Go to Kayadham Home   
ประชาสัมพันธ์ : เชิญร่วมปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกาย โดยวิธีการที่หาที่ไหนไม่ได้ (หลักสูตรเร่งรัดสำหรับท่านที่มีเวลาน้อย) ณ โฮมเสตย์ เขื่อนท่าด่าน จ.นครนายก 6-7 เมษายน 50 นี้ (ด่วน! รับ 40 ท่าน) อ่านรายละเอียดall.gif
HOME : arrow สื่อธรรมะ : arrow เนื้อหาวิชชาธรรมกาย arrow หลักสูตรปราบมาร arrow ปราบมาร 5 arrow ปราบมาร5 (8)
ปราบมาร5 (8) PDF พิมพ์ ส่งเมล
Saturday, 19 August 2006

สรุปเหตุการณ์วันสำคัญที่บ่งบอกว่างานปราบมารได้ผลเกินคาด
ซึ่งเราต้องจดจำ คือวันอะไรบ้าง?

     ๑. วันวิสาขบูชาของอายตนะนิพพาน ตรงกับวันขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๗ ของทุกปี ปีแรกนี้คือวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๔๓ ปีต่อไปจะตรงกับวันที่เท่าไร? ก็ให้ถือว่าวันขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๗ เป็นเกณฑ์ เมื่อถึงวันสำคัญวันนี้ ให้เราทำกุศลอะไรก็ได้ เหมือนกับวันวิสาขบูชาทางศาสนาในโลกของเรา ให้ระลึกถึงจักรพรรดิสำคัญที่ทำวิชาปราบมาร จนถึงขั้นพระพุทธองค์ในนิพพานทั้งหมด ทั้งนิพพานเป็นและนิพพานกายธรรม ได้ตรัสรู้วิชาอาสวักขยญาณใหญ่ ส่งผลให้พระพุทธองค์พ้นจากการปกครองของมาร ตั้งแต่มีมรรคผลนิพพานของภาคขาวเป็นต้นมา พระพุทธองค์เพิ่งได้ตรัสรู้ในระดับปกครองใหญ่ในวันนี้เป็นวันแรก นั่นคือ ให้ระลึกถึง “ต้นปราบ ตรีภพ และหยกชมพู” เป็นอารมณ์ แล้วจะเกิดมงคลแก่ตัวเรา

     ๒. วันประกาศใช้ระบบมรรคผลนิพพานของธรรมภาคขาว ตรงกับวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๔๓ ปีต่อไปก็ถือให้เอาวันที่ ๒๑ มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันประกาศใช้ระบบมรรคผลนิพพานของภาคขาวให้เข้าอายตนะนิพพานด้วยกายมนุษย์ ประกาศแก่ผู้ได้มรรคผลนิพพานนับจากนี้เป็นต้นไป ไม่อนุญาตให้ผู้ได้มรรคผลนิพพานเข้านิพพานด้วยกายธรรมอีกต่อไป นั่นคือให้ใช้ระบบนิพพานแบบสอุปาทิเสสนิพพานตามเดิม เพราะระบบนิพพานแบบสอุปาทิเสสนิพพานนั้น เป็นระบบของธรรมขาวมาแต่เดิม เมื่อวันสำคัญนี้เวียนมาถึง ให้ท่านกระทำการกุศลอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วระลึกถึงจักรพรรดิสำคัญคือ “ต้นปราบ ตรีภพ และหยกชมพู” ที่ทำวิชาปราบมารได้สำเร็จ ดับมารได้หมดจนถึงขั้นธาตุธรรมท่านประกาศระบบมรรคผลนิพพานขึ้นใหม่ แล้วจะเกิดมงคลแก่ตัวเรา

     ๓. วันมอบอำนาจปกครองใหญ่ ตรงกับวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๔๓ ในปีต่อ ๆ ไป ให้ถือเอาวันที่ ๓๑ สิงหาคม ของทุกปี เป็นวันสำคัญ คือเป็นวันมอบอำนาจปกครองใหญ่ วันนี้เป็นวันที่อายตนะนิพพานทั้งหมด ทั้งนิพพานเป็นและนิพพานกายธรรมมอบอำนาจปกครองใหญ่ให้แก่ “ต้นปราบ ตรีภพ และหยกชมพู” รวมทั้งอำนาจปกครองในภพ ๓ ด้วย คือ มอบอำนาจปกครองทั้งระดับนิพพานและภพ ๓ ทั้งหมด นั่นคือ อำนาจปกครองในอายตนะนิพพาน รวมทั้งอำนาจปกครองในอรูปพรหม ๔ ชั้น พรหม ๑๖ ชั้น สวรรค์ ๖ ชั้น และมนุษยโลกด้วย เมื่อวันสำคัญคือวันที่ ๓๑ สิงหาคม ของทุกปีเวียนมาถึง ให้ท่านประกอบการกุศลอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือเจริญภาวนาก็ได้ แล้วระลึกถึง “ต้นปราบ ตรีภพ และหยกชมพู” ที่ท่านทำวิชาปราบมารมาตลอด จนถึงขั้นธาตุธรรมมอบอำนาจให้ แม้ตัวเราเองก็อยู่ในปกครองของท่าน ท่านดูแล ท่านปกป้องมาร ไม่ให้มารมารบกวนเรา มนุษยโลกทั้งหมดต้องนึกถึงท่านเพราะ ท่านเป็นผู้ปกครองเรา เราอยู่ในปกครองของท่าน แล้วจะเกิดมงคลแก่ตัวเรา หากเราไม่ระลึกถึง ก็เท่ากับว่าเรานี้ไม่รู้เรื่องอะไรกับเขาเลย แล้วจะหามงคลจากที่ไหนมาให้แก่ตัวเรา

กรณีที่ภาคขาวประกาศใช้ระบบมรรคผลนิพพานให้กลับไปใช้แบบสอุปาทิเสสนิพพานนั้น

ต้องถือว่าเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญมาก เพราะเหตุใด?

     เหตุผลที่ธาตุธรรมประกาศให้ใช้ระบบมรรคผลนิพพานเป็นระบบสอุปาทิเสสนิพพาน ก็เพราะว่าธาตุธรรมท่านเห็นว่า มารในระดับปกครองใหญ่หมดสิ้นแล้ว จึงไม่มีมารที่จะมาปกครองนิพพานอีก ดังนั้น จึงให้กลับไปใช้ระบบมรรคผลนิพพานแบบสอุปาทิเสสนิพพานตามเดิม เพราะระบบสอุปาทิเสสนิพพานนั้นเป็นระบบของภาคขาวมาแต่ต้น เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เราก็มาดูความเป็นไปได้ว่า จะเป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะเข้านิพพานด้วยกายมนุษย์ตามเดิม?

     ตอบว่า เป็นไปได้! เพราะเหตุว่า เมื่อไม่มีมารแล้ว ภาคขาวเป็นผู้ปกครองทั้งหมด เป็นผู้ทำกำเนิดเดิมเอง อายุขัย วรรณะ สุขะ พละ เป็นธาตุเป็นธรรมเป็น มารเขาจะเอาวิชาของเขามาหุ้ม-เคลือบ-เอิบ-อาบ-ซึม-ซาบ-ปน-เป็น-สวม-ซ้อน-ร้อยไส้ ไม่ได้ นี่คือความเป็นไปได้ แต่ถ้ายังมีมารอยู่ และมารเขายังชนะภาคขาวเหมือนอดีตที่แล้วมา ความเป็นไปได้ยังหวังไม่ได้ นี่คือเหตุผล สรุปแล้ว อะไรทุกอย่างอยู่ที่ใครเป็นผู้ปกครองกำเนิดเดิม! ใครเป็นผู้ชนะ? ผู้นั้นก็เป็นผู้ปกครอง หลักความรู้มีอยู่อย่างนี้ ท่านต้องตีความให้แตก

     ทำไมเราต้องเข้านิพพานด้วยกายมนุษย์? มีความจำเป็นอะไรหรือ? ความรู้ประเด็นนี้เราไม่ต้องพูดกันอีกแล้ว เพราะข้าพเจ้าบรรยายมาตลอดแล้ว ท่านเข้าใจแล้ว หากไม่เข้าใจ ต้องกลับไปค้นคว้าอ่านใหม่

     สรุปว่า การที่ธาตุธรรมประกาศให้ใช้ระบบมรรคผลนิพพาน เป็นแบบสอุปาทิเสสนิพพานนั้น เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่แล้ว

พระพุทธองค์ทรงกล่าวว่าไม่กลัวมารแล้ว

เป็นมงคลหูที่ข้าพเจ้าดีใจอย่างยิ่ง

     ในฐานะที่ข้าพเจ้าทำวิชาปราบมาร ข้าพเจ้าก็ดีใจ! แต่ท่านที่ไม่มีส่วนในงานทำวิชาเลย ท่านก็ไม่ได้บารมีสำคัญในสงครามใหญ่คราวนี้ น่าเสียดายที่ท่านไม่ได้มีโอกาสได้ร่วมการกุศลกับข้าพเจ้า แม้เงินบาทเดียวท่านก็ไม่เคยส่งไป

     (บันทึกเล่มที่ ๒๕ หน้า ๑๔๔) นิพพานเบื้องต้นจำนวน ๑๐ นิพพาน พระพุทธองค์ทรงกล่าวให้ข้าพเจ้าได้ยินว่า พระองค์ไม่กลัวมารอีกต่อไป ข้าพเจ้าได้ยินก็เกิดความดีใจ เพราะทำวิชาปราบมารมานานปีแล้ว คำกล่าวนี้ทำให้ข้าพเจ้าดีใจ บ่งบอกว่างานปราบมารถึงเป้าหมายสำคัญแล้ว เมื่อนิพพานเบื้องต้นทรงรับสั่งเช่นนี้ นิพพานลึก ๆ ที่ละเอียดเข้าไป เราก็ไม่ติดใจ เพราะพระองค์จะทรงกล่าวยืนยันอย่างเดียวกัน

     วันนี้ตรงกับวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๔๓ วันนี้เป็นวันอานิสงส์ใหญ่ เป็นวันบุญใหญ่ ที่ข้าพเจ้าได้อดทนทำวิชาปราบมารมาตลอด ข้าพเจ้าระลึกถึงคณะวิทยากรวิปัสสนาจารย์ที่ข้าพเจ้าสร้างมา เขาเหล่านั้นไปสอนตามโรงเรียนต่าง ๆ ระลึกถึงท่านที่มีอุปการะที่ส่งเงินไปร่วม ท่านทั้งปวงได้บุญใหญ่ได้บารมีใหญ่ เสียดายที่หลายท่านไม่มีส่วนร่วมเลย แม้เงินบาทเดียวท่านก็ไม่เคยส่งไปร่วม แปลว่าท่านไม่มีวาสนาบารมีที่จะได้บุญใหญ่บารมีใหญ่ในสงครามใหญ่ ที่ข้าพเจ้าต้องทำสงครามใหญ่กับมารในคราวนี้ บัดนี้งานปราบมารบรรลุเป้าหมายพอสมควรแล้ว แม้ใครไม่ได้ร่วมเลย ก็ชนะด้วย แม้ใครไม่ได้ช่วยอะไรเลย ก็ชนะด้วย แม้คนที่เกลียดชังข้าพเจ้า เขาก็ชนะด้วย แต่ว่ายังชนะไม่ตลอด การรบยังต้องทำต่อไป จะสิ้นสุดการรบเมื่อไร? ยังบอกไม่ได้

     กลับมาพิจารณาคำกล่าวของพระพุทธองค์ ที่ทรงกล่าวว่า ไม่กลัวมาร ว่ามีความหมายอย่างไร?

ก. เรื่องราวแต่เดิมมาที่เราเรียนรู้ได้ คืออะไร?

     แต่แรกที่เกิดมรรคผลนิพพานของภาคขาวนั้น ระบบนิพพานเป็นแบบสอุปาทิเสส นิพพาน คือเข้านิพพานด้วยกายมนุษย์ เหตุการณ์ในชั้นต้น ทำท่าว่าจะไม่มีปัญหาอะไร? มารก็อยู่ส่วนมาร และธรรมภาคขาวก็อยู่ส่วนของธรรมภาคขาว ไม่กระทบกระทั่งกัน ต่อมามารเขาได้โอกาสเหมาะ เพราะภาคขาวคืออู่ข้าวอู่น้ำของเขา เขาทำวิชายึดอำนาจปกครองทันที มารเขาชนะ จึงเปลี่ยนระบบมรรคผลนิพพานของภาคขาวขึ้นใหม่ เปลี่ยนจากระบบสอุปาทิเสสนิพพานมาเป็นระบบอนุปาทิเสสนิพพาน ไม่ให้เข้านิพพานด้วยกายมนุษย์อีกต่อไป ให้เข้านิพพานด้วยกายธรรม เพื่อให้การปกครองบดขยี้ง่ายกว่าเดิม ดังที่เคยกล่าวมาแล้วนั้น

ข. การปกครองใช้วิธีบังคับทุกรูปแบบ

     มารเขาเข้าบังคับได้หมด นอกจากจะระเบิดเอาดวงบารมีไปได้แล้ว ยังออกคำสั่งบังคับสารพัด ใครขัดคำสั่ง? เขาก็เอาไปลงโทษ จะเห็นข้อมูลทั้งปวงตามที่ได้เสนอไปแล้วในหนังสือปราบมารทุกภาค สรุปกว่า เอาพระพุทธองค์และจักรพรรดิไปทำโทษ เอาไปกักขัง ในหลายรูปแบบ ประการสำคัญที่กลัวกันมากก็คือ ใครขัดคำสั่งเขา? มารเขาถือว่าธาตุธรรมได้เปลี่ยนแปลงเป็นธาตุธรรมของมารไปแล้ว โดยเขาถือว่า การขัดคำสั่ง การหลบหลีก การตระบัดสัตย์ การกลับกลอกเป็นธรรมของภาคมาร ใครเข้าเกณฑ์นี้ถือว่าเป็นภาคมาร กรณีนี้เองที่กลัวกันมาก! ทำให้พระพุทธองค์ไม่กล้าทำอะไรเลย! เพราะมันเข้ากฎเกณฑ์ของมารเขา ข้าพเจ้าดูเหตุการณ์มานานปี เหตุใดพระพุทธองค์ไม่ทรงรับสั่งกับเรา? เหตุใดพระพุทธองค์ไม่ค้นวิชา? เหตุใดพระองค์ไม่บอกวิชาแก่เรา? เป็นความข้องใจของข้าพเจ้ามาเป็นเวลา ๑๐ กว่าปีทีเดียว

     ต่อเมื่องานปราบมารบรรลุเป้ามาถึงจุดหนึ่ง ความข้องใจของเราก็เริ่มคลี่คลาย เพราะเราใช้วิธีสังเกตเอา ใช้วิธีดูเอาเอง ต่อเมื่อเหตุการณ์การรบมาถึงปีที่ ๑๕ เราก็พอเข้าใจอะไรขึ้นบ้าง

ค. งานปราบมารทำมาจนถึงกับพระพุทธองค์ทรงกล่าวว่าไม่กลัวมารแล้ว

     แปลว่า งานปราบมารทำมาถึงขั้นบรรลุเป้าหมายแล้ว บัดนี้มารถูกดับไปมากแล้ว พระพุทธองค์สามารถตรัสรู้ได้แล้ว ทรงมีขวัญและกำลังพระทัยดีแล้ว จึงทรงกล่าวเช่นนั้นว่า ไม่กลัวมาร นี่คือความดีใจของข้าพเจ้า

     นี่คือบุญใหญ่ นี่คืออานิสงส์ใหญ่ ขอให้คณะวิทยากรของข้าพเจ้าทุกท่านยินดีด้วย ถือว่าท่านร่วมสร้างบารมีกับข้าพเจ้า ขอให้ทุกท่านที่เคยส่งเงินไปร่วมกับข้าพเจ้า ไม่ว่าเงินมากหรือน้อย ถือว่าท่านได้ร่วมสร้างบารมีกับข้าพเจ้าแล้ว เสียดายที่หลายท่านไม่ได้ร่วมกับข้าพเจ้าเลย แม้แต่เงินเพียงบาทเดียว ทำไมถึงอับโชคปานนั้น? ทุกท่านน่าจะได้ร่วมงานสำคัญกับข้าพเจ้าบ้าง

ข้าพเจ้ายังได้เขียนตำราวิชาธรรมกายและสร้างทีมวิทยากรรณรงค์สอนวิชาธรรมกายไปทั่วประเทศด้วย ขอเชิญผู้มีบารมีธรรม มาร่วมงานกับข้าพเจ้าเถิด

     ข้าพเจ้าได้สร้างความอัศจรรย์ไว้ ๓ อย่าง ที่ว่า ๓ อย่างนั้นคืออะไร? ความอัศจรรย์ทั้ง ๓ อย่างมีดังต่อไปนี้

๑. ทำงานปราบมาร

     ผลงานปราบมารที่นำเสนอไปแล้ว เป็นหนังสือเล่มโตรวมทั้งเล่มนี้ คือ ปราบมารภาค ๑-๒-๓-๔ เล่มนี้เป็นเล่มปราบมารภาค ๕ ขอให้ทุกท่านโชคดีได้อ่านกันให้ทั่วเถิด

๒. เขียนขยายความวิชาธรรมกายทุกหลักสูตร

     ตั้งแต่หลักสูตรง่ายจนถึงหลักสูตรยาก หลวงพ่อค้นคว้าวิชาธรรมกายไว้กี่หลักสูตร? ข้าพเจ้านำมาเขียนขยายความทั้งหมด เพราะตำราที่หลวงพ่อรวมไว้นั้น เป็นทฤษฎีคือเป็นปริยัติยังไม่ง่ายต่อการปฏิบัติ ข้าพเจ้านำมาเขียนขยายความให้ง่ายเข้า แล้วนำเข้าสู่วิธีเดินวิชา ให้ปฏิบัติได้ ให้ฝึกได้ เขียนทุกบท ไม่เว้นเลย ตั้งแต่บทที่ ๑ จนถึงบทสุดท้าย ดังนั้นวิชาธรรมกายไม่ยากอีกต่อไป

     โปรดเข้าใจว่าวิชาธรรมกายคือวิชาที่พระพุทธเจ้าทรงบรรลุ เป็นวิชาที่ยืนยันถึงความเป็นพระพุทธเจ้า หากไม่บรรลุวิชานี้ ถือว่ายังไม่เลื่อนฐานะเป็นพระพุทธเจ้า วิชาธรรมกายคือทางเดินวิชาของมรรคผลนิพพาน เรียนยาก! เข้าใจได้ยาก! การเรียนขึ้นอยู่กับโชควาสนา วางรากฐานไม่ดี! ความรู้ก็เพี้ยน! เมื่อเพี้ยนแล้ว ก็เพี้ยนตลอดไป นี่คืออันตรายของผู้เรียน ต้องวางรากฐานให้ถูกให้เที่ยงตรงเข้าไว้ อย่าเพ้อฝัน!

     เวลานี้ข้าพเจ้าเกิดความเสียใจว่า ไม่ว่าจะไปที่ใด? ฟังวิชาของเขาแล้ว ฟังความรู้ของเขาแล้ว เพี้ยนทั้งนั้น! แม้การสอนเบื้องต้นยังไม่ได้ความ แล้วจะไปพูดกันถึงวิชาชั้นสูงได้อย่างไร? อ้างว่าเรียนมาร้อยปี อ้างว่าเรียนมากับหลวงพ่อ ถามว่าเคยเปิดตำราตรวจสอบความรู้บ้างหรือเปล่า? ท่านไม่ตอบคำถาม หลวงพ่อท่านจะมีเวลามาตรวจสอบความรู้ของเราหรือ? หลวงพ่อเคยสอนจริงแต่เป็นการสอนทั่วไป ไม่ได้มาทบทวนมาไล่เบี้ย ไม่ได้ตรวจถึงความถูกต้องของวิชามากนัก ความเพี้ยนของท่านอยู่ที่ตัวของท่า ไม่เปิดตำราเลย แม้พระสงฆ์ยังต้องลงฟังพระปาฏิโมกข์บ่อย ๆ เพื่อตรวจสอบวินัยพระสงฆ์ของท่าน แต่วิชาธรรมกายละเอียดลึกซึ้งกว่า ท่านไม่เปิดตำราทบทวนความถูกต้องเลย นี่คือความเพี้ยนโดยไม่รู้ตัว เป็นอันตรายใหญ่หลวง เพราะมารเขาได้ช่อง วิชาเพี้ยนเมื่อไร? มารเขาได้ช่องเมื่อนั้น ความรู้ของท่านผิดไปหมด เชื่อไม่ได้แล้ว รู้ญาณใช้ไม่ได้ ท่านยึดมั่นเอาความเพี้ยนเป็นความถูกนี่คืออันตราย!!!

๓. สร้างทีมวิทยากรรณรงค์สอนไปทั่วประเทศ

     เป็นงานที่ทำยาก แต่ข้าพเจ้าก็เพียรทำไปแล้ว ถ้าสร้างวิทยากรไม่ได้ บ่งบอกว่าวิชาธรรมกายจะสิ้นสูญ เราจะมาเก่งคนเดียวไม่ได้ ทุกท่านต้องเก่งกว่าเรา นี่คือคติประจำใจของข้าพเจ้า ต้องให้ทุกคนเก่งกว่าข้าพเจ้าเสมอไป แต่ตอนนี้ยังไม่เก่ง ข้าพเจ้าก็ต้องเก่งไปคนเดียวก่อน ท่านที่ยังไม่เก่งนั้น เป็นเพราะข้าพเจ้ากำลังสร้างเขาอยู่ กำลังสอนเขา กำลังพัฒนาเขา ให้เขาเก่งกว่าข้าพเจ้าให้จงได้ อย่างน้อยต้องเก่งเท่าข้าพเจ้า

     ขณะนี้วิทยากรของข้าพเจ้ามีมากแล้ว สุดแต่วาสนาบารมีของใคร? ใครมาพบ? ก็สอนให้เป็นวิทยากรทั้งหมด วิทยากรของข้าพเจ้าไปสอนที่โรงเรียนใด? ก็เกิดความอัศจรรย์ที่นั่น มีนักเรียนทำได้เป็นจำนวนมาก บางโรงเรียนทำเป็นยกชั้นทีเดียว เรียกว่าได้ผล ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าที่ใด? เมื่อทราบข่าว เขาก็เชิญไปสอน ครูอาจารย์มาตั้งข้อสังเกตชมการสอน ต่างเกิดความเลื่อมใส แล้วก็ถามว่า ทำไมที่โน่นบวชเป็นหมื่นคนพันคน? ทำไมสอนไม่ได้ผลเลย? ข้าพเจ้าก็ตอบแทนเขาไม่ได้ ท่านต้องพิจารณาและสังเกตเอาเอง

     ข้าพเจ้าก็บอกแล้วว่า วิชาธรรมกายเรียนยาก! ต้องวางรากฐานให้ถูก ถ้าเพี้ยนแล้วก็เพี้ยนเรื่อยไป ก็เมื่อเกิดความเพี้ยนเสียแล้ว การสอนจะได้ผลตรงไหน? เรียนมาจากอาจารย์เดียวกันแท้ ๆ เหตุใดเพียงการสอนเบื้องต้นท่านก็เห็นต่างกัน? ไม่ว่าข้าพเจ้าจะไปที่ใด? ท่านทั้งหลายก็ถามแต่เรื่องนี้ ข้าพเจ้าตอบยาก เพราะเป็นการตำหนิกันเอง เป็นมารยาทที่ข้าพเจ้าไม่สามารถจะตอบได้และไม่กล่าวถึงสำนักใหญ่นั้น หากกล่าวถึง จะเป็นการวิจารณ์กัน จะเป็นการข่มกัน เป็นเรื่องไม่สมควร ข้าพเจ้าจึงไม่ตอบด้วยประการใด ๆ

     หากท่านศรัทธาวิทยากรคณะของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็จัดไปสอนให้เป็นวิทยาทาน ไม่เกี่ยวข้องด้วยเงิน เกิดความอัศจรรย์ขึ้นในสังคมไทยแล้ว เราถือว่าช่วยสังคมไทย นักเรียนนักศึกษาทำใจให้สว่างใสได้ จนถึงขั้นเห็นดวงธรรมและเห็นกายธรรม ส่งผลให้เธอผู้นั้นเกิดสภาพใจเป็นหิริโอตตัปปะ เกิดความเกรงกลัวต่อการทำบาปทั้งปวง เขาจะห่างจากยาเสพติด เขาจะห่างไกลจากอบายมุขทั้งปวง ไม่มีอะไรช่วยเด็กของเราได้อีกแล้ว มีอยู่ก็แต่ธรรมของพระพุทธองค์เท่านั้น ซึ่งวิทยากรของข้าพเจ้าจะสอนเอง นำปฏิบัติเอง ในเวลาไม่นาน ก็เกิดผลเป็นอัศจรรย์ ขอเชิญโรงเรียนและวิทยาลัยใช้บริการของข้าพเจ้าได้

สารบัญ

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:ผู้เยี่ยมชม
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressLoad Image from WebBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Add to Google


หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org