอกาสดีและโชคดีมาถึงเราแล้ว ขอให้ทุกท่านจงโชคดีเถิด สารบัญ Powered by AkoComment 2.0! |