Go to Kayadham Home   
เชิญ อ่านรายละเอียด เกี่ยวกับโครงการอบรม ได้เลยครับ >>>
Google
HOME : arrow สื่อธรรมะ : arrow เนื้อหาวิชชาธรรมกาย arrow หลักสูตรปราบมาร arrow ปราบมาร 4 arrow ปราบมาร4 (3)
ปราบมาร 4 (3) PDF พิมพ์ ส่งเมล
Friday, 18 August 2006

ปราบมาร ภาค

     เนื้อหาของหนังสือ “ปราบมาร ภาค ๔” มีอะไรบ้าง? นี่คือประเด็นของหนังสือเล่มนี้ ก่อนที่จะทราบเรื่องราวของปราบมารภาค ๔ ต้องทราบก่อนว่า ปราบมารเล่มก่อน ๆ นั้น มีเรื่องราวอะไรบ้าง? ของสรุปผลงานปราบมารต่าง ๆ ให้ทราบก่อน ดังนี้     ผลงานปราบมารภาค ๑

๑. การเดินวิชาเพื่อไปให้สุดนิพพาน

๒. การพิจารณาทุคติภูมิ เป็นภูมิที่มารเขาทำขึ้นไว้ทรมานพวกเรา พิจารณาเสร็จไปแล้ว

๓. การพิจารณาสวรรค์ชั้น ๕ สวรรค์ชั้น ๖ ภาคมารแอบแฝงเข้ามา พิจารณาเสร็จไปแล้ว

๔. พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ใหม่ ทำให้กายธรรมโตขึ้น

     เนื้อหาสาระมีอย่างไร? โปรดอ่าน “ปราบมาร ภาค ๑” พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๓๓ หนังสือรุ่นนั้นหมดไปนานแล้ว บัดนี้ สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง ได้พิมพ์ขึ้นใหม่ โปรดติดต่อ สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง

     ผลงานปราบมาร ภาค ๒

๑. ดับตัวละครสำคัญที่หลวงพ่อต้องการ

๒. นิพพานกายธรรมมีกายมนุษย์

๓. การเปลี่ยนแปลงในธาตุในธรรม

๔. ธาตุธรรมประกาศวันเอกราช คือ วันที่ ๒๗ ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันเอกราชของธาตุธรรมภาคขาว

๕. การสร้างภพนิพพาน สร้างภพทิพย์ สร้างภพพรหม สร้างภพอรูปพรหม

     เนื้อหาสาระมีอย่างไร? โปรดอ่าน “ปราบมาร ภาค ๒” พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๓๖ โปรดติดต่อ สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง

     ผลงานปราบมาร ภาค ๓

๑. นิพพานกายธรรมมีกายมนุษย์อย่างแท้จริงของพระองค์แล้ว

๒. พบพระพุทธเจ้าจักรพรรดิภาคปราบจำนวนมาก ที่มารเอาไปกักกันไว้ในเหตุละเอียด ซึ่งไม่ใช่ขอบขัณฑสีมาของนิพพาน

๓. พบพระพุทธเจ้านิพพานเป็นและจักรพรรดิภาคปราบจำนวนมาก ที่มารเองไปกักกันหลบซ่อนไว้เหตุละเอียด ซึ่งไม่ใช่ขอบขัณฑสีมาของนิพพาน

     เนื้อหาสาระมีอย่างไร? โปรดอ่าน “ปราบมาร ภาค ๓” ซึ่ง สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง พิมพ์เมื่อปี ๒๕๓๙

     ผลงานปราบมาร ภาค ๔

     ถือว่าเป็นฉบับเฉพาะกาล เพราะท่านผู้สนใจเรียกร้องให้พิมพ์เรื่องปราบมารภาค ๔ อย่างเร็วทันด่วน เนื่องจากได้อ่าน “ปราบมาร ภาค ๓” แล้ว มีความสนใจที่จะอ่านปราบมาร ภาค ๔ ตอไป ได้ชี้แจงต่อท่านที่สนใจไปแล้ว ไม่อาจจัดให้ตามที่ท่านต้องการได้ เนื่องจากงานปราบมารต้องใช้เวลาเดินวิชาระยะยาวจึงจะได้ข้อมูล และข้อมูลทั้งปวงนั้น จะต้องจดบันทึกไว้อย่างเป็นหลักฐาน ต่อเมื่อเวลาล่วงไปแล้ว ๒-๓ ปี จึงนำข้อมูลเหล่านั้นมาเรียบเรียงเป็นเรื่องราว จึงจะได้หนังสือขึ้นมาเล่มหนึ่ง

     การได้ข้อมูลหรือการได้ความรู้แต่ละอย่างไม่ง่าย ยากไปหมดทุกอย่าง ต้องบากบั่นเดินวิชา ต้องมีความอดทน ต้องอุทิศชีวิต จึงจะทำได้ การจะรู้จะเห็นอะไรแต่ละอย่างมันยากไปหมด ใช่ว่าจะเขียนอะไร? ก็เปิดตำราคัดลอกออกมา งานปราบมารนี้ไม่มีตำรา ไม่มีหนังสือค้นคว้า ไม่มีหนังสืออุเทศก์ ถามความรู้จากใครไม่ได้ทั้งนั้น ไม่มีที่ปรึกษา ไม่มีเพื่อนคู่คิด เข้าธรรมกายแล้วก็ต้องไปให้สุดนิพพานกายธรรม และไปให้สุดนิพพานเป็น รวบรวมเป็น ๑ จากนั้นก็ต่อรู้ต่อญาณทัสสนะกับพระพุทธองค์ คำนวณกันไป เห็นกันไป รู้กันไป พบมารก็ทำวิชาดับ ได้รู้เห็นอะไรก็บันทึกความรู้ไว้ และได้ผลงานอะไรก็บันทึกไว้ เมื่อถึงเวลาอันสมควรแล้ว จึงนำเรื่องราวทั้งปวงนั้น มาเรียบเรียงเป็นหนังสือเล่มหนึ่ง ดังที่ข้าพเจ้าทำอยู่นี้

     ดังนั้น จึงไม่อาจพิมพ์ปราบมารภาค ๔ เสนอตามที่ท่านต้องการได้ เพราะหนังสือปราบมาร ภาค ๓ พิมพ์เมื่อปี ๒๕๓๙ นี้เอง ไม่มีความรู้ใหม่มาเสนอ แต่พอนำสมุดบันทึกมาเปิดดู ปรากฏว่าข้อมูลที่บันทึกไว้ มีพอสมควรทีเดียว ที่เป็นเช่นนี้ เพราะข้าพเจ้าเกษียณราชการแล้ว มีเวลาทำวิชามากกว่าตอนที่รับราชการ สมุดบันทึกขณะนี้เป็นเล่มที่ ๒๔ เป็นสมุดเบอร์ ๒ เล่มหนึ่งมี ๑๐๐ กว่าหน้า ครั้นเปิดพลิกข้อมูลดูแล้ว ปรากฏว่ามีน้ำมากกว่าเนื้อ คือสาระมีน้อย แต่ส่วนประกอบคือ พลความมีมาก จึงลองเรียบเรียงดูเป็น หนังสือ “ปราบมาร ภาค ๔” เล่มเฉพาะกาล เพื่อฉลองศรัทธาต่อท่านที่สนใจวิชาธรรมกายชั้นสูง

     อีกเหตุผลหนึ่ง ก็คือ หลักอริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค นั้น มาคิดว่าระหว่างที่รับราชการก็ได้รับใช้ธาตุธรรมท่านมา ถึงกับเขียนหนังสือปราบมารได้ ๓ ภาค บัดนี้ เราพ้นหน้าที่ราชการแล้ว เอาอีกภาคหนึ่งไม่ได้หรือ? จะได้เป็น ๔ ภาค เพื่อจะได้เข้าสูตรอริยสัจ ๔ เราจะมีชีวิตอยู่ต่อไปหรือเปล่า? เราก็ทราบไม่ได้ เพราะงานปราบมารนั้น ไม่มีความแน่นอน เราปราบเขา เขาก็ปราบเรา เราเล่นงานเขา เขาก็เล่นงานเรา เป็นการสาดน้ำเข้าหากัน สงครามรบกันในธาตุในธรรมไม่มีการยุติสงคราม ไม่มีกติกา ไม่มีวันยุติศึก เราจะมีชีวิตรับใช้ธาตุธรรมได้แค่ไหน? เราไม่ทราบ วันนี้คือวันที่ข้าพเจ้ามีลมหายใจอยู่ หากทำหนังสือปราบมารภาค ๔ ให้เสร็จ แล้วนำไปถวายธาตุธรรมท่านพิจารณา เป็นเรื่องที่เราควรทำ อีกเหตุผลหนึ่งเป็นเหตุผลส่วนตัว ซึ่งท่านทั้งหลายไม่รู้เห็นด้วย แต่ข้าพเจ้ารู้เห็น เรื่องนั้นก็คือ ผู้ใหญ่ในธาตุในธรรมทรงรับสั่งให้เขียนเรื่องของพระองค์ นั่นคือ ต้นนิพพานเป็น (ผู้ปกครองใหญ่นิพพานเป็น) และต้นใหญ่ (ผู้ปกครองใหญ่นิพพานกายธรรม) ทรงรับสั่งว่า “หนังสือของศึกษาฯ นิพพานท่านอ่าน ไม่มีเรื่องราวของข้าบ้างหรือ?” เคยเขียนแต่ไม่เขียนมาก เพราะเราไม่กล้า เนืองด้วยทรงเป็นผู้ปกครองสูงสุด เราจะกล้าได้อย่างไร ! แค่นี้เราก็ตัวสั่นแล้ว ทรงรับสั่งว่า . เขียนไปเถิด รู้เห็นอย่างไร ก็เขียนไปตามนั้น” ทรงอนุญาตและทรงอภัยไม่ถือโกรธ “ศึกษาฯ เขียนหนังสือน่าอ่าน ไหนลองเขียนถึงข้าบ้างไม่ได้หรือ?” ทรงรับสั่งอย่างนี้ ข้าพเจ้าก็มือเท้าสั่น เขียนถึงหลวงพ่อ เราเขียนได้ เพราะหลวงพ่อเป็นอาจารย์ เกินเลยบ้างหลวงพ่อไม่ว่า แต่การเขียนถึงผู้ใหญ่ในธาตุในธรรม เราไม่รู้จะเขียนอย่างไร?

     หลักสูตรใน “ปราบมาร ภาค ๔” จะเป็นดังนี้

     ๑. หลวงพ่อพูดถึงมารไว้อย่างไร? ค้นได้จาก หนังสือ “มรดกธรรมของหลวงพ่อวัดปากน้ำ” ในโอกาสฉลองสุพรรณบัฏสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ ป.ธ.๙) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ คือ เทศน์ของหลวงพ่อ รวม ๖๒ กัณฑ์ คัดแต่กัณฑ์เทศน์ที่หลวงพ่อพูดถึงเรื่องมารโดยเฉพาะ ว่าหลวงพ่อพูดถึงเรื่องมารไว้อย่างไรบ้าง? นี่คือหลักฐานที่เป็นหนังสือที่เราหาได้ ส่วนคำบอกเล่าจากศิษย์ที่เกี่ยวกับเรื่องปราบมารนั้น ข้าพเจ้าได้นำมากล่าวไว้แล้วในหนังสือปราบมารภาคอื่น ท่านที่เล่าคือ แม่ชีถนอม อาสไวย์ ซึ่งข้าพเจ้าได้กล่าวไว้พอสมควรแล้ว คราวนี้เรามาศึกษาความรู้ที่หลวงพ่อท่านเทศน์ดูบ้าง

     2. บันทึกความรู้เรื่องมารของหลวงปู่ชั้ว โอภาโส ซึ่งหลวงปู่ได้เขียนไว้ คัดมาเป็นบางส่วนเท่านั้น ข้อมูลนี้ได้จากหนังสือ ทางมรรค ผล นิพพาน ซึ่งทางวัดปากน้ำจัดพิมพ์เมื่อ ๑๙ ธันวาคม ๒๒๕๒๕ ด้วยเห็นว่าความรู้ของหลวงปู่ตรงกับที่ข้าพเจ้าได้พบเห็น หลวงปู่มีประวัติดีเด่นที่มีความเพียรยอดเยี่ยมในการศึกษาวิชาธรรมกาย นอกจากประพฤติวินัยเคร่งครัดแล้ว ยังทุ่มเทชีวิตทั้งชีวิตเพื่อเรียนวิชาธรรมกายสถานเดียว ไม่แบ่งใจไปเล่าเรียนอย่างอื่นเลย ค้นคว้าวิชาธรรมกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

     3. ความรู้ปราบมารที่ข้าพเจ้าทำมาแต่ต้น ควรนำความรู้ใดมาสรุปย่อได้บ้าง เพราะได้ทำวิชาปราบมารมาถึงขั้นนี้แล้ว ความรู้ใดที่ควรกล่าว ก็จะกล่าวในปราบมาร ภาค 4 นี้ เรื่องใดที่เห็นว่ายังไม่ถึงเวลา ก็จะงดไว้ก่อน โปรดทำความเข้าใจให้ตรงกันว่า ความรู้เรื่องมารนี้ไม่มีกล่าวในพระไตรปิฎก เพราะมารเขาปิดมาตลอด เขาไม่ต้องการให้ใครรู้ แต่เดิมมีกล่าวไว้ในพระไตรปิฎก ต่อมาการรวบรวมพระไตรปิฎกทำไม่ครบถ้วน เพราะมารเขามาดลใจอาจารย์ผู้รวบรวม ทำให้หลงลืม ทำให้นึกไม่ถึง แล้วความรู้นั้นก็ค่อย ๆ หายไป จนแทบไม่มีอะไรเหลือ หนังสือปราบมารแท้ ๆ ยังไม่เคยปรากฏแก่โลกมาก่อน เพราะมารเขาห้ามไว้ ! ข้าพเจ้ามีเจตนาเอาชนะ จึงกล้าพิมพ์หนังสืออย่างนี้ให้ปรากฏแก่โลก เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ควรที่ผู้มีบารมีธรรมจะต้องศึกษาค้นคว้าอย่างเอาใจใส่ ไปปล่อยให้มารมันมาข่มเหงพวกเราอยู่ทำไม? ทำไมพวกเราไม่ไปตอบโต้? ทำไมพวกเราไม่เรียนรู้? ทำไมพวกเราไม่ค้นคว้า? ควรที่เราจะแสวงหาวิชา แก้โรคให้ได้ สอนให้เฉียบคม ถึงจะทำได้ไม่มาก แต่ควรจะมีพยานรู้เห็นบ้าง กลับไม่สนใจ การไม่มีข้อมูลบ่งชี้วาวิชาธรรมกายกำจัดทุกข์ กำจัดภัย กำจัดโรคได้ เพียงแค่นี้ก็ทำไม่ได้ แล้วเราจะไปขึ้นหลักสูตรปราบมารกันได้อย่างไร?

     - เมื่อกล่าวถึงเรืองที่สมควรแล้ว ต่อมาก็ถึงเรื่องข้อมูลที่ได้จากการทำวิชาปราบมาร หลังจากที่พิมพ์หนังสือปราบมาร ภาค ๓ ไปแล้ว มีข้อมูลเพิ่มเติมอะไรอีกบ้าง? เป็นเรื่องที่เราต้องติดตาม

     - คราวนี้ เรามาดูความก้าวหน้าของจักรพรรดิสำคัญคือ “ตรีภพ” และ “หยกชมพู” ท่านมีความก้าวหน้าไปมากแล้ว ธาตุธรรมท่านจับตาดูมานานแล้ว ความชอบในการปราบมารของพระองค์มีความก้าวหน้ามาเป็นลำดับ บารมีเพิ่มพูนขึ้นมาเรื่อย ๆ เมื่อบารมีเข้าเกณฑ์แล้ว ธาตุธรรมท่านให้โอกาสทันที สถาปนาจักรพรรดิทั้ง ๒ ให้โตขึ้นมาอีก ส่วน “ต้นปราบ” นั้น ทรงเป็นจอมทัพผู้เกียงไกรอยู่แล้ว มีแต่จะเกรียงไกรเรื่อยไป หากไม่มี “ต้นปราบ” เพียงองค์เดียว เราพูดอะไรไม่ออกทั้งนั้น กรณีที่พระองค์มารับงานต่อจากหลวงพ่อ นับเป็นภาระหนักยิ่งกว่าภูผาทับหน้าอก งานปราบมารที่มีมาแล้วในอดีต พระองค์ทรงทราบเป็นอย่างดี มีรสเปรี้ยวหวานมันเค็มแค่ไหน? พระองค์ทราบชัดแล้ว แต่การที่มารับหน้าทีต่อจากหลวงพ่อ ใช่เรื่องเล็กน้อยเสียแล้ว กลายเป็นเรื่องใหญ่โตไป พระองค์ทรงรับหน้าที่ปกครองทั้งปวง ทั้งภาคนิพพานและภาคภพ ๓ เป็นความรับผิดชอบของพระองค์ทั้งหมด อยู่ในวินิจฉัยพิจารณาของพระองค์ทั้งหมด โดยมีตรีภพและหยกชมพูเป็นคู่คิด ดังนั้น เราท่านหากไม่รู้จัก “ต้นปราบ” แปลว่า เราอาภัพเหลือเกิน เราไม่รู้จักผู้ปกครองของเรา เราไม่รู้จักนายของเรา แปลว่า เราขาดประโยชน์อันพึงมีพึงได้ เสียประโยชน์ที่จะมีที่จะได้ ไม่ว่าใครจะเกิด? ไม่ว่าใครจะตาย? ไม่ว่าเขาจะไปอยู่สวรรค์ชั้นไหน? อยู่ในความดูแลของพระองค์ทั้งหมด พระองค์ต้องวินิจฉัยชี้ขาด อะไรควรหรือไม่ควรอย่างไร? อยู่ในความรับผิดชอบของพระองค์ทั้งนั้น ใครสร้างบารมีอะไร? ใครเป็นวิชาแค่ไหน? ใครไปอยู่ที่ไหน? อยู่ในพระเนตรพระกรรณของพระองค์ทั้งนั้น บางทีมีการลงโทษใครที่เดินวิชาต่อตีนโจร พระองค์ก็ต้องสั่งลงโทษ แม้ในนิพพานจะพิจารณาอะไร? ต้นปราบต้องให้ความเห็นชอบด้วยทุกเรื่อง ข้าพเจ้ามีส่วนรู้เห็น จึงนำมากล่าวไว้ ทุกท่านต้องรู้จักพระองค์ หากเราไม่รู้จัก ก็แปลว่า เราไม่รู้เรื่องอะไรกับเขาเลย น่าสงสารมาก

     การที่ได้รู้เห็นตามที่บรรยายนี้ เกิดจากการทำวิชาปราบมาร ซึ่งเป็นวิถีทางของวิชาธรรมกายชั้นสูง จะต้องไปรู้เห็นกันหมด นี่คือเรื่องสำคัญของธรรมภาคขาวภาคปราบ เราท่านต้องรู้ให้ได้ หากเรารู้ไม่ได้ ก็ไม่รู้จะสร้างบารมีไปทำไม? เราไม่รู้จักแม่ทัพของเรา แล้วเราจะรบได้อย่างไร? เพราะการรบจะต้องฟังแม่ทัพสั่ง เราต้องไปกับแม่ทัพ

     ดังนั้น วันที่ ๒๗ ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันสำคัญของธาตุธรรม คือ เป็น “วันเอกราช” ตามเรื่องราวที่กล่าวแล้ว ในเล่ม “ปราบมาร ภาค ๒” เราต้องทำบุญใส่บาตร เจริญภาวนา รักษาศีล ถวายกุศลแก่ “ต้นปราบ” ก็เป็นเรื่องที่เราต้องทำ ไม่แนะนำให้บูชาข้าวพระ เพราะท่านทำไม่ถึง ควรเลิกวิธีบูชาข้าวพระกันเสียแต่วันนี้ เพราะไม่ถึงนิพพาน แม้ท่านอ้างว่า เรียนมานาน เรียนมาก่อนใคร แต่ท่านทำไม่ถึง! จึงไปดีแก่มาร เป็นการไปให้กำลังมารโดยที่เราไม่รู้ เราอยากได้บารมี ควรไปสนใจเรืองอื่นดีกว่า แต่เดิมข้าพเจ้าเคยทำมากับแม่ชีทองสุข สำแดงปั้น เราก็ทำตามอาจารย์ของเรา แต่กาลต่อมา งานปราบมารไปถึงจุดหนึ่ง จึงได้รู้ว่าที่เราทำไปนั้นไม่ถึง กว่าจะรู้เรื่องนี้ ต้องปราบกันหลายปี ไม่ใช่จะรู้ได้ง่าย ๆ ก็ได้แต่เสนอแนะเท่านั้น ที่กล่าวนี้เป็นเรื่องของความรู้ ความรู้ใดที่ถูกต้องก็ขอให้คงไว้ หากความรู้ใดผิดพลาดไป ก็ควรจะแก้ไขให้ถูกต้องมากขึ้น เป็นเจตนาดีของผู้เขียนเช่นนั้น ไม่มีเจตนาอื่น

     ต่อไปนี้ เป็นเนื้อหาสาระของ “ปราบมาร ภาค 4” ขอเชิญท่านทั้งปวงอ่านโดยบันเทิงเถิด ของให้ท่านอ่านให้จบเล่ม ขอให้ท่านอ่านโดยพิจารณา เพราะเป็นวิชาธรรมกายชั้นสูง ไม่ใช่เรื่องง่าย กว่าผู้เขียนจะรวบรวมเป็นเล่มได้ ต้องใช้เวลาค้นคว้ายาวนาน ต้องฟันฝ่า ต้องบากบั่น ต้องต่อสู้ ต้องอดทน เป็นความรู้ที่หาที่ใดไม่ได้อีกแล้ว ไม่มีวิทยาลัยในโลกใดที่สอนได้ ไม่มีใครจะนำความรู้อย่างนี้มาเล่าให้เราฟังได้ เป็นบุญของท่านแล้วที่ได้รู้ได้ทราบเรื่องลึกซึ้งอย่างนี้ เพื่อให้เรื่องราวติดต่อกัน เพื่อให้ความรู้สัมพันธ์กัน โปรดอ่านเล่ม ปราบมาร ภาค ๑-๒-๓ ประกอบด้วย มีอะไรข้องใจ โปรดถามข้าพเจ้าได้เสมอ ข้าพเจ้าต้อนรับเสมอ

สารบัญ

< ก่อนหน้า   ถัดไป >



LeftHit.com

Use FIREFOX instead of Internet Expolorer and PREVENT SPYWARE

Firefox is FREE and is considered the best free, safe web browser available NOW!!  Go here for more info about Firefox >>

หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org