Go to Kayadham Home   
ประชาสัมพันธ์ : เชิญร่วมปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกาย โดยวิธีการที่หาที่ไหนไม่ได้ (หลักสูตรเร่งรัดสำหรับท่านที่มีเวลาน้อย) ณ โฮมเสตย์ เขื่อนท่าด่าน จ.นครนายก 6-7 เมษายน 50 นี้ (ด่วน! รับ 40 ท่าน) อ่านรายละเอียดall.gif
HOME : arrow สื่อธรรมะ : arrow เนื้อหาวิชชาธรรมกาย arrow หลักสูตรปราบมาร arrow ปราบมาร 2 arrow ปราบมาร2 (10)
ปราบมาร2 (10) PDF พิมพ์ ส่งเมล

สรุปผลงานปราบมาร ภาค ๑

และผลงานปราบมาร ภาค ๒

     โปรดพิจารณาว่า ผลงานภาค ๑ มีอะไรบ้าง และผลงานภาค ๒ มีอะไรบ้าง ผลงาน ๑๐ ปีทำได้แค่นี้ นับแต่นี้ไป จะได้ผลงานอะไรอีก ยังตอบท่านไม่ได้ ฉะนั้น ในชั้นนี้อยากให้ท่านสรุปผลงานออกมาให้ชัด

     นี่คือผลงานค้นคว้าทางวิชาธรรมกาย นี่คือความก้าวหน้าทางวิชาธรรมกาย ในส่วนที่ข้าพเจ้ารับผิดชอบ

     ท่านใดไม่แสดงความก้าวหน้าทางวิชาธรรมกาย แสดงว่าไม่จรรโลงพระศาสนา

     ท่านใดไม่สอนวิชาธรรมกาย ถือว่าบกพร่องต่อหน้าที่ของความเป็นพุทธบริษัท

     ท่านใดไม่สนับสนุนงานเผยแพร่วิชาธรรมกาย ถือว่าผู้นั้นไม่สืบต่อพระศาสนา

     ท่านใดไม่เรียนให้เห็นธรรมกาย ถือว่าผู้นั้นหมดความสามารถที่พระศาสดาจะชูช่วยแล้ว

     ท่านใดมีชีวิตยุ่งอยู่กับวิชาธรรมกาย ไม่ว่าจะอย่างไร ตลอดชีวิตที่ท่านอยู่ในโลก โปรดคิดเถิดว่า ท่านดำเนินชีวิตถูกความประสงค์ของพระศาสดาแล้ว ข้าพเจ้าผู้หนึ่งจะไม่ลืมท่าน แม้ข้าพเจ้าไม่รู้จักท่าน ข้าพเจ้าก็ตั้งความพยายามจะสืบให้รู้ เราเหลือเวลาอีกคนละไม่นาน เราก็จะลาโลกนี้แล้ว ยังฝึกไม่เป็นธรรมกาย แปลว่า ท่านประมาท

     หากท่านไม่เข้าใจในชั้นเชิงการสอน ข้าพเจ้ามีตำราให้ท่านศึกษา

     หากท่านเก่งถึงขึ้นจะเรียนปราบมาร ข้าพเจ้ามีตำราให้ท่านเรียน

     ท่านไม่เข้าใจอะไรในวิชาธรรมกาย ข้าพเจ้าเป็นเพื่อนท่านได้ในเรื่องนี้ เว้นแต่ลึกซึ้งเกินความสามารถของข้าพเจ้า อย่างนี้ต้องขออภัย

ยุคปราบมารสมัยของข้าพเจ้าทำอย่างไร

     ทันทีที่ธาตุธรรมมอบหน้าที่ให้ทำวิชาปราบมาร ข้าพเจ้าได้แต่เสียใจเป็นกำลัง โปรดอ่านปราบมาร ภาค ๑ ไม่รู้จะทำวิชาอย่างไร ไม่รู้จะตั้งต้นอย่างไร และไม่รู้ว่าจะทำอะไรทั้งปวง รู้สึกเคืองหลวงพ่อวัดปากน้ำที่ท่านกล้าจะเอาเราไปเป็นแพะบูชายันต์ เราคิดแต่อย่างนั้น ไม่ทราบว่าคิดผิดถูกอย่างไร มันคิดของมันเอง จะไปหารือใครก็ไม่ได้ คิดแล้วก็วกวนเหมือนพายเรืออยู่ในอ่าง คิดอยู่คนเดียว ชีวิตของข้าพเจ้าแปลกกว่าท่าน ท่านยังมีเพื่อนและมีคู่คิด ข้าพเจ้าบินเดี่ยวตลอด ไม่ว่าจะอะไร คนเดียวคือ นายการุณย์ บุญมานุช คนนี้เท่านั้น

     คิดถึงหลวงพ่อว่า ท่านทำวิชาอย่างไร เราก็ทราบว่าท่านตั้งเวรทำวิชา เวรละ ๓ ชั่วโมง จำนวน ๖ เวร พลรบเวรละ ๒๐ คน หรือน้อยกว่า หัวหน้าเวรได้เบี้ยเวรเดือนละ ๓๐๐ บาท รองหัวหน้าเวรเดือนละ ๑๕๐ บาท ลูกเวรเดือนละ ๗๐ บาท อาหารการกิน ที่อยู่อาศัย เจ็บไข้ได้ป่วย อยู่กับกงสีใหญ่คือ หลวงพ่อทั้งหมด เป็นเวลากว่า ๓๐ ปี จนในที่สุดหลวงพ่อมรณภาพ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๒ งานปราบมารยังไม่ไปแค่ไหนเลย ใจคิดนึกอย่างนี้

     บัดนี้ ธาตุธรรมให้เราทำวิชาปราบมาร เราจะไปตั้งเวรกับใคร เพราะมีแต่เราคนเดียวเท่านั้นที่จะทำวิชา ก็เมื่อมีเราคนเดียว เราเท่ากับไปเกาให้มารมันคันเล่นเท่านั้น ศิษย์ธรรมกายเก่ง ๆ ของหลวงพ่อ ไม่มีใครไปมาหาสู่กับเราเลย ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างหากิน ดำริในใจอยู่อย่างนี้ เพียงเท่านั้นเอง หลวงพ่อก็มาปรากฏ

     “ ศึกษาฯ เอ็งมาคิดอะไรอยู่ ดวงแก้วในตู้เอาออกมาเดินวิชา ดวงใหญ่ชื่อตรีภพ เขาเก่งพอตัว ดวงอื่นเขาก็ช่วย พระหินสีต่าง ๆ เอามาเข้าเวรเข้า” ว่าแล้วหลวงพ่อก็หายไป

     เราก็เอาดวงกายสิทธิ์ที่หลวงพ่อบอกชื่อว่า “ตรีภพ” มาถือในมือ เดินวิชาทันที วิชาของหลวงพ่อมีเท่าไร บังเกิดแก่ใจเราหมด เห็นวิชาไปหมด แต่ไม่เดินวิชาอย่างหลวงพ่อ และไม่เดินวิชาอย่างที่แม่ชีถนอม อาสไวย์เคยสอน เป็นแบบฉบับของข้าพเจ้าเอง สรุปแล้วมาตรงกับวิชาทำพระของขวัญของหลวงพ่อได้อย่างไรก็ไม่ทราบ งานการรบได้ผลดีเป็นลำดับ

     ต่อมาอีก ๑ ปี มีจักรพรรดิกายหนึ่งมาปรากฏให้เห็น ได้เข้าธรรมกายไปถามหลวงพ่อว่านี่อะไรกัน องค์นี้กายสว่าง หลวงพ่อยังไม่ตอบอะไร เพียงแต่จัดให้อยู่ในดวงจักรพรรดิตรีภพ

     อีกวันหนึ่งต่อมา เข้าธรรมกายไปถามหลวงพ่อใหม่ เพราะเรื่องจักรพรรดิองค์ใหม่ยังไม่แจ้ง พอไปถึงหลวงพ่อ ยังไม่ทันถามอะไร หลวงพ่อตอบทันที “ศึกษาฯ รู้ไหม จักรพรรดิองค์ใหม่ที่มานี้ชื่อ ตรีจักร เขาทิ้งเรือนมา เรือนของเขาเป็นก้อนหยกสีชมพูให้รู้ไว้เถิด จักรพรรดิตรีจักรองค์นี้เป็นคู่พระคู่นางกับตรีภพ เป็นจักรพรรดิคู่บารมีของศึกษาฯ ตรีภพเขาไปตามมา” นับแต่วันนั้นมา งานปราบมารก้าวหน้า รบทีไรชนะทุกที จนกระทั่งธาตุธรรมคำนวณบารมีให้แทบไม่ทัน แต่ข้าพเจ้าเรียกท่านว่า หยกชมพู จนติดปาก เนื่องจากมาจากก้อนหยกสีชมพู แม้ธาตุธรรมก็ทรงเรียกอย่างนั้น เราเรียกอย่างไรก็ทรงเรียกตาม

     เรามาคิดดูว่า จะมีใครบ้างไหม ที่ต้องทิ้งบ้านทิ้งเมืองมาอยู่กับเรา ข้าพเจ้าเลยได้ความรู้เพิ่มว่า คนที่มีบารมีธรรมกาย จะต้องมีกายสิทธิ์หรือจักรพรรดิทุกคน มากบ้างน้อยบ้างเท่านั้น แต่ความรู้และฝีมืออย่างตรีภพและตรีจักรยังไม่เคยเห็น ข้าพเจ้าจึงรักดวงแก้วกายสิทธิ์ยิ่งนัก ดอกไม้บูชามิได้ขาด อาหารการฉันต้องจัดถวาย วิชาธรรมกายต้องหมั่นทำ ข้าพเจ้าไม่มีความรู้เรื่องแก้วกายสิทธิ์มาก่อน ต้องเข้าธรรมกายไปถามหลวงพ่ออยู่เนือง ๆ ไม่ว่าอะไรเรารู้จากหลวงพ่อทั้งนั้น หลวงพ่อเป็นผู้ให้ความรู้ทุกเรื่อง แม้หลวงพ่อจะตายไปแล้ว แต่การติดต่อทางญาณทัสสนะถึงกันทุกวัน และถึงกันตลอดเวลาที่ทำวิชาปราบมาร ทำหน้าที่คุมวิชาและควบคุมบารมี แม้เราไปติดพันสาว ๆ ที่ไหน หลวงพ่อยังรู้ เราคิดไม่ดีต่อท่าน ท่านยังรู้ เรากระบิดกระบวนจะไม่ไปปราบมารที่ประเทศอินเดีย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ตามที่ท่านสั่ง เหตุผลที่เราชี้แจง หลวงพ่อฟัง ถึงเราจะแจ้งเหตุขัดข้องอย่างไร เราก็ต้องไปอินเดีย เพื่อปราบมารให้ท่านอยู่ดี รู้อย่างนี้เราจะได้ไม่ต้องกระบิดกระบวน เพราะไม่ได้ผล หลวงพ่อไม่ยอมเราง่าย ๆ ปรากฏเรื่องราวในหนังสือปราบมาร ภาค ๑ แล้ว

     ดวงแก้วกายสิทธิ์สำรับนี้ ได้มาตั้งแต่ครั้งอุบาสิกาทองสุข สำแดงปั้น มีชีวิตอยู่ มีด้วยกัน ๖ ดวง และหินแก้วหกเหลี่ยม ๑ ท่อน ยาวศอกเศษ เป็นหินเขี้ยวหนุมาน ได้มาแล้วก็เล่าให้อุบาสิกาทองสุขทราบ ท่านปรารภว่าขอยืมทำวิชาก่อนได้ไหม เราไม่ขัดข้อง และได้ขนดวงแก้วกายสิทธิ์ทั้งสำรับไปให้ท่าน เมื่ออุบาสิกาทองสุขวายชนม์ไปแล้ว ดวงแก้วกายสิทธิ์ยังอยู่กับอุบาสิกาลูกจันทร์ ขนนกยูง อีกระยะหนึ่ง ต่อเมื่อข้าพเจ้ามีบ้านส่วนตัวแล้ว จึงรับดวงแก้วกายสิทธิ์กลับ ข้าพเจ้าย้ายราชการไปจังหวัดใด ก็หอบขนกันไป

     งานทำวิชาปราบมาร เริ่มขึ้นที่จังหวัดจันทบุรี ณ บ้านพักผู้ช่วยศึกษาธิการจังหวัด เริ่มทำมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๗ ตราบเท่าทุกวันนี้ ปี ๒๕๓๐ ได้สร้างบ้านส่วนตัว ไปอยู่บ้านส่วนตัวตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ ดังนั้น การทำวิชาปราบมารมี ๒ ระยะ ระยะแรกทำที่บ้านพักราชการคือ บ้านพักผู้ช่วยศึกษาธิการจังหวัดจันทบุรี ระยะที่ ๒ ทำที่บ้านส่วนตัว ตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ เป็นต้นมา ต้องถือว่าบ้านทั้ง ๒ นี้ เป็นเวทีรบ บ้านใครแม้ราคาแพง ก็ไม่มีประวัติว่าเป็นเวทีปราบมาร กระท่อมน้อยหลังเล็กของข้าพเจ้าต่างหาก ที่เป็นเวทีกอบกู้เอกราชให้แก่ธาตุธรรม

     ขอกล่าวถึงจักรพรรดิตรีภพและหยกชมพู เมื่อการรบชนะมาเรื่อย ๆ มีความสามารถไปตามจักรพรรดิที่อื่นมาร่วมทำวิชา แรก ๆ เราก็ตกใจ ทำไมอยู่ดี ๆ มีจักรพรรดิมาหา ล้วนแต่ทิ้งเรือนมาทั้งนั้น ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ จะต้องไปหาหลวงพ่อ บอกหลวงพ่อให้ทราบ และหลวงพ่อจะต้องลงมาทุกครั้ง ลงมาทำวิชาสร้างนิพพาน ให้จักรพรรดิอยู่ในดวงของตรีภพ องค์สำคัญ ๆ หลวงพ่อท่านตั้งชื่อให้เสร็จ จำชื่อไม่ไหว เพราะมีจำนวนมาก ชื่อบางชื่อลูกกล้วยเห็นว่าไม่ไพเราะ ถึงกับเข้าธรรมกายไปถามหลวงพ่อว่าทำไมตั้งชื่ออย่างนี้ องค์หนึ่งหลวงพ่อท่านตั้งให้ว่า “สิทธิ” และอีกองค์หนึ่งหลวงพ่อท่านตั้งว่า “เฉียบขาด” ทำไมหลวงพ่อตั้งอย่างนี้ ไม่เห็นเพราะเลย แล้วใครเขาจะเรียกชื่ออย่างนี้ไม่ทันสมัย ลูกกล้วยเธอว่าไปอย่างนั้น หลวงพ่อตอบว่า “เอ็งไม่รู้อะไร คอยดูเวลารบซี ทั้งองค์สิทธิและองค์เฉียบขาด เขามีความเด็ดขาดในตอนนั้น ดูซิว่าจะมีมารหน้าไหนรอดตัวมาได้บ้าง ข้าตั้งชื่อย่างนั้นดีแล้ว” แล้วลูกก็กลับมารายงานให้เราทราบ ตามที่เล่ามานี้

     เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ มีเหตุการณ์พิเศษ ซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อน มีจักรพรรดิองค์หนึ่งเสด็จมา มีกายสว่างผิดสังเกต รีบเข้าธรรมกายไปบอกหลวงพ่อ หลวงพ่อลงมาทันที เมื่อมาแล้วก็กลับไป ไม่ว่าอะไร

     รุ่งขึ้นไปหาหลวงพ่อใหม่ ถามถึงจักรพรรดิองค์ใหม่นี้ หลวงพ่อตอบว่า “ศึกษาฯ รู้ไหมจักรพรรดิองค์นี้หลวงพ่อตามท่านมาตลอดชีวิตของหลวงพ่อ แต่ไม่พบท่าน เหตุที่ท่านเสด็จมาอยู่กับศึกษาฯ เป็นเพราะเป็นคู่บารมีกัน องค์นี้มาแล้ว เรื่องของศึกษาฯ จะลุล่วงทั้งหมด”  วันนี้ได้เรื่องแค่นี้

     อีก ๗ วันต่อมา ไปหาหลวงพ่อใหม่ ไม่ต้องเอ่ยวาจา หลวงพ่อตอบทันที “ศึกษาฯ รู้ไหม จักรพรรดิองค์นี้ หากท่านไม่ประสงค์ให้ใครเห็น เราก็ไม่เห็นท่าน ถึงจะทำวิชาไปเท่าไร ก็ไม่เห็นท่าน มีบารมีถึง ๘,๐๐๐ อสงไขย เชียวนะ นี่หลวงพ่อคำนวณหยาบ ๆ หากคำนวณละเอียด จะแค่ไหนก็ไม่รู้ ต้องให้หลวงพ่อดูอีกหน่อยก่อน ต้องให้ธาตุธรรมท่านประชุมกันก่อน ไม่มีใครทราบเรื่องมาก่อนเลย ธาตุธรรมก็ตกใจ ท่านอยู่กับศึกษาฯ คนเดียวเท่านั้น เพราะเป็นคู่บารมีของศึกษาฯ ท่านยอม กับคนอื่นท่านไม่ยอมใครทั้งนั้น รู้ไหม” วันนี้ได้แค่นี้

     เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง คือ ธาตุธรรมท่านประชุมกันถวายพระนามให้ท่านใหม่ มีพระนามใหม่ว่า “ต้นปราบใหญ่” การ ประชุมกันนั้น นิพพานธรรมกายมีเท่าไร และนิพพานเป็นมีเท่าไร ประชุมและเข้านิโรธพร้อมกันหมด นิโรธตรงกันแล้ว จึงถวายพระนามให้ท่าน แปลว่า นิพพานรับรู้รับทราบกันหมด ยังจำได้ว่าต้นปราบรับสั่งว่า “ตั้งให้อย่างนี้ เอาก็เอา” เพียงเท่านั้นเอง เรื่องปิดกันไม่ได้อีกต่อไป ทราบไปถึง ทิพย์ พรหม อรูปพรหม เขาลงมาสักการะต้นปราบไม่ขาดสาย เราอายเขามาก เพราะบ้านช่องไม่ได้กวาด เนื่องจากไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะมีเหตุการณ์อย่างนี้ ถ้าทราบก็จะเช็ดถูบ้านให้เรียบร้อย

     แม่ชีถนอม อาสไวย์ ลงมาด้วย ถามแม่ชีว่า ครูลงมาทำไม “ต้องลงมา ไม่ลงมาไม่ได้ ไม่ว่าใครต้องลงมาทั้งนั้น จะถือเหตุว่าฉันเป็นครูของศึกษาฯ และไม่ลงมานั้น ทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะธาตุธรรมมอบอำนาจปกครองใหญ่ให้แก่ต้นปราบแล้ว ต้นปราบจะมาปราบมารให้ ใครไม่ลงมาเดี๋ยวท่านไม่ป้องกันมารให้ มารก็รังแกเราแย่นะซี” แม่ชีว่าอย่างนั้น ก่อนจะกลับแม่ชีบอกว่า “ศึกษาฯ รู้ไว้เถิด บัดนี้มีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นในโลกแล้ว คือ ต้นปราบใหญ่นี้แหละ”

     แม้แต่จักรพรรดิและกายสิทธิ์ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด มาถวายสักการะกันหมด กลายเป็นเรื่องใหญ่ไปแล้ว

     เราไม่เคยมีความรู้ เราก็ได้รู้เห็นกันวันนี้

     แต่ข้าพเจ้าเรียกพระองค์ย่อ ๆ ว่า “ต้นปราบ” ไม่ เคยเรียกเต็มชื่อของพระองค์ พระองค์ก็ไม่ว่าอะไร เรียกอย่างไร ก็ทรงขานรับทั้งนั้น แม้นิพพานก็ทรงเรียกอย่างเรา คือ สั้นและจำง่ายนั่นเอง

     วันที่เขามากราบต้นปราบใหญ่อย่างโกลาหลนั้น ทูลถามท่านว่า “เขามากราบพระองค์กันทั้งนั้น พระองค์ทรงนึกอย่างไร” ทรงตอบว่า “สุดแต่ใครจะมาก็มา ไม่ว่าอะไร เรื่องของเรื่องก็คือ จะมาช่วยนายปราบมาร”

     ทรงเรียกข้าพเจ้าว่า “นาย” ทุกครั้ง ถามพระองค์ว่า ทำไมเรียกอย่างนั้น ทรงตอบว่า “เคย สร้างบารมีมากับนาย เป็นจักรพรรดิคู่บารมีของนายมาตั้งแต่ครั้งปุเรภพชาติโน้น เป็นห่วงนาย จึงต้องลงมาช่วย รู้ว่านายแบกภาระหนัก รับใช้ธาตุธรรมทุกเรื่อง ทนดูอยู่ไม่ได้ สงสารตรีภพกับหยกชมพู เห็นเขาเหนื่อยกับนายเหลือเกิน” เราได้ยินพระองค์ทรงรับสั่ง ถึงกับสะอื้นใจ

     ไปพบกับตรีภพกับหยกชมพูเข้าอย่างไร ยังไม่ทันตอบ ตรีภพตอบแทนว่า ตามยากเหลือเกิน หากไม่ต้องการให้ใครเห็น จะไม่เห็นท่าน ทำวิชาละเอียดเท่าไรก็ไม่เห็นกายของท่าน ตรีภพว่าอย่างนั้น จากนั้นข้าพเจ้าก็ตัดพ้อต่อว่า เรื่องราวจะอย่างไร จะเล่าอีกครั้งหนึ่ง

ธาตุธรรมวางมืองานปราบมาร

มอบงานปราบมารให้แก่ต้นปราบใหญ่ทั้งหมด

     วันนั้นเป็นวันที่ข้าพเจ้าไม่ลืม เพราะเป็นวันที่ข้าพเจ้าน้ำตาไหลริน อยู่ดี ๆ หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านก็บอกแก่ข้าพเจ้าว่า “ศึกษาฯ งานปราบมารตกแก่ต้นปราบใหญ่ทั้งหมดแล้ว ธาตุธรรมประชุมมอบงานแก่ต้นปราบเสร็จสิ้นไปแล้ว จากนี้ไป หลวงพ่อจะวางมือ” พอหลวงพ่อพูดขาดคำ น้ำตาของข้าพเจ้าก็ไหลออกมาเอง นิโรธของเราสะดุดทันที

     ไม่คิดว่า เราจะได้ยินคำนี้จากหลวงพ่อ หลวงพ่อทำให้ข้าพเจ้าน้ำตาตกมาแล้วครั้งหนึ่ง คือ วันที่หลวงพ่อใช้ให้ทำวิชาปราบมาร เป็นเหตุการณ์เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๗ หากท่านอ่าน “ปราบมาร ภาค ๑ ” ท่านคงจำได้

     วันนั้น น้ำตาของข้าพเจ้าไหลรินอีกครั้งหนึ่ง อารมณ์ขุ่นอยู่หลายวัน เพราะเสียใจที่หลวงพ่อของผม อยู่ ๆ ก็มาวางมือเอาดื้อ ๆ หากเหตุการณ์นี้เกิดแก่ท่านบ้าง ท่านจะคิดอย่างไร แน่นอน ท่านคงเสียใจอย่างข้าพเจ้า

     ท่านทราบแล้วว่า ในสากลโลกและในสากลธรรมนี้ มียากอยู่เรื่องเดียวคือ ปราบมาร หลวงพ่อท่านพูดเสมอว่า เราจะเอาความร่ำรวยไปสู้ก็สู้ไม่ได้ เราจะเอาความมีอำนาจไปสู้ก็สู้ไม่ได้ เราจะเอายศศักดิ์ไปสู้ก็สู้ไม่ได้ ไม่มีอะไรสู้มารได้ทั้งนั้น มีอยู่ก็แต่วิชาธรรมกายเท่านั้น ที่จะสู้เขาได้ ความรู้นี้เราท่านทราบตรงกัน งานปราบมารใช้ความรู้ขนาดไหน ความรู้ที่หลวงพ่อค้นคว้ามา เราใช้หมดแล้ว นั่นเป็นเพียงไปเกาให้มารมันคันเล่นเท่านั้น เราจะต้องไปเรียนรู้จากนิพพานเพิ่มเติม แม้กระนั้น งานปราบมารยังไม่ก้าวหน้าตามที่เราต้องการ

     งานการรบกำลังก้าวหน้าถึงขั้นได้ขั้นเสีย จะกี่ปีก็ตาม จะรบมากี่ปีก็ตาม ข้าพเจ้าเป็นผู้รบ ข้าพเจ้าต้องทราบ บัดนี้ ธรรมภาคพระกำลังได้เปรียบ หลวงพ่อวัดปากน้ำเป็นครูอาจารย์ของข้าพเจ้า เป็นที่พึ่งทางใจของข้าพเจ้า เป็นผู้อำนวยการทางวิชาให้ข้าพเจ้า เป็นผู้กำกับการแสดงมาตลอด พอต้นปราบเสด็จมาช่วย หลวงพ่อกลับมาวางมือ ตามที่กล่าวมานั้น ข้าพเจ้าไม่รู้จะคิดอย่างไร เสียใจจนไม่รู้จะเสียใจอย่างไรอีกแล้ว

     แต่แล้วจู่ ๆ หลวงพ่อก็มาบอกวางมือ งานปราบมารธาตุธรรมมอบให้แก่ต้นปราบแล้ว มีอะไรก็ให้บอกแก่ต้นปราบ

     เราเสียใจ เสียใจมาก

     เพราะเราคุ้นอยู่กับหลวงพ่อ แต่ครั้งหลวงพ่อมีชีวิตอยู่ จวบจนกระทั่งมรณภาพ วันที่หลวงพ่อมรณภาพ ข้าพเจ้าเป็นข้าราชการชั้นตรีแล้ว ยังบวชเณรถวายให้ ๗ วัน อ่าน ปราบมาร ภาค ๑ จะทราบละเอียดกว่านี้

     ต้นปราบใหญ่ แม้พระองค์ร่วมสร้างบารมีมากับเรา แต่เรายังไม่คุ้น

     รุ่งขึ้นบูชาข้าวพระ ให้ลูกกล้วยไปฟังนิพพาน ลูกมาบอกว่า “พ่อ หลวงพ่อสั่งมาว่า แม้หลวงพ่อจะวางมือ แต่หลวงพ่อก็ยังดูแลศึกษาฯ อยู่” พอได้ยินคำนี้ อารมณ์ของเราเกิดความบันเทิงขึ้นมาบ้าง

สารบัญ

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:ผู้เยี่ยมชม
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressLoad Image from WebBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Add to Google


หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org