|
หลวงพ่อพูดถึงงานปราบมารที่แล้วมาในอดีต ไม่ประสบความสำเร็จ แต่การปราบในยุคของต้นปราบ ตรีภพ หยกชมพู ได้ผลมากเกินคาดหมาย กายธรรมของหลวงพ่อรับสั่งเมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๔๓ (สมุดบันทึกเล่มที่ ๒๕ หน้า ๑๓๘) ข้าพเจ้าได้ยินก็เกิดการตกใจ เพราะหลวงพ่อไม่เคยปรารภถึงเรื่องประวัติการปราบมารเลยว่าตั้งแต่อดีตมีความเป็นมาอย่างไร? มีมาแล้วกี่ยุคกี่สมัย? ใครปราบมารบ้าง? เราไม่ทราบเลย เราทราบแต่ในยุคของหลวงพ่อเท่านั้น ดังที่เคยเสนอเรื่องราวไปแล้วในเล่มปราบมารภาคอื่น ๆ ครั้นมาถึงวันนี้ หลวงพ่อท่านกล่าวถึงประวัติการปราบมารว่า ในอดีตมีมาแล้วหลายยุค แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพิ่งเข้าตากรรมการก็คือ ปราบมารในยุคของต้นปราบ ตรีภพ หยกชมพู กายธรรมของท่านกล่าวอย่างนั้น ข้าพเจ้าก็เลยมีผลพลอยได้ไปด้วย ได้รับคำยกย่องไปว่า นี่คือ กำลังใจที่ธาตุธรรมท่านให้แก่ผู้ทำงานสุดยากเย็นแสนเข็ญ แต่เนื้อหาสาระของเรื่องอยู่ที่ว่า ในอดีตมีการปราบมารกันมาแล้วอย่างไร? นี่คือประเด็นของเรื่อง เราก็ทราบว่าตั้งแต่อดีตมางานปราบมารมีมาแล้ว แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เพิ่งจะมาได้เรื่องได้งานก็คือ ยุคของต้นปราบ ตรีภพ หยกชมพู นี่เอง สรุปว่า เนื้อหาของความรู้ตรงกัน เราเคยได้ยินต้นนิพพานเป็นทรงรับสั่งมาแล้ว ต่อมาก็ได้ยินกายธรรมหลวงพ่ออีกครั้งหนึ่ง ดังที่ได้นำมารายงานให้ทราบนี้ เป็นเรื่องสำคัญ ไม่มีใครรู้ไม่มีใครทราบทั้งนั้น จึงขอให้ช่วยกันจดจำไว้ ผลงานปราบมารในยุคของต้นปราบ ตรีภพ หยกชมพู มีอะไรบ้าง? ผลงานปราบมารในยุคของต้นปราบ ตรีภพ หยกชมพู มีปรากฏชัดในหนังสือปราบมารภาคต่าง ๆ พิมพ์ออกจำหน่ายแล้วรวม ๔ ภาค คือ หนังสือปราบมารภาค ๑-๒-๓-๔ เล่มที่ถืออยู่ในมือขณะนี้คือเล่ม “ปราบมารภาค ๕” เรามีหน้าที่ทำวิชา ผู้ประเมินผลงานคือธาตุธรรม (คำว่าธาตุธรรมก็คือ ผู้ปกครองใหญ่ในอายตนะนิพพาน ซึ่งทำหน้าที่ปกครองพระพุทธองค์ในอายตนะนิพพาน พูดให้เข้าใจง่าย ธาตุธรรมก็คือ พระพุทธเจ้าที่เป็นผู้ปกครองระดับสูงสุด เป็นภาระของเรา เป็นหน้าที่ของเรา เป็นงานประจำวันของเรา เป็นข้อบงคับตัวเรา ที่ต้องทำวิชาปราบมารทุกวัน ต้องวางภารกิจอื่นใดทั้งหมดในชีวิตของเราออกไปให้หมด ปล่อยวางงานอื่นใดทั้งหมดในชีวิตเรา ให้มีสภาพใจที่ว่างเปล่า เพื่อเอาความว่างเปล่าทางใจมาทำงานเดินวิชาปราบมาร ถ้าสภาพใจไม่ว่างเปล่า เราทำวิชาไม่ได้ ถ้ามีเรื่องขุ่นข้องใจ เราทำวิชาไม่ได้ ถ้ามีเรื่องกระทบกระทั่งใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร? เราทำวิชาไม่ได้ทั้งนั้น สภาพใจของเราจะต้องโล่งโปร่งใสตลอดวัน จึงจะทำวิชาได้ สรุปแล้ว ตลอดชีวิตของเรา ต้องมีสภาพใจที่โล่งโปร่งตลอด เราจึงจะทำวิชาได้ หากวันใดมีปากเสียงกับลูกเมีย วันนั้นเราทำวิชาไม่ได้ การทำวิชาไม่ได้เพียงแค่วันเดียว จะเป็นผลร้ายสูงสุดทีเดียว ว่าวิชาจะเข้าที่ กว่าสภาพใจจะคืนสู่สภาพเดิม ใช้เวลาแก้ไขจิตใจหลายวัน และกว่าที่เราจะเดินวิชาได้เป็นปกติ ต้องใช้เวลาทบทวนวิชานานวันกว่าที่วิชาจะลงตัว ไม่ใช่งานที่ทำง่ายเลย ชีวิตของข้าพเจ้าเหมือนมีกรรมตลอดชีวิต ที่ต้องกำกับตัวเองให้อยู่ในข้อบังคับตลอดชีวิต ไปเที่ยวก็ไม่ได้ ไปงานสังคมก็ทำไม่ได้ ไปทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น ไปทำมาหากินอะไรก็ไม่ได้ด้วย เพราะใจจะฟุ้งไปอีก ทำวิชาไม่ได้อีก เพราะเอาใจไปคิดเรื่องกำไรขาดทุน ส่งผลให้ทำวิชาไม่ได้ เป็นอันตรายต่อการทำวิชาทั้งนั้น ตลอดชีวิตราชการของข้าพเจ้า เราหวังอะไรจากทางราชการไม่ได้เลย เงินเดือนก็ดี ตำแหน่งหน้าที่ราชการก็ดี ความดีความชอบก็ดี ต้องปล่อยให้เป็นไปตามเรื่องของธรรมชาติ ได้ก็เอา ไม่ได้ก็แล้วไป หากไปหวังอะไรเข้า จะเกิดการกระทบทางจิตใจทันที ส่งผลให้ทำวิชาไม่ได้ งานปราบมารชะงักลงทันที ต้องตั้งต้นกันใหม่ ต้องมาฝึกวิชาเบื้องต้นกันใหม่ กว่าที่วิชาจะเลื่อนระดับสูงได้ ต้องใช้เวลายาวนาน ทั้งยังต้องเตรียมสภาพใจ รอรับการตอบโต้ของมารด้วยเรื่องราวต่าง ๆ ในสารพัดรูปแบบ เพราะมารเขาก็หาเรื่องกระทบจิตใจให้แก่เรา เพื่อจะให้เราแพ้เขาให้จงได้ อะไรที่เราจะทุกข์ร้อนได้ มารเขาจะทำสิ่งนั้นแก่เรา อะไรที่ทำให้เราตายได้ มารเขาจะเลือกทางนั้น เขาจะทำเช่นนั้นแก่เรา ชีวิตของข้าพเจ้าได้รับความชอกช้ำมาแล้วสารพัดรูปแบบ อดทนทำวิชาปราบมารมาได้ถึงวันนี้ นับว่ามีความอดทนมาอย่างโชกเลือดทีเดียว ที่ต้องขอบคุณอย่างมากคือลูกเมีย ที่เขาไม่ได้ไล่ข้าพเจ้าออกไปจากบ้าน วันหนึ่งเอาแต่นั่งหลับตา ไม่ได้ทำมาหากินอะไรให้เกิดความร่ำรวยขึ้นมาเหมือนชาวบ้านอื่นเขา คนอื่นเขามีแต่คิดก้าวหน้า เขาคิดแต่จะให้มีเงินมีทอง แต่ข้าพเจ้าเอาแต่นั่งหลับตาสถานเดียว ต้องขอบคุณลูกเมียที่เขาไม่รังเกียจเรา มีกินมีใช้แค่นี้ ก็อยู่กันไปได้ งานทำวิชาปราบมารไม่ใช่มีความรู้วิชาธรรมกายชั้นสูงแล้วจะทำได้ ต้องประกอบด้วยปัจจัยหลายอย่าง ถ้าบวชเป็นพระแล้ว ก็ยิ่งทำไม่ได้เลยทีเดียว เพราะอะไรหรือ? เพราะวินัยสงฆ์จะเป็นเครื่องมือสำคัญของมาร ที่มารเขาจะสอดละเอียดมาให้เราผิดวินัยด้วยวิธีง่าย ๆ แล้วงานปราบมารก็จะล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า มารเขาชนะมาแล้ว แล้วเขาก็จะชนะต่อไป การเป็นฆราวาสดีอยู่อย่างหนึ่ง ที่มารจะเอาศีลหรือวินัยมาอ้างกับเรา เอาอะไรมาอ้างกับเราไม่ได้ทั้งนั้น เมื่อเขาเอาวิธีนี้ไม่ได้ เขาก็ต้องดูอย่างอื่น ว่าอะไรบ้างที่เขาจะเอามาถล่มเราได้ อะไรที่เขาจะเอามาเล่นงานเราได้ มารเขาเอาทั้งนั้น เราจะตั้งรับไม่ทันทีเดียว หมดปัญหานี้ขึ้นปัญหาใหม่ จบเรื่องนี้ขึ้นเรื่องใหม่ จะให้เราถอดใจไม่สู้ไปเอง อะไรก็ได้ที่จะให้เราวินาศ มารมันจะใช้วิธีนั้น หน้าที่ของเราคือระวังไว้ ระวังได้ไหม? ถ้าระวังได้ก็รอดตัว หาพลาดไปก็เป็นเหยื่อของมารไป อดทนได้ไหม? ถ้าอดทนได้ก็อดทนกันไป ฉะนั้นจะเห็นว่า คนที่จะปราบมารได้ หาตัวไม่ได้ ใครเล่าจะอาสา? คนที่มีใจสู้ แต่ความรู้จะขาด คนที่มีความรู้ แต่จะขาดคุณสมบัติข้ออื่นเสมอ ข้าพเจ้าจำใจสู้เพราะถูกธาตุธรรมท่านบังคับ ดังที่ท่านได้เรียนรู้มาแล้วในหนังสือปราบมารเล่มต่าง ๆ นั้น ข้าพเจ้าก็พูดเปิดใจแล้ว ว่าปราบมารไม่ใช่งานทำง่าย ข้าพเจ้าก็พูดเปิดใจแล้ว การที่ข้าพเจ้าถูกจับให้ปราบมารนั้น เหมือนหนึ่งมีกรรมไปตลอดชีวิต หมายความว่า ชีวิตนี้ไปทำอะไรไม่ได้เลย ต้องนั่งหลับตาเดินวิชารบอย่างเดียว จะเอาใจไปจับอยู่กับอะไรไม่ได้ทั้งนั้น ต้องเอาใจจับอยู่ผูกอยู่กับวิชาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ต้องฟิตซ้อมร่างกายเหมือนนักมวยซ้อมก่อนขึ้นชก ถ้าร่างกายไม่ดี จิตใจก็ไม่ดีไปด้วย ส่งผลให้การทำวิชาขาดกำลังไปด้วย ต้องรักษาอารมณ์ให้แจ่มใสไว้เสมอ หากอารมณ์ขุ่นไม่ว่าจะโดยเหตุใด มีผลกระทบต่องานเดินวิชาทั้งนั้น สรุปแล้ว ชีวิตนี้ทำอะไรไม่ได้ จ้องแต่จะนั่งหลับตาสถานเดียว นี่คือกฎเกณฑ์ของการทำวิชาปราบมาร ถามว่า ตามกฎเกณฑ์ที่ข้าพเจ้ากล่าวมานี้ จะมีใครทำได้หรือไม่? ตอบทันทีว่า ไม่มีใครทำได้ หากพูดว่าทำได้เป็นเพียงชั่วครั้งชั่วคราว อย่างนั้นพอทำได้ คือทำเล่นโก้ ๆ แต่จะเอาเหตุเอาผลอะไรไม่ได้ จะเอาเนื้องานมาบอกเล่าอย่างที่ข้าพเจ้าทำอยู่นี้ไม่ได้ เรียกว่า ทำแบบสมัครเล่น เหตุผลที่ตอบว่า ไม่มีใครทำได้ ก็เพราะว่าทุกคนต้องทำมาหากิน ต้องเอาใจไปสัมผัสกับงานที่เราทำ ต้องเอาใจไปกระทบและสัมผัสกับเรื่องราวของชีวิต หากเราปล่อยวางได้ การเดินวิชาปราบมารก็ดำเนินไป หากเราปล่อยวางไม่ได้ จะส่งผลกระทบต่อการเดินวิชาทันที นี่คือความยากในการทำวิชาปราบมาร! หากเราได้ศึกษาถึงงานทำวิชาปราบมารในยุคของหลวงพ่อดูบ้าง เราจะได้ข้อคิดหลายอย่าง ควรที่ผู้เป็นบัณฑิตจะต้องศึกษาเล่าเรียนไว้ หากท่านไม่เรียนรู้ไว้ ท่านจะไม่ได้ข้อคิดอะไรเลย สุดท้าย เราลองประเมินผลงานออกมาว่างานปราบมารยุคนั้นได้ผลอย่างไรหรือไม่? มีอุปสรรคอะไร? ควรแก้ไขอย่างไรหรือไม่? สมมุติว่าท่านเองมีหน้าที่ต้องทำวิชาปราบมารบ้าง ท่านจะวางแผนอย่างไร? เพราะการทำงานจะต้องมีการวางแผนเสมอ ข้าพเจ้าบรรยายมาถึงตรงนี้แล้ว ขอกล่าวถึงหลวงพ่อวัดปากน้ำ เพื่อเป็นการศึกษาวิเคราะห์เจาะลึก ถึงอย่างไรเราก็เรียนกันแล้ว ขอให้ท่านศึกษาค้นคว้าความรู้ให้จงได้ ตำราอยู่ที่ใด? ขอให้ท่านรวบรวมความรู้ไว้ให้หมด เพราะเป็นความรู้ประเสริฐเลิศล้น ไปเรียนที่ใดในโลก ไม่มีที่ไหนให้เรียนอีกแล้ว มีเรียนรู้ได้ในประเทศไทยของเราเท่านั้น ขอให้ท่านตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ จะตอบคำถามได้ ก็ต้องค้นคว้าจากตำรา ตำราเรียนนั้น ข้าพเจ้าทำไว้ครบทุกหลักสูตรแล้ว คำถามสำคัญที่ต้องตอบให้ได้ จะค้นคว้าได้ในตำราเล่มใด? ๑. หลวงพ่อวัดปากน้ำ มีคติธรรมสำคัญอะไรบ้าง? ท่านเป็นพระสงฆ์สำคัญ ที่เห็นวิชาสำคัญ คติธรรมของหลวงพ่อมีมากมาย เราควรเรียนแบบอย่างไว้ (ค้นเล่ม คติธรรม คตินิยม การดำเนินชีวิตของหลวงพ่อวัดปากน้ำ) ๒. หลวงพ่อวัดปากน้ำ ค้นพบวิชาสำคัญ ถึงกับยอมเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ต่อมาหลวงพ่อฟื้นฟูการศึกษาของสงฆ์ได้สำเร็จรับพระและสามเณรมาให้การศึกษาเป็นจำนวน ๑,๐๐๐ รูป และตั้งโรงครัวเลี้ยงพระและสามเณร ทำได้เป็นอัศจรรย์ หลวงพ่อทำไปได้อย่างไร? (ค้นเล่ม อภินิหารหลวงพ่อวัดปากน้ำ) ๓. หลวงพ่อค้นคว้าวิชาสำคัญได้นั้น คือวิชาอะไร? (ค้นเล่ม ผู้ใดเห็นดวงธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต ตถาคตคือธรรมกาย) ๔. วิชาธรรมกายมีหลายหลักสูตร ทั้งหลักสูตรเบื้องต้น หลักสูตรระดับกลางและหลักสูตรยาก จะค้นคว้าได้จากตำราเล่มใดบ้าง? (ก) วิชาธรรมกายระดับกลาง (ค้นเล่ม แนวเดินวิชาหลักสูตรคู่มือสมภาร ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ)(ข) วิชาธรรมกายระดับยาก (ค้นเล่ม แนวเดินวิชาหลักสูตร วิชชามรรคผลพิสดาร ๑ ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ) (ค) วิชาธรรมกายระดับยากมาก (ค้นเล่ม แนวเดินวิชาหลักสูตรมรรคผลพิสดาร ๒ ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ) ๕. วิชาธรรมกายระดับยากมาก คือหลักสูตรปราบมาร เป็นหลักสูตรพิเศษ ยากที่จะเรียนรู้ได้ ถามว่า จะค้นคว้าได้จากตำราเล่มใดบ้าง? (ค้นได้จากตำราปราบมารทั้ง ๕ ภาค คือ ปราบมารภาค ๑-๒-๓-๔ และปราบมารภาค ๕) ๖. จะสร้างบารมีธรรม สอนนักเรียน นักศึกษา ให้เป็นธรรมกายอย่างน่าอัศจรรย์ จะทำอย่างไร? และจะค้นได้จากตำราเล่มใด? ตอบ ต้องสอบเป็นอุปัชฌาย์ตามขบวนการ (ค้นจากเล่ม “ทางรอดของมนุษย์ มีทางเดียวเท่านั้น” ต้องท่องจำวิชาได้ แล้วไปสอบปากเปล่า ตามที่หัวหน้าสายวิทยากรเขาจัด คือไปสอบกับข้าพเจ้า นั่นเอง) (ตอบ การจะเป็นวิทยากรที่สอนได้ผลเป็นอัศจรรย์ ค้นคว้าจากเล่ม “วิธีสอนและเทคนิควิธีฝึกให้เป็นธรรมกาย” หรือเรียกสั้น ๆ ว่า คู่มือวิปัสสนาจารย์) ๗. ตำราวิชาธรรมกายทุกหลักสูตร ทั้งหลักสูตรวิชาการ ทั้งหลักสูตรเบื้องต้น หลักสูตรระดับกลาง และวิชาธรรมกายชั้นสูง รวมทั้งหลักสูตรประเภทบันเทิงใจ โปรดติดต่อ สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง ถนนประชาอุทิศ ซอย ๔๕ แขวงบางมด เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ ๑๐๑๔๐ โทร. (๐๒) ๘๗๒-๙๘๙๘, ๘๗๒-๕๙๗๕-๙ หรือสอบถามหาร้านผู้แทนในต่างจังหวัด เพื่อให้การติดต่อสอบถามเกิดความแน่นอน ควรโทร. สอบถามไปยังสำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง ว่าในต่างจังหวัดร้านใดเป็นร้านตัวแทนจำหน่าย? วิชาธรรมกายเรียนยาก แต่ข้าพเจ้ามีคำแนะนำ วิธีเรียนที่ประสบความสำเร็จ ข้าพเจ้าค้นคว้าศึกษาเล่าเรียนมาตั้งแต่ต้นจวบจนวันนี้ ต้องถือว่าตลอดชีวิตแล้ว ได้สังเกตการเรียนของผู้บารมีธรรมในอดีต สังเกตการเรียนในสมัยของคนรุ่นข้าพเจ้าเอง และสังเกตการเรียนของคนในยุคหลัง ๆ จึงสรุปได้ว่า การเรียนวิชาธรรมกายไม่ง่ายเลย! เรียนไป ๆ ความรู้จะเพี้ยนเอา! ในที่สุดความรู้เหล่านั้นจะใช้การไม่ได้ เพราะผู้เรียนไม่เคยตรวจสอบความรู้กับตำราเลย ตั้งแต่อดีตมาแล้ว ผลสุดท้ายความรู้จะเพี้ยนทั้งนั้น น่าเสียใจมาก! แต่ผู้เรียนก็อ้างว่าเรียนมาจากหลวงพ่ออย่างนั้น คำนี้ได้ยินรุ่นพี่พูดอย่างนี้ ข้าพเจ้าไม่เถียงในเหตุที่ได้ยิน แต่เมื่อวิเคราะห์ดูแล้ว จะพบว่าการเรียนในสมัยนั้น หลวงพ่ออำนายการให้ทั้งหมด ที่อยู่ที่พักหลวงพ่อจัดให้ทั้งหมด อาหารการกินหลวงพ่อก็จัดให้ วิชาความรู้หลวงพ่อก็เป็นผู้สอนเอง ได้เวลาเรียนแล้ว ใครขาดเรียนไม่ได้เลย! หลวงพ่อจะไม่ยอมให้ใครขาดเรียนเด็ดขาด นี่คือการเข้มงวดกวดขันของหลวงพ่อ! แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีหลวงพ่อแล้ว หลวงพ่อของเราตายไปแล้ว ไม่มีใครเข้มงวดกวดขัน ถามว่าการเรียนของเรายังเคร่งครัดเหมือนยุคที่เรียนกับหลวงพ่อหรือไม่? ต้องตอบคำถามนี้ก่อน ต่อมาก็พิจารณาว่า ท่านสนใจในการศึกษาเล่าเรียนเพียงไร? ถามว่า วิชาธรรมกายที่หลวงพ่อรวมความรู้ไว้เป็นตำรากี่เล่ม? อะไรบ้าง? ปรากฏว่าไม่มีใครตอบได้เลย คำถามต่อมาถามว่า ใครเคยเอาตำราวิชาธรรมกายที่หลวงพ่อรวมไว้เป็นหนังสือมาอ่านทบทวนความรู้บ้าง? ปรากฏว่า ไม่มีใครทบทวนความรู้กับตำราเลย! เรื่องก็จบลงแค่นั้น นี่คือความล้มเหลวในการเรียน ล้มเหลวเพราะความรู้เพี้ยน! เนื่องจากไม่อ่านตำรา แม้แต่สอนเบื้องต้นก็ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ต้องพูดถึงความรู้แก้โรค เวลานี้ถามว่าใครตรวจได้บ้างว่าตายแล้วไปไหน? ไม่มีใครทำวิชานี้ได้เลย น่าเสียใจมาก! ความรู้ปราบมาร ไม่ต้องพูดถึง! ไม่มีใครรู้เรื่องแล้ว อาจพูดถึงวิชารบได้บ้างพอเป็นน้ำกระสายยา เพราะยังจำวิชาได้บ้าง ก็จำได้แค่นั้น จากนั้นไป ไม่รู้อะไรทั้งนั้น อย่าเสียเวลาถามเลย นี่คือการเรียนในอดีต ส่วนการเรียนในยุคปัจจุบัน ต้องพูดว่าไม่ได้ความด้วยประการใด ๆ เพราะผู้สืบสานเรียนมาอย่างผิดวิธี เพียงแต่เรียนมาอย่างตามมีตามได้ ไม่ได้ค้นวิธีที่ถูกต้อง การเรียนจึงไร้ผล บางสำนักเรียนกันจำนวนมาก เห็นจำนวนแล้วน่าชื่นใจ แต่พอวัดผลดู ไม่ปรากฏว่ามีใครทำได้ มีบ้างก็ไม่สมดุลแก่การลงทุนของเจ้าสำนัก แต่เจ้าสำนักก็ระดมจำนวนผู้เรียนให้มากเข้าไว้ แต่ผลการเรียนใช้ไม่ได้เลย ท่านได้ทราบความแล้วว่า วิชาธรรมกายเรียนยาก ตามข้อมูลที่นำมาเสนอนี้ ปัญหาจึงเกิดขึ้นว่า จะเรียนวิชาธรรมกายอย่างไรจึงจะได้ผล? ตอบว่า ต้องเรียนให้รู้จริง วางรากฐานความรู้ให้ถูกต้อง ตามตำราหลักสูตรต่าง ๆ ดังที่ข้าพเจ้าได้แนะนำไว้แล้ว จึงขอให้ท่านติดตามหามาศึกษาค้นคว้า ข้องใจอะไร? หรือไม่เข้าใจอะไร? โปรดถามข้าพเจ้าได้ อยากแนะนำให้ฝึกฝนตนเองให้เป็นวิทยากรให้ได้ ดังที่คณะของข้าพเจ้าทำขึ้นในทุกวันนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับตนเองก็ศึกษาและฝึกตน เพราะมีตำราให้แล้วครบทุกหลักสูตร ถ้ามีเวลาก็ไปพบข้าพเจ้าได้ ไปถามข้าพเจ้า ไม่มีวิธีอื่น มีวิธีนี้วิธีเดียวที่จะอนุรักษ์วิชาธรรมกายไว้ได้ วิธีนี้วิธีเดียวที่จะสืบสานวิชาธรรมกายไว้ได้ เพราะทุกวันนี้ ถ้าดูในสำนักต่าง ๆ ที่เรียนวิชาธรรมกาย จะพบว่าวิชาเพี้ยนกันทั่วแล้ว บ่งบอกว่าขัดสนผู้มีความรู้แล้ว จึงเป็นเรื่องที่ข้าพเจ้าเกิดความวิตกกังวลอย่างมาก ภาวนาในใจเสมอ ขอให้ผู้มีบุญลงมาเกิด เพื่อจะได้สืบต่อวิชาธรรมกาย เพื่อให้วิชานี้คงอยู่คู่ฟ้าดิน โพธิสัตว์ในบ้านเราทุกวันนี้ ไม่มีความสามารถที่จะรักษาวิชาไว้ได้ เพราะความรู้ของท่านเพี้ยนไปหมดแล้ว สารบัญ Powered by AkoComment 2.0! |