Go to Kayadham Home   
เชิญ อ่านรายละเอียด เกี่ยวกับโครงการอบรม ได้เลยครับ >>>
Google
HOME : arrow สื่อธรรมะ : arrow เนื้อหาวิชชาธรรมกาย arrow หลักสูตรปราบมาร arrow ปราบมาร 3 arrow ปราบมาร3 (6)
ปราบมาร 3 (6) PDF พิมพ์ ส่งเมล

สรุปเสียงวิจารณ์

     กรณีที่ว่า ข้าพเจ้าเก่งกว่าหลวงพ่อวัดปากน้ำนั้น เป็นไปไม่ได้ แต่การเดินวิชา เป็นการรวมกาย รวมใจ จิต วิญญาณ รวมตรัสรู้ รวมคำนวณ นิโรธ สมาบัติ บารมี ของธาตุธรรม ทั้งหมดของภาคสัมมาทิฏฐิ ทั้งจุลจักร มหาจักร บรมจักร อุดมบรมจักร ต้นภาคปราบทั้งหมด โดยมีกายมนุษย์ของเราเป็นที่รวมกองทัพ เดินวิชาซ้อนสับทับทวี รบกับธรรมภาคมาร เราจึงมีส่วนรู้เห็น แต่การรู้เห็น เราเห็นได้หยาบกว่า ได้ผลงานตามที่ได้กล่าวแล้วในหนังสือปราบมารภาค ๒

     กรณีที่ว่าทำไมพระพุทธองค์ไม่ทรงรบเอง กล่าวมาแล้ว แต่วิธีเดินวิชานั้น กายมนุษย์ของเราต้องไปเป็นฐานรองรับ

     และกรณีที่ว่า ให้นำตำราปราบมารไปทิ้งนั้น ได้บอกวิธีเดินวิชาตรวจสอบแล้ว อย่าไปเชื่อความเห็นของมารเลย ไม่มีประโยชน์อะไร

มีเสียงเรียกร้องให้เขียนปราบมารภาค ๓

     เป็นธรรมดาของผู้ที่อยากรู้อยากเห็น ความเป็นมาเป็นไปในธาตุธรรม คือ อยากทราบว่า เรื่องราวในนิพพานนั้นเป็นไปอย่างไร นำมาคุยสู่กันฟังบ้าง ถ้าลุงศึกษา ฯ ไม่เขียน ก็ไม่รู้จะไปหาอ่านที่ไหน นี่คือเสียงที่ได้ยิน

     เสียงที่อยากอ่านวิชาการยาก ๆ ยังไม่เคยยิน ความอยากรู้อยากทราบของเกจิอาจารย์ ยังไม่เคยได้ยิน

     เมื่อข้อมูลเป็นอย่างนี้ ข้าพเจ้าก็ทำงานไม่ถูก พิจารณาดูแล้ว มีแต่คนอยากอ่านนิยาย วิชาการไม่มีใครสนใจ เราจึงทราบว่า ตลาดวิชาธรรมกายไม่มีคนซื้อ มีแต่คนขายและคนขายนั้นคือ ข้าพเจ้า คนชื้อคือผู้เป็นบัณฑิต บัดนี้ ตลาดวิชาธรรมกายขาดกำลังซื้อ อย่านี้ผู้ขายก็ต้องไปปะกอบอาชีพอื่น เพราะสินค้าวิชาขายไม่ออก

     แต่สินค้าของข้าพเจ้า ไม่เหมือนสินค้าของพ่อค้า

     สินค้าของข้าพเจ้า เป็นการลงทุนของฝ่ายข้าพเจ้า ท่านเป็นผู้ซื้อไม่ต้องมีเงิน เพียงแต่บอกแก่เราว่าอยากได้สินค้า ข้าพเจ้าก็หยิบยื่นสิ่งนั้นส่งให้ท่านทันที โดยที่ท่านไม่ต้องจ่ายเงิน

     ข้าพเจ้าประกอบการค้าอย่างนี้มานานแล้ว มีแต่ขาดทุนกับขาดทุน ไม่รู้จักคำว่ากำไร

     อายุความที่จะประกอบการเช่นนี้ น้อยลงทุกวันแล้ว

     ควรจะมีคนอื่นมาสำรองราชการแล้ว ควรมาเรียนงานไว้ได้แล้ว อายุของเราใกล้ต่อความตายแล้ว

     เมื่อข้าพเจ้ายังมีชีวิตอยู่ ท่านได้รับบริการทางวิชาธรรมกายหลายรูปแบบ ท่าให้ไปสอน ก็ไปสอนมาเกือบทั่วประเทศ ท่านร้องขอให้เขียนตำรา ข้าพเจ้าเจ้าก็เขียนไปมากแล้ว ท่านขอร้องให้แก้โรค ทุกวันนี้มีจดหมายส่งภาพถ่ายคนไข้ไปให้แก้โรคทุกวัน สุดท้ายพระพุทธองค์มาบังคับให้ทำวิชาปราบมาร ท่านทั้งหลายก็ได้อ่านเรื่องราวปราบมารกันทั่วแล้ว มีอะไรอีกไหมทีท่านจะให้ข้าพเจ้าบริการ

     ท่านเดินทางไปหาข้าพเจ้า เพื่อขอเรียนวิชาธรรมกาย ข้าพเจ้าต้อนรับท่านอยางขอไปที เพราะบ้านเล็กบ้านแคบ ท่านเรียกร้องให้สร้างบ้านโต ๆ ข้าพเจ้าทำตามขอร้องไม่ได้ เพราะสตางค์มีน้อย ไม่พอแก่ความต้องการ คุณพวงเพ็ญ วรรธนะโกวินท์ เดินทางไปเยี่ยมพร้อมคณะ ท่านบอกว่าจะช่วยสร้างบ้านให้ใหญ่ ๆ เพื่อรับแขก ขอบคุณในน้ำใจของท่าน คุณพวงเพ็ญ คงลืมไปว่า ข้าพเจ้าทำวิชาปราบมาร มารมันจะยอมให้ข้าพเจ้ามีกินมีใช้กระนั้นหรือ ท่านปรารภว่า ช่วยใครต่อใครมาแล้วทั้งนั้น เรื่องของลุงศึกษา ฯ ไม่ยาก แต่แล้วมันก็ยาก

     จะขยายงานได้อย่างไร ก็ชะตาชีวิตเป็นอย่างนี้

     พอจะได้อะไร มีอันเป็นว่าไม่ได้ มารเขาไม่ยอม ข้าพเจ้าเป็นบุคคลต้องห้าม

     ท่านทั้งหลายชมว่า ลุงศึกษา ฯ เขียนหนังสือดี ได้รับหนังสือฟรีจากลุงทุกเล่ม เหตุใดฐานะของลุงไม่สมความรู้ ลุงก็บอกแก่คุณหนูอยู่แล้ว คุณหนูยังจะข้องใจอะไรในลุงอีก ทุกอย่างบอกกันหมดแล้ว

     ฉะนั้น โอกาสที่ลุงจะอยู่ให้บริการ คงอยู่ได้ไม่นาน ในขณะที่ยังไม่ตาย มีอะไรที่อยากรู้อยากเห็นอยากถาม ก็ขอให้รีบเสียแต่วันนี้ วันพรุ่งนี้ไม่แน่นอน

     โปรดสังเกตว่า ชีวิตของท่านกับชีวิตของข้าพเจ้าต่างกัน ข้าพเจ้าต้องค้นคว้าวิชาธรรมกายตลอดชีวิต เวลากลางคืนท่านนอนหลับ ถึงท่านจะฝึกวิชาธรรมกาย ท่านก็ฝึกง่าย ๆ เพียงแต่เห็นธรรมกายแล้วสบายใจ จากนั้น ท่านก็หลับด้วยความสุข

     แต่ข้าพเจ้าไม่อย่างนั้น พระพุทธองค์ทรงหางานให้ทำทุกวัน งานที่ให้ทำคือ ให้ไปรบกับมาร ไปทำให้มารดับ ไม่ให้มารมารังควาญพระองค์ ความรู้ใดที่ไม่เห็นก็ต้องไปเห็น ความรู้ใดที่ไม่ได้ ก็ต้องได้ จะมาตั้งข้อแม้ใด ๆ ไม่ได้ทั้งนั้น ทรงมอบอำนาจปกครองทั้งปวงให้หมด จงเดินวิชาไป จงรบต่อไป จงดับมารให้สิ้นเชื้อ นี่คือ ภาระหน้าที่ แต่ไหนแต่ไรก็เป็นอย่างนี้ จะนอนหลับสบายเหมือนเอคนอื่นไม่ได้ หากท่านได้อ่านปราบมารภาค ๒ ท่านจะทราบชัด

     ไม่ต้องมาต่อล้อต่อเถียงกับพระองค์อีก เหตุขัดข้องทั้งหลาย อย่าเอามาพูด ไม่มีใครฟังเรา

     อย่ามาถามอะไรที่เป็นที่กวนใจ ไปคิดวิชาเอง ไปเรียนเอง ไปทำเอง หน้าที่ของศึกษา ฯ เป็นอย่างนี้ ตอไปไม่ต้องมาพูดอะไรทั้งนั้น จงรบต่อไปและแก้ไขให้ได้ทั้งหมด

     เสียงนี้ก้องในหูของเราทุกวัน ทุกคืน ทุกปี ไม่เคยคิดว่าเรานี้วิเศษ คิดแต่ว่าเป็นเวรเป็นกรรมที่เราต้องมามีหน้าที่อย่างนี้ คามจริงคนเก่งมีมาก ก็น่าจะเวียนเทียนกันบ้าง จะได้รู้กันเสียทีว่า ปราบมารนั้นมันยาก

     วันใดเพื่อนสหธรรมมิกไปเยี่ยม ดีใจ ได้คุยกับท่านเหล่านั้น ปรับทุกข์บ้าง ท่านถามวิชาบ้าง ท่านให้แก้โรคบ้าง เราก็ทำให้ ท่านมีทุกข์ร้อน ข้าพเจ้าแก้ให้ทุกราย เคยบอกแก่พวกเราว่า การไปพบข้าพเจ้าถือว่า ด่านสุดท้ายแล้ว หากข้าพเจ้าแก้ไขอะไรไม่ได้ แปลว่า หมดหนทางแล้ว ไม่ต้องไปดูหมอให้เสียเงินเล่น ไม่มีประโยชน์ ขณะนี้มีจดหมายให้แก้โรคมากขึ้นทุกวัน

     เรื่องแก้โรค ก็คือ วิชารบนั่นเอง ท่านอย่าให้ป่วยมาก พอรู้ว่าป่วย ให้รีบบอก อย่างนี้แก้ได้ผลเร็ววัน หากท่านปล่อยให้ป่วยมาก ๆ จะตายแหล่มิตายแหล่ อย่างนี้ต้องแก้กันนานวัน และที่แก้ไม่ได้ผลก็มี ตราบใดทีมารยังดับไม่หมด การแก้ไขโดยวิชาธรรมกายก็ไดผลบ้าง ไม่ได้บ้าง ขอพูดตรง ๆ อย่างนี้

ขอปรารภถึงเรื่องแก้โรคหน่อยหนึ่ง

     การแก้โรคมีทั้งวิธีง่าย วิธีอย่างกลาง และวิธีอย่างยาก หลักก็มีอยู่ว่า เมื่อมีผลก็ต้องมีเหตุ ผลคือ เราป่วยเราเป็นโรค ถามว่ามาจากเหตุอะไร หากพูดตามคำของพระเป็นวิชาการ ก็ว่าเรื่องของทุกข์สมุทัย ท่านต้องอ่านหนังสือ “แนวการเดินวิชาตามหนังสือคู่มือสมภารของหลวงพ่อวัดปากน้ำ” ได้พิมพ์ไปแล้ว อยู่ในบทฝึก การดูอริยสัจ ๔

     วันนี้ขอพูดว่า ต้องดับดวงทุกข์ ที่เหตุกาย เหตุใจ เหตุจิต เหตุวิญญาณ และดับดวงสมุทัย คือ ผู้ส่งวิชาที่เหตุกาย เหตุใจ เหตุจิต เหตุวิญญาณ เหตุเหล่านี้เป็นความว่าง มีเหตุที่ไหนก็มีนิพาน ภพ 3 โลกันต์ที่นั่น กายของผู้เป็นต้นวิชา ผู้ส่ง ผู้สั่ง ผู้บังคับ ผู้ปกครอง ผู้ปกครองย่อย ผู้ปกครองใหญ่ หัวใจเครื่องรวมย่อย หัวใจเครื่องรวมใหญ่ อยู่ที่นั้น เราต้องเข้าวิชาไปดับให้ได้ทั้งหมด ดับได้ทั้งหมด ดับได้ละเอียด โรคก็หาย นี่คือหลักของวิชา

     คราวนี้ท่านไม่เข้าใจคำว่า เหตุกาย กายก็คือ ร่างกายเรานี้ วิทยาศาสตร์ท่านเรียกเซลล์ เซลล์ตามร่างกายของเรานั้น ที่เรามองเห็น เราเรียกเซลล์ ทีเรามองไม่เห็น ภาษาวิชาธรรมกายเรียกว่า เหตุ คือ เซลล์มีหลายชั้น และละเอียดไปเป็นเถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด คือละเอียดยิ่งขึ้นไป มองไม่เห็นยิ่งขึ้นไป มารเขาไปทำนิพพาน ภพ ๓ โลกันต์อยู่นั้น กายของเขาอยู่ในนั้น ทุกข์เขาก็ทำหน้าที่ทุกข์ สุดแต่เขาจะทำ และสมุทัยเขาก็ทำหน้าที่สมุทัย สุดแต่เขาจะทำ เขารับลูกส่งลูกกันเหมือนเล่นฟุตบอล ตามที่บรรยายนี้คงพอเข้าใจ

     พอมาถึง ใจ จิต วิญญาณ ก็แนวเดียวกัน เขามาทำเหตุทุกข์เหตุสมุทัยไว้ทั้งนั้น

     ใจคือ เห็น จำ คิด รู้ จิตคือความละเอียดของใจ เห็นได้ยิ่งกว่า วิญญาณคือความละเอียดของจิต เห็นได้ยิ่งกว่า ที่ว่าต่อแว่นต่อกล้องส่องญาณ ก็คือ เอาใจซ้อนจิตและซ้อนวิญญาณ ภาษาวิชาธรรมกายว่า ต่อแว่นต่อกล้อง จะเห็นได้ยิ่งกว่า การเห็นได้มาก ๆ นั้น ภาษาวิชาธรรมกายเรียกว่า ส่องญาณ

     การแก้โรคก็คือ การดับดวงทุกข์และดวงสมุทัย ที่เหตุกาย ใจ จิต วิญญาณ ไปในกายของเราทุกกาย เมื่อกาย ใจ จิต วิญญาณของเราขาวใสเมื่อไร แปลว่า เราหายโรค

     โรคหลัก เรามักไม่ตาย เรามักตายด้วยโรคแทรกซ้อน นั่นคือ ทุกข์สมุทัยที่เป็นโรคแทรกซ้อนนั้น ไม่รู้ว่ามาจากไหน เกินความรู้ของเราที่เราจะเข้าไปถึง ตราบใดที่เรายังเข้าไม่ถึงต้นตอตัวจริง เราก็ยังต้องเจ็บและตายกันอยู่อย่างนี้ การเดินวิชาธรรมกายชั้นสูง เพื่อกำจัดทุกข์และสมุทัยที่ “ต้นปราบ” และจักรพรรดิน้อยใหญ่และข้าพเจ้าทำอยู่ทุกวันนี้ เรียกว่า วิชารบ เรียกว่า วิชาปราบมาร

ขอบข่ายของทุกข์และสมุทัยนั้น กว้างขวาง กว้างไกล ละเอียด ลึกยิ่งนัก

     เนื้อหาสาระของงานปราบมารนั้นมีอย่างไร ท่านอ่านปราบมารภาค ๑ และปราบมารภาค ๒ ไปแล้ว เล่มนี้คือ ปราบมารภาค ๓

ปราบมาร เป็นวิชาชั้นสูง ไม่มีอะไรสูงไปกว่านี้อีกแล้ว

     ปราบมารเป็นงานยาก ใช้ความรู้สูง

     ในสากลโลกนี้ เราจะได้ใครมาปราบมาร ในสากลธรรมนี้ เราจะให้ใครปราบมาร นี่คือคำถาม

     เมื่อเรานิโรธเข้านิพพาน ไมว่านิพพานใด ไม่ว่าละเอียดแค่ไหน ทั้งนิพพานถอดกายและไม่ถอดกาย

     เมื่อพบพระพุทธองค์ เราก็ถามพระองค์ว่า จะให้ใครปราบมาร จะเอาผู้มีบุญท่านใดไปเกิดในโลก เพื่อให้ทำวิชาปราบมารอย่างที่หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านทำ

     ไปในภพจักรพรรดิ พบแล้วก็ถาม พบแล้วก็เล่าเรื่อง

     ท่องไปในอรูปพรหม ๔ ชั้น ถามไป ถามเรื่อยไป

     ท่องไปในพรหม ๑๖ ชั้นบ้าง ท่องไป ถามไป

     มาในทิพย์ คือ สวรรค์ ๖ ชั้น ท่องไป ถามไป กลับมาสวรรค์ชั้นดุสุต คือ สวรรค์ชั้น ๔ อันเป็นที่อยู่ของโพธิสัตว์ อันเป็นที่อยู่ของผู้ทรงธรรมกายชั้นเลิศ ผู้ทรงธรรมกายส่วนใหญ่เป็นศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำทั้งนั้น ท่องไป ถามไป

     แต่วันนั้น จวบจนวันนี้

     ได้คำตอบแล้ว

     คำตอบคือ ยังไม่มีคำตอบ

     ตามที่บรรยายมานี้ ไม่เป็นการกล่าวเกินเลยไปหรือ และการที่กล่าวอย่างนี้ มีอะไรเป็นข้อมูลหรือ

     นี่คือ ความอยากรู้อยากทราบของทุกท่าน

     เรื่องนี้ไม่ยากอะไร ขอให้ท่านสนใจติดตามไปจนจบเรื่อง แล้วกลับมาอ่านคำกล่าวตรงนี้ใหม่ ท่านจะยอมรับว่า ที่กล่าวมานี้ ชอบแล้ว

ผลงานปราบมารภาค ๓ มีอะไรบ้าง

     ขอทบทวนผลงานปราบมารภาค 1 และผลงานภาค 2 ก่อน ว่ามีอะไรบ้าง แล้วจึงมาอ่านผลงานภาค 3 ต่อไป

ผลงานภาค ๑

๑. การเดินวิชาเพื่อให้ไปสุดนิพพาน

๒. การพิจารณาทุคติภูมิ

๓. การพิจารณาสวรรค์ชั้น 5 สวรรค์ชั้น 6

๔. พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ใหม่ ทำให้ธรรมกายโตขึ้น

เนื้อหาสาระมีอย่างไร โปรดอ่านหนังสือ “ปราบมารภาค 1” พิมพ์ไปแล้วตั้งแต่ปี 2533

ผลงานภาค

๑. ดับตัวละครสำคัญที่หลวงพ่อต้องการ

๒. นิพพานธรรมกายมีกายมนุษย์

๓. การเปลี่ยนแปลงในธาตุในธรรม

๔. ธาตุธรรมประกาศวันเอกราช

๕. การสร้างภพนิพพาน สร้างภพทิพย์ สร้างภพพรหม สร้างภพอรูปพรหม

เนื้อหาสาระมีอย่างไร โปรดอ่านหนังสือ “ปราบมารภาค ๒” พิมพ์แล้วตั้งแต่ปี ๒๕๓๖

ผลงานปราบมารภาค

๑. นิพพานธรรมกายมีกายมนุษย์กายจริงของพระองค์

๒. พบพระพุทธเจ้าจักรพรรดิภาคปราบ ที่มารนำไปหลบซ่อนไว้

๓. พบพระพุทธเจ้านิพพานเป็น และจักรพรรดิภาคปราบที่มารนำไปหลบซ่อนไว้

     ผลงานปราบมารภาค ๓ คือ เรื่องราวในหนังสือเล่มนี้ อ่านได้จากหนังสือเล่มนี้

     ปัญหามีอยู่ว่า จะเขียนอย่างไรให้ชวนอ่าน เพราะเล่มปราบมารภาค ๒ ได้เปลี่ยนแนวเขียน จากวิชาการเป็นเล่าเรื่องวิชาการกล่าวแต่น้อย กล่าวแต่ง่าย ๆ แม้วิชาจะยาก แต่ก็ต้องทำให้ง่าย ดังปรากฏอยู่ในเล่มปราบมารภาค ๒ นั้น เหตุที่เขียนอย่างนั้น เพราะทราบว่าพวกเราเบื่อวิชาการเต็มทนแล้ว เปิดไปหน้าไหนก็มีแต่วิชาการ น่าเบื่อ ขอให้อ่านสะดวกใจบ้างเถิด เปลี่ยนวิธีเขียนให้น่าอ่านบ้างเถิด

     ดังนั้น ปราบมารภาค ๓ จะเขียนอย่างไร ทั้งให้น่าอ่านและให้มีวิชาการด้วย และวิชาการก็ให้น่าอ่านด้วย นี่คือ ความต้องการของท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้าทราบแล้ว และทราบมานานแล้วด้วย

     ตอบว่า ทำไม่ได้ ข้าพเจ้าไม่สามารถอย่างนั้น

     นี่แหละคือความล้มเหลวของความรู้ทางวิชาการ เพราะวิชาการเป็นเรื่องหนักสมอง เราเบื่อเรื่องหนักสมองกันทั้งนั้น

     วันนี้ ข้าพเจ้าสั่งพิมพ์หนังสือสำคัญของหลวงพ่อวัดปากน้ำไปแล้ว ไม่ทราบว่าจะได้รับความสนใจสักแค่ไหน เพราะอะไรจึงหนักใจ หนักใจเพราะหนังสือคู่มือสมภารของหลวงพ่อ เป็นวิชาการล้วน ไม่มีเรื่องบันเทิงเลย หากท่านเคยอ่านหนังสือคู่มือสมภาร จะทราบว่าเป็นวิชาการล้วน ข้าพเจ้าได้ขยายความทำแนวการเดินวิชาให้ เพื่อให้เกจิอาจารย์ผู้สนใจความรู้วิชาธรรมกายชั้นสูง อ่านแล้วเข้าใจและปฏิบัติได้ หากเราไม่ทำแนวเดินวิชา คู่มือสมภารก็จะยากอยู่อย่างนั้น แม้จะได้พิมพ์เนื้อหนังสือจ่ายแก่วัดต่าง ๆ ไปแล้วก็ตาม ก็ไม่เป็นประโยชน์อันใด สุดท้ายก็นำไปเก็บไว้ในตู้ และจะเกิดประโยชน์อะไร เหมือนกับสร้างพระไตรปิฎก แต่วัดเอาไปเก็บไว้ในตู้ แถมยังใส่กุญแจด้วย อย่างนี้ไม่มีประโยชน์ ประโยชน์อยู่ที่มีคนเอาไปอ่าน

     หนังสือ “แนวการเดินวิชาตามคู่มือสมภารของหลวงพ่อวัดปากน้ำ” ออกสู่ตลาดต้อนรับผู้สนใจวิชาชั้นสูงแล้ว ขอเชิญท่านติดตามหาต่อไป หนังสือเล่มนี้ช่วยขยายความหนังสือคู่มือสมภารให้ง่ายขึ้น บอกแนวการเดินวิชา ว่าทำอย่างไร ว่าบทใดเดินวิชาอย่างไร ทานจะทำวิชาได้ทันที คู่มือสมภารไม่เป็นหมันแล้ว เกิดประโยชน์แล้ว เกิดคุณค่าแล้ว วิชาธรรมกายจะไม่ยากอีกต่อไป ข้าพเจ้าคิดจะทำให้วิชาธรรมกายง่าย ให้เป็นสากล ใคร ๆ ก็เรียนได้

     อีกเล่มหนึ่ง ที่ข้าพเจ้าเชิญชวนให้ท่านติดตาม คือ หนังสือวิชชามรรคผลพิสดารของหลวงพ่อ เป็นความรู้ชั้นสูงอีกเล่มหนึ่ง เป็นหนังสือมีค่าสูงยิ่ง ไม่มีอะไรมีค่าควรแก่การศึกษายิ่งกว่านี้แล้ว หนังสือเล่มนี้มี ๔๖ บท ข้าพเจ้าทำให้ง่ายขึ้นแล้ว นั่นคือ เชิญติดตามหนังสือ “แนวการเดินวิชาตามหนังสือวิชชามรรคผลพิสดารของหลวงพ่อวัดปากน้ำ” พิมพ์เสร็จไปแล้ว ท่านติดตามแล้วหรือยัง มัวแต่ช้าอยู่ เดี๋ยวหมด เพราะของฟรี ของฟรีมีเท่าไรก็ไม่พอ

     หากท่านทำวิชาตามหนังสือคู่มือสมภารและตามหนังสือวิชามรรคผลพิสดารได้แล้ว ขอให้รู้เถิดว่า เรานี้มีความรู้ทางวิชาธรรมกายพอตัวทีเดียว หากประสงค์จะทำงานยากคือ วิชาปราบมารก็ย่อมทำได้ จะมัวช้าอยู่ทำไม ปล่อยให้ปัญหามาท้าทายความรู้ของเราอยู่ทำไม ขึ้นหลักสูตรวิชาปราบมารได้เลย

สารบัญ

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Tuesday, 15 August 2006 )
< ก่อนหน้า   ถัดไป >



LeftHit.com

Use FIREFOX instead of Internet Expolorer and PREVENT SPYWARE

Firefox is FREE and is considered the best free, safe web browser available NOW!!  Go here for more info about Firefox >>

หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org