|
เหตุใดหลวงพ่อจึงใช้เวลาใครครวญถึง ๘ ปี ว่าจะทำวิชาปราบมารหรือไม่? ครั้งนั้น ข้าพเจ้ายังเป็นข้าราชการครูหนุ่ม ๆ ยังไม่รู้เรื่องอะไรกับเขา ยังไม่เป็นวิชา แม้จะเรียนวิชาธรรมกายแล้ว แต่ยังไม่ได้ความอะไร? ผู้เล่าให้ข้าพเจ้าทราบเรื่องการปราบมารของหลวงพ่อคือหลวงปู่ชั้ว โอภาโส พระสงฆ์ผู้เคร่งวินัย เป็นพระมาจากจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นคนบ้านเดียวกับหลวงพ่อ เป็นญาติของหลวงพ่อ มีอายุมากกว่าหลวงพ่อ ท่านมาเรียนวิชาธรรมกายกับหลวงพ่อ โดยจำพรรษาอยู่ที่วัดปากน้ำ หลวงปู่เล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า หลวงพ่อคิดจะทำวิชาปราบมารนั้น ใช้เวลาตัดสินใจอยู่ ๘ ปี ว่าจะทำวิชาปราบมารดีหรือไม่ทำดี? ใช้เวลาคิดอยู่ ๘ ปี แต่พอตกลงใจว่าจะทำแล้ว มารเขาก็มาต่อรองทันที มารเขามีกายดำ เขามาหาหลวงพ่อ มาต่อรองว่า หลวงพ่อไม่ทำวิชาปราบมารได้ไหม? ถ้าหลวงพ่อรับคำว่าไม่ทำ! มารเขาอาสาว่าจะให้คนสำคัญของแผ่นดินมาปฏิบัติรับใช้ที่กุฏิ ๗ วัน หลวงปู่ถามหลวงพ่อว่าแล้วหลวงพ่อให้คำตอบแก่มารไปอย่างไร? หลวงพ่อตอบว่าไม่ได้ให้คำตอบอะไร? แล้วยังพูดกับหลวงปู่ว่า เราจะทำเหมือนหนูเห็นข้าวสารได้อย่างไร? นี่คือเรื่องราวก่อนที่หลวงพ่อจำทำวิชาปราบมาร ซึ่งข้าพเจ้าจำได้ คราวนี้มาถึงประเด็นที่ข้าพเจ้าจะตอบว่า เหตุใดหลวงพ่อใช้เวลาคิดนานถึง ๘ ปีว่า จะทำวิชาปราบมารดีหรือไม่ทำดี? การที่หลวงพ่อต้องครุ่นคิด เพราะเมื่อหลวงพ่อเข้านิพพานไปแล้ว ธาตุธรรมผู้ใหญ่ในนิพพานบอกแก่หลวงพ่อว่าให้หลวงพ่อมาเกิดคราวนี้ ก็เพื่อให้มาทำวิชาปราบมาร ไม่ใช่ให้มาเป็นใหญ่เป็นโตอะไร เนื้อหาสาระของเรื่องก็คือนิพพานท่านใช้ให้มาปราบมาร หลวงพ่อรับทราบ แล้วหลวงพ่อก็คิดมาก คิดมาก คือคิดอะไร?วิชาปราบมารหลวงพ่อเข้าถึงแล้วเห็นแล้วเข้าใจแล้ว ว่าการเดินวิชารบกับมารนั้น ไม่ง่าย! ต้องประกอบด้วยปัจจัยหลายอย่าง ถ้าจะรบกับมารต้องมีพลรบคือมีคนเป็นวิชาธรรมกายชั้นสูงจำนวนหนึ่ง เหมือนการรบในโลกหากไม่มีกองทัพ แล้วเราจะเอาอะไรไปรบ ต้องมีงบประมาณสนับสนุนกองทัพ มีอาวุธยุทโธปกรณ์ มีความรู้ทันสมัยเพื่อใช้ในการรบ มีผู้อำนวยการรบ มีแม่ทัพ มีเสนาธิการ นี่คือการรบในโลกที่เราทราบ แม้การรบในธาตุในธรรมก็ต้องมีอย่างนั้น หากไม่อย่างนั้นก็รบไม่ได้ นี่คือความต้องการของหลวงพ่อ หลวงพ่อมีพลรบแล้วหรือยัง? พลรบจะได้จากไหน? เขาเป็นวิชาแค่ไหน? เขามีที่อยู่ที่อาศัยหรือไม่? มีที่กินที่ใช้แล้วหรือยัง? มียารักษาโรคให้เขาบ้างไหม? ใครเป็นแม่ทัพ ใครเป็นผู้อำนวยการทางวิชา? หลวงพ่อคิดแล้ว หลวงพ่อก็ตอบแก่ตัวเองไม่ได้ แม้แต่รัฐบาลเองมีกฎหมายบังคับให้ประชาชนมาเป็นทหาร ยังเอางานไม่ได้ เราเป็นนักบวชซึ่งไม่มีอะไรในมือเลย แล้วจะทำวิชาปราบมารได้อย่างไร? นี่คือประเด็นแรก ประเด็นสำคัญต่อมา งานปราบมารที่จะมีขึ้น ใครจะแพ้ใครจะชนะ? เราต้องเรียนก่อน รบแพ้แล้วผลที่ตามมาคืออะไร? หากเราชนะก็ไม่มีปัญหาอะไร? ความรู้ที่จะใช้ในการปราบมารนั้น ไม่ใช่ความรู้ที่ใครจะรู้ได้ง่าย เรามีผู้รู้ระดับเสนาธิการแล้วหรือยัง? หลวงพ่อท่านคิดไม่ตก ธาตุธรรมท่านก็เตือนทุกวันว่าทำวิชาปราบมารได้แล้ว การสั่งงานนั้นทำง่าย แต่ผู้ปฏิบัติพร้อมที่จะทำงานแล้วหรือยัง? ข้าพเจ้าพบมาแล้วมีประสบการณ์มาแล้วเป็นอันดี ไม่มีอะไรง่ายเลย มารมันจะยอมให้เรามีความพร้อมตามที่เราต้องการนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ หากเรามีความต้องการอะไร? แล้วเรามีได้ตามต้องการนั้น ป่านนี้เราชนะมารไปแล้ว ไม่ต้องเป็นผู้แพ้อย่างทุกวันนี้แน่นอน เรามีอะไรตามต้องการไม่ได้เด็ดขาด เพราะอะไรหรือ? เพราะมารมันระเบิดออกไปหมด เราจะไม่ได้อะไรทั้งนั้น เราจะขาดเหลือทุกอย่าง จะเปรียบเทียบกับรัฐบาลไม่ได้ รัฐบาลจะเอาอะไรก็ได้ดังใจทุกอย่าง อยากได้อะไรก็ออกกฎหมายบังคับเอาได้ทั้งนั้น แต่งานปราบมารนั้น เราจะขาดเหลือทุกอยาง เพราะมารมันระเบิดไปหมด เราอยากได้คน เราก็ไม่ได้ เราอยากได้เงินเพียง ๑๐๐ บาท รับรองว่าไม่ได้แน่นอน ข้าพเจ้าพบเหตุการณ์อย่างนี้มาแล้ว ระหว่างที่เราทำวิชาปราบมาร จะมีเรื่องร้าวฉานมากระทบใจทุกวัน ความไม่ราบรื่นในชีวิตเกิดมีให้เราได้เห็นทุกวัน เหมือนคนมีกรม ข้าพเจ้าได้พบเห็นมาแล้ว ที่เป็นเช่นนี้เพราะมารเขาบันดาลให้เป็นไป เพื่อให้เราแพ้เขา นั่นเอง สารพัดยากเข็ญที่เราจะได้พบในชีวิตของการปราบมาร ข้าพเจ้าปราบมารมาแล้ว ๑๘ ปี รู้รสชาติเป็นอันดี กลับมาดูเรื่องของหลวงพ่อ ข้าพเจ้าพูดได้ทันทีทันใดว่า ข้าพเจ้าเห็นใจหลวงพ่อ หลวงพ่อทำวิชาปราบมาร ข้าพเจ้ามีอะไร? ข้าพเจ้ายอมยกให้ทั้งหมด จะเอาอะไรขอให้บอกคำเดียว หากข้าพเจ้ามีสิ่งนั้น ๆ ข้าพเจ้าจะไม่ปฏิเสธเลย เหตุใดข้าพเจ้าจึงกล่าวอย่างนี้? นี่คือประเด็นที่ท่านอยากทราบ การที่เรายอมให้ทุกอย่าง เป็นเพราะเราพบกับความยากในการปราบมารมาแล้ว ว่ามันยากยิ่งกว่าอะไร!?! เราลิ้มรสชาติมาแล้ว ใครทำได้? เขาผู้นั้นควรได้ทุกอย่างบรรดามีในโลกนี้ ข้าพเจ้าไม่หวงเลย ยกให้ด้วยความยินดี ส่วนเราเองนั้นไม่ขอรับอะไร? เพราะเหตุว่า เราไม่สามารถที่จะทำงานยาก ๆ อย่างนั้น ใครทำได้? เขาผู้นั้นควรได้สมบัติทุกอย่างบรรดามีในโลกนี้ นี่คือความเห็นของข้าพเจ้า เหตุผลที่ข้าพเจ้ากล่าวเช่นนี้เป็นเพราะข้าพเจ้ามีประสบการณ์มาแล้ว ข้าพเจ้าสงสารหลวงพ่อ ข้าพเจ้าเห็นใจความยากที่หลวงพ่อได้รับ ในสากลโลกในสากลธรรมมียากอยู่อย่างเดียวคือปราบมาร เมื่อหลวงพ่อตัดสินใจปราบมารแล้ว หลวงพ่อขอร้องอะไรแก่พวกเราบ้าง? เหตุใดหลวงพ่อจึงกล่าวเช่นนั้น เรื่องปราบมารของหลวงพ่อนั้น เท่าที่ข้าพเจ้าติดตามมาตลอด จึงทราบว่า พอหลวงพ่อตัดสินใจจะปราบมารแล้ว ท่านก็บอกแก่ศิษย์ทั่วไปว่า ใครจะช่วยทางใดได้? ก็ขอให้ช่วยเถิด งานนี้เป็นงานสำคัญ หากหลวงพ่อชนะแล้ว ก็ชนะกันทั้งหมด แม้คนที่ไม่ช่วยเลยก็ชนะด้วย แม้แต่คนที่เป็นศัตรูของท่านก็ชนะด้วย แม้แต่คนที่ไม่ชอบหลวงพ่อเลยก็ชนะด้วย แม้แต่คนที่เอยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไรเลยก็ชนะด้วย นี่คือเนื้อความที่ข้าพเจ้าพอจำได้ เหตุใดหลวงพ่อจึงกล่าวเช่นนั้น? เพราะว่างานปราบมารเป็นงานใหญ่ของธรรมภาคขาวทั้งปวง หากปราบมารคราวนี้ชนะ ทำให้ภาคขาวทั้งปวงชนะทั้งหมด เป็นเอกราชทั้งหมด ไม่เป็นเบี้ยล่างแก่มารอีกต่อไป เหตุผลที่หลวงพ่อบอกให้ช่วยท่าน ก็เพื่อให้กองทัพปราบมารของหลวงพ่อมีกำลัง งานปราบมารจึงจะดำเนินไปได้ หากขาดกำลังไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค ของใช้ที่จำเป็นแก่การครองชีพ หากขาดแคลนสิ่งเหล่านี้ งานปราบมารก็ดำเนินต่อไปไม่ได้ จึงว่าต้องมีกำลังจึงจะทำงานได้ เพราะมารเขาจะต้องทำทุกอย่างให้เราขาดกำลังเพื่อเราจะได้แพ้เขาในที่สุด เมื่อหลวงพ่อบอกบุญมายังพวกเราแล้ว เพื่อให้เราช่วยท่าน เพราะท่านทำงานใหญ่ทำงานสำคัญ คืองานปราบมาร ใครที่ไปช่วยหลวงพ่อไม่ว่าจะด้วยทางใด? เป็นบุญใหญ่เป็นบารมีใหญ่ของเขาผู้นั้น เป็นโชคดีของเขาผู้นั้นที่เกิดมาในชาตินี้ มีวาสนาบารมีที่ได้ร่วมบารมีใหญ่บารมีสำคัญกับหลวงพ่อ ท่านใดมีเงิน? ก็ไปจองเลี้ยงพระเณร เพราะหลวงพ่อมีพระเณร อุบาสก อุบาสิกา จำนวนมาก พร้อมด้วยคณะทำวิชาปราบมารก็มีอยู่ในจำนวนเหล่านั้นด้วย ใครมีเงิน? ก็ช่วยทางการเงิน ใครมีสิ่งของจำเป็นแก่การดำรงชีวิต? ก็บริจาคสิ่งของ ใครมีปัญญา? ก็ช่วยทางปัญญา ใครมีความรู้? ก็ไปช่วยกันทำวิชา ใครถนัดทางใด? ก็ไปช่วยทางนั้น งานปราบมารของหลวงพ่อดำเนินไปแล้ว เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า ๓๐ ปี แล้วหลวงพ่อของเราก็มรณภาพในปีพ.ศ. ๒๕๐๒ งานปราบมารจึงมาหยุดลงในปีนั้น เหตุผลที่งานหยุดชะงัก เนื่องจากไม่มีผู้อำนวยการทางวิชา ไม่มีคนคุมวิชา จะต้องมีผู้รู้มีผู้กำกับ จะทำวิชากันแบบตามอำเภอใจไม่ได้ หลวงพ่อท่านเป็นแม่ทัพใหญ่ เมื่อขาดแม่ทัพแล้ว กองทัพก็ระส่ำระสาย ข้าพเจ้ากล่าวแล้วว่า เมื่อไม่มีหลวงพ่อแล้ว กำลังพลรบก็ต่างคนต่างไป ไปประกอบอาชีพใหม่บ้าง ไปอยู่กับลูกหลานบ้าง ไปอยู่บ้านส่วนตัวบ้าง เพราะต้องรับผิดชอบตัวเองแล้ว หากอยู่กับหลวงพ่อ เราทำวิชาได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นใด? เพราะหลวงพ่อท่านเลี้ยงทั้งหมด หากเปรียบเทียบกับโครงการอวกาศของฝรั่งในโลกของเรา เท่าที่เราติดตามดูข่าว เราจะพบว่า เมื่อหยุดโครงการ คนงานทั้งปวงก็ต่างคนต่างไป เขาไปหาอาชีพใหม่ บางคนไปเป็นนักร้อง บางคนไปประกอบธุรกิจ ครั้นโครงการอวกาศจะเริ่มใหม่ เรียกคนงานเหล่านั้นให้กลับมาทำงานใหม่ โดยเราจะจ่ายค่าจ้างตามเดิม คนงานทั้งปวงเขาปฏิเสธทันที เหตุผลที่คนงานปฏิเสธคืออะไร? นี่คือประเด็นสำคัญ เขาให้เหตุผลว่าเขาทำงานดังเดิมไม่ได้แล้ว เนื่องจากความชำนาญถอยถอยลงแล้ว เนื่องจากไม่ได้สืบเนื่องงานมานาน การจะฟื้นงานเก่ามาทำใหม่ ฝีมือไม่เฉียบคมเหมือนเดิม นี่คือเหตุผลของเขา น่าฟังที่สุด แต่ในงานของความรู้วิชาธรรมกาย หากเราขาดการอนุโลมปฏิโลมวิชาเพียง ๓ วันเท่านั้น เราต้องไปตั้งต้นเรียนใหม่ทั้งหมด เพราะรอยใจเดิมของเรากิเลสมันเข้ามาลบเลือนหมดแล้ว ทำให้วิชาเพี้ยน ทำวิชาให้เลือนราง ทำวิชาให้คาบลูกคาบดอก กว่าวิชาของเราจะใช้การได้ ต้องปรับปรุงแก้ไขกันนาน นี่คือประสบการณ์ของข้าพเจ้า ตลอดชีวิตที่เราทำวิชาปราบมาร เราต้องรักษาอารมณ์ตลอดวัน ตัดงานสังคมทั้งหมด เราไม่มีพวกพ้อง เราขาดสังคม หากเราไปงานสังคม ทำให้อารมณ์ฟุ้ง ส่งผลให้วิชาของเราไม่เดินหน้า มันยากอย่างนี้ ข้าพเจ้าจึงบอกว่า เราทำวิชาปราบมารเหมือนคนมีกรรม ไปไหนไม่ได้ ทำอะไรเหมือนคนอื่นไม่ได้ ต้องรักษาอารมณ์ ต้องบ่มอารมณ์ตลอดชีวิตทีเดียว ได้เวลาต้องทำวิชาอย่างทันใด จะนอนหลับสบายไม่ได้ แม้ตาจะหลับ แต่ใจต้องทำงานทางวิชาทันที บัดนี้ ท่านรู้คำตอบสำคัญหลายอย่างแล้ว ความรู้สำคัญนั้นคืออะไรบ้าง? ๑. สมัยที่หลวงพ่อมีชีวิตอยู่ หลวงพ่อพิมพ์ตำราวิชาธรรมกายเผยแพร่แประชาชนกี่หลักสูตร? อะไรบ้าง? ๒. ครั้นเมื่อหลวงพ่อมรณภาพไปแล้ว ตำราวิชาธรรมกายหลักสูตรสำคัญ ๒ หลักสูตรที่ทางวัดปากน้ำพิมพ์เผยแพร่แก่ประชาชน คือวิชาธรรมกายหลักสูตรใด? พิมพ์แต่เมื่อใด? ๓. ทั้งที่หลวงพ่อทำวิชาปราบมารโดยตั้งเวรทำวิชาปราบมาร ๖ เวร ๆ ละ ๔ ชั่วโมง หัวหน้าเวรคือใครบ้าง? ทำวิชาปราบมารไม่ต่ำกว่า ๓๐ ปี เหตุใดหลวงพ่อจึงทำตำราปราบมารเป็นหนังสือไม่ได้? จงอธิบาย การอธิบายต้องมีข้อมูลนำเสนอ ดังเรื่องราวที่ข้าพเจ้านำมากล่าว ๔. เหตุใดหลวงพ่อใช้เวลาใคร่ครวญพิจารณาว่า จะทำวิชาปราบมารหรือไม่นานถึง ๘ ปี? จงเล่าเรื่องราวที่ข้าพเจ้านำมาเล่ากล่าวให้ครบถ้วน ใครเป็นผู้นำเรื่องราวมาเล่าให้ข้าพเจ้าทราบ? จงกล่าวประวัติของท่านมาเท่าที่ทราบ ๕. พระพุทธเจ้าภาคปราบกับภาคโปรดทรงมีความรู้ต่างกันอย่างไร? จงอธิบาย และจงอธิบายถึงคำต่อไปนี้พอเป็นที่เข้าใจ สัพพัญญูพุทธเจ้า พหูสูตพุทธเจ้า ปัจเจกพุทธเจ้า อนุพุทธเจ้า หากตอบไม่ได้ จงค้นอ่านให้ทั่ว แล้วจะพบคำตอบ ข้าพเจ้านำความรู้นี้มาเสนอแล้ว ทำอย่างไรวิชาธรรมกายทุกหลักสูตรที่หลวงพ่อทำไว้จึงจะไม่ดับสูญ? นี่คือปัญหาใหญ่ นี่คือปัญหาสำคัญ นี่คือปัญหาท้าทาย นี่คือปัญหาที่เราพบแล้วเห็นแล้ว ทำไมเราไม่คิดแก้? พวกเราไม่แก้แล้วใครจะแก้? พวกเราไม่ทำแล้วใครจะทำ? พวกเราไม่คิด แล้วใครจะคิด? พวกเราไม่อ่านแล้วใครจะอ่าน? พวกเราไม่ได้แล้วใครจะได้? นี่คือข้อคิด! ตำรามีแล้วก็จริง แต่อ่านแล้วไม่รู้เรื่อง ดังนั้น มีตำราหรือไม่มีตำราก็มีค่าเท่ากัน อ่านตำราแล้วไม่รู้เรื่อง เราทำไม่ได้ เราเดินวิชาไม่ถูก แล้วจะมีประโยชน์อันใด? ทั้งที่เราก็รู้ว่าตำรานี้มีคุณค่าสูง แต่เกินปัญญาของเราที่เราจะเรียนรู้ นี่คือลู่ทางที่วิชาธรรมกายจะดับสูญ ถ้าวิชาธรรมกายมีเหตุต้องสูญลงไป อะไรจะเกิดแก่โลกมนุษย์? นี่คือคำถามสำคัญ ทุกวันนี้ เราเห็นทางวัดต่าง ๆ เก็บรักษาพระไตรปิฎกไว้ในสถานที่มั่นคง สร้างสถานที่เก็บเป็นอย่างดี นั่นคือประโยชน์น้อย เพราะหนังสือจะเก่าเพราะเก็บ จะเกิดประโยชน์จริงต้องรณรงค์ให้มีการอ่าน ต้องโฆษณาให้มีการอ่าน ต้องบังคับให้มีการอ่าน ต้องจัดให้มีการสอบ จัดให้มีการให้รางวัลแก่ผู้เรียนรู้ ประชาชนทุกหมู่เหล่าต้องเรียนรู้ ทำอย่างนี้พระไตรปิฎกจึงจะเกิดคุณค่า เอาไปเก็บใส่กุญแจอย่างนั้น ไม่เกิดประโยชน์เลย ต้องมีคนมาอ่าน ต้องมีคนมาเปิดดู จึงจะมีคุณ ให้ฉีกขาดไปเพราะการอ่าน ดีกว่าเก็บจนเก่าแต่หาคนอ่านไม่ได้ กลับมาดูวิชาธรรมกายของเราบ้าง ตำรามีอยู่แล้วเพราะหลวงพ่อทำไว้แล้ว ปัญหาอยู่ที่ว่าอ่านไม่รู้เรื่อง จะแก้ปัญหานี้อย่างไร? ปัญหานี้ข้าพเจ้าแก้ไขให้แล้ว ข้าพเจ้านำวิชาธรรมกายทุกหลักสูตรมาเขียนขยายความให้ครบแล้ว ต่อไปนี้อ่านทุกบทรู้เรื่องแล้วและเดินวิชาได้แล้ว วิชาธรรมกายไม่ยากแล้ว โปรดติดต่อหาดูได้ที่สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพ ตำราวิชาธรรมกายทุกหลักสูตรในฉบับที่ขยายความแล้วมีครบถ้วน ต้อนรับผู้มีบารมีธรรมทุกเวลา สารบัญ Powered by AkoComment 2.0! |