Go to Kayadham Home   
เชิญ อ่านรายละเอียด เกี่ยวกับโครงการอบรม ได้เลยครับ >>>
Google
HOME : arrow สื่อธรรมะ : arrow เนื้อหาวิชชาธรรมกาย arrow หลักสูตรปราบมาร arrow ปราบมาร 4 arrow ปราบมาร4 (14)
ปราบมาร 4 (14) PDF พิมพ์ ส่งเมล
Friday, 18 August 2006

หลักสูตรการตรัสรู้ของพระบรมศาสดาต้องปรับปรุงใหม่เสียแล้ว

     เหตุใดจึงมีแนวคิดที่จะปรับปรุงหลักสูตรการตรัสรู้ของพระบรมศาสดา นี่คือเรื่องที่ท่านทั้งหลายอยากทราบ นิพพานของเรามีผู้ปกครอง เช่นเดียวกับในโลกของเราเหมือนกัน ในโลกของเรานี้มีพระเจ้าแผ่นดินเป็นประมุข มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ปกครองแทนทั้งหมด อำนาจปกครองลดหลั่นกันลงมาจากนายกรัฐมนตรี ก็มีรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ส่วนการปกครองของผู้ได้มรรคผลนิพพานนั้น ก็มีต้นใหญ่ ต้นย่อย และย่อยลงไปอีก ทำหน้าที่ช่วยต้นใหญ่ปกครองดูแล

     กรณีที่นิพพานมีปัญหา ธาตุธรรมท่านก็คิดกันว่าจะแก้ไขอะไรและอย่างไร? อย่างเช่นเรื่องการตรัสรู้ของพระพุทธองค์นั้น ก็มีการคิดกันแล้ว ควรจะต้องกำหนดหลักสูตรการตรัสรู้ภาคปราบด้วย หากไม่ตรัสรู้ภาคปราบ เราก็เป็นบ่าวของมารอยู่อย่างนี้ ในเรื่องที่เกี่ยวกับการสร้างบารมีจะยากง่ายแค่ไหนเพียงไรนั้น เรายังไม่กล่าว หากไม่ทำแบบนี้ ไม่รอดมือมาร

     นี่คือแนวคิด แต่ความเป็นไปได้ จะมีเพียงไรนั้น ยังไม่ทราบ!

     ปัจจุบันนี้หาโพธิสัตว์ชั้นดีได้ที่ไหน? มีแต่พระปนมาร พระจริง ๆ หายาก ยิ่งเราจะอาราธนาให้ใครมาตรัสรู้ ยังหายาก แล้วเราจะว่าอย่างไรกัน โพธิสัตว์ที่กำลังสร้างบารมีในโลกทุกวันนี้ มีใครบ้างที่เข้าตากรรมการ? สุดท้ายก็มายุติเรื่องความรู้ เพราะความรู้ไม่เอาไหน! เห็นกันตั้งแต่ชาตินี้ แล้วจะรอว่าชาติหน้าปัญญาเราจะเรือง พูดอย่างนั้นก็คือ พูดแบบภาพยนตร์อินเดีย เรื่องความรู้ปราบมารไม่ต้องพูดถึง หาทำน้ำกระสายยาไม่ได้เลย จะดูอะไรกันมาก ถามเพียงว่า ตำราวิชาธรรมกายหลักสูตรคู่มือสมภารและหลักสูตรมรรคผลพิสดาร เคยอ่านบ้างหรือเปล่า? ไม่ต้องถามว่า ความรู้บทนี้เดินวิชาอย่างไร? เอากันง่าย ๆ อย่างนี้ ท่านทั้งหลายโต้ว่า บอกลุงการุณย์ บุญมานุชอย่าได้วิตก! อาราธนาเทวดาชั้นดุสิตลงมาเกิดเพื่อสืบต่อวิชาธรรมกาย แล้วเขาก็จะปราบมารกันได้เอง โปรดอย่าเป็นห่วงเลย ฟังดูเข้าท่า แต่ความเป็นไปได้ไม่มี ชุดบารมีชั้นครูรุ่นหลวงพ่อเรานั้น รุ่นนั้นถือว่าเอกอุดมแล้ว คัดเลือกมาอย่างดีแล้ว รุ่นนั้นตายไปเกือบหมดแล้ว เหลือแต่รุ่นสืบต่อวิชาธรรมกาย รุ่นนี้ก็คัดยิ่งกว่าคัด แล้วท่านก็มาดูว่า รุ่นนี้วิชาธรรมกายไปได้แค่ไหน? แม้สอนเบื้องต้น ยังไม่ได้เรื่อง แล้วจะหาฝีมือแก้โรคอย่างแม่ชีถนอม อาสไวย์ ไม่มีแล้ว! คนที่แก้โรคได้ คนที่แก้ทุกข์ร้อนได้ ข้าพเจ้ามีชีวิตอยู่จนแก่ ยังไม่เคยได้ยินเข้าหู มีแต่ยกย่องกันเอง สร้างความนิยมกันเอง เมื่อความจริงปรากฏอย่างนี้ เราจะไปหวังอะไร!

     คราวนี้มาถึงประเด็นสำคัญที่ว่า เหตุใดจึงกำหนดหลักสูตรตรัสรู้ภาคปราบด้วย? จะตรัสรู้ภาคโปรดอย่างบรรพกาลไม่ได้หรือ? ตอบว่า การตรัสรู้ภาคโปรดเพียงอย่างเดียวเราสู้มารไม่ได้ จะไปเสียท่ามารในตอนที่ได้มรรคผลนิพพาน ดังที่เราได้รู้และทราบกันแล้ว เมื่อได้มรรคผลนิพพานแล้ว จึงไปตรัสรู้ภาคปราบกันในภาคมรรคผลนิพพานนั้นไม่ได้หรือ? ตอบว่า การตรัสรู้ในระดับมรรคผลนิพพานนั้น เรามีแต่กายธรรมไม่มีกายมนุษย์รองรับ ทำให้กายธรรมขาดความแข็งแรง สู้มารไม่ได้ การตรัสรู้ในระดับนี้ จึงเกิดขึ้นไม่ได้ จึงต้องเปลี่ยนหลักสูตรการตรัสรู้ใหม่ คือให้ตรัสรู้ทั้งภาคโปรดและภาคปราบแล้วเข้านิพพานโดยกายมนุษย์ เลิกเข้านิพพานโดยกายธรรม

     เหตุผลที่ต้องตรัสรู้ทั้ง ๒ ภาค คือ ภาคโปรดและภาคปราบในขณะที่มีกายมนุษย์อยู่นั้น ก็เพราะการตรัสรู้ในขณะที่มีกายมนุษย์อยู่เกิดความมั่นคง เนื่องจากกายธรรมมีกายมนุษย์รองรับ ส่วนกายธรรมในนิพพานที่ไม่มีกายมนุษย์รองรับ เปราะบางเกินไป ปะทะกับมารแล้วสู้เขาไม่ได้ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตรัสรู้ภาคพิเศษหลังจากได้มรรคผลนิพพานแล้ว ถือว่าเป็นการตรัสรู้ภาคพิเศษ เพราะมีประสบการณ์จากการตรัสรู้ในโลกมาแล้วทั้งภาคปราบและภาคโปรด ภาคปราบคือสู้มาร และภาคโปรดคือเผยแพร่ความรู้ศาสนา

     หากมีกรณีเพลี่ยงพล้ำ กายมนุษย์ตาย เป็นผลให้เข้านิพพานด้วยกายมนุษย์ไม่ได้ ให้ชะลอการได้มรรคผลนิพพานไว้ก่อน ต้องลงมาตรัสรู้แก้ตัวใหม่ จนกว่ากายมนุษย์ไม่ตายแล้วเข้านิพพานด้วยกายมนุษย์

     หลักสูตรดังกล่าวนี้ ธาตุธรรมท่านเห็นด้วยอย่างแน่นอน รูปการแห่งการสร้างบารมีก็จะต้องเปลี่ยนไป ขืนยอมให้เข้านิพพานด้วยกายธรรมเหมือนอดีต ไม่เป็นผลดีด้วยประการทั้งปวง หากเราไม่ปรับปรุงหลักสูตร มารก็ข่มเราอยู่อย่างนี้ เราตกเป็นบ่าวเป็นทาสของมาร มารบังคับเราได้ทุกรูปแบบ ดวงบารมีของเราที่เราสร้างมาเกือบล้มเกือบตายนั้น มารเขายังมาระเบิดเอาไปต่อหน้าต่อตาโดยที่เราไม่มีทางต่อสู้ มารเขาเห็นว่านิพพานคืออู่ข้าวอู่น้ำของเขา เขาไม่ต้องทำมาหากินอะไร! ได้เวลาเขาก็มาระเบิดดวงบารมีไปจากพวกเราเหมือนเสือล่ากวางในป่า เราหมดเนื้อเก้งกวางไปแล้วกี่ฝูง เก้งกวางก็ไม่เคยคิดต่อสู้ เวลาเสือวิ่งมาตะครุบ เก้งกวางก็วิ่งหนีแต่วิ่งหนีไม่พ้น เสือก็ตะครุบเอาไป ดังที่เราเคยเห็นในภาพยนตร์นั้น จะเห็นว่าสัตว์เล็กคือม้าลาย กวาง เก้ง วัวป่า เป็นอาหารอันโอชะของเสือ เพราะไม่มีอาวุธต่อสู้เสือนั่นเอง กลับมาดูภาพยนตร์อีกม้วนหนึ่ง คือควายป่าตัวเดียวสู้กับเสือฝูงหนึ่งโดยเสือล้อมหน้าล้อมหลัง ควายก็สู้เต็มฝีมือ แต่ไม่รู้จะสู้กับเป้าไหน? เพราะเสือวางกำลังรบไว้รอบตัวควาย สุดท้ายควายล้มลง ฝูงเสือก็รุมกันกินเนื้อ เหตุผลที่แพ้ก็เพราะเสือหลายตัว แต่ควายตัวเดียว เราชมน้ำใจควายป่า แม้ตัวเองจะตาย แต่ก็ต่อสู้เต็มฝีมือแล้ว ภาพยนตร์อีกอีกม้วนหนึ่ง ควายป่า ๒ ตัวกับเสือหนึ่งฝูง ฝูงเสือวิ่งเข้ามา ควายทั้ง ๒ เอาหลังชนกันแล้วสู้กับเสือ ปรากฏว่าเสือสู้ไม่ได้

     นี่ก็คือ ความรู้เป็นอาวุธ เราไม่มีความรู้ก็คือ เราไม่มีอาวุธไปสู้มาร บัดนี้ เราจับความได้แล้วว่า มารรังแกทั้งนั้น แม้กระทั่งพระพุทธองค์มันยังรังแก จักรพรรดิกายสิทธิ์ มารก็รังแก แล้วอรูปพรหม พรหม ทิพย์ และมนุษย์ จะไปเหลืออะไร? ทำไม่มีใครคิดสู้? เราเป็นทาสเป็นบ่าวของมารมานานแล้ว ปล่อยให้มารข่มเหงรังแกอยู่ได้ทุกวัน ถ้าคิดจะสู้ก็ต้องหาอาวุธ และอาวุธก็คือความรู้วิชาธรรมกายชั้นสูง วิชาธรรมกายอ่อน ๆ สู้เขาไม่ได้! จะสู้หรือไม่? ถ้าสู้ต้องเรียนให้สูง เรียนให้เก่งกว่าข้าพเจ้า เก่งน้อยกว่าข้าพเจ้าไม่ได้ ถึงมนุษย์ไม่รู้ว่าเราสู้มาร แต่พระพุทธองค์ท่านรู้ มนุษย์ชมเชยท่าน ท่านจงได้อย่าดีใจเลย หากพระพุทธองค์ท่านชมเชย จึงควรแก่การดีใจ คนอย่างเราพระพุทธองค์ท่านยกย่อง อย่างนี้น่าดีใจ

หากเกิดความท้อถอยในการทำวิชา จะแก้อย่างไร?

     มารเขารู้ดีกว่าเรา เราเป็นรองเขาด้วยประการทั้งปวง ชีวิตเราจะต้องรบกับมาร กี่ปีกี่เดือนเราก็รบกับมารอยู่อย่างนี้ ถึงคราวที่เราจะรบกับมารระดับแก่กล้า เขาจะเข้ามาดลใจเราก่อน ให้เรานึกเบื่อหน่ายต่อการทำวิชา คนอื่นเขาร่ำรวยกันหมด เรามารบกับมารอยู่อย่างนี้จะได้อะไร? ระหว่างที่มารเข้าบังคับนั้น เราจะคิดอะไรร้อยแปด สรุปแล้ว เราถอดใจไม่สู้ กรณีเช่นนี้อันตรายมาก หากเกิดความรู้สึกเช่นนี้ จงแก้โดยการระลึกถึงพระพุทธองค์ทันที ให้นึกว่า พระพุทธองค์ใช้ให้เราทำอะไร? เมื่อเราทำได้แล้ว พระองค์ก็ชมเชยเพื่อให้ใจเราไปจับอยู่กับคำชมของพระพุทธองค์ เพื่อจะได้ลืมอารมณ์เบื่อหน่ายอันนั้น ขืนให้อารมณ์เบื่อหน่ายเกิดแก่ใจตามที่มารกระซิบสั่ง เราก็จะถอดใจไม่สู้มารไปเฉย ๆ อารมณ์เช่นนี้เกิดแก่ข้าพเจ้าหลายครั้ง แต่แก้ได้ทัน โดยข้าพเจ้านึกถึงเหตุการณ์ที่พระพุทธองค์ทรงใช้ให้ไปปราบมารในประเทศอินเดีย ตามที่กล่าวไว้ในหนังสือ “ปราบมาร ภาค ๑” นั้น

     เรานี้มีประวัติว่า พระพุทธองค์ใช้ให้ไปปราบมารที่ประเทศอินเดีย เมื่อปี ๒๕๓๐ เหตุการณ์มีแต่ใจหายใจคว่ำ ร่วมเดินทางไปกับรองเจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี ท่านเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา และพระอาจารย์กิตติวุฑโฒ เราก็ไปรบกับมารในจุดสังเวชนียสถานครบทุกแห่ง ร้ายกาจขนาดนั้น! ทำไมเรารบมาได้? ภาพถ่ายก็ยังปรากฏอยู่ในหนังสือปราบมาร ภาค ๑ เราไปสู้กับมารถึงต่างแดน เป็นดินแดนของพระพุทธองค์ เรายังสู้มาได้ เหตุผลอะไรเราจึงเกิดความเบื่อหน่ายวันนี้? คิดอย่างนี้แล้วความเบื่อหน่ายจะหายไปทันที

     เรื่องที่มารเขามาดลใจจะไม่ให้เราประลองยุทธ์กับเขา เขามีวิธีดลใจหลายแบบ เขาคอยจ้องจะหาเรื่องให้เราคิดฟุ้งซ่านด้วยเรื่องเหลวไหล เสร็จเรื่องนั้นไปเรื่องนี้ สรุปแล้วจะให้เราถอดใจไม่สู้ จะให้เราเกิดความเบื่อหน่ายสารพัดเรื่องที่เราจะพบ ดังนั้น เราต้องใจหินเข้าไว้ มีเหตุผลเข้าไว้ มักน้อยเข้าไว้ อดทนเข้าไว้ ท่านที่มีความโลภอยากรวย อยากมีชื่อเสียง อยากโก้ อยากให้เขายกย่อง ท่านจะทำวิชาปราบมารไม่ได้ ถึงแม้ว่าทำได้ ก็จะทำไม่ตลอด เพราะทนต่อการบีบคั้นของมารไม่ไหว มันจะหาเรื่องวุ่นวายให้เราตลอด ข้าพเจ้าทำวิชาปราบมารมาแล้ว 10 กว่าปี ได้รู้ได้ทราบและได้เห็นมาทุกกระบวนความแล้ว ได้รู้รสชาติมาแล้วเป็นอันดี ดังนั้น คนที่จะปราบมารได้นั้น ธาตุธรรมท่านคัดแล้วคัดอีก ดูแล้วดูอีก ไม่ใช่ใคร ๆ ก็ทำได้ คัดคนกันถึงขนาดนี้ ยังพลาดพลั้ง คือ แพ้มารเขา แพ้มาทุกสมัย แพ้มาทุกยุค ยังไม่มีใครชนะมารได้เลย เป็นเรื่องที่น่าเจ็บใจจริง ๆ เทวดาชั้นดีที่ธาตุธรรมส่งมาเกิดเพื่อให้ปราบมาร แต่แรกเราก็ว่าเข้าท่า แต่พอปลาย ๆ มือก็ไม่เป็นเรื่อง เป็นเช่นนี้ทุกราย มันน่าเจ็บใจ เราจะพบแต่เก่งไม่เป็นเรื่อง จะพบแต่งานที่ไม่ควรทำ แต่เราก็ทำงานที่ธาตุธรรมท่านไม่ต้องการ แล้วอย่างนี้เราจะเอาอะไรไปชนะมาร

     เหตุใดจึงกล่าวว่า หากมีเรื่องใดมากระทบใจ ให้ท่านระลึกผลงานดีเด่นที่เราทำได้ ให้ระลึกถึงงานยากแสนสาหัสที่เราทำได้ นำอารมณ์แห่งคามบันเทิงใจในผลงานเข้าสู่ใจให้จงได้ ก็เพื่อสกัดการส่งวิชาของมารในทันที ไม่ทำอย่างนี้ มารได้ช่องส่งวิชามารังควานใจเราไม่ขาดสาย หากไม่สกัดไว้ เราก็คิดเรื่องราวต่าง ๆ ตามการชี้นำของมาร การที่ใจของเราฟุ้งซ่านด้วยเรื่องต่าง ๆ นั้น บ่งบอกว่ามารเข้ามายึดพื้นที่ใจของเราเต็มภาคภูมิแล้ว ผลที่ได้รับคือ เราถอดใจเอาดื้อ ๆ แล้วอะไรก็ได้ที่เรานึกขึ้นมาแล้ว จะทำให้เรามีกำลังใจ จะทำให้เรามีเหตุผล ก็จงนึกถึงสิ่งนั้น ๆ เถิด

ความท้อใจคือเรื่องใหญ่!

ความน้อยใจคือลางจะแพ้มาร!

     กล่าวแล้วว่า มารเขามีชั้นเชิงและวิธีการหลายรูปแบบ ที่จะไม่ให้เราทำวิชาปราบมาร โดยเฉพาะความท้อถอยตามที่กล่าวแล้ว โปรดจำให้มั่น ว่าความรู้สึกทางใจเช่นนั้น เกิดจากมารเขามาดลใจ เพื่อให้เราไม่ทำวิชาปราบมาร เราต้องเรียนรู้ไว้แต่วันนี้ อีกเรื่องหนึ่งก็คือ มารเขาตัดสมบัติของเราหมด เราแทบจะไม่มีกินมีใช้ แต่คนอื่นเขารวยกัน เราเกิดความน้อยใจ น้อยเนื้อน้อยใจในวาสนาชะตาตัวเอง อยากจะรวยและอยากมีชื่อลือนามอย่างเขาบ้าง ถึงทราบเถิดว่า เป็นวิธีที่มารเขามาดลใจ ให้เราคิดไปอย่างนั้น หากเราไม่ระงับความรู้สึกไว้ ปล่อยให้ใจเรานึกคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องเช่นนั้น ก็แปลว่า เราเข้าข่ายจะแพ้มารแล้ว เราต้องระงับใจไว้อย่างทันด่วนและต่อสู้ต่อไป

     กี่ภพกี่ชาติมาแล้ว เราเห็นโพธิสัตว์หลงเงิน หลงชื่อเสียง หลงคำชม หลงยศศักดิ์ สุดท้ายก็แพ้มารด้วยประการทั้งปวง ไม่ต้องปราบมารกัน เพราะมีแต่คนอยากรวย มีแต่คนอยากดัง มีแต่คนอยากใหญ่โต ไม่มีคนเดินวิชา ไม่มีคนค้นวิชา ไม่มีคนรักวิชา จึงแพ้มารมาทุกชาติ เป็นผลให้ไม่มีการแก้ไขใด ๆ ในนิพพาน ตราบแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เป็นเรื่องที่น่าเสียใจมาก ข้าพเจ้าทราบเรื่องเข้า ข้าพเจ้าก็เสียใจ ไม่ยินดีในบารมีธรรมของโพธิสัตว์ทั้งปวงนั้น มาเกิดกันกี่ยุคกี่สมัยก็มีแต่คนอย่างนั้น เกิดมาลวงโลก เกิดมาลวงชาวบ้าน งานปราบมารทำไม่ได้ เพราะมีแต่คนเช่นนั้น บางวันอยากให้ธาตุธรรมท่านลงโทษเสียบ้าง เมื่อตายไปแล้ว ก็ต้องไปเป็นเทวดาอยู่สวรรค์ชั้น ๒ ชั้น ๓ และชั้น ๔ ควรเรียกตัวมาทำโทษทั้งหมด โพธิสัตว์ประเภทนี้อย่าให้มีเชื้ออีกสืบไป

     การที่เรานึกคิดอะไรร้อยแปดเช่นนั้น เป็นเพราะมารเขายิงเครื่องบังคับเข้ามา ที่ใจ-จิต-วิญญาณของเรา เครื่องนั้นก็มาหุ้ม เคลือบ เอิบ อาบ ซึม ซาบ ปนเป็น ที่ใจของเรา แล้วเราก็นึกคิดเรื่องไปตามอำนาจของเครื่องบังคับของมาร

     วิธีแก้เบื้องต้น ให้เอาเรื่องของเหตุผลถามตัวเองทันที คิดเช่นนั้นนึกเช่นนั้น มีเหตุผลฟังได้ไหม? มีเหตุผลอะไรที่ต้องนึกคิดเรื่องเหลวไหลเช่นนั้น มันเรื่องของกิเลสดลใจทั้งนั้น แล้วเราไปคิดนึกทำไม? เสียเวลาค้นคว้าวิชาของเรา แล้วก็ท่องใจหยุดในหยุด ๆๆ นิ่งในนิ่ง ๆๆ พอดวงธรรมสว่างเท่านั้นเอง เรื่องบ้าบอทั้งปวงหายไปจากใจเราทันที

     วิธีแก้สำคัญ เราจะต้องอธิฐานกำกับดวงบารมีของเราไว้ อย่าให้เรายินดีในลาภ ยศ ชื่อเสียง ทั้งปวง ไปทุกชาติ หากไม่ทำอย่างนี้มารเขาได้ช่อง เราไม่อยากได้ ลาภ ยศ ชื่อเสียง แต่มารเขาก็เอามาให้โดยที่เราไม่รู้ไม่เห็น โดยที่มารเขาซ่อนตัวอยู่ในที่ลับ เพราะลาภ ยศ ชื่อเสียงทีมีขึ้นในคราวนี้เราไม่ได้ปรารถนา เราไม่มีความต้องการ แต่มันเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ พึงทราบเถิดว่า มารเขาเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง โดยที่รู้ญาณของเรารู้เห็นไม่ได้ เพราะมันละเอียดยิ่งนัก แม้เราจะสืบรู้สืบญานไปเท่าไร? เราก็ไม่รู้ ไม่ทราบอยู่ดี เพราะความละเอียดของวิชามารนั่นเอง

     เหตุใดมารเขาจึงทำเช่นนั้น? ตอบว่า เขาทำเพื่อให้เราหลง แต่แรกเราไม่หลง ต่อไปเราก็ลืมตัวโดยที่เราไม่รู้ เพราะลาภ ยศ ชื่อเสียง คืออาวุธร้ายของมารที่ทำให้เราหลงได้ เมื่อเราหลง เราก็ไม่ค้นวิชา เราก็ไม่ปราบมาร มารจึงรอดตัวไป แล้วมารเขาก็ชนะ ส่วนเราผู้อุดมลาภ ยศ ชื่อเสียง แพ้มารไปตามระเบียบ เป็นเช่นนี้มาทุกสมัย สุดท้ายมารก็เป็นเจ้าธาตุเจ้าธรรมต่อไป ไม่ว่าโพธิสัตว์ใด โดนเพลงนี้กันทั้งนั้น

     มาถึงตรงนี้ ขอถามท่านว่า ท่านจะหวังพึ่งใคร? ใครจะปราบมารให้? นี่คือคำถามสำคัญ

     ท่านหวังพึ่งผู้มีบุญที่เราเรียกว่าโพธิสัตว์นั้น โพธิสัตว์องค์ไหนช่วยได้? ยังไม่เคยได้ยินผู้มีบุญท่านใดพูดคำว่า “ปราบมาร” เลย แม้แต่คำพูด เรายังไม่เคยได้ยิน ไม่ต้องไปถามความรู้ทางวิชาธรรมกายให้เสียเวลา ท่านเป็นธรรมกายเหมือนข้าพเจ้า ก็ลองเข้าธรรมกายเที่ยวไปให้ทั่ว ในนิพพานก็เที่ยวให้ทั่ว ถามเรื่อยไป ท่านใดจะอาสาปราบมารบ้าง? กลับมาที่อรูปพรหม พรหม ๑๖ ชั้นบ้าง แล้วก็มาเที่ยวสวรรค์ ๖ ชั้น พากเพียรถามเรื่อยไป อดทนเดินวิชาให้ได้ ๓ ปี แล้วท่านจะพบว่า หาคนปราบมารไม่ได้ จนด้วยเกล้าจริง ๆ ที่ข้าพเจ้าปราบมารก็เพราะถูกบังคับ จึงต้องอดทนไป

     ใครเล่าจะอาสา เพราะมันยาก ถ้าง่าย! ป่านนี้มารดับหมดไปแล้ว เพราะปราบกันมาหลายยุคแล้ว

ความล้มเหลวของโพธิสัตว์ในการสร้างบารมี

     หากเราสังเกตดูเหตุการณ์ในโลกเรา เราจะพบเกจิอาจารย์ชื่อดังต่าง ๆ ไปตามยุคตามสมัย แต่แรกก็เข้าท่าทั้งนั้น แต่พอนานไป ชักไม่เข้าท่า บางรายชื่อเสียงไม่ดีไปต่อหน้าต่อตาเรา เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น?

     มารเขาไม่โง่! เขาคอยสอดละเอียดจะให้ลมสลายเรื่อยไป เพียงแต่คอยจังหวะเท่านั้น เพราะมารเขามีอาชีพอย่างนั้น หน้าที่ของเขาเป็นอย่างนั้น การสกัดกั้นมรรคผลนิพพานเป็นหน้าที่ของเขา การดับวิชาธรรมกายเป็นหน้าที่ของเขา การทำให้เกิดการหลงผิด เป็นหน้าที่ของเขา การทำให้หลงตัวเอง เป็นหน้าที่ของเขา เขาจะกำกับทางเดินของเราอยู่เบื้องหลัง โดยที่เราไม่รู้

     เขากลัวว่าวิชาของเราจะสูงไป หากวิชาของเราสูงขึ้นไป ก็จะไปเห็นคำพูดของเขาสักวันหนึ่ง และเมื่อได้รู้เห็นแล้ว เราก็ต้องคิดวิชาสู้ เรื่องอะไรที่เขาจะยอมให้เราเข้าถึงวิชาชั้นสูง วิธีที่เขาทำนั้น ก็คือปิดรู้บังญาณเรื่อยไป หลอกรู้ลวงญาณเรื่อยไป พารู้พาญาณเรื่อยไป บังคับรู้บังคับญาณเรื่อยไป จูงรู้จูงญาณเรื่อยไป ตรงนี้เองที่ความรู้ของเราคลาดเคลื่อน

     แต่วิธีที่เขาใช้ได้มาผลทุกสมัย ก็คือโยนดาบ ๓ เล่มให้ คือ ลาภ ยศ คำยอ พูดง่าย ๆ ก็คือ เงิน ยศศักดิ์ และคำยกย่อง แต่แรกใจเราแข็ง ก็ไม่เป็นไร แต่พอเราเผลอใจ ใจไปยินดีเข้า เพียงเท่านั้นเอง ความรู้ถดถอยทันที ความมืดบอดทางใจเกิดแก่เราทันที วิชาไม่ก้าวหน้า วิชาเดิมที่เคยแม่นยำ กลับเพี้ยนและเพี้ยนไปเรื่อย ๆ ลักษณะนี้บ่งบอกว่า ธรรมภาคมารปกครองใจเต็มรู้แบบแล้ว มรรคผลนิพพานล่มสลายแล้ว

     นี่คือทางตันของโพธิสัตว์!

     เรายินดีในเงินจนเกินของข่าย จนเขาพูดกันว่าเล่นหุ้นเล่นแชร์ แล้วอย่างนี้มรรคผลนิพพานของเราจะไม่ล่มสลายได้อย่างไร?

     มรรคผลนิพพานไม่ใช่ของง่าย! ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่าย!

     แต่แรกข้าพเจ้าไม่ทราบ ต่อเมื่อทำวิชาปราบมารไปนานปี จึงได้รู้ว่ามารเขาเล่นกับเราอย่างนี้ มารเขาทำได้ทั้งนั้น จะให้ดังก็ได้ จะให้รวยก็ได้ จะให้แก่ เจ็บ ตาย เขาทำได้ทั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นฆราวาส ไม่อยู่ในบังคับแห่งศีลและวินัยของสงฆ์ เรียนวิชาธรรมกายด้วย ทำวิชาปราบมารไปด้วย มารมันไม่มีข้ออ้าง หากข้าพเจ้าบวชพระ ป่านนี้จบเห่ไปนานแล้ว หากปราบมารในฐานะแห่งความเป็นพระ มารมันก็จะเอาวินัยเข้าสู้กับเรา เราจะเผลอและพลาดทางวินัย แล้วมารมันจะเอาเป็นข้ออ้าง เราก็จบเห่อย่างง่ายดาย การที่ข้าพเจ้าไม่ได้บวชพระนั้น เป็นโชคของข้าพเจ้าแล้ว

     การแก้ไขที่ดี ก็คือ เราต้องสร้างสภาพใจให้มักน้อยเข้าไว้ ตั้งกฎเกณฑ์กับตัวเอง บังคับเอากับตัวเราเอง ให้ยินดีในความสันโดษ ยินดีในความขัดสน ถือคติว่า “ฤๅษีผอม” ตามแบบโบราณ คือ เป็นนักบวชต้องไม่รวย มีความขัดสนเป็นเจ้าเรือน อยู่ไปตามมีตามได้ แต่ความรู้วิชาธรรมกายเราค้นคว้ารุดหน้า และความรู้นั้นจะต้องไม่ฟุ้งซ่านทางปัญญา

     หากทำได้อย่างนี้ มรรคผลนิพพานเป็นที่หวังของเรา และวิชาธรรมกายก็มาอยู่กับเรา

     ตามที่บรรยายมานี้ เป็นประโยชน์ต่อนักบุญทั้งปวง อย่างน้อยก็เกิดข้อคิดแก่เรา ต้องคอยระวังเสมอว่า มารเขาจะสอดละเอียดเล่นงานเราในทางใดบ้าง? คิดเสมอและคิดเนือง ๆ อย่าเปิดช่องว่างให้มารเขาหาเหตุได้ เราสร้างบารมีมาถึงขั้นนี้แล้ว เราทุ่มเทชีวิตถึงขนาดนี้แล้ว หากเกิดความพลาดพลั้งโดยเราไม่ตั้งใจ นั่นคือชัยชนะของมาร และเราคือผู้แพ้! แพ้เหลี่ยมมาร! ไม่ใช่แพ้พวกเรากันเอง อย่าโทษพวกเรากันเอง ต้องโทษตัวเอง ว่าเราประมาทเสียแล้ว! แล้วก็แก้ไขอะไรไม่ได้ ใครก็ช่วยไม่ได้ทั้งนั้น มารมันเก่งถึงปานนี้ มันทำให้ใครต่อใครล่มสลายมาแล้วในทุกยุคทุกสมัย เหตุนี้เองเราจึงต้องปราบมาร ดังที่ข้าพเจ้าทำอยู่ในขณะนี้

     กล่าวถึงโพธิสัตว์ที่เป็นธรรมกาย ต้องระวังวินัยให้มาก เพราะมารมันจ้องตะครุบอยู่แล้ว ได้จังหวะเราเผลอเมื่อไร! มันเขมือบเราเมื่อนั้น! เพราะมันอ้างว่า บกพร่องวินัยก็เป็นสาวกของมาร หากวินัยบริบูรณ์ก็เป็นสาวกของพระบรมศาสดา ดูไปแล้วก็เป็นศึกแย่งอำนาจปกครอง ระหว่างภาคขาวกับภาคมาร หน้าที่ของเราก็คือ ระวังตัวทุกลมหายใจ พลาดเมื่อไร! เสร็จเขาเมื่อนั้น! เหมือนขี่หลังเสือ ลงจากหลังเสือเมื่อไร! มันกัดเมื่อนั้น!

สารบัญ

< ก่อนหน้า   ถัดไป >



LeftHit.com

Use FIREFOX instead of Internet Expolorer and PREVENT SPYWARE

Firefox is FREE and is considered the best free, safe web browser available NOW!!  Go here for more info about Firefox >>

หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org