|
งานปราบมารยังไม่เริ่มต้น
อยากเรียนต่อท่านว่า งานปราบมารยังไม่เริ่มต้น เท่าที่ข้าพเจ้าทำวิชามา ๑๐ ปีกว่านี้ เพียงแต่เป็นการไปติดตามเอาสิ่งที่มารเขาลักขโมยไปให้กลับคืนมา เท่านั้น เหตุใดจึงกล่าวอย่างนี้ ที่กล่าวเช่นนี้ ก็เพราะผลงานที่ได้เป็นข้อมูลบ่งชี้ ข้อมูลเป็นตัวบ่งชี้ แต่แรกเราก็ว่าปราบมาร เดินวิชากันไป รบกันไป ผลการเดินวิชาเป็นอย่างไร พบเห็นอะไรบ้าง ครั้นนำข้อมูลมาพิจารณา ตามที่ข้าพเจ้านำมากล่าวนั้น จึงสรุปได้ในตอนนี้ว่า ถึงจะรบมากี่สมัย ถึงจะรบมานานแค่ไหน ผลแห่งการทำวิชาออกมาตามที่กล่าวนี้ เป็นเพียงตามทรัพย์สินที่ถูกลักขโมยไปเท่านั้น มารยังดับไม่หมด หากมารดับหมดจริง โลกของเราจะเกิดสันติสุขทันที เราจะพูดกันรู้เรื่องทั่วโลก แต่โลกของเรายังมีการทำสงครามกัน ยังมีการข่มเหงกัน ยังมีการรังแกกัน จะว่ามารดับหมดได้อย่างไร แต่เหตุที่เกิดสงคราม เหตุที่มนุษย์รังแกกัน เหตุที่ว่านั้นอยู่ที่ไหน เกินความรู้ที่ใครในโลกจะบอกได้ มีแต่หลวงพ่อวัดปากน้ำเท่านั้นที่จะบอกเราได้ อยากให้สงครามสงบ ก็ต้องทำวิชาปราบมาร ต้องเป็นวิชาธรรมกายชั้นสูง จึงจะเห็นจึงจะรู้ จึงจะพูดกับหลวงพ่อรู้เรื่อง แล้วใครเล่าที่จะรู้เรื่องนี้ แล้วใครเล่าที่ทำงานด้านนี้ เราควรยกเรื่องนี้มาพิจารณากัน คนที่เราว่าเขาเก่ง ควรให้ลองดูบ้าง ผลแห่งการปราบมารที่จะทำต่อไปนี้ จะมีข้อยุติอย่างไร ประเด็นที่ท่านต้องการทราบว่า การรบที่จะทำต่อไปนี้ จะมีข้อยุติอย่างไร ข้าพเจ้าตอบไม่ได้ ต้องใช้เวลา จะใช้เวลานานปานใด ข้าพเจ้าตอบไม่ได้ และท่านอยากทราบต่อไปอีกว่า ต่อไปนี้จะมีผลงานอะไรมาเล่ากันอีก ตอบท่านได้ทันทีและตอบเดี๋ยวนี้ด้วยว่า ไม่ทราบ แต่ที่แน่นอนที่สุด ที่จะบอกได้ก็คือ คนที่ทำวิชาคือ ข้าพเจ้า พร้อมด้วย “ต้นปราบ” และคณะจักรพรรดิที่มีอยู่ในปัจจุบัน ประเด็นที่ท่านอยากมีส่วนร่วมการสร้างบารมีจากการทำวิชาปราบมาร เรื่องนี้สุดแต่ท่านจะพิจารณา ข้าพเจ้าห้ามปรามท่านไม่ได้ สุดแต่ผู้มีบารมีธรรมจะคิด ข้าพเจ้ามีหน้าที่ให้ความรู้วิชาปราบมารและเล่าเรื่องปราบมารให้ท่านทราบ ซึ่งข้าพเจ้าก็ทำแล้ว แม้จะยาก ข้าพเจ้าก็พิมพ์หนังสือสำคัญอย่างนี้ออกมาได้ มารเขาไม่ยอมให้ทำ แต่ข้าพเจ้าก็ทำ กว่าจะพิมพ์เสร็จออกมาได้ เกิดปัญหาสารพัดเรื่อง ข้าพเจ้าต้องอดทน ข้าพเจ้าทำงานสำคัญ แต่ข้าพเจ้าไม่มีผลประโยชน์เลย เป็นเรื่องแปลกมาก มารเขาไม่ยอมให้นำเรื่องอย่างนี้มาเปิดเผย แต่เราต้องเปิดเผย เป็นอะไรเป็นกัน หนังสืออย่างนี้ ยังไม่เคยมี และไม่มีมาก่อน เป็นบุญหู เป็นบุญตา ที่ได้ยิน ที่ได้ฟัง เรื่องอย่างนี้ และความรู้อย่างนี้ ในชีวิตเรานี้จะได้ยินได้ฟังอีกไหม การปราบมารจะต้องใช้กายมนุษย์ หากไม่มีกายมนุษย์ การปราบมารล้มเหลว เป็นความรู้ใหม่ ที่ข้าพเจ้าเพิ่งทราบ การที่ธาตุธรรมท่านขอร้องให้ปราบ เรานึกเคืองอยู่ในใจ ด้วยเหตุผลว่าความรู้ของเรายังไม่ถึงขั้น ความรู้ของเราบกพร่อง ตามที่ท่านทราบแล้วในหนังสือปราบมารภาค 1 ต่อเมื่อเราเดินวิชาไปแล้ว ๑๐ ปี ติดต่อกัน ไม่เว้นเลยแม้แต่วันเดียว เราจึงได้ทราบว่า กายมนุษย์ของเรานี้สำคัญนัก หากไม่มีกายมนุษย์ของเรารองรับ มารเขาสามารถบดขยี้ได้หมด ไม่มีอะไรที่เขาทำไม่ได้ เขาทำได้ทั้งนั้น ขณะที่ประลองยุทธ์นั้น ธาตุธรรมท่านอาศัยกายมนุษย์ของเราหลบซ่อนได้ กายมนุษย์พิเศษของเราสามารถดับมารได้หมด ไม่ว่ามารจะมีกายมากน้อยเท่าไร มารมีเท่าไร ขอให้ยกพลมาเถิด เราไม่หนีเลย ปัญหาในทุกวันนี้ อยู่ที่รู้และญาณทัสสนะว่าเราเห็นน้อยไป ไปตามหากายมารไม่พบ เพราะเขาหลบธาตุหลบธรรม เรายังละเอียดน้อยกว่าเขา นิพพาน ภพ ๓ โลกันต์ ที่เขาทำไว้สำหรับหลบซ่อนนั้น มีความละเอียดยิ่งนัก พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ ความรู้ของมารละเอียดกว่าเรานั่นเอง ดังนั้น เราต้องเกิดมาเพื่อให้มีกายมนุษย์ เพื่อจะใช้กายมนุษย์เป็นฐานรบกับมาร นี่คือ ความรู้ใหม่ ที่เราเพิ่งทราบ หากเราตายลง ฤทธิ์เดชหมดไปแทบไม่มีอะไรเหลือ แต่ว่ากายมนุษย์ก็ต้องเป็นวิชาพอสมควร ไม่รู้เรื่องเลยนั้น อย่าไปรบเป็นอันขาด มีแต่แพ้สถานเดียว เหตุนี้ เราต้องเอาใจกายมนุษย์ไว้ อย่าเพิ่งให้ตาย หากเราตายลง แปลว่า มารเขาดีใจมาก ที่เขาชนะเราได้อย่าลอยลำทีเดียว เขาจะไม่ขัดขวางสมบัติเราอีกต่อไป ที่เขาขวางเราในทุกเรื่อง ก็เพื่อให้เราขัดสน เพื่อให้แพ้เขาในที่สุด กรณีที่ว่านี้ เราจะพบว่า การสงครามในโลก จะมีการตัดเสบียงอาหารกัน เมื่อทหารขาดอาหารก็แปลว่า แพ้สถานเดียว เราจะพบว่า พอหลวงพ่อเราตาย วัดปากน้ำรวยทันที ตอนที่หลวงพ่อมีชีวิตอบอยู่ เพียงมีอาหารเลี้ยงไปวัน ๆ เท่านั้น หลวงพ่อรวยไมได้ มารเขาขวางทุกรูปแบบ เพราะรบกับเขา มีเงินเลี้ยงพระไปได้ก็บุญหนักหนาแล้ว ความรู้ใหม่เรื่องของจักรพรรดิและกายสิทธิ์ หากท่านสนใจศึกษาเรื่องจักรพรรดิและกายสิทธิ์ ตามที่หลวงพ่อท่านสอนไว้ในหนังสือคู่มือสมภารก็ดี และที่สูงขึ้นคือ หนังสือวิชชามรรคผลพิสดารก็ดี นั่นคือ ความรู้สมัยหลวงพ่อมีชีวิตอยู่ ทั้งท่านและข้าพเจ้ามีความรู้ตรงกัน คือ รู้เท่ากันเท่าที่มีในหนังสือ ๒ เล่มที่กล่าวนั้นเท่านั้น แต่ความรู้ใหม่ เกิดจากการทำวิชาปราบมาร เราได้ทราบเรื่องจักรพรรดิกายสิทธิ์เพิ่มขึ้นบ้าง แต่ความรู้ที่เพิ่มขึ้นนี้ ก็หลวงพ่อของเรานั่นแหละเป็นผู้สอน แต่เป็นการสอนหลังจากกายมนุษย์ของหลวงพ่อตายไปแล้ว ข้าพเจ้าจะเล่าสู่กันฟังตามที่เห็นสมควร ต่อไปนี้ เราพิจารณาดวงแก้วกายสิทธิ์ แต่หลวงพ่อพิจารณากาย เวลาที่เราซื้อดวงแก้วกายสิทธิ์ เรามักเอาดวงใหญ่ ๆ โดยเชื่อว่าดวงใหญ่ ๆ นั้นสำคัญ เพชรพลอยราคาแพงที่ขนาด คือ ถ้ามีขนาดใหญ่ ราคาจะแพงมาก หากขนาดเล็กราคาจะถูกลง นี่คือ ข้อเท็จจริงที่เราทราบ เรื่องขนาดของดวงแก้วกายสิทธิ์ เราเคยทราบมาว่า ขนาดใหญ่เป็นจักรพรรดิชั้นเก่ง ทำให้เราอยากได้ดวงใหญ่ เพราะดวงใหญ่เป็นระดับบรมจักร นี่คือความรู้เดิมของเรา ขาดของดวงแก้วจุลจักร มหาจักร และบรมจักร มีขนาดของดวงใหญ่เล็กต่างกัน ดวงแก้วกลมขึ้นเองโดยธรรมชาติ โดยไม่ได้ปรุงแต่งแต่อย่างใด ต่อมามีบารมีแก่กล้าเข้า ก็เสด็จไปได้ทั้งดวง ไปอยู่บนนิพพาน ก็เป็นดวงอย่างนั้น แต่ภายในดวงมีกาย กรณีเช่นนี้ ขนาดของดวงแก้วมีขนาดเล็กใหญ่ไปตามฐานะของจักรพรรดิ ตรงตามที่หลวงพ่อท่านสอนไว้ เช่น เท่าผลมะตูม ผลมะขวิด เท่าบาตรพระ ก็มี แต่ยุคของเรา เป็นยุคที่เอาหินจุยเจียมากลึงให้กลม เวลาเราจะซื้อ เรามักเอาดวงใหญ่ ๆ ดวงใหญ่ราคาแพงกว่าดวงเล็ก วันหนึ่งเข้านิโรธไปถามหลวงพ่อ หลวงพ่อบอกว่า ให้ดูกายอย่าดูดวง เราจึงได้ความรู้ใหม่ ดวงเล็กใหญ่ไม่สำคัญ แต่สำคัญที่กาย กายต้องใหญ่ กายสว่าง กายใส ได้ยินมาอย่างนี้ จึงเล่าสู่กันฟัง หลวงพ่อเคยแบ่งจักรพรรดิว่ามี ๓ ระดับ พบใหม่อีก ๑ ระดับ หากท่านอ่านหนังสือ “วิชชามรรคผลพิสดาร” ของหลวงพ่อในบทที่ ๓๗ ท่านจะทราบว่า หลวงพ่อท่านแบ่งจักรพรรดิเป็น ๓ ระดับ คือ จุลจักร มหาจักร บรมจักร รวมเป็น ๓ คำว่า “จักร” เป็นคำย่อ คำเต็มก็คือจักรพรรดิ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า แก้วจุลจักร แก้วมหาจักร แก้วบรมจักร เหตุที่เรียก “แก้ว” มีความหายของดีเลิศ โบราณพูดว่า “ดีใจเหมือนได้แก้ว” คำว่า “แก้ว” ก็คือ แก้วกายสิทธิ์ หรือดวงแก้วกายสิทธิ์นั่นเอง ใครได้ของอย่างนี้เขาจะดีใจยิ่งนัก จึงพูดว่าดีใจเหมือนได้แก้ว อีกคำหนึ่งก็คือ คำ “แก้วสารพัดนึก” เราได้ยินลิเกเขาพูดกัน เราได้ยินจากเรื่องรามเกียรติ์ คำนี้มีเค้าเงื่อนมาอย่างไรหรือ และเราได้ยินรามเกียรติ์เล่นเรื่องนางเมขลาล่อแก้ว แต่พอเรามาเรียนวิชาธรรมกาย เราได้พบความรู้นี้ อยู่ในหนังสือคู่มือสมภารของหลวงพ่อ และเราได้เรียนเรื่องจักรพรรดิในหนังสือวิชชามรรคผลพิสดารของหลวงพ่อ พอเราอ่านคุณวิเศษของจักรพรรดิ เรายุติได้ทันทีว่า แก้วสารพัดนึกก็คือดวงแก้วกายสิทธิ์นั่นเอง ก็คือจักรพรรดินั่นเอง คุณวิเศษของกายสิทธิ์ คงมีมาแต่บรรพกาล จึงเกิดถ้อยคำที่เราได้ยินสืบกันมา ได้แก่คำ ดีใจเหมือนได้แก้ว แก้วสารพัดนึก เป็นต้น หลวงพ่อท่านแบ่งจักรพรรดิเป็น ๓ ระดับ คือ จุลจักร มหาจักร และบรมจักร หากไปอยู่ในภพทิพย์ ก็เอาคำ “ทิพย์” ใส่เข้าไป เป็นจุลทิพย์จักร มหาทิพย์จักร บรมทิพย์จักร หากไปอยู่ในภพของพรหม ก็เอาคำพรหมใส่เข้าไป หรือไปอยู่ในภพของอรูปพรหม ก็เอาคำอรูปพรหมใส่เข้าไป และหากไปอยู่ในนิพพาน ก็เอาคำพุทธจักรใส่เข้าไป เช่น จุลพุทธจักร มหาพุทธจักร บรมพุทธจักร เป็นต้น การนับจะนับอย่างไร จักรพรรดิในกายหลวงพ่อท่านเรียก “ภาคผู้เลี้ยง” หมายความว่า มีหน้าที่ดูแลกาย คือ กายต่าง ๆ มีจักรพรรดิประจำกาย คือกายหนึ่งก็มี จุลจักร มหาจักร บรมจักร สำหรับกายมนุษย์ กายทิพย์ กายพรหม และกายอรูปพรหม รวม ๔ กาย กายละ ๓ จักร รวมเป็น ๑๒ จักร หากรวมจุลพุทธจักร มหาพุทธจักร บรมพุทธจักร สำหรับนิพพานอีก ๓ จักร รวมทั้งสิ้น ๑๕ จักร นี่คือ ความรู้ที่หลวงพ่อสอนเราในหนังสือมรรคผลพิสดาร จากการทำวิชาปราบมาร เราพบจักรพรรดิอีกอย่างหนึ่ง คือ อุดมบรมจักร พูดอย่างเราก็คือ “ต้น” นั่นเอง ตามที่ได้กล่าวถึงการพบมาแล้วนั้น หน้าที่ของจักรพรรดิ หน้าที่ของจักรพรรดิ ตามที่หลวงพ่อสอนไว้ในหนังสือวิชชามรรคผลพิสดารนั้น ข้าพเจ้าจะไม่กล่าวซ้ำ เพราะมีตำราให้ศึกษาแล้ว แต่ที่ข้าพเจ้าจะกล่าวต่อไปนี้ เป็นความรู้ที่พบเห็นในการทำวิชาปราบมาร จักรพรรดิทำหน้าที่ ๔ อย่าง กล่าวโดยภาพรวมแล้วเป็นดังนี้ ๑. ทำหน้าที่เป็นพุทธจักร มีหน้าที่ ดูแลให้การสร้างบารมีเป็นพุทธภูมิดำเนินต่อไป ๒. ทำหน้าที่เป็นธรรมจักร มีหน้าที่ ดูแลพระสัทธรรมทีพระอริยสงฆ์แจ้งแล้ว กำลังแจ้ง และที่จะแจ้งต่อไป ไม่ให้ธรรมฝ่ายมารมาลบเลือน ๓. ทำหน้าที่เป็นสังฆจักร มีหน้าที่ ดูแลพระสงฆ์ที่เข้าถึงธรรมแล้ว กำลังเข้าถึง และที่จะเข้าถึงต่อไป มิให้เสื่อมสลาย ๔. ทำหน้าที่เป็นอาณาจักร มีหน้าที่ ดูแลพืชพันธ์ธัญญาหารให้บริบูรณ์ ให้ผู้มีศีลมีธรรมได้ใช้ไม่ขาดแคลน
เมื่อจักรพรรดิใด ได้มรรคผลนิพพาน คือมีดวงบารมีเข้าเกณฑ์ ก็จะต้องเข้านิพพาน และไปมีหน้าที่ในนิพพานอีก หน้าทีสำคัญยิ่งในนิพพานก็คือ ดูแลพระพุทธองค์และผู้ได้มรรคผลนิพพานทั้งหมดในนิพพานนั้น ๆ ใครเป็นผู้ทำภพทิพย์ ภพพรหม ภพอรูปพรหม และภพนิพพาน สวรรค์ก็ดี พรหมก็ดี อรูปพรหมก็ดี และนิพพานก็ดี จักรพรรดิเป็นผู้ทำไว้ให้ทั้งหมด นอกจากจะทำภพให้อาศัยแล้ว ยังให้การดูแลรักษาอีกต่างหาก ท่านใดที่ต้องการจะรักษาศีล บำเพ็ญทาน เจริญภาวนา จะมีจักรพรรดิลงมาประจำตัวท่าน เป็นความรู้ใหม่ที่ข้าพเจ้ายังไม่ทราบมาก่อน เมื่อทำวิชาปราบมารไปมากแล้ว จึงได้รู้เห็น จักรพรรดิคู่บารมีคืออย่างไร จะเล่าให้ฟังดังนี้ ทันใดที่ใครคิดจะสร้างบารมี คิดจะรักษาศีล คิดจะบำเพ็ญทาน คิดจะเรียนภาวนา จะมีจักรพรรดิลงมาประจำตัวเราทันที โดยที่เราไม่รู้ไม่ทราบ ท่านจะมาอำนวยความสะดวก มาช่วยเหลือโดยที่เราไม่รู้ เมื่อเรารักษาศีล เมื่อเราทำบุญให้ทาน และเมื่อเราเรียนภาวนา เราได้บารมีอย่างไร จักรพรรดิท่านก็ได้ด้วย และเมื่อเราตายไป ไม่ว่าเราจะไปอยู่สวรรค์ชั้นใด ท่านจะไปดูแลเรา ยังไป ๆ มา ๆ อยู่ หากเรามีลูกเมีย ท่านยังอยู่ดูแลลูกเมียลูกหลานต่อไปอีก อีกกรณีหนึ่ง ท่านจะหลบซ่อนกายอยู่ในมนุษย์โลก ทำหน้าที่ช่วยต่อไป ต่อเมื่อเราลงมาเกิดอีก ท่านจะคอยเราอยู่ในที่ใดที่หนึ่ง ครั้นมาถึงขั้นตอนที่เราเป็นธรรมกาย ท่านกับเราจะมาพบกันอีกครั้งหนึ่ง ต่อเนื่องกับเราอย่างนี้ นับชาติไม่ถ้วน นับภพไม่ถ้วน อย่างนี้เรียกว่า “จักรพรรดิคู่บารมี” จักรพรรดิคู่บารมีต้องมีทุกคน จะไม่มีไม่ได้ จะมีมากมีน้อยนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เรามีบารมีธรรมแก่กล้า ท่านก็แก่กล้าตามเรา ดังนั้น ถ้าจักรพรรดิท่านกล่าวอะไร เราต้องฟัง เพราะท่านรู้เรื่องของเราทุกชาติ เคยถาม “ตรีภพ” ท่านกับเราเกี่ยวข้องกันอย่างไร ท่านตอบว่า รู้ว่านายจะมาเกิดปราบมาร ท่านลงมาคอยอยู่ก่อนแล้วในมนุษย์โลก โดยไปอยู่ที่ไหนไม่รู้ พอนายเข้าสู่ครรภ์มารดา ก็ยังไป ๆ มา ๆ อยู่ เรื่องยากตรงที่ประคองเอาเรือนคือ ดวงแก้วเข้าสู่ประเทศไทย ต้องสู้มาร ถ้าแพ้เขา เขาก็ทำลายเรือนคือ ดวงแก้วได้ กว่าจะมาบังคับให้นายไปพบเรือนนี้ แค่นี้ก็เกือบสิ้นใจ กว่านายจะมีเงินไปซื้อเรือน ไม่ใช่ของง่ายเลย เพราะนายยังไม่เป็นวิชา นี่คือ ความยากระหว่างเรากับจักรพรรดิ กว่าจะพบกันได้ แทบจะสิ้นใจ อยากให้ท่านฟังเรื่องตลกของข้าพเจ้า ก็คือไปเยี่ยมพระสมศักดิ์ มหพพโล ที่วัดป่าแหลง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พระสมศักดิ์ พาไปดูหยกที่ชาวพม่าเขาซ่อนไว้ พอเราเห็นก้อนหยก ตอนนี้เราเก่งแล้ว ท่านออกมาพูดกับเราทันที “เราอุตส่าห์เดินทางมาพบนาย ทำไมนายไม่เอาเราไปด้วย” เราจะซื้อก้อนหยกก้อนนี้ เขาก็บอกราคาที่เราไม่อาจซื้อได้ พอกลับมาถึงจันทบุรี ก็มาคิดถึงก้อนหยกก้อนนี้ ติดต่อกับพระสมศักดิ์อีกครั้ง ให้ช่วยตามหยกก้อนนั้น บังเอิญตามไปพบ ยังไม่มีใครซื้อ เราก็ได้ก้อนมา บ่นไปกับพระสมศักดิ์หลายคำ ดีที่พระสมศักดิ์ไม่โกรธ เป็นหยกก้อนขาว เหตุที่เราติดใจก็เพราะท่านตามหาเรา พบเราแล้ว เหตุใดเราจึงไม่ซื้อก้อนของท่านมา นี่คือเหตุผลที่เราคิด ในความรู้ของเราเวลานั้น เรายังเชื่อตำราอยู่ ว่าฐานะการเงินเราต้องดีขึ้นแน่ เพราะความรู้ว่าด้วยเรื่องจักรพรรดิ เราเรียนมาจากหลวงพ่อ มีปรากฏอยู่ในหนังสือคู่มือสมภารและหนังสือวิชชามรรคผลพิสดาร เรามั่นใจว่าเราต้องมีโชคลาภ เราคิดอย่างนั้นในปีนั้น ครั้นก้อนหยกขาวมาอยู่ในครองครองของเราแล้ว เราก็ทำวิชาเป็นปกติ กล่าวถึงจักรพรรดิหยกขาว ท่านดีใจ และกล่าวกับเราด้วย “คำโต” สรุปว่า ท่านจะช่วยเรา หลวงพ่อทราบเรื่อง ได้ตรวจบารมี และเราก็ฟังท่านคุยกับธาตุธรรม สรุปว่า ท่านจะช่วยเราสารพัด เราก็จำเหตุการณ์ไว้ เหตุการณ์ได้ผ่านมาพอสมควร ปรากฏว่า เราไม่รวยเพราะอะไร เพราะมารยังขวางจักรพรรดิได้นั่นเอง ต่อมาพบอีกเหตุการณ์หนึ่ง คือ เราทำวิชามาเป็นลำดับ ได้พบจักรพรรดิที่มารเอาตัวไปกักกัน พบแล้วพบอีก ล้วนแต่มีบารมีมาก ๆ ทั้งนั้น ตามที่เล่ามาแล้วนั้น อยู่มาวันหนึ่ง เป็นเหตุการณ์ที่พวกเรานิยมเล่นจักรพรรดิกันมาก คือ ไปซื้อดวงแก้วขนาดใหญ่จากเมืองจีนบ้าง ซื้อในเมืองไทยบ้าง ที่ว่าซื้อในเมืองไทยหมายความว่า จีนเขาส่งมาขายในเมืองไทย ดวงหนึ่งราคาแพง เมื่อซื้อแล้วก็นำไปให้ข้าพเจ้าซ้อนวิชา บางท่านเล่นอย่างจริงจัง แปลว่าเงินหมดไปมาก นี่คือ อีกเหตุการณ์หนึ่ง เมื่อเหตุการณ์ปรากฏแก่ข้าพเจ้าเช่นนี้ คนที่คิดมากคือข้าพเจ้า ปัญหาที่เราต้องพิจารณาคือ มีดวงแก้วใหญ่ ๆ แล้วเขาไม่รวยขึ้นมา นี่หมายความว่าอย่างไร ความเชื่อของเราไปคนละทางกับตำราเสียแล้ว จากการทำวิชาปราบมาร ที่เรารบไปทุกวัน แล้วเราเดินวิชาถอนถอยเอาจักรพรรดิของเรากลับมาได้ เป็นข้อมูลบ่งบอกว่า เราแพ้มาร เมื่อแพ้มารก็เป็นอย่างนี้ ในยามปกติจักรพรรดิมีอานุภาพตามที่หลวงพ่อท่านสอนไว้ในหนังสือวิชชามรรคผลพิสดารนั้น แต่กรณีที่มารเขายึดอำนาจปกครอง อานุภาพของจักรพรรดิลดถอยลง เนื่องจากธรรมภาคมารเข้ามาขัดขวาง จักรพรรดิของเราก็ไม่อาจทำงานได้เป็นปกติ เมื่อไม่เป็นปกติ เราก็ไม่อาจรวยได้ ดังนั้น จึงระงับการเล่นดวงแก้วใหญ่ไว้ก่อน ที่มีอยู่แล้วก็ให้บูชากันไป ข้าพเจ้าสั่งพวกเราไปอย่างนั้น เพราะเราต้องเคารพความรู้ของเรา เพราะรบไปเดินวิชาไป เราไปเห็นเหตุการณ์เข้า ก็ต้องบอกแก่พวกไปอย่างนั้น หากท่านพบคุณกีรติ เลิศพงศ์ไพบูลย์ คุณวิบูลย์ รัตนพงษ์วัฒนา และคุณบัณฑิต กิจเจริญไพศาล โปรดถามได้ สรุปว่า จักรพรรดิยังทำหน้าที่ไม่ถนัด ถ้ามารยังมีอำนาจปกครองอยู่ เขาขัดขวางทุกรูปแบบ หน้าที่ของจักรพรรดิช่วยเหลือเราได้ อย่างตามมีตามได้เท่านั้น จะทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ ก็ต่อเมื่อมารถูกดับหมดแล้ว จักรพรรดิจึงจะช่วยเราได้อย่างเต็มมือ ตามความรู้ที่หลวงพ่อสอนไว้ บัดนี้ เกิดกรณีไม่ปกติ ตามที่เล่ามานั้น จึงเป็นเรื่องที่เราหนักใจมาก กว่าจะทราบได้ รบเกือบตาย ก็บอกได้แค่นี้ สารบัญ |