Go to Kayadham Home   
ประชาสัมพันธ์ : เชิญร่วมปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกาย โดยวิธีการที่หาที่ไหนไม่ได้ (หลักสูตรเร่งรัดสำหรับท่านที่มีเวลาน้อย) ณ โฮมเสตย์ เขื่อนท่าด่าน จ.นครนายก 6-7 เมษายน 50 นี้ (ด่วน! รับ 40 ท่าน) อ่านรายละเอียดall.gif
HOME : arrow สื่อธรรมะ : arrow เนื้อหาวิชชาธรรมกาย arrow หลักสูตรปราบมาร arrow ปราบมาร 5 arrow ปราบมาร5 (15)
ปราบมาร5 (15) PDF พิมพ์ ส่งเมล
Saturday, 19 August 2006

การปราบมารก็เหมือนการทำสงครามในโลก

     การทำสงครามในโลกนั้น ต้องลงทุนใช้งบประมาณของรัฐมากมาย ต้องมีกองทัพ มีอาวุธทันสมัย ใช้ผู้คนมากมาย ใช้ความรู้มาก ดังที่เราท่านเข้าใจแล้ว แต่การรบในธาตุในธรรมก็ใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน ต้องใช้พลรบ (พลรบคือกองทัพ ได้แก่ ผู้ที่เป็นวิชาธรรมกายชั้นสูงเท่านั้น) ต้องมีที่อยู่ที่อาศัยให้แก่เขา มีเงินทองเลี้ยงเขา มีผู้อำนวยการทางวิชา ผู้อำนวยการจะต้องคอบคุมพลรบได้ ดังเช่นที่หลวงพ่อของเราทำอยู่นั้น แต่สำหรับข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าบรรยายว่า งานปราบมารของข้าพเจ้านั้นคือ “ละครเรื่องข้ามาคนเดียว” ดังที่ท่านได้อ่านพบแล้วในตำราของข้าพเจ้าทุกเล่ม

     งานปราบมารของข้าพเจ้าดำเนินไปได้อย่างไร? ข้าพเจ้าตอบไม่ได้ ข้าพเจ้าไม่มีอะไรเลย? ข้าพเจ้ามีแต่นายการุณย์ บุญมานุช เพียงคนเดียวเท่านั้น พลรบของข้าพเจ้ามีข้าพเจ้าคนเดียวเท่านั้น ต้นนิพพานเป็นคงจะทอดพระเนตรดูงานของข้าพเจ้ามานานแล้ว จึงทรงรับสั่งบอกให้ข้าพเจ้าทราบว่า “งานปราบมารของศึกษาฯ ธาตุธรรมไม่ได้ลงทุนอะไรให้เลย” ข้าพเจ้ารับทราบแล้ว ข้าพเจ้าก็เสียใจ! แต่ไม่รู้จะเสียใจไปทำไม? เพราะถึงเราจะเสียใจไปเท่าไร? ก็ไม่มีใครมาช่วยเราได้ เพราะเราลงมือรบกับมารลงไปแล้ว เดินวิชาลงไปแล้ว ถอยหลังไม่ได้แล้ว หากเราจะหยุดรบ มันไม่เกิดผลดีอะไรเลย มีแต่ผลร้ายอย่างเดียว คือมารมันจะตามล้างตามล่าเราตลอดไป ดังนั้นเราต้องทำใจ ต้องอบรมใจตัวเอง อย่าเสียใจ! อย่าน้อยใจ! เราคนเดียวนี้ ต้องสู้มารให้ได้! ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ข้าพเจ้าไม่เสียใจอีกเลย ข้าพเจ้าเดินหน้ากล้าตาย เราคนเดียวนี้จะสู้ให้ได้ทุกอย่าง เราจะไปแสดงความเสียใจให้มารมันได้ช่องทำไม? เมื่อรู้ว่าธาตุธรรมท่านไม่ได้ช่วยอะไร? เราก็ช่วยตัวเราเอง เราก็ทำเท่าที่เราทำได้ เรื่องก็จบลงแค่นี้

     เอาเข้าจริง วันเวลาผ่านมา เราแต่เพียงผู้เดียวนี้ สามารถทำงานได้มาก ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันจนถึงเรือรบทีเดียว น่าปลื้มใจคนมีกิเลสอย่างเรา

     ๑. ออกตำราปราบมารได้ ๕ ภาค อย่างนี้ต้องไชโยกันแล้ว เพราะเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกของโลกทีเดียว มารมันไม่ยอมให้เปิดเผย แต่ข้าพเจ้าจะเปิดเผย เป็นอะไรเป็นกัน เรื่องความตายหรือ? เราไม่กลัวอยู่แล้ว แต่กว่าตำราปราบมารจะพิมพ์ออกมาได้ เราก็คิดมากทีเดียว เราตัดสินใจแล้วจะต้องนำเรื่องราวของมารให้ชาวโลกได้รู้ เราไม่ฟังการบัญชาของมาร ก็บอกแล้วว่าเป็นอะไรเป็นกัน

     ๒. ออกตำราขยายความวิชาธรรมกายได้ทุกหลักสูตร ถ้าเราทำไม่ได้ ส่งผลให้วิชาธรรมกายสูญในเร็ววัน เพราะวิชาธรรมกายยากเหลือเกิน ยากที่ใครจะเรียนได้ ข้าพเจ้านำความรู้แต่ละบทมาเขียนขยายความให้เกิดความเข้าใจ แล้วเสนอแนะวิธีปฏิบัติทางใจ คือบอกแนวการเดินวิชา ให้ทำได้ทุกหลักสูตร และต้องทำได้ทุกบทด้วย เพราะมารเขาจ้องจะดับวิชาอยู่ทุกลมหายใจอยู่แล้ว หากวิชาธรรมกายดับ ก็คือไม่มีใครสามารถเรียนรู้ได้ มารเขาจะโห่ร้องก้องเอาชัย ว่าเขาชนะแล้ว เขาดับวิชาธรรมกายได้แล้ว นี่คือหลักชัยของเขา ผลงานการขยายความรู้วิชาธรรมกายนี้ ข้าพเจ้าปลื้มมาก! เพราะทุกวันนี้ เราหาคนมีความรู้ที่จะอธิบายได้นั้น หายากแล้ว! ที่เรียนมาเก่ารุ่นลายคราม ไม่ทวนความรู้กับตำรา ความรู้ก็เพี้ยนไปหมดแล้ว

     ๓. ฝึกวิทยากรให้สอนวิชาธรรมกายหลักสูตรเบื้องต้นให้จงได้ ขณะนี้ข้าพเจ้าฝึกวิทยากรได้มากแล้ว ส่งไปสอนตามโรงเรียนต่าง ๆ ได้รับคำนิยมมาก ใคร ๆ ก็ยกย่องในวิธีการที่ข้าพเจ้านำเสนอต่อสังคมการศึกษา เพราะได้ผลเป็นอัศจรรย์ คณะของข้าพเจ้าสอนให้เป็นวิทยาทาน ไม่เกี่ยวข้องด้วยเงินเลย สอนเสร็จแล้ว คณะของเราก็จากไป คณะครูอาจารย์ในสถานศึกษาตั้งข้อสังเกตดูงานที่พวกเราทำ ดูผลงานที่ปรากฏแก่สายตา ท่านก็ให้คำนิยมแก่คณะวิทยากรของข้าพเจ้า ไม่ว่าจะไปสอนที่ใด? ได้รับคำนิยมทั้งนั้น เหตุใดนักเรียนฝึกได้ผลเต็มร้อย? เรื่องนี้ต้องเรียนกับข้าพเจ้าเอง หากข้าพเจ้าบรรยายก็จะยาวความ

งานปราบมารเป็นเรื่องใหญ่ ในสากลโลกในสากลธรรมนี้ มีเรื่องสำคัญเรื่องเดียวคือปราบมาร

     หากเราดูความเป็นไปในโลก เราก็ทราบว่า ประเทศชาติอยู่ได้ เพราเราบังคับเอาเงินมาจากประชาชน เอาเงินจากประชาชนไปพัฒนาประเทศ เงินที่ได้จากประชาชนก็คือภาษีอากร ออกกฎหมาย ให้ประชาชนมาเสียภาษี ดังที่เราทราบกันนั้น หากจะทำสงคราม ก็ต้องบังคับเอาเงินมาอีก หากไม่มีเงินแล้ว เราก็ทำสงครามกับใครไม่ได้ แต่งานปราบมารของข้าพเจ้า ไม่อยู่ในกฎเกณฑ์ใด ๆ ทั้งนั้น นี่คือดวงชะตาของลุงการุณย์ บุญมานุช ทำไมจะต้องเป็นเรา? คนอื่นเขาไม่เป็นอย่างนี้ ทำไมต้องเป็นเรา ๆๆ?

     ข้าพเจ้าเล่าให้ฟังแล้ว ต้นนิพพานเป็นทรงบอกให้ทราบ ข้าพเจ้าก็ฟังไว้ เหตุการณ์ต่อมา ไม่ทราบว่าต้นธาตุนิพพานกายธรรมคิดอย่างไร? พระองค์ก็ทรงบอกความจริงแก่ข้าพเจ้า “ที่ต้นนิพพานเป็นทรงรับสั่งแก่ศึกษาฯ นั้น ความเป็นจริงก็คือเช่นนั้น งานปราบมารของศึกษาฯ ธาตุธรรมไม่ได้ช่วยอะไรแก่ศึกษาฯ เลย เป็นการใช้ศึกษาฯ ฟรี ๆ ไม่ได้ลงทุนลงรอนอะไรให้เลย” การที่ทรงกล่าวความจริงเช่นนั้นให้ข้าพเจ้าทราบ เป็นการเปิดใจกันแล้ว ธาตุธรรมคงเดาใจเราออกว่า หากพูดความจริงกันแล้ว ข้าพเจ้าคงไม่ถือโกรธอะไร? ข้าพเจ้าเดาเช่นนั้น ข้าพเจ้าก็คิดว่า การที่ธาตุธรรมทำเช่นนั้น คงมีเหตุผลอะไร? แต่เราไม่ทราบ การที่ผู้ใหญ่คิดอะไรนั้น เราไม่ทราบ เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เราเป็นเด็ก เราก็อยู่ในฐานะรับใช้ ถึงอย่างไรพระองค์ก็ต้องมีเหตุผลของพระองค์ ซึ่งเราไม่ทราบ และการที่ต้นนิพพานเป็นทรงบอกความจริงให้ข้าพเจ้าได้รู้นั้น ข้าพเจ้าขอบคุณพระองค์ที่ทรงเมตตาสงสารเรา ที่ทรงเห็นว่าข้าพเจ้าต้องยากลำบาก เพราะถูกมารบดขยี้ทุกรูปแบบ จนเกิดอาการจวนอยู่จวนไป ซึ่งพระองค์ทรงรู้เห็นมาตลอด เหตุการณ์นี้ประเสริฐมาก ที่ว่าประเสริฐคืออะไร?

     นั่นคือ เราได้ทราบสัมพันธภาพระหว่างนิพพานเป็นและนิพพานกายธรรมว่า มีความเป็นมาอย่างไร?

     การที่มีเหตุการณ์ของข้าพเจ้าเกิดขึ้นคราวนี้ ส่งผลให้ดีไปหมด สัมพันธภาพเป็นอันเดียวกันหมด หากจะพูดอะไร? ก็เป็นถ้อยคำเดียวกันหมด นี่คือข้อสังเกตของข้าพเจ้า คิดอีกมุมหนึ่ง เป็นเพราะข้าพเจ้าคนเดียว เลยทำให้อะไรต่อมิอะไรดีไปหมด

     เรื่องลึก ๆ เช่นนี้ ท่านจะให้ใครในโลกมาบอกแก่ท่านได้ ถึงจะเรียนมาแสนชาติ ก็ยังไม่มีใครจะนำเรื่องเช่นนี้มากล่าวได้ ข้าพเจ้าไม่คิดว่าจะไปรู้เรื่องลึกตื้นในนิพพานได้ ไม่มีใครรู้ทั้งนั้น แต่ข้าพเจ้าก็รู้เห็นมาหมด จึงนำมาบอกแก่พวกเรา

     บัดนี้ งานปราบมารมาถึงขั้นตอนที่เกิด “วันวิสาขบูชาของนิพพาน” ข้าพเจ้าดีใจมาก! ทำให้พระพุทธองค์ทั้งหมดพ้นจากปกครองของมาร นี่คือบารมีของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าอยากให้ท่านทั้งหลายได้บ้าง ก็น่าส่งเงินไปสมทบกับข้าพเจ้าบ้าง

     กล่าวถึงความรู้สำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องที่ “ต้นนิพพานเป็น” ทรงรับสั่งให้ข้าพเจ้าทราบ เรื่องนั้นคือ งานปราบมารที่มีมาแล้วในอดีต ไม่ประสบความสำเร็จเลย งานปราบมารในอดีต มีมาแล้วกี่ยุคกี่สมัย? เราไม่ทราบเลย เราทราบแต่ยุคของหลวงพ่อเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เรามาพูดกันว่า ถ้าธาตุธรรมทุ่มเทก้อนบารมีให้แก่ข้าพเจ้าในงานปราบมารคราวนี้ ใครเล่าจะกล้าเสี่ยง? เพราะตั้งแต่อดีตมา งานปราบมารไม่ได้ผลเลย ธาตุธรรมท่านเคยเสียก้อนบารมีลงทุนให้แล้ว เมื่องานไม่ได้ผล ก็แปลว่า ทุนที่นำมาให้นั้น ไม่เกิดกำไร แต่กลับเป็นการขาดทุน นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ข้าพเจ้าเดาใจของธาตุธรรม อีกประการหนึ่งคือ ความรู้ของข้าพเจ้าด้อยเกินไป ไม่น่าลงทุนให้ ข้าพเจ้าเป็นมวยอยู่นอกสายตานั่นเอง

     แต่การที่จะกำหนดตัวว่าเอาใครปราบมารนั้น? มารเขารู้ล่วงหน้าอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้น เขาบดขยี้เราทันที ก่อนที่เราจะเห็นวิชา พอเราเข้าสู่ครรภ์มารดา มารเขาก็ลุยเราแล้ว ครั้นเรารอดมา และมาสู่ระยะทารกน้อย อย่างข้าพเจ้านี้ก็มีประวัติว่า “จะตายรายวัน” อยู่ร่ำไป โตขึ้นหน่อยก็มีแต่เจ็บไข้เป็นอาจิณ แม่ชีถนอม อาสไวย์ ก็ถูกยาเสน่ห์ มีอาการคุ้มดีคุ้มร้าย เพราะความสวยของท่านเป็นเหตุ

     ที่ว่าร้ายที่สุด ก็คือการเข้าถึงวิชา มารเขาจะไม่ยอมให้เราเข้าถึงวิชาตัวจริง เราจะเรียนเพี้ยนมาร้อยเรื่อง เพราะมารเขาชักจูงไป กว่าจะมาพบวิชาตัวจริง ก็เกือบสาย กรณีประวัติของข้าพเจ้าตามที่ข้าพเจ้าเล่ามานั้น ชี้ให้เห็นว่าวิชาที่เราเรียนมานั้นไม่ถูกเต็มร้อย ถ้าข้าพเจ้าไม่พบแม่ชีถนอม อาสไวย์ เป็นอันว่าไม่ต้องปราบมาร เพราะความรู้เพี้ยน ๆ นั้นนำไปใช้อะไรไม่ได้ และการจะขัดเกลาความรู้ให้ถูกต้องได้นั้นไม่ใช่ทำได้ง่ายเลย จึงขอให้ท่านเรียนประวัติของข้าพเจ้าให้ชัดเจน ว่าการที่ชีวิตของข้าพเจ้าโคจรมาพบแม่ชีถนอม อาสไวย์ นั้น จะต้องมีอะไรเป็นเบื้องหน้าเบื้องหลัง เหตุใดข้าพเจ้าต้องย้ายตำแหน่งราชการมาพบกับแม่ชีถนอม? เรื่องนี้สะดุดใจข้าพเจ้ามาก เพราะข้าพเจ้าไม่คาดคิดมาก่อน ข้าพเจ้าวิ่งเต้นย้ายไปจังหวัดสุพรรณบุรีอันเป็นจังหวัดบ้านเกิด มีเจตนาจะเอาลูกน้อยไปฝากให้คุณพ่อของข้าพเจ้าช่วยเลี้ยงให้ ซึ่งเจ้านายก็รับคำว่า จะย้ายให้ไปลงที่จังหวัดสุพรรณบุรี ครั้นคำสั่งของกระทรวงออกมา ปรากฏว่าข้าพเจ้าไม่ได้ลงที่จังหวัดสุพรรณบุรีตามที่วิ่งเต้นไว้ แต่คำสั่งให้ลงที่อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ซึ่งสำนักวิปัสสนาของแม่ชีถนอมอยู่ในท้องที่อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ระยะทางห่างจากอำเภอป่าโมกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ประวัติของข้าพเจ้าตอนนี้เป็นประเด็นสำคัญของชีวิต

ว่าเหตุใดข้าพเจ้าจึงลดทิฏฐิมานะลงได้

     เมื่อเราพบกับบัณฑิตแล้ว หากสภาพใจของเรายังยึดมั่นความรู้เดิมที่เรียนมา ไม่เปิดใจกว้างรับฟังเหตุผลทางวิชาจากแม่ชีถนอม การโคจรของชีวิตมาพบแม่ชีผู้คงแก่เรียน ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย? การปราบมารก็จะเกิดขึ้นไม่ได้ในอนาคต เพราะความรู้สำคัญอยู่ที่การวางพื้นฐานความรู้ อย่าให้ความรู้เพี้ยน อะไรเป็นเหตุจูงใจให้เราลดทิฏฐิมานะลงได้? นี่คือประเด็นสำคัญของการเรียนรู้ จงจับประเด็นสำคัญตรงนี้ให้ได้

     ประวัติของข้าพเจ้าตามที่เล่ามานี้ เพื่อให้ท่านจับประเด็นว่า เหตุใดสภาพใจของข้าพเจ้าลดทิฏฐิมานะลงได้? เพราะข้าพเจ้าเรียนวิชาเบื้องต้นมาแล้วอย่างโชกโชน แต่ว่ายังไม่ถูกวิธี ธาตุธรรมส่งให้เรามาเกิด เพื่อให้มาปราบมาร ข้าพเจ้าไม่รู้ตัวว่าจะมาปราบมาร แต่ธาตุธรรมท่านรู้ ท่านกำกับอยู่ฉากหลัง เพราะข้าพเจ้าเรียนมายังไม่ถูกวิธีของหลวงพ่อ ครูผู้สอนเขาไม่รู้ เขาเห็นดีเห็นงามอย่างไร? เขาก็สอนไปตามความเห็นของเขา เราอย่าไปโทษท่านเลย แต่มารเขารู้ว่าเราจะมาปราบมาร มารเขาก็จะชักจูงเราไปในที่ต่าง ๆ ไปเรียนมาร้อยเรื่อง กว่าที่เราจะมาพบความรู้จริง ก็จะสายเกินแก้เสียแล้ว และเมื่อเราเรียนอะไรไปแล้วก็มักจะเชื่อมั่นยึดมั่น อันเป็นธรรมชาติของการเรียน เรื่องนี้เราปฏิเสธไม่ได้ และเราจะไปโทษใครไม่ได้ทั้งนั้น ข้าพเจ้ากล่าวเสมอว่า การเรียนรู้ของใครนั้น? ขึ้นอยู่กับโชควาสนาของแต่ละบุคคล ใครโชคดี? ก็เจออาจารย์ดี ใครโชคร้าย? ก็เจออาจารย์เพี้ยน

     มาถึงเรื่องสำคัญของข้าพเจ้า ซึ่งตั้งประเด็นไว้ว่า เหตุใดข้าพเจ้าจึงลดทิฏฐิมานะลงได้? เพราะการลดทิฏฐิมานะเป็นเรื่องทำได้ยาก! ตอบทันทีว่า เหตุการณ์สำคัญนั่นเองที่เป็นตัวบังคับ หากไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นแก่ชีวิตของเรา เราจะลดทิฏฐิมานะไม่ได้ เหตุการณ์นั้นคือเจ้าคณะจังหวัดอ่างทองเชิญเราไปสอนภาวนาถวายความรู้แก่พระสงฆ์ พระสงฆ์ท่านกำหนดดวงปฐมมรรคได้ เราต่อวิชาให้ท่านทำวิชา ๑๘ กายได้ เพราะแม่ชีถนอมท่านให้เราลองฝึกวิธีนี้เมื่อสองสามวันนี้เอง หากไม่ทดลองฝึกมาก่อน เราจะได้ประสบการณ์อะไรไปต่อวิชาแก่พระสงฆ์ได้? นี่คือประเด็นสำคัญ

     เมื่อเราต่อวิชา ๑๘ กายให้แก่พระสงฆ์ได้แล้ว ตรงตามหลักสูตรหนังสือ ๑๘ กายของหลวงพ่อ เราเกิดความภาคภูมิใจ ทำให้เรานึกถึงคุณของแม่ชีถนอม อาสไวย์ แล้วทิฏฐิมานะก็ลดลง ต่อจากนั้น แม่ชีถนอมก็ปูพื้นฐานความรู้ใหม่ทั้งหมด สภาพใจของเราเปิดใจรับ ตรงนี้คือความรู้ที่ถูกต้อง แล้วลำดับมาถึงวิชาชั้นสูง ส่งผลให้ข้าพเจ้ามีความรู้พื้นฐานความรู้ปราบมารได้ในโอกาสต่อมา และอ่านตำราวิชาธรรมกายทุกหลักสูตรที่หลวงพ่อท่านสอนไว้ได้ทั้งหมด! รู้เรื่องได้ทั้งหมด! เข้าใจได้ทุกบท! ไม่มีอะไรติดขัดเลย ทุกบทนำสู่ภาคปฏิบัติได้หมด

     นี่คือคุณของแม่ชีถนอม อาสไวย์ ข้าพเจ้าเคารพท่านว่า ท่านเป็นผู้รู้จริง ท่านแก้โรคได้ ยังสอนให้ข้าพเจ้าแก้โรค และข้าพเจ้าก็แก้โรคได้ ข้าพเจ้าจำได้ว่า คนที่เขาหายโรค ได้นำเงินมาขอบคุณแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็รวบรวมมาทำห้องน้ำให้แก่แม่ชีถนอมทั้งหมด เพราะในตอนนั้น มักมีเด็กวัยสาวมาบวชกับแม่ชีถนอมเสมอ สำนักของแม่ชีถนอมยังขาดแคลนอยู่ ข้าพเจ้าก็ไปช่วยทำให้ นี่คือประวัติของข้าพเจ้าในโอกาสที่โคจรไปพบแม่ชีถนอม อาสไวย์

จงจำไว้เป็นตำราว่า มารเขาจะไม่ยอม

ให้เราได้พบของจริง จะไม่ให้เราพบวิชาตัวจริง

     เขาจะพาเราไปเรื่อยให้ไปพบวิชาเพี้ยนร้อยเอ็ดเจ็ดหัวเมืองทีเดียว ต่อเมื่อเรามีวาสนาบารมีมาแต่ปางหลัง เราจึงจะมีโอกาสได้พบวิชาตัวจริง เรื่องอะไรที่มารเขาจะยอมให้เราเรียนวิชามาสู้เขา? ดังนั้น เราจะพบเสมอว่า พวกเรามีความรู้คลาดเคลื่อนไปจากตำรา นี่คืออันตรายใหญ่หลวงที่เรายังแก้ไม่ได้ ทุกยุคทุกสมัยก็เป็นอย่างนี้

     บรรยายมาถึงเรื่องนี้ ทำให้นึกถึงคำสั่งของ “ต้นนิพพานเป็น” ที่เคยบอกให้ข้าพเจ้าทราบว่า งานปราบมารในอดีตไม่ประสบความสำเร็จ พระองค์ไม่ยอมรับ จึงสอดคล้องกับเรื่องที่ข้าพเจ้ากล่าวอยู่เดี๋ยวนี้ ก็วิชาเราเพี้ยน แล้วเราจะเอาอะไรไปชนะมาร? จำไว้เถิด ขึ้นชื่อว่าความคลาดเคลื่อนทั้งปวง ความเพี้ยนทั้งหลาย มารเขาเป็นเจ้าของ มารเขาเป็นผู้กำกับแต่เราไม่รู้ พระไตรปิฎกของเราแต่เดิมนั้น จำกันมาปากต่อปาก (มุขปาฐะ) กว่าจะมาถึงยุคที่เราเขียนเป็นตัวหนังสือ ไม่รู้ว่าจะคลาดเคลื่อนสักแค่ไหน? ความรู้สำคัญหดหายไปแค่ไหน? มารเขาจะยอมให้หลงเหลืออยู่หรือ?

     อายุของพระพุทธองค์ มารเขาเป็นผู้กำหนด แม้หลักสูตรการตรัสรู้ มารเขาก็เป็นผู้กำหนดด้วย รวมความว่ามารเขาเข้าควบคุมทั้งหมด มารเขาจะไม่ยอมให้พระพุทธองค์ตรัสรู้ธรรมตามใจชอบ การตรัสรู้ได้เพียงใดและแค่ไหนนั้น? มารเขาขีดเส้นไว้แล้ว นี่คือความรู้เดิมของเรา

     แต่งานปราบมารทำมาถึงจุดนี้ บัดนี้ เกิดวันวิสาขบูชาของนิพพานแล้ว พระพุทธเจ้าองค์ต่อไป จะอยู่ภายใต้พิกัดของมารอีกหรือไม่? เรื่องอายุของพระพุทธเจ้าก็ดี และการตรัสรู้ของพระองค์ก็ดี จะอยู่ในบังคับของมารอีกหรือเปล่า? เราต้องดูกันต่อไป

ท่านถามว่า จะแก้อย่างไรเพื่อให้เราได้พบตัววิชาที่เป็นของจริง?

     เรื่องนี้ข้าพเจ้ายังตอบไม่ได้ ใคร ๆ ก็มีความประสงค์เช่นเดียวกับเรา ไม่อยากเป็นหุ่นให้มารเขานำมาเชิดเล่น

     ข้าพเจ้าตอบชัดเจนแล้ว ว่ายังตอบคำถามนี้ไม่ได้ ไม่ว่าใครต่างก็มีความประสงค์ที่จะเรียนของจริง มีความประสงค์ที่จะเรียนวิชาตัวจริง ไม่มีใครอยากพบของหลอกของปลอมด้วยกันทั้งนั้น แต่แล้วเราก็มาพบของหลอกของปลอม

     ทุกวันนี้เราพบสังคมบ้านเรา มีแต่ของหลอกของปลอม พระเครื่องก็เป็นพระที่เซียนเขาทำปลอมมาขาย การไปทำงานต่างประเทศ ก็ถูกเขาหลอกเขาต้ม แม้พระสงฆ์จริงหรือพระสงฆ์ปลอม เราก็ดูไม่ออก แม้แต่ทำสัญญาซื้อขาย ก็ยังมีการหลอกการต้มกันอีก สินค้นในตลาดเป็นสินค้าปลอม ปุ๋ยบำรุงพืชเป็นปุ๋ยปลอม สรุปแล้ว บ้านเรามีแต่การหลอกการต้มตุ๋นทั่วเมือง

     ข้าพเจ้าเคยบอกแล้วว่า มารเขาเป็นเจ้าของความไม่ถูกทั้งปวง มารเขาเป็นเจ้าของความเพี้ยนทั้งปวง การคดโกง การหลอกลวง การปลิ้นปล้อน การตระบัดสัตย์ เป็นธรรมของมารเขา เหตุที่สังคมเราเป็นเช่นนี้ เป็นเพราะมารเขาปกครองโดยเขาเข้าบังคับใจมนุษย์ มนุษย์เป็นฐานทัพให้แก่เขา แต่มนุษย์ไม่รู้ตัว มนุษย์ไม่ระวังใจไว้ให้ดี มารเขาก็เอาเป็นฐานทัพได้ เวลามารเขาบังคับ เขาใช้วิธียิงเครื่องปกครองเข้ามาที่ใจมนุษย์ ใจของเราก็เคลิบเคลิ้มไปตามอำนาจการบังคับของเครื่อง วิธีบังคับนั้น เขาทำอย่างไร? เปรียบเหมือนเรากด “รีโมท” เปลี่ยนช่องโทรทัศน์ ดังที่ข้าพเจ้าอธิบายผ่านมาแล้ว ตัวตนของมารคือ กายของเขาอยู่ที่ลับ ยากที่ใครจะรู้เห็น ต้องเป็นวิชาธรรมกายขั้นสูง จึงจะรู้เห็นได้ หากเป็นวิชาธรรมกายอ่อน ๆ ก็รู้เห็นไม่ได้

     วิธีแก้ไขปัญหานี้ ข้าพเจ้าว่าต้องอธิษฐานกำกับดวงบารมีของเราไว้ เวลาเราทำบุญให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ให้อธิษฐานใจกำกับดวงบารมีว่า “ทุกชาติทุกภพ ขอให้ข้าพเจ้าได้พบได้เรียนแต่วิชาตัวจริง ขอให้ข้าพเจ้าพบแต่ผู้รู้จริงแท้ เป็นวิชาที่ถูกต้องของพระศาสนาภาคขาวภาคปราบ ของหลอกของปลอมของเพี้ยนอย่าให้พบอีกเลย หากมีความจำเป็นต้องพบเห็น ก็ขอให้รู้เท่าทันวิชาทั้งปวงนั้น และให้รู้วิธีกำจัดวิชาเหล่านั้น ให้หายสูญสิ้นเชื้อเถิด”

     ข้าพเจ้าบรรยายมาถึงตรงนี้ ควรที่เราทบทวนตัวเองว่าเราเรียนของหลอกเราเรียนของเพี้ยนไว้ทั้งนั้น โดยเฉพาะวิชาพัฒนาใจว่าจะผิด ก็ไม่ผิดชัดเจน จะว่าถูก ก็ไม่ถูกเต็มร้อย จงจำไว้ว่า มารเขามีหน้าที่สร้างความผิดเพี้ยนเสมอไป เพราะเขาเข้าดลใจได้ เราจะพบเสมอว่า ตำราเล่มเดียวกัน ครูสอนคนเดียวกัน แต่เราจะเข้าใจไปคนละอย่าง มีความเชื่อไปคนละอย่าง สุดท้ายเรามีความคิดต่างกัน ต้องแยกนิกายกัน ต้องแยกลัทธิกันทั้งที่ศาสนาเดียวกันแท้ ๆ นี่คือฝีมือของมารเขา เขาทำสำเร็จมาในทุกยุคทุกสมัย เราจะเห็นว่าเรื่องของการพัฒนาใจนั้น มีความเชื่อไปหลายอย่าง ส่งผลกระทบต่อมรรคผลนิพพานของเรา ข้าพเจ้าได้ทราบตอนที่ทำวิชาปราบมารนี้เอง

     แต่ก่อนนี้ข้าพเจ้าไม่รู้เรื่อง บรรพบุรุษว่าไว้อย่างไร? เราก็ทำตามสถานเดียว ครั้นเราเป็นวิชาและตรวจสอบดู ก็ทราบว่า เราเชื่อมาอย่างผิดพลาด ผลที่เราได้รับ ไม่เป็นไปตามความเชื่อนั้น น่าเสียใจจริง ๆ เพราะเราเชื่อกันผิด ๆ สืบต่อกันมา เช่น การเซ่นไหว้บรรพบุรุษด้วยเครื่องสังเวย ดังที่เราเห็นในทุกวันนี้ เราเชื่อกันมาจนเป็นประเพณี ข้าพเจ้าดูแล้วเป็นการเข้าใจผิดแท้ ๆ ปู่ย่าตายายของเราไม่ได้มากิน แต่มารมันแปลงกายมากินแทน เราคิดว่าวิญญาณปู่ย่าตายายจะมากินของเซ่นไหว้ ความจริงเขามาไม่ได้ เขาไปมีหน้าที่การงานในโลกใหม่ของเขา หากเราประสงค์จะให้เขากินอะไร? ก็ต้องนำสิ่งของเหล่านั้นไปถวายแก่ผู้มีศีล เช่น ภิกษุสามเณร เป็นต้น แล้วกรวดน้ำอุทิศกุศลไปให้เขา เขาจึงจะได้กินตามวิธีการของพระพุทธศาสนา

     อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องตายแล้วเอาศพไปเก็บไว้ในฮวงซุ้ย นี่คือความเชื่อก่อนที่เขาจะตาย แต่พอเขาตายไปจริง ๆ ไม่เป็นไปตามความเชื่อนั้นเสียเลย ผู้ตายเขาเป็นห่วงร่างของเขา เพราะร่างของเขายังไม่ได้เผาตามวิธีการของพระพุทธศาสนา ผู้ตายมีความเป็นห่วงร่างของเขา จะมาเข้าฝันบอกญาติ ก็มิอาจทำได้ แม้เขาจะมาเข้าฝัน แต่ญาติของผู้ตายก็ไม่เชื่อ เนื่องจากสิ่งที่ฝันไปนั้น ไม่สอดคล้องกับความเชื่อดั้งเดิมของเขา จึงไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร? เพราะความเชื่อผิด ๆ เช่นนี้ เป็นเรื่องของมารเขา มารเขาบังคับให้เป็นเช่นนั้น หากเราเชื่ออย่างถูกต้อง ส่งผลให้มาร เขาไม่ได้กินของเซ่นไหว้ เรื่องอะไรที่มารจะให้เราทำในสิ่งที่ถูก?

     เวลานี้เราก็เห็นกันแล้วว่า ความเชื่อในเรื่องการเซ่นไหว้บรรพบุรุษ บ้านเราทำกันเป็นประเพณีไปแล้ว ใครไม่ทำไม่ได้แล้ว จะถูกพี่น้องตั้งข้อรังเกียจ การเผากระดาษเงินกระดาษทองไม่มีประโยชน์อันใดเลย เสียเงินเปล่าประโยชน์แท้ ๆ ข้าพเจ้าเห็นแล้วก็พูดไม่ออก เรื่องนี้เคยกล่าวไว้แล้วตั้งแต่รุ่นปราบมารภาค ๑ แล้ว

สารบัญ

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:ผู้เยี่ยมชม
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressLoad Image from WebBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Add to Google


หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org