Go to Kayadham Home   
เชิญ อ่านรายละเอียด เกี่ยวกับโครงการอบรม ได้เลยครับ >>>
Google
HOME : arrow สื่อธรรมะ : arrow เนื้อหาวิชชาธรรมกาย arrow หลักสูตรปราบมาร arrow ปราบมาร 3 arrow ปราบมาร3 (4)
ปราบมาร 3 (4) PDF พิมพ์ ส่งเมล
Tuesday, 15 August 2006

วิชาปราบมารใช้วิชาธรรมกายชั้นสูง

     เราท่านทราบตรงกันว่า วิชาธรรมกายประกอบด้วย ความรู้หลายระดับ มีทั้งระดับเบื้องต้น ระดับกลาง และระดับสูง

     จะทราบได้อย่างไรว่า ความรู้ใดอยู่ในระดับไหน เรื่องนี้ท่านต้องเรียน จึงจะทราบ และ ถามว่าจะเรียนไปนานแค่ไหน จึงจะถึงขั้นเป็นหลักสูตรได้ ต้องเรียนนาน ๆ จึงจะแยกระดับความรู้ได้

     การจะเรียนให้ถึงขั้นกำหนดหลักสูตรได้ จะต้องทำวิชาที่หลวงพ่อสอนไว้ทั้งหมดให้ได้ และเมื่อได้ครบถ้วนแล้ว จึงถึงขั้นนำความรู้มาประมวลเป็นหมวดเป็นหมู่ เมื่อนำความรู้มาทำเป็นหมวดเป็นหมู่แล้ว จึงจะถึงขั้นกำหนดหลักสูตร ว่าความรู้ใดเป็นหลักสูตรระดับไหน

     หากเปรียบการเรียนวิชาธรรมกายเหมือนการเรียนหนังสือไทย ก็ต้องไปเริ่มเขียนตัวพยัญชนะ เขียนตัวสระ เขียนได้แล้ว จึงนำมาประสมตัว ประสมตัวแล้วจึงต้องทราบความหมายแห่งคำนั้น ๆ แล้วนำถ้อยคำมาเขียนประโยค ว่าประโยคนั้น ประกอบด้วยประธาน กริยา และส่วนขยาย จากนั้น ให้เริ่มแต่งความเป็นประโยคสั้น ๆ จากนั้น แต่งเป็นประโยคยาว ๆ จากนั้นจึงเป็นขั้นเขียนเรียงความ

     การเขียนเรียงความนั้น หัดเขียนตามที่ครูสอนหรือเขียนขึ้นเอง จับประเด็นนี้ก่อน

     การเขียนเรียงความชนิดที่ครูเขาสั่งให้ไปหาความรู้ แล้วรวบรวมเป็นเรื่องราว อย่างนี้จึงจะใช้ได้

     งานทำวิชาปราบมาร ก็คือ การนำความรู้ทางวิชาธรรมกายมาใช้ ให้ได้งานตามที่ครูสั่ง

     งานที่ครูสั่ง คือ ให้ปราบมาร ทานจะนำวิชาใดมาใช้ ท่านจะใช้ความรู้อะไร เป็นเรื่องของท่าน ครูเขาต้องการเพียงอย่างเดียว คือ ให้มารดับหมด

     ทำอย่างไรมารจึงจะดับทั้งหมด เป็นหน้าที่ของท่าน ที่ท่านจะต้องไปค้นคว้า และจัดทำ

     ตามที่บรรยายมานี้ ท่านคงเข้าใจแล้ว ว่าวิชาธรรมกายชั้นสูงมีความหมายครอบจักรวาลเพียงใด

     ท่านต้องเรียนไป จนกว่าท่านจะเกิดความคิดว่า วิชาธรรมกายที่หลวงพ่อวัดปากน้ำสอนไว้นั้น น้อยไปแล้ว เกิดความคิดอย่างนี้เมื่อไร จึงจะพอรู้เรื่องวิชาปราบมารเบื้องต้น

     ส่วนวิชาธรรมกายชั้นสูงนั้น ท่านจะต้องเข้านิโรธไปศึกษาค้นคว้าอีกมากมายนัก จึงจะถึงขั้นคิดวิชาสู้มาร ครั้นเดินวิชารบไปแล้ว เราจะได้ความรู้ใหม่ในวันหน้า และวิชาที่ว่าค้นได้ใหม่นั้น ท่านจะใช้ได้ไม่กี่วัน วิชาเดิมใช้การไม่ได้แล้ว ล้าสมัยไปแล้ว เพราะมารมันไม่ดับ เราต้องไปค้นวิชาใหม่ต่อไปอีก ไม่มีที่สิ้นสุด นี่คือวิชาธรรมกายชั้นสูงที่ใช้ปราบมาร เป็นหลักสูตรกว้าง ไม่มีขอบข่าย ละเอียดแค่ไหน ก็ไม่ทราบ สูงแค่ไหนก็ไม่ทราบ ลึกซึ้งแค่ไหนก็ไม่ทราบ

     ดังนั้นการที่กล่าวว่า ในสากลโลกและในสากลธรรมนี้ มียากอยู่อย่างเดียวคือ ปราบมาร เป็นคำกล่าวที่ถูกต้อง

     คนเก่งที่หายาก คือ หาคนที่มีความรู้ปราบมารไม่ได้

     หากท่านเป็นธรรมกาย ลองทำดูเถิด เข้านิพพานเรื่อยไป ทั้งนิพพานธรรมกายและนิพพานเป็น นิโรธถามไปเรื่อย จะหาใครมาปราบมาร จะอาราธนาผู้มีบุญคนไหนมาปราบมาร ลองนิโรธดูสักปีเดียว ก็พอทราบแล้ว ไม่มีใครรับอาสา ไม่มีใครรับทำ

     คราวนี้ ลองมาดูทางอรูปพรหมบ้าง ลองมาทางพรหมบ้าง ลองมาดูทางทิพย์บ้าง พอจะทราบได้ ว่าไม่มีใครรับอาสา เราไม่รู้จะไปอาราธนาใครมาเกิดปราบมาร มันจนใจจริง ๆ

     จะเป็นเวรกรรมอย่างไรไม่ทราบ หน้าที่ปราบมารมาตกแก่ข้าพเจ้า โดยที่ข้าพเจ้าไม่ทราบมูลเหตุ

     เรื่องราวของการปราบมารเบื้องต้นของข้าพเจ้า มีความเป็นไปมีความเป็นมาอย่างไร โปรดอ่านหนังสือ “ปราบมารภาค ๑” และหนังสือ “ปราบมารภาค ๒” ได้นำมากล่าวไว้แล้ว

     ความยากของงานปราบมารนั้น อยู่ที่ความรู้ ว่าเราจะใช้ความรู้อะไร ความรู้ต้องใหม่อยู่เรื่อย

     ความรู้เก่าใช้ไม่ได้ เพราะมารเขารู้ชั้นเชิงหมดแล้ว เขารู้วิขาของเราหมดแล้ว เขารู้ล่วงหน้าด้วยว่า วันนี้เราจะเดินวิชาอย่างไร และเขาจะต่อสู้อย่างไร ส่วนเรานั้นเป็นผู้ไม่รู้ เคยทำวิชาอย่างไรก็ทำอย่างนั้น เว้นแต่วันใดโชคดี ไปเห็นวิชาใหม่ ก็ใช้วิชาใหม่นั้น เหตุการณ์เป็นเช่นนี้มาตลอด

     เราไม่มีครู ไม่รู้จะไปถามความรู้จากใคร เราไม่มีผู้รู้

     การรบจึงเป็นแบบ “ผิดก็เป็นครู และถูกก็เป็นครู”

ท่านข้องใจว่า ทำไมไม่ถามความรู้จากพระพุทธองค์

     ไม่น่าจะเอาเรื่องนี้มาพูดกัน เพราะเราทำงานให้แห่พระองค์ มีอะไรที่พระองค์จะทรงบอกได้

     ทรงบอกแก่เราทั้งนั้น ไม่มีอะไรปิดบัง เว้นแต่เกินความรู้ของพระองค์ อย่างนี้จนใจ อีกประการหนึ่งก็คือ ทรงบอกไม่ได้ เพราะมารละเอียดบังคับพระองค์อยู่ อยากจะบอกใจจะขาด แต่ทำไม่ได้ เพราะถูกมารบังคับ

     กรณีที่พระองค์ถูกมารบังคับ หากเราไปถามความรู้ต่อพระองค์ ความรู้นั้นเชื่อไม่ได้ เพราะมารเขาเป็นผู้ตอบ มารเขาเป็นผู้ต่อรู้ต่อญาณ มารเขาเป็นผู้ต่อแว่นต่อกล้องส่องญาณ นิโรธ ของเราจะสั่น ไหว ริบ รัว

     กรณีที่พระองค์ทรงบอกความรู้เราไม่ได้ เนื่องจากเกินรู้ เกินญาณของพระองค์ หมายความว่า ทรงตรัสรู้ธรรมขันธ์น้อยไป การตรัสรู้เพียง ๘๔,๐๐๐ ธรรมขันธ์นั้น เป็นเพียงขั้นพื้นฐาน ธรรมกายเล็ก เป็นเพียงความรู้ภาคโปรดสัตว์ ส่วนความรู้ภาคปราบคือ ความรู้ปราบมาร ยังไม่ได้ตรัสรู้ เพราะมารเขาปิดวิชาอยู่ ไม่ให้ได้รู้ได้เห็น พระองค์ก็พยายามรู้พยายามเห็น พยายามจะตรัสรู้แต่มารเขาไม่ยอม เขาก็เอาทุกข์และสมุทัยเข้ามาให้ แต่แรกทรงแก้ได้ ต่อมามารเขาเอาทุกข์และสมุทัยชนิดสำคัญมาให้ พระพุทธองค์ทรงอาพาธและเข้านิพพานไปในที่สุด สรุปแล้วพระองค์ยังไม่ได้ตรัสรู้ธรรมขันธ์วิชาปราบมาร ความรู้จึงเป็นรองมารเรื่อยมา

     กี่ยุคกี่สมัยเป็นอย่างนี้ทั้งนั้น

     เราจึงเป็นรองมารเขาเรื่อยมา แพ้เปรียบในเชิงความรู้มาตลอด

     หากท่านเดินวิชาไปให้สุดนิพพาน ทั้งนิพพานธรรมกายและนิพพานเป็น ท่านจะทราบเรื่องนี้

     หากท่านเดินวิชาไปไม่สุดนิพพาน ไม่ว่าจะเรียนมากี่ปีกี่ชาติกี่ภพ ท่านจะไม่ทราบเรื่องที่กล่าวนี้

     ถามว่า มีใครไปสุดนิพพานบ้าง ตอบว่า ยังไม่มี ข้าพเจ้าได้กล่าวเรื่องนี้ไปแล้วในหนังสือปราบมารภาค ๑ โปรดค้นหามาอ่าน

     หากเราเรียนกันเพียงนิโรธแบบธรรมดา เพื่อให้ละสังโยชน์ เพื่อให้ได้มรรคผลนิพพาน เมื่อเราสร้างบารมีธรรมจนดวงบารมีโตเข้าข่ายได้มรรคผล เราจะละสังโยชน์ได้และได้มรรคผลนิพพาน กรณีอย่างนี้มารเขาไม่ขัดขวางอะไร เพราะเราอยู่ในปกครองของเขา ถึงเราจะเข้านิพพานไปได้ เราก็อยู่ในปกครองของเขาอยู่ดี เราอยู่ในบังคับบัญชาของเขา เขามาสั่งให้ทำอะไรเราต้องทำ เราไม่ทำเขาก็กำจัด วิธีที่เขากำจัดพระพุทธองค์ เขาทำอย่างไร เรื่องนี้ไม่ยาก เดี๋ยวจะบอกให้ เพราะข้าพเจ้าได้ไปรู้ไปเห็นมาแล้ว

     การไปรู้ไปเห็น วิธีการที่มารเขารังแกพระพุทธองค์นั้น

     ไม่ใช่ท่านอยากจะเห็นก็เห็นได้ ไม่ใช่อยากจะรู้ก็รู้ได้ ไม่ใช่อย่างนั้น ผู้เชี่ยวชาญวิชาธรรมกายแม้สักร้อยคนพันคนหมื่นคน จะรู้จะเห็นได้สักคน ก็ต้องว่าโชคดีแล้ว

     จริงอยู่ เป็นศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำเหมือนกัน เรียนมาตำราเดียวกัน ครูเดียวกัน ต่างก็เอาชีวิตเข้าแลกมาด้วยกันทั้งนั้น

     แต่เราต่างกันที่ปัญญา ต่างกันที่บารมี

     ใครเล่าจะเป็นผู้ไปเห็นละเอียด

     นักเรียนชั้นหนึ่ง มีสอนได้ที่ ๑ เพียงคนเดียว

     นี่คือข้อที่ควรพิจารณา อย่าว่าข้าพเจ้าเลย ข้าพเจ้าขอพูดตรง ๆ พูดสั้น ๆ

     คราวนี้ มาพูดกันถึงความรู้ทางวิชาธรรมกายบ้าง เราเคยได้ยินวิชาธรรมกายเขาพูดกันว่า ต้น กลาง ปลาย เราเคยได้ยินเขาพูดว่า อ่อน แก่ หยาบ ละเอียด เป็นต้น

     อย่าง “ต้น” ถามว่า ต้นที่ว่านี้ระดับไหน เราก็ว่าต้น ก็แก่ ไปเป็นเถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด เลือกเอาเองว่าระดับไหน นี่คือตัวอย่าง

     อย่าง “อ่อน” ถามว่าอ่อนระดับไหน เราก็ว่าอ่อนไปเป็น เถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด เลือกเอาเองว่าระดับไหน นี่คือตัวอย่าง

     คราวนี้มาถึงเรื่องบูชาข้าวพระ ถามว่า ที่เราบูชาข้าวพระนั้นถึงพระพุทธองค์หรือเปล่า เรามีอะไรเป็นตัวบ่งชี้ เราจะมีอะไรเป็นเครื่องมือวัดเหมือนปรอทไข้ เราได้แต่ทำตามที่อาจารย์แนะนำ เราทำตามที่อาจารย์บอก เราเชื่ออาจารย์ของเราเพราะเราก็เรียนวิชาธรรมกายมาจากอาจารย์ท่านนี้

     เรื่องบูชาข้างพระนี้ ข้าพเจ้ากล่าวไว้แล้วในหนังสือปราบมารภาค 1 ท่านต้องไปติดตามอ่าน ว่ามีเนื้อหาอะไร มีเหตุผลอย่างไร ทำมาแล้วนานแค่ไหน เหตุใดเรื่องจึงมาแจ้งในช่วงชีวิตที่ข้าพเจ้าทำวิชาปราบมาร ข้าพเจ้าก็ทำวิชาปราบมารเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗ เรื่องบูชาข้าวพระเพิ่งพิสูจน์ได้ในปี พ.ศ. ๒๕๒๗ นั้น

     วันนี้ขอพูดเพียงแต่ว่า เมื่อมีกายหยาบก็มีกายละเอียด คราวนี้มายุติหลักวิชาที่ว่า เมื่อมีหยาบก็มีละเอียด ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า ละเอียดแค่ไหน และละเอียดเพียงใด จึงจะถึงพระพุทธองค์

     ท่านตอบว่า ละเอียดแล้ว ถึงแล้ว ก็ถามต่อไปว่า ที่ว่าละเอียดนั้นพ้นปกครองของมารแล้วหรือยัง

     ตอบตรงนี้ก่อน ถามว่า ความละเอียดของวิชาที่ทำนั้น พ้นเหตุปกครองของมารหรือไม่

     หากตอบว่า ยังไม่พ้นปกครอง เราก็อยู่ในเหตุหลอกรู้ลวงญาณของมาร เพียงแต่มารละเอียด มาหยุดที่เห็น จำ คิด รู้ ของพระองค์ ก็จะเกิดกายของพระพุทธองค์ขึ้น ส่วนกายละเอียดของมารซ่อนอยู่ข้างใน เราก็จะเห็นเป็นว่า พระพุทธองค์ทรงฉันสิ่งของ ๆ เรา เราดีใจว่าเราได้บุญ แท้จริงแล้วมารเขาจำแลงกายมาเหมือน และกินอย่างสะดวกโยธิน ทำไมมารเขาทำได้ เขาทำได้เพราะเขาเป็นผู้ปกครอง เขามีสิทธิ์ที่จะทำเช่นนั้น

     กลับมาพูดถึงข้อดีข้อเสียกันบ้าง ข้อดีก็คือ ถ้าถึงพระพุทธองค์จะทรงมีกำลังและเราก็ได้บุญ ข้อเสียเราควรคิดกันบ้างไหม ถ้าคิด ก็ต้องพูดว่า หากไม่ถึงก็หวานคอมาร มารมันก็มีกำลัง เป็นการไปบำรุงกำลังมารแท้ ๆ โดยทีเราไม่ทันคิด แต่กาลก่อนข้าพเจ้าไม่ได้คิด เพิ่งจะมาคิดเร็ว ๆ นี้ คิดแล้ว ก็แก้ไขอะไรไม่ได้

     เมื่อก่อนเราไม่ทันคิดอะไร พออาจารย์สอนเราก็ทำทันที คิดแต่จะได้บุญ ไม่ทันคิดถึงข้อดีข้อเสีย

     ตอนนี้อายุมาแล้ว และทำวิชาปราบมารมานานปี เกิดข้อคิดหลายอย่าง อย่างเรื่องการห้ามฝน เมื่อฝนตก เราต้องการให้ฝนหยุด เราก็เดินวิชาเก็บฝน แล้วฝนก็ไม่ตก เป็นไปตามที่เราต้องการ เราคิดว่าเราเก่ง แต่การเก่งของเราเป็นดาบ ๒ คม เมื่อท่านเดินวิชาเก็บฝน มารเขาได้ช่องทันที เขาสำทับวิชาแห้งแล้งทับทวีเพิ่มลงไป บัดนี้ ปรากฏว่าบ้านเมืองของเราแล้งฝน ขาดฝน ขาดน้ำ รัฐบาลต้องเข้าแก้ ดังที่เราท่านทราบในทุกวันนี้

     การทำวิชาแกล้งพวกเดียวกัน ผู้มีความรู้จริงเขาจะไม่ทำเป็นอันขาด คนที่ดังกว่าคนนั้น คนนั้นมีผลประโยชน์กว่า เราก็อยากมีชื่อเขื่องกว่าเขา เราเดินวิชาแกล้วเขาผู้นั้น การกระทำเช่นนี้เป็นการไปช่วยงานของมารเขา ปกติมารเขาแกล้งเราอยู่แล้ว เราไปนำร่องวิชาให้มารได้ช่องอีก เพื่อนคนนั้นพลอยที่จะทุกข์ร้อนน้อย เขากลับได้ทุกข์มาก เราเป็นผู้ไปเพิ่มทุกข์ให้เขาแท้ ๆ แล้วอย่างนี้จะว่าอย่างไร นี่หรือคือผู้ทรงธรรมอันประเสริฐ ท่านทำหน้าที่เป็นมารโดยท่านไม่รู้ วิชาของมารมีแต่ทำให้สัตว์โลกพ้นทุกข์ แต่เราไปให้ทุกข์แก่เขา

     วิธีแก้ฝนไม่ให้ตก เราก็ตั้งเครื่องเข้า อาราธนาเครื่องช่วยนำเมฆฝนไปตกในถิ่นที่เขาต้องการน้ำ วันนี้เราประกอบพิธีมงคล หากฝนตกในถิ่นของเรา เราจะไม่สะดวก เสร็จแล้วเราก็ยิงเครื่องเข้าไปที่เมฆนั้น เครื่องก็ทำหน้าที่ตามที่เราอาราธนา อาจได้ผลไม่มากนัก แต่ไม่ชี้ช่องให้มารสร้างเหตุฝนแล้ง

     ดูไปแล้ว ความรู้ของเราเป็นความรู้ที่มารเขามาปนเป็น เอิบ อาบ ซึม ซาบ ต้องแยกให้ออกว่า นี่เป็นความรู้ของพระหรือความรู้ของมาร อะไรที่เว้นได้ก็เว้นไป อย่าเก่งมากนักเลย ทีเราอยากให้เก่ง แต่เก่งไม่ได้ เก่งจริงต้องไปเก่งกับมาร มาเก่งกับพวกเดียวกันเอง ไม่เข้าท่าเลย มาทับถมกันเอง มาข่มกันเอง มากีดกันกันเอง มาแกล้งกันเอง วิธีนี้เป็นวิธีของมาร ไม่ใช่วิธีของพระ เราต้องช่วยกันทุกรูปแบบ เราต้องเอื้อเฟื้อกันทุกรูปแบบ เราต้องสนับสนุนกันทุกรูปแบบ เราต้องลดตัวเองให้คนอื่นดังกว่าเรา เราต้องให้คนอื่นเหนือกว่าเรา จึงจะถูกวิธีของพระ ใจของพระมีแต่เสียสละ เราเอาประโยชน์แต่น้อย ให้คนอื่นเขาได้มากกว่าเรา

     ควรคิดอย่างพระ อย่าไปคิดอย่างมาร

สารบัญ

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Tuesday, 15 August 2006 )
< ก่อนหน้า   ถัดไป >



LeftHit.com

Use FIREFOX instead of Internet Expolorer and PREVENT SPYWARE

Firefox is FREE and is considered the best free, safe web browser available NOW!!  Go here for more info about Firefox >>

หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org