Go to Kayadham Home   
ประชาสัมพันธ์ : เชิญร่วมปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกาย โดยวิธีการที่หาที่ไหนไม่ได้ (หลักสูตรเร่งรัดสำหรับท่านที่มีเวลาน้อย) ณ โฮมเสตย์ เขื่อนท่าด่าน จ.นครนายก 6-7 เมษายน 50 นี้ (ด่วน! รับ 40 ท่าน) อ่านรายละเอียดall.gif
HOME : arrow สื่อธรรมะ : arrow เนื้อหาวิชชาธรรมกาย arrow หลักสูตรปราบมาร arrow ปราบมาร 2 arrow ปราบมาร2 (5)
ปราบมาร2 (5) PDF พิมพ์ ส่งเมล

ปราบมารภาค 2

     หนังสือ “ปราบมาร ภาค ๒” ควรมีเนื้อหาสาระอะไรบ้าง นี่คือประเด็นที่เราจะกำหนดเป็นหลักสูตรสำหรับหนังสือเล่มนี้ พูดอย่างเข้าใจง่าย ก็ว่า หนังสือปราบมาร เล่ม ๒ จะพูดถึงอะไรบ้างนั่นเอง อะไรบ้างที่ควรเปิดเผย ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะนำเรื่องลับมาเปิดเผย หากเปิดเผยไปแล้วจะได้อะไรจากความรู้นั้น การนำเรื่องไม่ควรเปิดเผยมากล่าว ใครเขาจะคิดอย่างไรบ้าง เขาจะวิจารณ์อย่างไรบ้าง นี่คือ ความขัดข้องที่เราจะพูดอะไรไม่ถนัด

     การที่เราเขียนอะไรไม่เต็มความรู้ จะเกิดความไม่ชัดเจนในเนื้อหาทันที

     จากหนังสือ “ปราบมาร” หรือหนังสือ “ปราบมาร ภาค ๑” ที่พิมพ์จำหน่ายออกไปแล้วนั้น เป็นเนื้อหาวิชามากไป ไม่ชวนอ่าน เป็นวิชาการไปหมด ยิ่งอ่านยิ่งไม่รู้เรื่อง ข้าพเจ้ายอมรับว่าเป็นจริงตามนั้น เพราะได้บอกแล้วว่าเป็นวิชาธรรมกายชั้นสูง ไม่เหมาะแก่ผู้เป็นธรรมกายเบื้องต้น เพราะวิชารบหรือวิชาดับมารนั้น มีแต่ยาก ๆ ทั้งนั้น ยิ่งเรียนมากก็ยิ่งพบวิชายากยิ่งขึ้น เพราะถ้าเรามีความรู้น้อย เราไปปราบมารไม่ได้ มีแต่เขาปราบเรา เราเป็นฝ่ายถูกปราบ เรากลายเป็นฝ่ายถูกปกครอง ไม่ใช่เราปกครองเขา เขากลับเป็นฝ่ายปกครองเรา ดังนั้น หากเราไม่อยากให้มารปกครอง เราต้องเรียนวิชายาก ๆ เพื่อเอาไปสู้กับมารเขา เพราะวิชาอ่อน ๆ สู้มารเขาไม่ได้

     เมื่อสู้มารเข้าไม่ได้ จะเกิดอะไรขึ้น และส่งผลกระทบต่อมนุษย์โลกอย่างไร

     เรื่องนี้ ผู้เป็นวิชาธรรมกายชั้นสูงทราบเป็นอย่างดี ทุกข์ร้อนเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า ไม่ว่าโลกไหนเดือดร้อนทั้งนั้น ไม่ว่าภพอะไรเดือดร้อนทั้งนั้น เหตุนี้เองธาตุธรรมให้หลวงพ่อวัดปากน้ำลงมาเกิดเพื่อมาทำวิชาปราบมาร พลรบของหลวงพ่อตามลงมาเกิด ผู้บำรุงและผู้เลี้ยงตามลงมา จะเห็นว่ากองทัพของหลวงพ่อวัดปากน้ำใหญ่หลวงนัก ในชั้นต้นหลวงพ่อค้นวิชาก่อน ค้นวิชาธรรมกาย พบวิชาอาสวักขยญาณชั้นสูง พลรบเรียนวิชาเสร็จแล้วรบทันที ปราบมารทันที เป็นเวลาเกินกว่า ๓๒ ปี จนกระทั่งหลวงพ่อมรณภาพ งานปราบมารของหลวงพ่อยังไม่ไปไหนเลย เพิ่งมาเริ่มต้นไว้แค่นั้น ศิษย์ของหลวงพ่อที่เรืองวิชา วายชนม์ไปเกือบหมดแล้ว เหลืออยู่บ้างก็สู่ความชรา บ้างก็แยกไปอยู่กับลูกหลาน ที่หลงเหลืออยู่วัดปากน้ำก็น้อยเต็มที ทำให้งานปราบมารขาดตอนอยู่ระยะหนึ่ง ช่วงที่ขาดตอนนี้เกิดความเสียหายมาก มารมันกำเริบเสิบสานขึ้น มีกำลังขึ้น มีอานุภาพขึ้น เหมือนหนึ่งไม่ได้ทำวิชาปราบ

     ข้าพเจ้ามารับช่วงงานปราบมารจากหลวงพ่อ ในวันเข้าพรรษา ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ นับแต่วันนั้นจนถึงปัจจุบัน แม้วันเดียวก็ไม่หยุด ทำวิชามาตลอด ตัดงานสังคม ตัดภารกิจส่วนตัว ตัดงานราชการ เอาแค่นี้ เพื่อให้มีเวลาทำวิชา หากเราหลงราชการมากไป จะมีผลกระทบการทำวิชาทันที คือ ไม่มีเวลาทำวิชา ดังนั้น จึงต้องสละทั้งหมด จะเอาเวลาไปทำมาหากินไม่ได้ ถ้าทำอย่างนั้น เราจะไม่มีเวลาทำวิชา เราอาจมีสตางค์ เพราะเราทำงาน แต่เราจะเสียหายทางธรรม จึงต้องเลือกเอาว่า จะเอาธรรมหรือเอาราชการ หรือจะเอาความรวย จะต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง จะเลือกเอาหลายอย่างไม่ได้ หากอ่านปราบมาร ภาค๑ ท่านจะทราบละเอียดกว่านี้

     การที่ธาตุ ธรรมทรงตั้งความหวังแก่ข้าพเจ้ามาก ข้าพเจ้าไม่อาจรับได้ เพราะข้าพเจ้าไม่มีกำลังเลย ไม่มีกำลังรบ ไม่มีกองเสบียง ไม่มีผู้บำรุง ไม่มีพลรบ มีอยู่ก็แต่เราผู้เดียว คือ นายการุณย์ บุญมานุช คนนี้เท่านั้น ตั้งแต่ไม่จิ้มฟันจนถึงเรือรบ ก็นายการุณย์ บุญมานุช คนนี้ หลวงพ่อมีศิษย์ทั่วโลก แต่จะหากำลังใจมาช่วยงานข้าพเจ้าแม้เพียงคนเดียวก็ไม่ได้ เอางานปราบมารมาให้ทำ แต่หาคนมีน้ำใจแก่ข้าพเจ้าสักคนเดียวไม่ได้ นี่คือ บรรยากาศของการปราบมาร มารเขาดลบันดาลให้เป็นอย่างนั้น เขาทำได้ทุกอย่าง คนจนเขาก็เปิดสมบัติให้ แม้ขี้วัวก้อนเดียว เขาสามารถให้คนฮือฮาทั่วประเทศได้ ถามว่าจะไปไหนกัน เขาบอกว่าไปหายาวิเศษ ถามว่ายาวิเศษคืออะไร เขาบอกว่าต้องไปดูเอง ข้าพเจ้าไปดูแล้ว ปรากฏว่ามีขี้วัวหนึ่งกองอยู่ในแอ่งน้ำใหญ่ เขากินกันคนละ ๑ จอก ก็จะหายป่วยไข้ ความเป็นไปได้มีมาก เพราะขี้วัวคือ หญ้า ยาเขียวโบราณของเรา ประกอบด้วยพืช ๕ อย่าง ใครเป็นไข้กินยาเขียวก็หายได้ ต้องการจะชี้ให้เห็นว่า มารมันหาเหตุให้ฮือฮาได้ทั้งนั้น ขอให้เขาได้ช่อง เขาจะถือเอาเหตุนั้นทันที ทั้งนี้ เพื่อจะเบนความสนใจจากความถูกให้เห็นเป็นความไม่ถูก และให้ความผิดเป็นความถูก เช่น ให้เห็นว่า ไอ้ขิกอยู่ยงคงกระพัน คนเลยบูชาไอ้ขิก เป็นต้น นี่คือ อานุภาพของมาร

     ดังนั้น ปราบมาร ภาค ๒ จะพยายามตัดวิชาการออก ถือว่าปราบมาร ภาค ๑ กล่าวไว้พอสมควรแล้ว เล่มปราบมาร ภาค ๒ จะพยายามบรรยายผลงาน และเหตุการณ์ของแต่ละผลงาน เลือกเอาแต่ที่ควรทราบเท่านั้น เรื่องใดที่ยังไม่สมควรเปิดเผย จะงดไว้ก่อน

     ข้อที่ควรทำความเข้าใจกันก็คือ ข้าพเจ้าได้บันทึกเหตุการณ์และโน้ตความรู้ไว้อย่างครบถ้วน ขณะนี้มี ๑๓ เล่ม สมุดเบอร์ ๒ มีหลายท่านแจ้งเป็นจดหมายมาว่า อยากอ่านสมุดบันทึก ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ายินดีถ้าพิสูจน์ได้ว่า ท่านเป็นนักค้นคว้า เป็นนักศึกษาเพื่อความรู้แจ้ง หากสนใจเพียงเพื่อสนุกคุยกันเล่น ต้องขอประทานโทษด้วย ข้อมูลทั้งปวงที่ทำไว้นี้ เพื่อเป็นข้อมูลให้พิสูจน์กันต่อไป

ผลงานปราบมาร ภาค ๑ กับภาค ๒ ต่างกันอย่างไร

     ผลงานภาค ๑ กับผลงานภาค ๒ มีความเกี่ยวข้องกัน คือ ต้องเกิดผลงานภาค ๑ เสียก่อน แล้วส่งผลให้เกิดผลงานภาค ๒ และเมื่อได้ผลงานภาค ๒ แล้ว ก็จะได้งานภาคอื่นตามมา ดังจะได้กล่าวต่อไป

ผลงานภาค ๑

     ผลงานการปราบมารตามที่พิมพ์ไปแล้ว เป็นการรบดุเดือดเกือบเป็นเกือบตาย จวนอยู่จวนตาย แทบเอาชีวิตไม่รอด ยังจำได้อยู่ มารเขาระเบิดแรงเหลือเกิน เสียงปืนใหญ่ที่ว่าดังนั้น เบากว่าเสียงระเบิดของมาร ร้ายกาจปานนี้ จะมีอะไรเหลือ ต่อให้วิเศษแค่ไหนก็ต้องแยกสลายทั้งนั้น ธรรมกายของฝ่ายเรามีเท่าไร หากไม่มีกายมนุษย์รองรับ เป็นอันตรายมาก กลับไปอ่าน “ปราบมาร ภาค ๑” ก็พอทราบ โปรดติดตามหาอ่าน

     งานนี่เราได้ มีดังต่อไปนี้

๑. การเดินวิชาเพื่อให้ไปสุดนิพพาน

๒. การพิจารณาทุคติภูมิ

๓. การพิจารณาสวรรค์ชั้น ๕ และชั้น ๖

๔. พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ใหม่ ทำให้ธรรมกายโตขึ้น

การเดินวิชาเพื่อให้ไปสุดนิพพาน

     การเดินวิชาเพื่อให้ไปสุดนิพพานนั้น เป็นความปรารถนาของเราทุกคน แต่เรามักทำได้แค่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ แล้วเราก็พอใจแล้ว นับเป็นความเข้าใจผิดอย่างไม่น่าอภัยให้ จะว่าดีก็ได้จะว่าร้ายก็ถูก

     ที่ว่าดี คือ ท่านแจ้งนิพพาน ได้ไปรู้ได้ไปเห็นมาพอสมควร เกิดบุญเกิดบารมีแก่ท่าน

     ที่ว่าร้ายก็คือ ท่านไม่ไปสุดวิชาปกครอง ย่อมอยู่ใต้ปกครองของมารตลอดไป จะลงมาสร้างบารมีธรรมสักปานใด กี่ชาติ กี่ภพ ก็อยู่ใต้ปกครองของมารเขาอยู่ดี เพราะมารที่ละเอียดสกัดการเดินวิชาของเรา ทำให้เราเดินวิชาไปไม่สุดนิพพานได้ มารเขาหัวเราะทันที มืออย่างนี้อย่ามาลูบคมเขาเลย มีอีกเท่าไร เขาก็ไม่กลัว

     ข้าพเจ้าจึงย้ำนัก ขอให้ไปให้สุดนิพพานให้จงได้ ไม่มีใครฟังเสียงเราเลย

     มารเขารู้ล่วงหน้า ว่าเราจะลงมาเกิดปราบเขา เขาเล่นงานเราก่อนแล้ว ก่อนเข้าสู่ครรภ์มารดา เขาก็เล่นงาน พอเข้าครรภ์มารดา เขาก็กระหน่ำ กว่าจะรอดจากทารกสู่วัยโต มีใครบ้างปกติสมบูรณ์ ถูกกลับเพศเป็นหญิงกันเป็นแถว พอโตขึ้นหน่อยก็รับเคราะห์กรรมสารพัด กว่าจะมาถึงหลวงพ่อ กว่าจะเป็นวิชา ต่างงอมพระรามด้วยกันทั้งนั้น อย่างแม่ชีถนอม อาสไวย์ ท่านเป็นสตรีรูปงาม ถูกน้ำมันพรายแต่ครั้งเป็นสาว คุ้มดีคุ้มร้าย หลวงพ่อท่านแก้ไขด้วยวิชาธรรมกาย จึงสู่ความเป็นปกติ

บนนิพพานนั้นมีมารเต็มอัตรา

     ไม่ว่านิพพานธรรมกายหรือนิพพานเป็น ธรรมภาคมารยึดปกครองทั้งนั้น คือ เขาซ้อนกายของพระองค์ ข้างนอกขาว ข้างในไม่ขาว เรานิโรธไปถามความรู้ ไม่ทรงตอบ เพราะมารมันบังคับอยู่ ทรงตอบไม่ได้

     นิพพานที่หยาบ คือ นิพพานเบื้องต้น เราดับมารพวกนี้ดับไป มารละเอียดจากนิพพานสูงลงมาแทรกอีก วนเวียนอยู่อย่างนี้ ไล่กันไม่จน

     ใครช่วยใคร ทำได้ยาก นิพพานใครก็ของใคร ไปมาหาสู่กันไม่ได้ ไปเรียนความรู้กันไม่ได้ มารเขาสกัดไว้หมด

     ตามที่กล่าวนี้ คือ บรรยากาศเดิม

     ต่อเมื่อเรารบไป คำนวณไป จากหยาบไปหาละเอียดเรื่อยไป ไม่ถอยหลัง ไม่นานเลย เราจะไปสุดนิพพานทั้งหมด เมื่อเราไปสุดละเอียดแล้ว ถือว่าเป็นชัยชนะอันใหญ่ยิ่งและยิ่งใหญ่ บารมีงามตรงนี้เอง

ไปสุดนิพพานแล้วจึงจะมีงานทำ

     ความยากลำบากกว่าจะรบเพื่อไปให้สุดนิพพานนั้น อย่าให้เล่าเลย อีกกี่วันก็พูดไม่จบ มาจับประเด็นของเรื่องก่อน ว่าประเด็นสำคัญอยู่ที่อะไร ตราบใดที่ยังไปไม่สุดนิพพาน ไม่ว่ากี่ชาติ กี่ภพ งานสะสางธาตุธรรมจะเริ่มไม่ได้ เพราะเราไม่ได้ข้อมูลอะไร เมื่อเราไม่ได้ข้อมูล เราก็ไม่รู้จะทำงานอะไร เราคงได้แต่อารมณ์นิโรธ ซึ่งมารเขาไม่ขัดขวาง เราปล่อยให้ท่านทำนิโรธอย่างตามใจชอบ เราก็ว่าเราละสังโยชน์ได้แล้ว เข้านิพพานได้แล้ว ได้มรรคผลนิพพานแล้ว กาลก่อนไม่มีปัญหา แต่เดี๋ยวนี้มีปัญหา

     ปัญหาที่ว่านี้คืออะไร ท่านอยากทราบ ปัญหาที่ว่านี้คือ มารยึดอำนาจปกครองหมดแล้ว ธรรมฝ่ายสัมมาทิฏฐิ ถูกธรรมฝ่ายมิจฉาทิฏฐิ ยึดอำนาจปกครองโดยสิ้นเชิง เมื่อนิพพานถูกยึดอำนาจแล้วอรูปพรหม พรหม ทิพย์ มนุษย์โลก จักรพรรดิ กายสิทธิ์ ถูกยึดไปด้วย ส่งผลให้เดือดร้อนทั่วไป ธาตุธรรมแก้ไขโดยอาราธนาหลวงพ่อ วัดปากน้ำให้มาเกิด เพื่อทำวิชาปราบมาร ดังที่เราท่านทราบกันแล้ว ข้าพเจ้าจะไม่กล่าวละเอียด

     การที่ให้มาเกิดก็คือ ต้องการให้มีกายมนุษย์ ถ้าไม่มีกายมนุษย์แล้ว สู้เขาไม่ได้เลย ไม่ว่าใครทั้งนั้น กองทัพธรรมของหลวงพ่อกรีธาทัพลงมาใหญ่หลวงนัก มีทั้งนักรบ ผู้บำรุงและภาคผู้เลี้ยง ฉะนั้น ท่านจะเห็นว่า หลวงพ่อวัดปากน้ำมีศิษย์ทั่วโลก ใครเห็นหลวงพ่อเป็นต้องเคารพ รัก เชื่อฟัง เกรงกลัว พอเอ่ยชื่อหลวงพ่อ เราสยบกันทั้งนคร เพราะหลวงพ่อมีบารมีธรรมสูง เพียงพิสดารกายมนุษย์ละเอียดคือ กายฝันเพียงกายเดียวเท่านั้น กายนั้นก็ลงมาเกิด แต่กายธรรมอยู่บนนิพพาน คอยดูแลกายมนุษย์ของหลวงพ่อที่มาเกิดในโลก

     พอหลวงพ่อค้นวิชาธรรมกายได้ สหชาติโยธาของท่านทั้งหมด ไม่ว่าจะไปเกิดที่ใด ต่างมุ่งตรงไปหาหลวงพ่อกันหมด ไม่ว่าจะอยู่จังหวัดใด ไม่ว่าหญิงไม่ว่าชาย ต้องไปหาหลวงพ่อทั้งนั้น เหมือนมีอะไรบังคับใจ เมื่อพบหลวงพ่อแล้ว สหชาติโยธาที่เป็นนักรบจะเป็นวิชาธรรมกายทันที ส่วนพวกบำรุงจะศรัทธาหาเงินไปสนับสนุนกิจการของหลวงพ่อ ไปช่วยเลี้ยงพระ ไปช่วยสร้างเสนาสนะ สหชาติโยธาที่เผยแพร่ ก็ทำหน้าที่เผยแพร่วิชาธรรมกาย ดังที่เราท่านเห็นอยู่ในบัดนี้

     งานปราบมารของหลวงพ่อ ระดมสรรพกำลังทุกสถาน ตั้งเวร ๖ เวร ทำวิชาปราบกันมา กว่า ๓๐ ปี วินาทีเดียวก็ไม่ได้หยุด ปรากฎว่างานปราบมารของหลวงพ่อบุกเบิกมาไม่น้อยทีเดียว การที่ได้งานเพียงแค่นั้น ก็เพราะว่ามันยากเกินกว่าที่ธาตุธรรมได้คิดไว้ ข้าพเจ้ามารับช่วงงานของหลวงพ่อ จึงทราบว่า งานยังไม่ไปถึงไหน จำได้ว่าครั้งที่แม่ชีถนอม อาสไวย์ ยังไม่ตาย ได้พูดแก่ข้าพเจ้าว่า “ศึกษาฯ หลวงพ่อเรามาแหย่รังแตน แต่ครั้งอยู่วัดปากน้ำ อยากพูดคำนี้แก่หลวงพ่อแต่ก็ไม่ได้พูด ก็ได้พูดกับศึกษาฯ วันนี้ คำนี้ ข้าพเจ้าไม่ลืม ไม่ทราบว่าแม่ชีพูดกับเราทำไม เพราะเราไม่รู้เรื่อง ข้าพเจ้ามีเวรกรรมอะไรไม่ทราบ ศิษย์หลวงพ่อระดับฮ่องเต้ มักพูดอะไรฝากข้าพเจ้าไว้มาก เห็นเราเป็นอะไรไป โดยเฉพาะหลวงปู่ชั้ว โอภาโส พูดฝากไว้มาก ศิษย์ฮ่องเต้ของหลวงพ่อทำถูกแล้ว วันนี้พิสูจน์อะไรกันไปมากแล้ว หากท่านเหล่านั้นไม่บอกไว้ เราจะต้องสืบรู้สืบญาณทัสสนะต่อไปอีก เพื่อไปหาข้อมูล เพราะไม่มีข้อมูลแล้ว เราทำอะไรไม่ได้

เมื่อเราไปสุดนิพพานแล้ว

ธาตุธรรมท่านจะบอกเราเองว่าจะให้ทำอะไร

     เคยย้ำแล้วย้ำอีก ว่าต้องเดินวิชาไปให้สุดนิพพาน แม้การไปนั้นจะลำบาก เราต้องอดทน มารเขาจะไม่ยอมให้ท่านเดินวิชาอย่างสะดวก เขาสกัดกั้นท่านทุกวิถีทางและทุกสถาน

     ท่านต้องรบได้ด้วย รบไม่ชนะ ก็ไปไม่ได้ คงไปได้แค่นิพพานอ่อน ๆ

     แล้วท่านก็มาดีใจจนตับเต้น หากเรียนอย่างนี้ อีกร้อยชาติก็ไม่ได้ความอะไร

     เรียนแบบนี้ ทำให้มารมันรู้เชิงเรา มีอีกเท่าไรก็แพ้เขาทั้งนั้น ข้าพเจ้าผู้หนึ่งจะไม่ให้บารมี เพราะท่านเรียนอย่างเพ้อฝัน เรียนอย่างไร้กฎเกณฑ์ เรียนเพื่อมาคุยโม้โอ้อวด ไม่มีประโยชน์ ขอให้เลิกวิธีเช่นนั้น

     ขอให้เข้านิพพานแบบยอมตายกันเลย รบเป็นรบ เราเกิดมาเพื่อตายอยู่แล้ว เรื่องตายเรื่องเล็ก เพราะเราตายมาแล้ว นับชาติไม่ถ้วน ไปกลัวกันทำไม ธาตุธรรมท่านให้มาเกิดแล้วทำให้ธาตุธรรมผิดหวัง เราจะมองพระองค์ไม่เต็มตา พระองค์จะเสียพระทัยขนาดไหน ส่งมากี่คน ก็เป็นเหยื่อเงิน เป็นเหยื่อลาภยศ เป็นเหยื่อคำยอ กันหมด ถ้าเป็นลักษณะนี้ หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านพูดว่า เสียข้าวสุก

     ฉะนั้น จึงขอร้องให้เรียนจริง เราไม่สามารถนำอาหารทิพย์ไปถวายพระพุทธองค์ได้ เราไม่สามารถทำให้เพื่อนร่วมโลกของเราเห็นธรรมกายได้ แค่นี้ก็อายไม่รู้จะอายอย่างไรแล้ว บ่งถึงว่า หมดฝีมือ แค่นี้ก็ทำไม่ได้ ข้าพเจ้าอายมาก บอกถึงว่า ไม่ตั้งใจศึกษา ไม่ตั้งใจค้นคว้า น่าเสียใจมาก

     แต่ละท่านที่ไปสุดนิพพาน ธาตุธรรมท่านจะบอกปัญหาว่ามีปัญหาอะไรบ้าง ปัญหานั้นอยู่ที่ไหน

     เหตุใดจึงให้เรามาเกิด มาเกิดคราวนี้ จะให้ทำงานอะไร มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องทำ เรื่องบารมีไม่ต้องพูดกันอีกแล้ว เรื่องเล็กน้อย เรื่องขี้ผง ระดับนี้แล้ว เขาไม่พูดกันแล้ว เสียเวลาเปล่า ๆ

     ขอเล่าสักนิด ว่าเมื่อไปสุดนิพพานแล้ว มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น

     ต้นใหญ่ คือ องค์ที่ให้หลวงพ่อมาเกิด ประชุมธาตุธรรมทั้งหมด ทั้งนิพพานกายธรรมและนิพพานเป็น เราก็ฟังว่า พระองค์ประชุมกันนี้เรื่องอะไร มีสาระอะไรบ้าง คราวนี้เรื่องจะแดงออกมาที่ละเรื่องสองเรื่อง สรุปเป็นเรื่องปราบมาร “เหมาให้เราแก้ไขทั้งหมด” เรายิ่งฟังพระองค์รับสั่ง เราก็ยิ่งไม่รู้เรื่อง เพราะญาณทัสสนะของเราไม่ทันพระองค์เลย เราก็ต้องมาหาหลวงพ่อวัดปากน้ำ ถามหลวงพ่อไปทีละเรื่อง หลวงพ่อจะบอกแต่เพียงเค้าเงื่อน เราไม่เข้าใจอีก เข้านิโรธไปถามต้นใหญ่อีก ขอเรียนก่อนว่า ต้นใหญ่ท่านเป็นผู้ปกครองใหญ่ ปกครองนิพพานทั้งหมด นิพพานเป็นก็มีต้นนิพพานเป็น เป็นผู้ปกครองนิพพานเป็น ส่วนต้นใหญ่ทรงปกครองนิพพานกายธรรมทั้งหมด

     กล่าวถึงต้นใหญ่ เวลาเราติดขัดอะไร ไปทูลถามทีไร ก็รับสั่งให้คิดเอง

     ถ้าดับมารไม่ชนะ จะทรงสั่งตำหนิ แต่ถ้าชนะแล้ว ทรงดีพระทัย ถึงกับรับสั่งเป็นยาหอมตลอดเวลา ”ให้ศึกษาฯ ไปเกิด ไม่ผิดหวัง ได้งานเกินเป้าหมาย” เราได้ยินเข้าก็หน้าบาน หลวงพ่อเราก็ใช่เล่นปะไร เราไปหาหลวงพ่อเรา หลวงพ่อก็สำทับไปอีก “มันดีแค่ศึกษาฯ เมื่อไร กระทบมาถึงหลวงพ่อด้วย” หลวงพ่อดีพระทัยด้วย หากท่านได้ดูบันทึกเหตุการณ์ ขณะนี้รวมได้ ๑๓ เล่มสมุดเบอร์ ๒ จะทราบทันทีว่า ธาตุธรรมท่านเก่ง หลอกให้เราทำวิชาปราบมารถวายมาได้ตลอด มีลูกเล่นแพรวพราว ต้องดูบันทึก

     แต่ที่เจี๊ยวจ้าวเราก็มี อย่างเมื่อเร็ว ๆ นี้ ข้าพเจ้าโดนขนานใหญ่ เข้าอย่างแรง ไม่ทราบว่าเดินวิชาอย่างไร ทรงโกรธมาก “ดูศึกษาฯ มันเดินวิชาซี วิชาปกครองเขาทำอย่างนี้หรือ” ลั่นทีเดียว เราต้องตั้งสติใหม่ เราต้องมีอะไรไม่ถูกต้อง นึกเช่นนั้น เลยลำดับวิชาใหม่ พอทำถูกก็รับสั่ง “จำไว้ซี” รอดไป คิดว่าโดนอีกแล้ว

     เมื่อเร็ว ๆ นี้อีกเหมือนกัน ธาตุธรรมได้มาประชุมพร้อมกัน พอเราไปถึงเท่านั้น ต้นใหญ่ทรงรับสั่งพิฆาตอีก “ศึกษา ฯมาก็ดีแล้ว ทรงชี้พระหัตถ์ไปรอบ ๆ ถ้ามารดับไม่หมด ข้าจะให้ไปเกิดกันหมดนี่แหละ” หลวงพ่อเราก็อยู่ในที่นั้นด้วย ต่างมองหน้าซึ่งกันและกัน เราก็ว่าเราทำวิชาทุกวัน งานเราก้าวหน้า เหตุใดมีรับสั่งอย่างนั้น เกินรู้เกินญาณทัสสนะของเรา เราก็เฉย ๆ ไว้ กลับมาหาหลวงพ่ออีก หลวงพ่อรับสั่งว่า “ทุกเรื่องต้องเสร็จในยุคของศึกษา ฯ” พอ หลวงพ่อกำชับ เราต้องคิดวิชาอีก เวลาเย็นต้องไปวิ่งออกกำลังกาย กลับบ้านรีบอาบน้ำ รีบนอนพัก ทานข้าวเย็นแล้วเดินวิชาทันที ถ้าไม่ทำอย่างนี้ กำลังกายไม่ดี ส่งผลถึงนิโรธด้วย ต้องทำให้กายมนุษย์มีอนามัยสมบูรณ์เข้าไว้ ดูแลกายมนุษย์ให้ดี เพราะมีผลต่อการเดินวิชา สมัยหลวงพ่อรบ หลวงพ่อออกกำลังอย่างเราไม่ได้ เพราะเป็นพระร่างกายอ่อนไป จะด้วยเหตุใด มีผลกระทบต่องานทางวิชาทันที

     ขอยุติเรื่องไปสุดนิพพานแค่นี้ก่อน

สารบัญ

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:ผู้เยี่ยมชม
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressLoad Image from WebBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Add to Google


หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org