Go to Kayadham Home   
ประชาสัมพันธ์ : เชิญร่วมปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกาย โดยวิธีการที่หาที่ไหนไม่ได้ (หลักสูตรเร่งรัดสำหรับท่านที่มีเวลาน้อย) ณ โฮมเสตย์ เขื่อนท่าด่าน จ.นครนายก 6-7 เมษายน 50 นี้ (ด่วน! รับ 40 ท่าน) อ่านรายละเอียดall.gif
HOME : arrow สื่อธรรมะ : arrow เนื้อหาวิชชาธรรมกาย arrow หลักสูตรปราบมาร arrow ปราบมาร 2 arrow ปราบมาร2 (11)
ปราบมาร2 (11) PDF พิมพ์ ส่งเมล

วันที่ ๒๗ ธันวาคม เป็นวันเอกราชของธาตุธรรม

     ตั้งแต่ต้นปราบเสด็จมา งานปราบมารก้าวหน้าเป็นลำดับ รบทีไรชนะทุกครั้ง ก่อนนี้

     หลวงพ่อคำนวณบารมีให้ แต่เดี๋ยวนี้ ต้นปราบทรงคำนวณเอง เวลาคำนวณธาตุธรรมต้องประชุมเข้านิโรธ เราจึงทราบว่า การสร้างบารมีแบบรวบยอดนี้ มีอย่างเดียวเท่านั้น คือ ปราบมารนี้เอง ดวงบารมีโตขึ้นทันใด หากเราบวชพระกี่ชาติจึงจะเท่าไม้จิ้มฟัน หรือเราเผยแพร่ธรรม ไปร้อยเอ็ดเจ็ดหัวเมือง ได้บารมีมากเราพอใจ สร้างวัดสร้างวิหารเราก็ว่าพอใจ บวชพระบวชเณร ซึ่งเราเป็นเจ้าภาพ เราก็ว่าเราพอใจ แต่มาเปรียบเทียวกับปราบมารแล้ว ต่างกันยิ่งกว่าฟ้ากับดินทีเดียว

     ที่กล่าวว่า ในสากลโลกและในสากลธรรมนี้ มียากอย่างเดียวคือ ปราบมาร นั้นถูกต้องแล้ว

     ดังนั้น ปราบมารเป็นบารมีขั้นปรมัตถ์ ไม่มีอะไรยิ่งไปกว่านี้อีกแล้ว

     กล่าวถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๓๕ การรบถึงขั้นได้เสีย ได้รับชัยชนะอย่างน่าภูมิใจ ธาตุธรรมท่านประกาศในธาตุในธรรมว่า “วันที่ ๒๗ ธันวาคม เป็นวันเอกราชของธาตุธรรม” พูดอีกอย่างก็ว่า “๒๗ ธันวาระลึกถึงต้นปราบใหญ่” เพราะเป็นวันที่ต้นปราบท่านรบชนะมารอย่างเด็ดขาด ส่วนมารที่เหลือกระเส็นกระสายนั้น เป็นเรื่องปลีกย่อย

     ได้ถามหลวงพ่อ คือ ถามธรรมกายของหลวงพ่อ เหตุใดจึงกำหนดเอาวันที่ ๒๗ ธันวาคม เป็นวันเอกราชของธาตุธรรม หลวงพ่อตอบว่า ทางธรรมต้องก่อนทางโลก ทางโลกถือว่าวันที่ ๒๘ ธันวาคม เป็นวันที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเถลิงราชย์ เป็นวันรบชนะพม่าเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๑๐ ถือว่าวันที่ ๒๘ ธันวาคม เป็นวันเอกราชของทางโลก ทางธรรมท่านกำหนดเอาวันที่ ๒๗ ธันวาคม ก่อนทางโลกเพียงวันเดียว

     วันที่ ๒๗ ธันวาคม เราเตรียมแต่งชุดขาว นำเสื้อผ้าคือชุดขาวมาใส่เครื่องหมาย ติดกระดุม ติดเครื่องหมายบ่า ติดเครื่องราชที่หน้าอก พอถึงวันที่ ๒๘ ธันวาคม ตอนเช้า เราก็หยิบเครื่องแบบมาใส่ได้ทันที แล้วไปพร้อมกันที่สวนอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทุ่งนาเชย เพื่อประกอบพิธีวางพวงมาลา ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตามระเบียบของทางราชการ ซึ่งได้กระทำติดต่อกันมาทุกปี

     ได้เล่าถวายธาตุธรรมว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๑๐ นั้น พระยาวชิรปราการ (ตากสิน) ได้นำพลหนีออกจากกรุงศรีอยุธยา เพื่อไปรวมพลมาสู้พม่าใหม่ เพราะขณะนั้นเหตุการณ์ทางกรุงศรีอยุธยา ใกล้จะเสียเมืองอยู่แล้ว ขณะนั้นพระเจ้าตากสินมีตำแหน่งเป็นพระยาวชิรปราการ ยังไม่ทันไปรับตำแหน่งเจ้าเมืองกำแพงเพชร ก็พอดีพม่ามาประชิดกรุงศรีอยุธยาเสียก่อน พระยาวชิรปราการ (ตากสิน) จึงอยู่ช่วยงานรบที่กรุงศรีอยุธยานั้น การรบระหว่างไทยกับพม่าตอนนั้น มีลางบอกว่า กรุงศรีอยุธยาจะเสียแก่ข้าศึกแน่นอน ซึ่งเราท่านทราบประวัติแล้ว กล่าวถึงพระยาวชิรปราการ (ตากสิน) พระองค์ได้นำทหารจำนวนหนึ่ง ตีฝ่าหนีออกจากกรุงศรีอยุธยา เพื่อไปรวบรวมกำลังพลมากู้

     กรุงศรีอยุธยา สุดท้ายพระเจ้าตากตีเข้าเมืองจันทบุรีได้ และตั้งมั่นอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ๕ เดือน รวมไพร่พลได้ทหารไทยจีน จำนวน ๕,๐๐๐ คน เรือรบ ๑๐๐ ลำ แล้วกรีธาทัพมากรุงศรีอยุธยา เพื่อรบกับพม่าที่กำลังกวาดทรัพย์สินของไทยอยู่เวลานั้น กองทัพพระเจ้าตากรบ ๒ วันก็ชนะพม่า นำทรัพย์สินคืนมาได้เกือบทั้งหมด การรบชนะคราวนี้ ถือว่าเป็นการกู้เอกราชของไทย เราเป็นเอกราชมาตราบทุกวันนี้ ก็เพราะการรบของพระเจ้าตากครั้งกระนั้น ต่อมาพระเจ้าตากได้สถาปนาเป็นพระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ของปีนั้น (จำปี พ.ศ. ไม่ได้) ทางราชการได้ประกาศให้วันที่ ๒๘ ธันวาคม ของทุกปี เป็นวัน “ตากสินมหาราช” ทางราชการกำหนดให้มีการวางพวงมาลา เพื่อแสดงความเคารพในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงกู้เอกราชให้แก่ชาติไทย ดังที่เราทราบกันนั้น

     เมื่อธาตุธรรมทรงฟังเรากราบทูลแล้ว ทรงเข้านิโรธทันที ประชุมธาตุธรรมทั้งปวงแล้วประกาศว่า “วันที่ ๒๗ ธันวาคม เป็นวันเอกราชของธาตุธรรม” หากให้สอดคล้องกับทางโลก ก็ต้องว่า “๒๗ ธันวาเป็นวันระลึกองค์ต้นปราบใหญ่” นั่นเอง วันนี้เป็นวันที่เราต้องระลึกถึงต้นปราบ ประกาศตอนบ่ายของวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๓๕

     คนอื่นไม่ทราบ ไม่เป็นไร แต่ข้าพเจ้าต้องทราบ เมื่อทราบแล้วจะทำอย่างไรต่อไป นี่คือเรื่องที่เราต้องคิดอย่างด่วน นี่ก็บ่ายของวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๓๕ แล้ว เหลือเวลาอีกไม่นาน ก็จะหมดเวลาของวันที่ ๒๗ธันวาคม ๒๕๓๕ แล้ว เราจะต้องทำอะไรสักอย่างหนึ่งแน่ ๆ เพื่อเป็นการขอบคุณต้นปราบท่าน

     เย็นของวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๓๕ นั้น ข้าพเจ้ากว้านซื้อดอกไม้ทั่วตลาดเมืองจันทบุรี ซื้อผ้าไตร ๑ สำรับ เข้าธรรมกายไปบูชาธาตุธรรม จักรพรรดิ กายสิทธิ์ ทั้งหมดในนิพพาน ปรากฏว่าพระพุทธองค์ทรงรับทั้งดอกไม้ ผ้าไตร แต่ไม่ครอง ต้นปราบไปปรากฏพระวรกายที่นิพพาน เท่านั้นเอง เราก็ได้เห็นพระพุทธเจ้านับอสงไขยพระองค์ไม่ถ้วน ทั้งนิพพานธรรมกายและนิพพานเป็น นำดอกไม้และผ้าไตรที่เราถวายนั้น มาถวายแก่ต้นปราบทั้งหมด เสร็จแล้วจักรพรรดิจึงจะถวาย ต่อจากนั้นกายสิทธิ์ถวาย พอเสร็จภาคนิพพาน ต้นปราบท่านเสด็จกลับมาที่บ้านข้าพเจ้า อรูปพรหม พรหม ทิพย์ จักรพรรดิ กายสิทธิ์ ต่างไปบูชาต้นปราบทั้งหมด เราเห็นแล้วทั้งตกใจและประหลาดใจ ทำกันถึงขนาดนี้เชียวหรือ

     แล้วมนุษยในโลก จะทำอย่างไร

     มนุษย์ในโลกจะแสดงออกถึงการระลึกถึงต้นปราบอย่างไร ถ้าไม่ทำ จะเป็นหนี้บุญคุณกันแค่ไหน นี่คือปัญหา

     แต่มนุษย์ในโลก ไม่รู้ ไม่รู้เรื่องราว ไม่รู้เรื่องของต้นปราบ เราจะไปตำหนิหรือว่ากล่าว ทำเช่นนั้นไม่ได้ ไม่มีเหตุผลที่จะไปคิดอย่างนั้น เพราะเขาไม่รู้ เราจะกล่าวโทษแก่คนไม่รู้ไม่ได้ นี่คือปัญหา เราไม่ทำก็ได้ แต่มันจะเป็นหนี้ หนี้อันนี้เมื่อไรจะใช้หมด เราไม่ทราบอีกเหมือนกัน

     ฉะนั้น วันนี้ข้าพเจ้าจะบอกให้รู้

     เมื่อข้าพเจ้าบอกแล้ว ก็ถือว่าหมดหน้าที่ของข้าพเจ้า

วันที่ ๒๗ ธันวา เป็นวันระลึกถึงต้นปราบ

พี่น้องชาวโลกควรปฏิบัติอย่างไรในวันนั้น

     เรื่องนี้ ควรถือคติเหมือน วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เราเคยปฏิบัติอย่างไรในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เราก็ควรถือปฏิบัติอย่างนั้น ดังนี้

     ๑. ทำบุญใส่บาตรในตอนเช้า

     ๒. เจริญภาวนา ฟังเทศน์ ในวันนั้น

     ๓. เวียนเทียน

     ๔. ทำภาวนาแนวสัมมาอะระหัง ตาบแบบของหลวงพ่อวัดปากน้ำ เมื่อเสร็จภารกิจแล้ว พึงอธิษฐานใจถวายกุศลแด่ต้นปราบใหญ่

     ๕. การบูชาดอกไม้ธูปเทียน การบูชาข้าวพระ การถวายผ้าไตร สำหรับท่านที่เป็นธรรมกายแก่กล้า ก็ควรลองทำดู แต่วิธีนี้ทำยากมาก ใช้สำหรับผู้คงแก่เรียนวิชาธรรมกายระดับสูงเท่านั้น หากเป็นธรรมกายอ่อน ๆ ก็อย่าทำเลย ควรใช้วิธีอื่น

กิจการของต้นปราบที่ข้าพเจ้ารับผิดชอบอยู่

     ๑. เผยแพร่ธรรมแนววิชาธรรมกาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยพระสมศักดิ์มหพฺพโล เป็นผู้ดำเนินการส่งหนังสือเผยแพร่ไปให้แก่คนไทยในต่างประเทศ เรามีหนังสืออะไร เราก็ส่งให้แก่พระสมศักดิ์ แล้วพระสมศักดิ์ก็ดำเนินการต่อไป ต่อนี้ไปในภายหน้าการบริการเช่นนี้ จะเป็นเช่นไรยังไม่ทราบ

     ๒. การจัดพิมพ์หนังสือเผยแพร่ มีหนังสือเผยแพร่หลายหลักสูตร เพื่อเป็นการสืบต่อวิชาธรรมกาย ท่านใดจะเป็นวิปัสสนาจารย์ ก็มีตำราต้อนรับท่าน ท่านใดจะเรียนวิชาชั้นสูงถึงขั้นปราบมาร ก็มีตำราต้อนรับท่าน ไม่ว่าจะเป็นวิชาธรรมกายหลักสูตรใด สอนท่านได้ทุกหลักสูตร ขณะนี้กำลังจะพิมพ์หนังสือ “แนวการเดินวิชาคู่มือสมภาร” ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ซึ่งเป็นหลักสูตรระดับกลาง เมื่อทำเสร็จแล้ว ทรงรับสั่งให้ถวายแก่วัดทุกวัดทั่วประเทศ และให้หาเงินถวายวัดเหล่านั้นด้วย หนังสือที่พิมพ์ทุกเล่ม เมื่อทำต้นฉบับเสร็จ มักมีผู้มีบุญรับเป็นเจ้าภาพเสมอ ข้าพเจ้าไม่หนักใจ แต่เจ้าภาพบริจาคเงิน ข้าพเจ้าหนักใจมาก เพราะตั้งแต่เกิดมา ยังไม่มีใครช่วยทางการเงินเลย แต่ก็รับฟังนโยบายไว้

     ๓. การฝึกวิปัสสนาจารย์ เป็นความประสงค์สำคัญ ทรงรับสั่งให้ทำ แต่ทำไม่ได้เพราะข้าพเจ้าไม่มีสถานที่ บ้านส่วนตัวก็เล็กไป แต่ก็รับฟังนโยบายไว้

     เท่าที่ฟังดู จะพบว่ามีแต่นโยบายใช้เงิน แต่นโยบายหาเงินยังไม่ได้คิดเลย เพราะคิดไม่เป็น และเราไม่เคยได้เงินกับเขาเลย บัดนี้ตัวข้าพเจ้าอายุมากแล้ว ขอให้ท่านผู้ใจบุญคิดเถิดครับ ข้าพเจ้าจะช่วยให้คำแนะนำเท่านั้น

     อย่ากลัวว่าทำไม่ได้ ขอให้ท่านเริ่มงานขึ้น แล้วจะมีผู้มีบุญมาสู่เป็นชุด ๆ

     ท่านที่มีเงินก็ใช้เงิน ท่านที่มีความรู้ก็ใช้ความรู้ ท่านที่มีมนุษย์สัมพันธ์ก็ทำหน้าที่ติดต่อ ท่านที่มีความรู้ภาษาฝรั่งก็เป็นล่าม ท่านที่พิมพ์หนังสือเก่งก็ทำหน้าที่ธุรการ อีกไม่นานละครก็แสดงได้ เพราะอะไร ก็เพราะว่าบ้านเรามีนักปราชญ์ บ้านเรามีคนรอบรู้ บ้านเรามีคนรู้ค่าของวิชาธรรมกาย ความดี ๑ ความชั่ว ๑ ความรวย ๑ ความจน ๑ ทั้ง ๔ นี้ปกปิดกันไม่ได้ ต้องเปิดเผยวันยังค่ำ ต่างกันแต่ช้าหรือเร็วเท่านั้น

     เพราะเราทั้งหลายรู้ค่าของวิชาธรรมกาย ขอให้เราผดุงวิปัสสนาจารย์ของเราไว้ บำรุงนักวิชาการของเราไว้ ประดุจรักษาไข่ในหินทีเดียว

     ถ้าวิปัสสนาจารย์ของเราอยู่ไม่ได้ จะโดยเหตุใด นั่นคือ ความเสียหายใหญ่หลวง เราต้องบำรุงไว้ เงินไม่สำคัญ ไม่ตายเราหาได้ เงินมีอยู่ในโลกนี้ เมื่อไรก็หาได้ แต่วิปัสสนาจารย์ระดับนี้ ท่านจะไปหาที่ไหน มีเงินห้าร้อยล้านไปแลก ไม่รู้จะไปแลกกับใครที่ไหน หลวงพ่อของเรามรณภาพไปแล้ว เราเอาเงินล้นฟ้าไปแลกเอาหลวงพ่อคืนมา ทำได้ไหม เราจะเรี่ยไรไปทั่วโลก บอกว่าจะนำไปแลกเอาหลวงพ่อคืนมา ทุกคนจะมาบริจาค จะเอากี่ฟ้าครอบก็ได้ แต่เราจะเอาหลวงพ่อเราคืนมาได้ไหม

     คนที่ฉลาดจะต้องเลี้ยงอาจารย์ไว้ คนที่ไม่เลี้ยงนักปราชญ์ สักวันก็ล่มจม

     สมัยหลวงพ่อมีชีวิตอยู่ เคยมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง มาขอซื้อแม่ชีทองสุข สำแดงปั้น ในราคา ๔๐,๐๐๐ บาท หลวงพ่อท่านไม่ให้ ความจริงตอนนั้น เงิน ๔๐,๐๐๐ บาท เลี้ยงพระของหลวงพ่อได้นานทีเดียว เขาเพียงแต่เอาแม่ชีไปตรวจดูอะไรในทางญาณทัสสนะ เหตุที่หลวงพ่อไม่ให้ ก็เพราะหลวงพ่อท่านรู้ค่าของวิชาธรรมกาย แม่ชีท่านเล่าให้ข้าพเจ้าฟังเอง

     พูดถึงเรื่องเลี้ยงคนเก่งไว้ไม่ได้นั้น มันเจ็บใจตัวเองจริง ๆ สมัยที่ข้าพเจ้าเป็นศึกษาธิการอำเภอ เดินทางไปสอนตามจังหวัดต่าง ๆ พบพระเก่ง ๆ หลายรูป บางรูปตามมาค้างบ้านพักของหลวง เราถวายความรู้รุ่นละ ๒ คืน บางรูปมีญาณทัสสนะแม่นยำกว่าข้าพเจ้า ขนาดบอกเราว่า โยม ต้นมะลิของโยมดินมันเปรี้ยว ให้โยมเอาเกลือไปโรยที่โคน ถ้าไม่โรยเดี๋ยวมันจะตาย เราไม่ได้เอาเกลือไปโรย อีก ๔ วันต่อมา ต้นมะลิตายเรียบ แม่นยำถึงขนาดนี้ หลวงพี่ครับ วัดโน้นเขามีงานอะไร ท่านก็บอกเขา แต่คุณอย่าไปเลย ถ้าไปแล้ว คุณจะตกน้ำ คุณผู้นั้นไปเที่ยวงานวัด ตกน้ำจริงอย่างที่หลวงพี่ท่านว่า

     แต่การที่เราไม่มีกำลังอุปถัมภ์ท่าน ท่านก็ไปตามวิถีทางของท่าน พูดอย่างเราก็คือ ต่างคนต่างไป ต่างคนต่างหากิน ไม่ทราบว่า ขณะนี้หลวงพ่อรูปนี้ไปอยู่ที่ไหน ข้าพเจ้าก็ย้ายราชการไปตามกฎเกณฑ์ของทางราชการ หากเรามีกำลังอุปถัมภ์ท่าน กวดวิชาสักปีเดียว ท่านอาจเก่งกว่าเราเสียอีก และเราก็ไม่ต้องมาลำบากเหมือนอย่างนี้ ท่านสอนแทนเราได้ เราจะได้เบาแรงบ้าง

     ในเรื่องนี้ ข้าพเจ้ามีเรื่องเล่าอีกนิดหนึ่ง ตอนนั้นแม่ชีถนอม อาสไวย์ ยังไม่ตาย ท่านบ่นถึงคุณฉลวย สมบัติสุข สมัยทำวิชาอยู่กับหลวงพ่อ ถูกคอกัน ฝากเวรกันได้ ถ้าได้มาทำวิชารวมกันอีกจะสนุกแค่ไหนก็ไม่รู้ ข้าพเจ้าอาสาว่า ถ้าคุณฉลวยมาอยู่สำนักของแม่ชีได้ เราจะสร้างกุฏิถวาย ๑ หลัง และจะตั้งเงินเดือนให้ด้วย เอาเข้าจริง คุณฉลวยเขาไม่ยอมมาเพราะแม่ชีตามตัวไม่พบ ไม่ทราบว่าคุณฉลวยอยู่ที่ไหนนั่นเอง มารมันไม่โง่ถึงกับจะยอมให้คุณฉลวยมาอยู่กับแม่ชีหรอก เรื่องอะไรจะยอมให้ธรรมกายหัวกะทิมาเจอกัน หากมาเจอกันได้ มารก็ดับหมดนานแล้ว ข้าพเจ้าไม่ต้องมาปราบ ท่านจะพบเสมอว่า ธรรมกายชั้นครูมักจะไม่ลงรอยกัน แต่ก่อนก็เห็นถูกคอกัน

     มารเขาไม่ยอมให้อยู่ด้วยกัน เขาบันดาลให้เป็นไปอย่างนั้น เขาไม่มีอะไรโกรธกันหรอก ธรรมกายระดับฮ่องเต้รวมกันได้เมื่อไร มารก็สูญพันธุ์วันนั้น แม้หลวงพ่อปกครองเอง ทุกคนกลัวหลวงพ่อ เคารพหลวงพ่อก็จริง แม้หลวงพ่อจะตั้งกติกาไม่ให้ไปไหนก็ตาม ใครจะไปไหนหลวงพ่อจะอนุญาตด้วยตัวของหลวงพ่อเองก็ตามที เอาเข้าจริงไม่เห็นศิษย์หลวงพ่ออยู่ทำวิชาพร้อมกันเลย ฉันอยู่แต่เธอไม่อยู่ คนนั้นมีธุระ คนนี้ญาติป่วย สารพัดเรื่อง สรุปแล้วศิษย์ธรรมกายหัวกระทิของหลวงพ่อ ไม่เคยอยู่ทำวิชาพร้อมกันเลย กี่ปีก็เป็นอยู่อย่างนี้ แม้จะออกกฎเกณฑ์เท่าไร ดูไปแล้วไม่เป็นผล

     หมออู๊ด กฤษณานุวัตร ปรารภกับหลวงพ่อว่า เมื่อไรงานปราบมารของหลวงพ่อจะยุติเสียที

     จะยุติได้อย่างไรคุณหมอ ศิษย์ธรรมกายไม่เคยอยู่ทำวิชาพร้อมกันเลย หลวงพ่อรับสั่งอย่างนี้

     ฉะนั้น เราจะได้ยินเสียงพวกเราพูดกันบ่อย ว่าศิษย์หลวงพ่อมักไม่ขึ้นลงกัน ศิษย์หลวงพ่อต่างคนต่างอยู่ ไม่ช่วยกัน ไม่เอื้ออารีย์กัน คนนั้นถือว่าเป็นวิชาสูง คนนี้ถือว่าเรารวยกว่า คนโน้นถือว่าเขื่องกว่า แม้แต่ข้าพเจ้าเองก็พบ บางท่านรู้จักข้าพเจ้าตั้งแต่ครั้งเป็นหนุ่ม แต่พอดังขึ้นหน่อย เขาไม่รู้จักข้าพเจ้า เห็นว่าข้าพเจ้าไม่รวยเท่าเขา ส่วนข้าพเจ้าไม่ถือสา เพราะข้าพเจ้าทำหน้าที่ปราบมาร ไม่ว่าใครข้าพเจ้ายินดีสนทนาด้วย มีอะไรที่จะช่วยได้ ข้าพเจ้าทำทั้งนั้น ใครไม่รู้จักข้าพเจ้า ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใด ต้องว่าเชยมาก เพราะข้าพเจ้าชอบช่วยใครต่อใคร จึงเป็นเป้าจุดเด่น จำเป็นที่ทุกคนต้องรู้จักโดยภาวะจำยอมอยู่แล้ว ไม่อยากให้มีการถือทิฏฐิมานะ เพราะการทำเช่นนั้นเป็นวิธีของมารเขา ข้าพเจ้าไม่อยากใช้วิธีนั้น

     เหตุที่เราไม่ลงกัน ก็คือบัญชาการของมาร ตามที่กล่าวแล้ว

     ทั้งที่เราไม่มีเหตุโกรธเคืองกัน เราไม่มีผลประโยชน์อะไร เพียงแต่เรามารวมตัวกัน เพื่อเผยแพร่ตามวิถีทางของวิชาธรรมกาย เหตุผลอะไรที่เราจะต้องไปกังขาเพื่อนของเรา การที่ใครมีความกังขา ก็แปลว่า ยอมให้มารมาดลใจ เพราะเราไม่เคยด่าทอกัน เหตุใดเราจึงไม่ยิ้มเข้าหากัน แปลกจริง ๆ ยังเชื่อบงการของกิเลสแล้วจะมีประโยชน์อันใด นี่คือเหตุผล เรามีเหตุผลเสียอย่าง มารหน้าไหนก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเขาไม่ได้ช่องนั่นเอง

สารบัญ

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:ผู้เยี่ยมชม
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressLoad Image from WebBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Add to Google


หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org