Go to Kayadham Home   
ประชาสัมพันธ์ : เชิญร่วมปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกาย โดยวิธีการที่หาที่ไหนไม่ได้ (หลักสูตรเร่งรัดสำหรับท่านที่มีเวลาน้อย) ณ โฮมเสตย์ เขื่อนท่าด่าน จ.นครนายก 6-7 เมษายน 50 นี้ (ด่วน! รับ 40 ท่าน) อ่านรายละเอียดall.gif
HOME :
คู่มือสมภาร (6) PDF พิมพ์ ส่งเมล
Monday, 14 August 2006

เหตุที่เขียนแนวเดินวิชาคู่มือสมภาร

     ท่านที่ทำวิชา ๑๘ กายได้แล้ว ตามแนวหนังสือทางมรรคผล ๑๘ กาย ของหลวงพ่อวัดปากน้ำ มีความประสงค์จะฝึกวิชาชั้นสูงต่อไป ได้นำหนังสือคู่มือสมภารมาให้ข้าพเจ้าดู แล้วถามว่าบทนี้เดินวิชาอย่างไร ข้าพเจ้าตอบว่า หนังสือเขาให้ทำอย่างไรก็เดินวิชาอย่างนั้น ยังถามต่อไปอีกว่า ที่หนังสือเขาว่าอย่างนั้นจะให้ทำอย่างไร เรื่องของเรื่องก็ต้องพูดกันนาน กว่าจะเข้าใจได้แต่ละบทไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ทั้งที่หลวงพ่อท่านบอกว่าให้ทำอย่างนี้ เราก็ยังทำไม่ได้

     จริงอยู่หลวงพ่อท่านทำได้ และศิษย์ที่ฝึกโดยตรงมาจากหลวงพ่อจะเห็นว่าง่ายและทำได้

     ครั้นมาถึงยุคของพวกเรา เราศึกษาจากตำรา ไม่ได้ทดลองปฏิบัติจากหลวงพ่อโดยตรงอาจเข้าใจไม่ตรงความประสงค์ของหลวงพ่อก็ได้ เมื่ออ่านแล้ว ต่างคนต่างเข้าใจ เข้าใจตรงกันบ้าง ไม่ตรงกัน เข้าใจถูกบ้าง เฉียดไปบ้าง นี่คือข้อเท็จจริงที่เราพบอยู่

     จากประสบการณ์ที่ข้าพเจ้าสอนวิชาธรรมกายเบื้องต้น ยึดหนังสือ ๑๘ กายของหลวงพ่อเป็นหลักสูตร สอนไปตามนั้น ฝึกไปตามนั้น ได้แจกหนังสือ ๑๘ กายไปมากต่อมาก ปรากฏว่า อ่านแล้วไม่ค่อยรู้เรื่อง แม้เห็นดวงปฐมมรรคแล้ว ก็ยังเดินวิชาไม่ได้ โอกาสที่จะทำวิชา ๑๘ กายได้นั้น เป็นอันหมดหวัง เมื่อไม่มีใครทำวิชา ๑๘ กายได้ แสดงว่าการสอนของเราล้มเหลว อาจารย์เก่งไปคนเดียว ศิษย์ไม่เก่งด้วย เพราะอาจารย์ทำให้เขาเห็นธรรมไม่ได้ อาจารย์จึงเก่งไปคนเดียว จึงคิดปรับปรุงวิธีสอนใหม่ ปรับปรุงวิธีเดินวิชาใหม่ ทำของยากให้ง่ายเข้า ได้เขียนหนังสือเล่มที่ชื่อว่า “ธรรมกาย” โดยอธิบายหนังสือ ๑๘ กายของหลวงพ่อให้ง่ายขึ้น แสดงการเดินวิชาธรรมกายให้ง่ายขึ้น ปรากฏว่างานสอนเบื้องต้น ๑๘ กายได้ผลมาก ข้าพเจ้ารับรองว่าการฝึกวิชา ๑๘ กาย หากได้ฝึกตามแนวที่กล่าวไว้ในหนังสือ “ธรรมกาย” แล้วต้องเป็นวิชา ๑๘ กายทุกราย (การพิมพ์คราวหลัง หนังสือเล่มนี้ใช้ชื่อว่า “ผู้ใดเห็นดวงธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต ตถาคตคือธรรมกาย”)

     จะเห็นว่าหนังสือ ๑๘ กายของหลวงพ่อยากมาก จำเป็นต้องเขียนหนังสือคู่มือช่วย

     คราวนี้ กลับมาดูหนังสือคู่มือสมภารข้าง ก็ต้องว่ายากและยากมากด้วย

     ไม่รับรองว่า แนวการเดินวิชาคู่มือสมภารที่ทำไว้นี้ จะช่วยเพื่อนสหธรรมมิกได้มากน้อยเพียงไร เพราะการเห็นวิชายังไม่ถึงขั้น แต่โน้ตที่ทำไว้นี้ ยกร่างไว้แนะนำเพื่อนสหธรรมมิกกันเองเท่านั้น

     หากท่านมีแนวการเดินวิชาอยู่แล้ว ท่านก็ทำตามแนวของท่าน หากนึกไม่ออก ก็ลองดูแนวของข้าพเจ้า ท่านที่เชี่ยวชาญแล้ว เก่งแล้ว ตำราของข้าพเจ้าไม่เป็นประโยชน์ต่อท่าน

หลักของการเดินวิชา

     ได้แก่ หลักกว้าง ๆ ทั่วไป ว่าการเดินวิชาตามแนววิชาธรรมกายนั้น มีหลักที่เราต้องจดจำ ดังนี้

     ๑. เข้าสิบ เข้าศูนย์ เข้ากลาง

     หมายความว่า การเข้าหากายจะต้องเดินใจเข้าสิบของกายที่เราเข้าหา สิบก็คือฐานที่ ๖ เข้าศูนย์ คือ เข้าดวงธรรมซึ่งอยู่ที่ฐานที่ ๗, เข้ากลาง หมายความว่า จากดวงธรรมหนึ่งไปยังอีกดวงธรรมนั้น จะต้องวางใจเข้ากลาง คือ กลางดวงธรรมมีจุดใสเท่าปลายเข็ม จุดใสเท่าปลายเข็มคือ กลาง เมื่อสัมผัสใจถูกจุดใสเท่าปลายเข็มแล้ว จุดใสเท่าปลายเข็มจะว่างออก แล้วจะไปถึงดวงธรรมต่อไปเป็นอัตโนมัติ

     ๒. วิธีเข้าหากาย จากกายหนึ่งไปยังอีกกายหนึ่ง เดินฐานไปตามฐาน ๗ ฐานของกาย ต่างกันแต่ว่าหญิงส่งใจเข้ากายใหม่ทางปากช่องจมูกซ้าย ชายส่งใจเข้าทางปากช่องจมูกขวา แล้วลำดับไปตามฐาน ๗ ฐาน หากจะย่นย่อก็คือ เมื่อส่งใจไปถึงฐานที่ ๓ คือ จอมประสาทแล้ว ส่งใจนิ่งลัดฐานลงไปที่ดวงธรรมในท้องของกายที่เราเข้าหาก็ได้

     ๓. ในการเดินวิชา ท่านให้นึกไว้เนือง ๆ ว่า เข้ากลางเข้าไว้ คือ กลางดวงธรรม ตามที่กล่าวแล้ว ไม่ให้นึกไปทาง ซ้าย ขวา หน้า หลัง บน ล่าง ระหว่างหัวต่อของกาย ให้นึกเข้า “กลาง” อย่างเดียว

     ๔. ขณะส่งใจนิ่งลงไปที่ดวงธรรม และขณะที่จรดใจลงไปที่ “กลาง” (จุดใสเท่าปลายเข็ม) ของดวงธรรม พึงบริกรรม หยุดในหยุด ๆ นิ่งในนิ่ง ๆ และท่องหมุนขวาในหมุนขวา ๆ ที่ว่า หมุนขวาในหมุนขวานั้น ก็คือ เหมือนจรดปลายดินสอลงบนกระดาษ หมุนขวาปลายดินสออยู่กับที่ จากนั้น กลางคือ จุดใสเท่าปลายเข็มจะว่างออก แล้วเราก็จะเห็นอะไร ๆ ต่อไป เหตุผลที่ท่องหมุนขวา ก็เพราะมารเขาทำหมุนซ้ายไว้ เราแก้โดยหมุนขวา

     ๕. ในการเดินวิชา ถือหลักให้ไปถึงละเอียดเข้าไว้ ครั้นไปถึงละเอียดอย่างใหม่ ก็ให้ไปถึงละเอียด และละเอียดต่อไปอีก ละเอียดเดิมใช้ไม่ได้ ต้องไปถึงละเอียดในละเอียดต่อไปอีก หลวงพ่อท่านมักจะพูดว่า “ดับหยาบไปหาละเอียด” ไปถึงละเอียดใด ให้เอาละเอียดนั้นเป็นหยาบ และเดินวิชาจากหยาบนั้นไปหาละเอียดต่อไปอีก

     ๖. ความรู้ที่เราจะฟังได้ ได้แก่ความรู้ที่เราไปถึงละเอียดที่สุด เท่าที่เราจะสามารถเดินวิชาไปถึงได้ หากเดินวิชาไปยังไม่ถึงละเอียดจริง ความรู้นั้นเพียงแต่ฟังหูไว้หูก่อน แม้เราจะเรียนมานานก็จริง หากการเดินวิชาของเรายังไม่ไปถึงละเอียดจริง เราอย่าเพิ่งปักใจเชื่อความรู้นั้น ความรู้นั้นยังต้องศึกษาและฝึกต่อไป

     ๗. ความรู้ที่เราจะฟังได้ ต้องประกอบด้วยองค์ประกอบต่อไปนี้

(ก.) กายและดวงธรรมต้องใสและขาว

(ข.) ความหยุด ความนิ่งแห่งใจ ต้องไม่ ริบ ส่าย ไหว รัว

(ค.) การเห็น จะต้องเห็นที่ “กลาง” คือ กลางจุดใสเท่าปลายเข็มของดวงธรรม และ "“กลาง" นั้น จะต้องขาวใสด้วย หมายความว่า ธรรมภาคมารไม่มีที่ “กลาง” นั้นเลย หากมีจุดดำเพียงนิดเดียว ก็ใช้ไม่ได้

จุดดำนิดเดียวนั้นคือความไพศาลของมาร เขาสามารถทำนิพพาน ภพ ๓ โลกันต์ มากน้อยเท่าไร มารวมเป็นจุดดำนิดเดียวได้ จุดดำนี้ สามารถทำให้ญาณทัสสนะของเราผิดได้เสมอ และหากว่าเป็นจุดสีอื่นที่ไม่ดำแต่ไม่ขาว ก็คือ ธรรมของภาคกลาง จะทำให้ความรู้ของเรามีทั้งผิดและถูกปนกัน

     หลักของการเดินวิชา ๗ ประการนี้ เป็นเบื้องต้น โปรดทบทวนและทำความเข้าใจ

วิธีทำให้ดวงธรรมและกายใส

     ความใสและความขาวนั้น เป็นจุดประสงค์สำคัญที่สุดเหมือนวิชาการแพทย์ที่ถือมั่นในเรื่องของความสะอาด ไม่ว่าจะเรื่องอะไรต่อมิอะไรต้องสะอาดทั้งนั้น วิชาธรรมกายถือมั่นในเรื่องของความสะอาดเช่นเดียวกัน ถือว่าความขาวและความใสเป็นความสะอาด จะทำอะไรก็ทำเถิด จะใช้ความรู้ใดก็ใช้เถิด ขอแต่ว่าให้ขาวและให้ใสก็แล้วกัน

     ความรู้ใดที่ใช้ฝึกให้ดวงธรรมและกายขาวใสนั้น มีอยู่หลายความรู้ เช่น

1. การเดินฌานสมาบัติแบบอนุโลมปฏิโลม อย่างน้อย ๗ เที่ยว

2. การสับกาย (การเอากายหยาบ สับเข้าไปในกายละเอียด)

3. การซ้อนกาย (การเอากายละเอียด ซ้อนเข้าไปในกายหยาบ)

4. การซ้อนสับทับทวีกาย (การเอากายที่ซ้อนแล้วและสับแล้ว มาทับทวีให้ละเอียดยิ่งขึ้น)

     ความรู้สำคัญทั้ง ๔ บทนี้ ต้องฝึกทุกวัน ให้เกิดความคล่องและชำนาญ เพื่อนำผลการฝึกไปเรียนรู้เรื่องอื่น ๆ ต่อไป รายละเอียดของการฝึกแต่ละบทมีอย่างไร จะได้กล่าวในโอกาสต่อไป

     โปรดเข้าใจว่า ถ้ากายและดวงธรรมไม่ใส เราจะเรียนรู้อะไรไม่ได้เลย หากขาดการฝึกเพียงวันเดียว จะเกิดความเสียหายใหญ่หลวงแก่เรา สภาพใจจะตกต่ำ เนื่องจากความหยุด ความนิ่งทางใจใช้การไม่ได้ มีผลกระทบให้ดวงธรรมไม่ใส เมื่อดวงธรรมไม่ใส ทำให้กายไม่ใสด้วย และความเห็นทางญาณทัสสนะใช้การไม่ได้เลย

     ดังนั้น จึงขอกำชับว่า ขอได้โปรดทุ่มเทชีวิตจิตใจให้แก่ความรู้ทั้ง ๔ บทนี้ ก่อนที่จะฝึกเรียนรู้อะไร ต้องทำวิชา ๔ บทนี้ก่อนเสมอไป แล้วจึงไปฝึกเรียนรู้เรื่องอื่นต่อไปได้

สารบัญ

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:ผู้เยี่ยมชม
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressLoad Image from WebBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Monday, 14 August 2006 )
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Add to Google


หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org