Go to Kayadham Home   
ประชาสัมพันธ์ : เชิญร่วมปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกาย โดยวิธีการที่หาที่ไหนไม่ได้ (หลักสูตรเร่งรัดสำหรับท่านที่มีเวลาน้อย) ณ โฮมเสตย์ เขื่อนท่าด่าน จ.นครนายก 6-7 เมษายน 50 นี้ (ด่วน! รับ 40 ท่าน) อ่านรายละเอียดall.gif
HOME : arrow สื่อธรรมะ : arrow เนื้อหาวิชชาธรรมกาย arrow หลักสูตรปราบมาร arrow ปราบมาร 5 arrow ปราบมาร5 (9)
ปราบมาร5 (9) PDF พิมพ์ ส่งเมล
Saturday, 19 August 2006

เหตุใดการสอนเบื้องต้นของข้าพเจ้าจึงเฉียบคม
จนเกิดผลเป็นอัศจรรย์

     บัณฑิตทั้งปวงตั้งคำถาม ว่าเหตุใดการสอนของข้าพเจ้าจึงเฉียบคม? ปรากฏผลการสอนเป็นอัศจรรย์ บัณฑิตทั้งปวงนั้น ได้รับความรู้มาจากสำนักสอนวิชาธรรมกายหลายสำนักแล้ว ไม่ได้ให้ความสนใจในลุงการุณย์ บุญมานุช แม้แต่น้อย เนื่องจากลุงการุณย์ บุญมานุช เป็นฆราวาส และเป็นผู้ครองเรือนมีกิเลสเหมือนคนทั่วไป แต่เหตุที่ต้องเดินทางไปพบ เกิดจากความประทับใจในตำราวิชาธรรมกายทุกหลักสูตรที่ข้าพเจ้าเขียน ไม่ว่าข้าพเจ้าจะบรรยายความรู้เรื่องใด? เกิดความชัดเจนและประทับใจ ท่านเล่าให้ข้าพเจ้าฟังอย่างนั้น มีหลายรายส่งเงินไปเป็นรางวัล บอกว่าอ่านตำราของข้าพเจ้าแล้วประทับใจ จึงส่งเงินไปให้

     เมื่อบัณฑิตทั้งปวงไปพบแล้ว ก็พยายามเรียนรู้ตามวิสัยของผู้เป็นบัณฑิต ทำไมเกจิอาจารย์อื่นสอนไม่เป็นเรื่องเลย? เมื่อเปรียบเทียบผลงานซึ่งกันและกันแล้ว เปรียบเทียบกันไม่ได้ ท่านกล่าวอย่างนั้น ข้าพเจ้าก็ฟัง ท่านพูดอย่างไร? ข้าพเจ้าก็ฟังทั้งนั้น แล้วข้าพเจ้าก็แสดงการสอนเบื้องต้นให้ดู ว่ามีวิธีและมีเทคนิคอย่างไรบ้าง?

ขั้นตอนการสอนความรู้วิชาธรรมกายเบื้องต้น

     (๑.) ขั้นตอนที่ ๑ เป็นการจัดที่นั่ง ให้นั่งห่างกัน ๑ ศอก หัวเข่าต้องไม่เกยกัน

     (๒.) ขั้นตอนวิทยากรเอกกล่าวบรรยาย การบรรยายต้องรวบรัด เพราะเวลามีจำกัด

     Ø การบรรยายเนื้อหาวิชา ตามคำสอนข้อ ๓ ที่ว่า การทำใจให้สว่างใสนั้น มีความหมายอย่างไร? ถ้าสามารถทำใจให้สว่างใสได้สภาพใจจะเกิดความรู้สึกเป็นหิริโอตตัปปะ เกรงกลัวต่อการทำบาป เกรงกลัวอันตรายที่เกิดจากใจเราขุ่นมัว ถ้าสภาพใจเราขุ่นมัวแล้ว ทำบาปได้ทั้งนั้น และถ้าใจมีสภาพมืดมัวแล้ว ทำบาปได้ทันที จี้ปล้นได้ทันที ฆ่าได้ทันที

     Ø ใจคืออะไร? ใจคือ เห็น-จำ-คิด-รู้

     Ø การบรรยายเนื้อหาภาควิชาการ การจะฝึกให้ใจสว่างใสนั้น มีวิธีฝึกอย่างไร?

     Ø ดูฐาน ๗ ฐาน คือทางเดินของใจ แสดงอุปกรณ์ให้ดู คือภาพฐาน ๗ ฐาน

     Ø บรรยายวิธีฝึกว่าทำอย่างไร? แสดงอุปกรณ์การฝึกให้เห็นทั่วชั้น คือดวงแก้วขาวใส จบการอธิบายวิธีฝึกจริง แล้วเข้าสู่การฝึกจริงทันที

     (๓.) ขั้นตอนการฝึกจริง หลังจากเข้าใจทางเดินใจตามฐานต่าง ๆ แล้ว และดูอุปกรณ์ ดวงนิมิตขาวใสแล้ว

     Ø วิทยากรผู้บรรยาย สั่งให้นั่งท่าสมาธิ เท้าขวาทับเท้าซ้าย มือขวาทับมือซ้าย นิ้วมือขวาจรดปลายนิ้วหัวแม่มือซ้ายทันที ตั้งตัวตรง คณะวิทยากรร่วมคณะช่วยดูท่านั่งให้ถูกวิธี ใครนั่งไม่ถูกวิธี? ต้องแก้ไขในขั้นตอนนี้ให้ถูกต้องทั้งชั้น

     Ø จากนั้น วิทยากรผู้บรรยายกล่าวนำการฝึกจริงว่า การฝึกใจเพื่อทำใจให้สว่างใสนั้น มีขั้นตอนฝึกอย่างไร? เริ่มจากการกำหนดนิมิตโดยใจ จากฐานที่ ๑ เข้าสู่ฐานต่าง ๆ รวม ๗ ฐาน สุดท้ายนักเรียนทำการฝึกจริงมาถึงฐานที่ ๗ คือการภาวนาใจว่า “สัมมาอะระหัง ๆๆๆ”

     (๔.) ขั้นตอนการวัดผลการฝึกว่า ฝึกภาวนาใจมาได้ระยะหนึ่งประมาณ ๑๐ นาทีแล้ว ใครสามารถเห็นดวงใสในท้องของตนเองบ้าง? เพื่อวิทยากรผู้ช่วยคือคณะวิทยากรร่วมคณะ จะได้ต่อวิชาให้เห็นดวงธรรมและเห็นกายธรรมเบื้องต้นต่อไป ขั้นตอนนี้มีเทคนิควิธีมากมาย ต้องเรียนรู้ และต้องทำความเข้าใจในหลายเรื่อง หากบรรยายไปจะยาวความ

     Ø ในขั้นตอนการวัดผลนี้ วิทยากรเอกกับวิทยากรผู้ช่วยต้องทำงานหนัก เพราะนักเรียนฝึกได้ผลเป็นระยะ ๆ ต้องให้ได้จำนวนมากที่สุด เพื่อรวมจำนวนผู้ผ่านการฝึกเบื้องต้นทั้งหมดมาเดินวิชา ๑๘ กาย ในลำดับต่อไป

     Ø ในขั้นตอนการฝึกเพื่อรวมจำนวนผู้ผ่านการฝึกเบื้องต้นนี้ มีการฝึกหลายลีลา ต้องดูว่าผู้รับการฝึกเป็นใคร? เรามีการใช้เทคนิคการฝึกไม่เหมือนกัน เช่น นักเรียนระดับอนุบาล นักเรียนระดับประถมศึกษา นักศึกษา ข้าราชการ ผู้รักษาศีลอุโบสถ และพระสงฆ์ มีเทคนิคการฝึกแต่ต่างกันไปตามอิริยาบถนั่ง ยืน เดินจงกรม และนอนแบบสีหไสยาสน์ จะใช้เทคนิคใด? เวลาเท่าไร? ในสถานการณ์อย่างไร? หากบรรยายแล้วจะยาวความ รวมความว่า ผู้เป็นวิทยากรต้องเชี่ยวชาญ และการจะเป็นวิทยากรที่เชี่ยวชาญได้ ท่านจะไปเรียนที่ไหน? ใครจะเป็นผู้ให้ความรู้แก่ท่าน? นี่คือเรื่องใหญ่! เรามีค่าบูชาครูถวายแก่ผู้เชี่ยวชาญผู้นั้น ว่าผู้ฝึกวิทยากรคือใคร? ในประเทศไทยของเรานี้มีใครที่ไหนไหม? เราต้องฝึกวิทยากรให้เชี่ยวชาญ การสอนจึงจะได้ผลเป็น “อัศจรรย์” ยังไม่มีใครที่ไหนทำได้เลย? มีแต่ข้าพเจ้าผู้เดียวเท่านั้นที่พากเพียรฝึกวิทยากรให้เกิดความเชี่ยวชาญ ถ้าทำไม่ได้ จะส่งผลให้วิชาธรรมกายเสื่อมสูญ ดังที่ท่านได้เห็นแล้วในทุกวันนี้ ไม่ว่าที่ใด? ไม่ว่าสำนักใด? แม้แต่การสอนเบื้องต้นก็ทำได้ไม่เฉียบ เพราะท่านผู้เป็นเจ้าสำนักเรียนรู้มาน้อย

     Ø ถ้าการสอนเบื้องต้นไม่ได้เรื่องแล้ว ไม่ต้องพิจารณาความรู้ระดับสูงเพราะความรู้ของท่านจะเพี้ยนทั้งหมด นี่คือประสบการณ์ที่ข้าพเจ้าได้พบ บางท่านศรัทธาในวิชาธรรมกายถึงขนาดอุทิศตนออกบวช คิดว่าการบวชจะบรรลุเป้าหมายแห่งการเรียนรู้วิชาธรรมกาย เอาเข้าจริง ล้มเหลว! ความรู้เพี้ยนไปหมด บวชกับไม่บวชไม่มีอะไรต่างกัน! และถ้าโชคร้ายที่การบวชของเราเกิดไม่ระวังวินัยสงฆ์ ยิ่งจะโชคร้ายโดยที่เราคาดไม่ถึง เป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เพราะวิชาธรรมกายนั้นไม่ใช่เรียนง่าย! ข้าพเจ้าก็บอกแล้วว่าเรียนยาก! มารเขาคอยจ้องอยู่ทุกเวลา อะไรที่เราจะพังได้? อะไรที่เราจะเพี้ยนได้? มารมันทำทั้งนั้น วิธีของเขาคือสอดละเอียดให้เราผิดวินัย สอดละเอียดให้เราหลงผิดด้วยประการต่าง ๆ ไม่ให้เราเข้าถึงวิชาเข้าไว้ นี่คือชั้นเชิงของมาร เราจึงได้ข่าวไม่ดีอยู่เนือง ๆ แต่แรกก็ว่า เห็นความตั้งใจจริงของท่านแล้ว เราเกิดศรัทธา มีอะไรเราก็ให้ แต่พอไม่นาน ได้ข่าวว่าหลวงพี่เกี่ยวข้องกับสีกาเสียแล้ว

     Ø สรุปว่า การสอนขั้นตอนที่ ๔ ทำยาก ต้องใช้เทคนิคและวิธีการมาก เพราะการสอนเป็นสาสตร์และเป็นศิลป์ ศิลป์จะเกิดแก่เรา ก็ต่อเมื่อเราเข้าใจวิชาถูกต้องเท่านั้น! เมื่อเราเข้าใจไม่ถูกต้องแล้ว จะหวังอะไรไม่ได้เลย มีหลายคนถามข้าพเจ้าว่า ทำไมลุงการุณย์ บุญมานุช ทำได้ทั้งนั้น? เชี่ยวชาญไปหมด ข้าพเจ้าก็ตอบว่า ข้าพเจ้าสอนพระสงฆ์มานานปี เกิดประสบการณ์ ส่วนความรู้ไม่ติดขัดนั้น เกิดจากสามัญสำนึก เพราะตำแหน่งราชการของเราคือ ศึกษาธิการอำเภอ เรามีหน้าที่เกี่ยวกับพระสงฆ์องค์เณร เรามาเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่พระสงฆ์ ถ้าความรู้ของเราไม่ถูกต้อง เราไม่อายพระสงฆ์ท่านหรือ? ท่านถามอะไร? เราต้องตอบได้ เพราะเราอยู่ในฐานะเป็นวิทยากร ข้าพเจ้าจึงตั้งใจขวนขวายหาความรู้วิชาธรรมกาย อ่านตำราทุกหลักสูตรให้จำได้ บางสูตรไม่เข้าใจเลย แต่ว่าจำสูตรได้ พอมาถึงยุคที่ข้าพเจ้าทำวิชาปราบมาร สูตรใดที่เราไม่เข้าใจ? มันเกิดความเข้าใจไปเอง สามารถเขียนตำราขยายความได้ทุกหลักสูตร เพราะปราบมารต้องใช้วิชาชั้นสูง เราต้องทำได้ทุกสูตร เวลานี้หาคนอธิบายวิชาธรรมกายไม่ได้ทุกสูตร ข้าพเจ้าจึงพยายามอธิบายไว้ในทุกบทและทุกสูตร

     (๕.) ขั้นตอนการเดินต่อวิชา ๑๘ กาย ขั้นตอนนี้ไม่ยากแล้ว (ถ้าหากเรามีเวลาเหลือเฟือ ก็ให้เดินวิชา ๑๘ กาย แต่ถ้ามีเวลาไม่มากพอ เพียงแค่หลักสูตร ๔ กายธรรมก็พอ) เราก็รวมผู้ผ่านการฝึกเบื้องต้นทั้งหมด มารวมในห้องเดียวกัน แล้ววิทยากรผู้ช่วยบอกวิชา ๑๘ กาย เดินวิชาไปทีละขั้น จนบรรลุ ๑๘ กาย ตามวิชา ๑๘ กายที่หลวงพ่อกำหนดหลักสูตรไว้ ท่านถามว่า ทำไมวิทยากรผู้ช่วยสามารถสั่งวิชาได้อย่างคล่องตัว และถูกต้องทั้งหมด? เรื่องนี้เราต้องจัดสอบปากเปล่า ใครท่องเนื้อวิชาไม่ได้? ถือว่าไม่ผ่าน ใช้ถ้อยคำพลาดเพียงคำเดียว เราไม่ยอมให้ผ่านการสอบ การจะผ่านการสอบได้ ไม่ใช่ทำได้ง่าย ๆ ต้องท่องจำ แล้วไปสอบกับข้าพเจ้าเอง สรุปแล้ว ไม่มีอะไรง่าย มีแต่ยาก ๆ ทั้งนั้น ท่านจะเป็นวิทยากรได้ ต้องผ่านการสอบ ข้าพเจ้าเป็นผู้สอบเอง เวลานี้มีวิทยากรมากแล้ว ส่งไปสอนทั่วประเทศ เดือนหนึ่งวิทยากรเดินทางไปพบข้าพเจ้าพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อรายงานผลการสอนที่ได้ทำไป ใครไปสอนโรงเรียนใด? ได้ผลอย่างไร? จังหวัดใดได้ผลงานอะไร? ต้องรายงานให้ข้าพเจ้าทราบในที่ประชุมใหญ่ แล้วพวกเราก็อนุโมทนาความดีของวิทยากรจังหวัดนั้น

     Ø สรุปว่า การสอนของข้าพเจ้ามาจบลงตรงขั้นตอนที่ ๕ นี้ ถือว่านักเรียนผ่านขั้นตอนเบื้องต้นแล้ว หน้าที่ของวิทยากรก็คือ พยายามให้นักเรียนเดินวิชา ๑๘ กายทุกวัน ถือว่าชีวิตนี้เข้าถึงธรรมวิเศษแล้ว นักเรียนของเราจะมีคุณธรรมสำคัญอยู่ในใจของเขาเป็นอัตโนมัติ คุณธรรมข้อนั้นคืออะไร? ตอบว่า คุณธรรมนั้นก็คือ “หิริโอตตัปปะ” (ความสะดุ้งหวาดกลัวต่อการทำบาป) นักเรียนของเรามีที่พึ่งทางใจแล้ว เราไม่รู้ว่าจะเอาอะไรมาช่วยคนในชาติของเราได้ดีไปกว่านี้แล้ว! ความรู้ทั้งปวงที่เราสอนในโรงเรียน เข้าหูขวาออกหูซ้าย เดี๋ยวก็ลืม! แต่กายธรรมที่นักเรียนฝึกให้เกิดแก่ใจของเขาคราวนี้ จะช่วยดูแลจิตใจของเขาไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว ขอแต่ว่าครูอาจารย์ช่วยกันเข้มงวดกวดขันเอามาเป็นธุระ เตือนให้นักเรียนเดินวิชาตามแนวนี้ทุกวัน คนของเราก็เจริญด้วยคุณธรรม ประเทศของเราก็เจริญ เพราะคนของเรามีคุณธรรมอันพึงประสงค์ทั้งนั้น ดังนั้น ผู้บริหารที่ฉลาด ควรสร้างคนของเรา โดยวิธีนี้ ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย! คณะของข้าพเจ้าไม่ได้เรียกร้องอะไรเลย เราเข้าไปสอนให้ เพื่อเป็นธรรมทาน เพื่อการกุศลอย่างเดียว นี่คืออุดมการณ์ของเรา ลุงการุณย์ บุญมานุช (อดีตผู้ช่วยศึกษาธิการจังหวัดจันทบุรี) ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย ไม่เคยมีประวัติเสียหาย ตำราวิชาธรรมกายของข้าพเจ้าทุกหลักสูตรแพร่ไปทั่วประเทศแล้ว และในขณะนี้ไปถึงต่างประเทศแล้ว

     Ø ข้อมูลสำคัญเรื่องหนึ่งก็คือ ตำราวิชาธรรมกายของข้าพเจ้า มีในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยของรัฐและเอกชนถึง ๒๕ แห่งแล้ว ต่อไปนี้ถ้าหากท่านต้องการให้ข้าพเจ้าเข้าสอนในมหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัย หรือโรงเรียนใด? ก็ต้องแจ้งความประสงค์ให้ข้าพเจ้าทราบแต่เนิ่น ๆ เพื่อข้าพเจ้าจะ ให้วิทยากรของข้าพเจ้ามาสอนแทนได้ เพราะข้าพเจ้าพูดไม่ได้ เนื่องจากผ่าตัดกล่องเสียงเป็นมะเร็งตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ แม้ว่าข้าพเจ้าพูดไม่ได้ ข้าพเจ้าก็มีวิทยากรฝีมือดี ท่านทำแทนข้าพเจ้าได้เป็นอย่างดี (ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลขณะที่พิมพ์ต้นฉบับเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๔) ขอแนะนำให้รู้จักคือ

     Ø นายแพทย์นิพนธ์ หลงประดิษฐ์ (โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ต.แม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ๗๕๐๐๐) ขอให้ท่านมีจดหมายติดต่อไปได้ เวลานี้คุณหมอคนเก่งท่านนี้ เป็นผู้นำทัพวิทยากรเข้าสอนตามสถานศึกษาต่าง ๆ ในหลายจังหวัด ท่านมีวิทยากรสาวสวยไปช่วยอำนวยการสอนจำนวนมาก ไปสอนที่ใด? ก็ได้รับคำชม ท่านเป็นข้าราชการผู้ใหญ่ แต่ให้บริการสังคมด้านการสอนวิชาธรรมกาย โดยไม่คิดค่าตอบแทนใด ๆ ท่านทำกิจกรรมนี้มานานแล้ว

     Ø เรื่องสำคัญก็คือ ให้มหาวิทยาลัย วิทยาลัย และโรงเรียน ติดต่อท่านแต่เนิ่น ๆ เพื่อท่านจะได้จัดคิวให้ ท่านต้องนัดหมายคณะวิทยากรของท่าน เพราะกองทัพของท่านใหญ่มาก หากได้สัมผัสผลงานของท่าน จะเกิดความชื่นชม เป็นนายแพทย์ที่ไม่เหมือนใคร! ขอให้ท่านช่วยปลีกงานของท่านมาให้บริการให้จงได้ ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงกำชับว่า ให้ติดต่อท่านแต่เนิ่น ๆ

     Ø ข้าพเจ้าขอแนะนำมหาวิทยาลัย วิทยาลัย และโรงเรียนว่า การจัดนักศึกษานักเรียนเข้าสู่ห้องประชุมทางสถานศึกษาต้องมาช่วยจัด การจัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องเสียง ทางฝ่ายสถานศึกษาต้องช่วยจัดให้ เพื่อให้คุณหมอนิพนธ์และคณะวิทยากรรับผิดชอบแต่งานสอนอย่างเดียว และให้มีครูอาจารย์มาช่วยกันควบคุมนักเรียนด้วย มาช่วยสังเกตการณ์ด้วย หากเป็นไปตามนี้รับรองว่าการสอนได้ผลมาก

เหตุใดสำนักต่าง ๆ จึงสอนวิชาธรรมกายเบื้องต้นไม่ได้ผล?

     เป็นคำถามที่ท่านถามข้าพเจ้าตลอดมา ข้าพเจ้าไม่กล้าตอบ เกรงว่าจะเป็นการกระทบกระเทือนกัน เป็นมารยาทที่ไม่ควรกล่าว หากต้องการให้ข้าพเจ้าแสดงความรู้สึกมุ่งประสงค์ความรู้ มุ่งประสงค์ศึกษาค้นคว้า ข้าพเจ้าก็พูดเป็นคำกลางว่า ท่านเรียนมาน้อย! ท่านเรียนมาเพี้ยน! ฟังไม่ได้ศัพท์จับมากระเดียด เมื่อมาถึงขั้นถ่ายทอด ก็ถ่ายทอดแบบไม่รู้อะไร? ผลจึงออกมาแบบไม่รู้เรื่องอะไร? ได้ผลบ้างก็เล็กน้อย ไม่คุ้มแก่การลงทุน สิ่งที่จะเสนอแนะก็คือ ให้เรียนใหม่ วางรากฐานความรู้กันใหม่ ให้ความรู้ถูกต้อง ตั้งแต่ความรู้เบื้องต้นเป็นลำดับมา และไต่เต้าขึ้นมาจนถึงความรู้ชั้นสูง ตำราทุกหลักสูตรข้าพเจ้าทำให้แล้ว ท่านพร้อมที่จะค้นคว้าแล้วหรือยัง? อย่าเอาความหลงผิดของเราไปสอน เพราะจะทำให้คนอื่นความรู้เพี้ยนตามเราไปด้วย เป็นอันตรายต่อวิชาธรรมกายอย่างยิ่ง วิชาเบื้องต้นนั้น หากเราสอนไม่ได้ผล ส่งผลกระทบต่อความรู้ชั้นสูงอย่างไร? ท่านอยากทราบ

     แน่นอน เมื่อพื้นฐานไม่ดีแล้ว ส่งผลกระทบต่อวิชาชั้นสูงทันที ทำให้วิชาชั้นสูงเพี้ยนไปหมด จะว่าผิดก็ผิดไม่หมด จะว่าถูกก็ถูกไม่หมด มันคาบลูกคาบดอก ข้าพเจ้าเคยฟังเทปของคนเก่งท่านหนึ่ง เทปแรก ๆ ข้าพเจ้าก็ปลื้มใจว่าความรู้ของท่านพอฟังเป็นทายาทวิชาธรรมกายได้ แต่พอฟังเทปอื่น ๆ ไปใหญ่แล้ว เข้าทำนองมารหลอกรู้ลวงญาณแล้ว หาหลักวิชาไม่ได้เลย คนอื่นฟังก็จะว่าท่านเก่ง เอาเด็กมาเป็นคู่เดินวิชา ไปเชื่อเด็กได้อย่างไร? มารมันพาไปได้ ข้าพเจ้าเคยเห็นตัวอย่างมาแล้วตั้งแต่ครั้งข้าพเจ้าเป็นหนุ่ม เราก็ว่าเด็กผู้นั้นมีบุญ ที่ไหนได้ตอนนี้กลับไปดูเด็กผู้นั้น กลายเป็นว่าเสียไปเลย เชื่ออะไรไม่ได้เลย บังเอิญว่า ข้าพเจ้าทำวิชาปราบมารอยู่ จึงล่วงรู้เรื่องของเด็กนั้นได้ อย่าเชื่อเด็ก! เราต้องคุม! อย่างมากก็แค่ให้เดินวิชาหลักสูตร ๑๘ กาย ต่อเมื่อโตขึ้นแล้ว จึงเริ่มฝึกวิชาชั้นสูง การให้เด็กฝึกวิชาชั้นสูง สุดท้ายก็เสียหายทุกคน เป็นความเข้าใจผิดของเกจิอาจารย์อย่างไม่ควรให้อภัยเลย! ที่ไม่ประสีประสาในการสอน! สอนเขาส่งเดชไปตามอำเภอใจ สุดท้ายก็เสียหาย

     ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงขอเตือนเกจิอาจารย์จงระวังในการสอน ขอให้ทุกท่านทบทวนความรู้กันใหม่ วางรากฐานความรู้กันใหม่ เพื่อให้เกิดความถูกต้องตั้งแต่วันนี้ โปรดเข้าใจว่า ความเพี้ยนคือมาร! ความถูกคือพระ! มารเขามีหน้าที่เข้ามาแทรกซึมปะปนในวิชาธรรมกายในทุกเรื่อง เพื่อเข้ายึดปกครอง ถ้าเขาเข้ามาปะปนวิชาได้ ก็แปลว่า เขายึดอำนาจปกครองได้สำเร็จแล้ว กรณีที่วิชาของเราเพี้ยน ก็แปลว่า มารเขาเข้ามายึดอำนาจทีละนิดแล้ว แล้วเราจะเพี้ยนไปเรื่อย ๆ เรายึดมั่นถือมั่นเอาความเพี้ยนเป็นความถูก นี่คือเราพลาดโดยไม่รู้ตัว ภาษาวิชาธรรมกายท่านใช้ว่า มารเขามาหุ้ม-เคลือบ-เอิบ-อาบ-ซึม-ซาบ-ปน-เป็น-สวม-ซ้อน-ร้อยไส้ ใน เห็น-จำ-คิด-รู้ ของเรา วิธีแก้ก็คือ หมั่นเปิดตำราเข้าไว้ หมั่นทบทวนความรู้อยู่เนืองนิจ

     ขอสรุปว่า การสอนเบื้องต้นไม่ได้ผล ต้องทบทวนความรู้กันใหม่ ความรู้เบื้องต้นต้องแม่น หากความรู้เบื้องต้นเลอะเทอะเสียแล้ว ส่งผลกระทบในวิชาชั้นสูงทั้งหมด แค่หลักสูตรเบื้องต้น เรายังสอนไม่ได้ เป็นข้อมูลฟ้องตัวเราอยู่แล้ว ควรที่เราจะต้องปรับปรุงอย่างด่วน

     จงจำไว้ว่า วิชาธรรมกายคือวิชาสูงสุดในพระพุทธศาสนา เป็นวิชาของผู้ได้มรรคผลนิพพานเขาศึกษาเล่าเรียนกัน แต่ในยุคเราเรียนกันแบบเพี้ยน ๆ ก็แปลว่า มารเขาเข้ามาขัดขวางอย่างแรง จนวิชาของเราผิด ๆ ถูก ๆ มรรคผลนิพพานจึงหวังไม่ได้ ได้ไปก็แต่นิสัยติดตัวไปเท่านั้น เรื่องอะไรที่มารเขาจะปล่อยให้เราผ่านศึกไปง่าย ๆ การอ้างว่าเป็นศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำก็อ้างกันอย่างนี้ทั้งนั้น อ้างเช่นนั้นฟังได้อย่างไร? ต้องดูวิชาที่ท่านปฏิบัติว่าตรงตำราที่หลวงพ่อท่านรวบรวมไว้หรือไม่? การอ้างอย่างนี้ ก็เหมือนกับเราอ้างถึงพระพุทธองค์ ใครมาบวชในศาสนานี้?? ก็ปฏิบัติวินัยเหมือนกันทั้งนั้น เมื่อมีความบกพร่องทางวินัยเกิดขึ้น เราอ้างพระพุทธองค์ไม่ได้ ต้องดูว่าเราปฏิบัติตามวินัยสงฆ์หรือเปล่า? เมื่อเราปฏิบัติบกพร่อง เราก็ต้องลาสิกขา คือสึกออกไป ไปครองเพศฆราวาส แต่การเรียนวิชาธรรมกายนั้นยังไม่มีใครตรวจสอบกติกา ว่าใครปฏิบัติถูกผิดอย่างไร? ขึ้นอยู่กับตัวผู้เรียนเอง ที่จะต้องตรวจสอบความรู้ให้ตรงตำรา ข้าพเจ้าได้แต่หวังดี เห็นว่าพวกเราเรียนกันแบบเพี้ยน ๆ จึงฝากคำเตือนไว้ให้พิจารณา เพราะข้าพเจ้าเห็นว่าตลาดวิชาธรรมกายความรู้เพี้ยนไป แม้แต่การสอนเบื้องต้น เราก็เห็นว่าไม่ได้ผล แล้วจะไปหวังอะไรกับวิชาชั้นสูง น่าเป็นห่วงมาก

สารบัญ

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:ผู้เยี่ยมชม
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressLoad Image from WebBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Add to Google


หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org