Go to Kayadham Home   
เชิญ อ่านรายละเอียด เกี่ยวกับโครงการอบรม ได้เลยครับ >>>
Google
HOME : arrow สื่อธรรมะ : arrow เนื้อหาวิชชาธรรมกาย arrow หลักสูตรเบื้องต้น arrow ผู้ใดเห็นดวงธรรม arrow ผู้ใดเห็นดวงธรรม 3
ผู้ใดเห็นดวงธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต ตถาคตคือ ธรรมกาย 3 PDF พิมพ์ ส่งเมล
Saturday, 26 August 2006
มาทำความเข้าใจให้ถูกต้องกันก่อน

     เรายังเข้าใจคติธรรมของพระบรมศาสดาไม่ตรงกัน เมื่อเข้าใจไม่ถูกต้องแล้ว เราจะได้ความรู้ผิด ๆ ไป และเราก็จะยึดมั่นถือมั่นในความเข้าใจผิด ๆ อยู่อย่างนั้น ย่อมเกิดการเสียหายต่อเรามาก ดังนี้

ธมฺมจารี สุขํ เสติ ผู้ประพฤติธรรมย่อมอยู่เป็นสุข

     หมายความว่า เราต้องประพฤติธรรม ผลแห่งการประพฤติธรรมจะส่งผลให้เราอยู่เป็นสุข ไม่ใช่รู้ธรรมแล้วอยู่เป็นสุข ทุกวันนี้มีแต่เรียนเพื่อรู้ แต่ไม่เรียนเพื่อปฏิบัติ เมื่อเรียนแล้วเกิดความรู้ แล้วนำความรู้นั้นไปสอบ ใครจำได้ก็เขียนตอบได้ แล้วก็ได้ประกาศนียบัตร นั่นคือ เรียนเพื่อรู้ แต่ไม่ปฏิบัติ ไม่ประพฤติย่อมอยู่เป็นทุกข์ หากประพฤติบ้างก็สุขบ้างทุกข์บ้าง ประพฤติตลอดก็สุขตลอด

ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม

     หมายความว่า ต้องประพฤติธรรมต้องปฏิบัติธรรม ธรรมจึงจะรักษา หากไม่ประพฤติธรรมไม่ปฏิบัติธรรม ธรรมก็ไม่รักษา ประเด็นสำคัญอยู่ที่การประพฤติปฏิบัติ ประพฤติธรรมใดปฏิบัติธรรมใด ธรรมชนิดนั้นก็ให้การรักษา ประพฤติได้มากรักษาได้มาก ประพฤติได้น้อยรักษาได้น้อย เป็นไปตามขีดขั้นแห่งการปฏิบัติเป็นสำคัญ ไม่ประพฤติเลยก็ไม่มีอะไรรักษาด้วยประการใด ๆ

ธมฺโม สุจิณฺโณ สุขมาวหาติ ธรรมที่ประพฤติดีแล้ว นำสุขมาให้

     หมายความว่า ต้องประพฤติแล้วอย่างดี ไม่ใช่ปฏิบัติครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่ใช่ปฏิบัติตามอารมณ์ ไม่ใช่นึกอยากปฏิบัติก็ทำหนหนึ่ง คำว่าปฏิบัติดีแล้วหมายความว่า ประพฤติเนือง ๆ ปฏิบัติเป็นนิจศีล แบบเอาใจจดจ่อ และการปฏิบัตินั้นจะต้องให้ครบสูตร 3 รอบ คือ รอบที่หนึ่ง รอบที่สอง และรอบที่สาม คือทดลองแล้วทดลองอีก ให้ปรากฏผลออกมาให้จงได้ จึงจะขึ้นชื่อว่าประพฤติดีแล้ว เข้ากฎเกณฑ์ที่ว่านี้ จึงจะนำความสุขมาให้

     เราประพฤติเล่น ๆ กันมาก เมื่อประพฤติเล่น ๆ ก็ได้ผลเล่น ๆ เราประพฤติจริงก็ได้ผลจริง เราประพฤติหย่อน ย่อมได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง

บ้านเราเมืองเราเรียนธรรมกันแบบไหน

     หากพิจารณาดูการเรียนพระธรรมในบ้านของเราแล้ว ส่วนใหญ่เป็นการเรียนเพื่อรู้ ไม่ใช่เรียนเพื่อการปฏิบัติ เราจะพบว่าบ้านเมืองเรามีแต่คนมีความรู้ แต่คนเหล่านั้นขาดคุณธรรมขาดจริยธรรม ไปทำงานที่ใดก็สร้างปัญหาที่นั่น ไปอยู่ในสังคมใดสร้างความเดือดร้อนให้แก่สังคมนั้น

     เราทุกคนเป็นผลผลิตทางการศึกษา โรงเรียนและวิทยาลัยให้การศึกษาแก่เรามาแล้ว หล่อหลอมเราแล้วจนถึงขั้นจบหลักสูตรการศึกษา สถานศึกษาเขารับรองโดยให้วุฒิบัตรหรือปริญญาบัตร ครั้นคนของเราไปประกอบอาชีพ ทั้งไปทำราชการและประกอบธุรกิจส่วนตัว ข่าวที่ออกมาทางโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ ล้วนแต่บ่งบอกว่า ปัญหาเหล่านั้น เกิดจากการกระทำของมนุษย์ สืบดูแล้วปรากฏว่าผ่านการศึกษามาแล้วทั้งนั้น แล้วเหตุใดคนของเรายังประพฤติมิชอบเช่นนั้นอยู่

     เหตุใดเขาประพฤติมิดีมิชอบเช่นนั้น ตอบว่า ขาดคุณธรรม ถามต่อไปว่า โรงเรียนและวิทยาลัยไม่ได้สอนศีลธรรมแก่นักเรียนเลยหรือ สถานศึกษาก็ตอบว่า สอน เพราะมีหลักสูตรให้สอน เมื่อสอนศีลธรรมแก่นักเรียนแล้ว เหตุใดคนของเราจึงไม่มีคุณธรรม สุดท้ายไล่เบี้ยไปที่สถานศึกษา เพราะสถานศึกษาให้การศึกษาแก่เขามาดี เมื่อเขาจบการศึกษาจึงออกใบประกาศนียบัตรหรือวุฒิบัตรให้ ปัญหานี้ยังไม่แจ้งชัด เพราะยังหาผู้รับผิดชอบไม่ได้

กระบวนการเรียนกระบวนการสอนนั้นสำคัญ

     ผลเกิดขึ้นแล้ว คือ คนของเราขาดคุณธรรมจึงประพฤติมิชอบ ก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ในสังคม เราจะสืบสวนต่อไปว่า เกิดจากเหตุอะไรกันแน่ เพราะหลักสูตรกำหนดให้สอนศีลธรรม หลักสูตรมีให้เราได้พิจารณาแล้ว และมีการเรียนการสอนกันแล้ว โดยครูประจำวิชาเป็นผู้รับผิดชอบ

     เราก็ลำดับเรื่องต่อไปอีกว่า ที่ว่าการสอนนั้นสอนอย่างไร สอนแบบไหน การสอนนั้นถูกวิธีการหรือไม่

     เรื่องจะมายุติว่า กระบวนการสอนของเราบกพร่อง พูดถึงวิธีสอน เราเรียนกันมามากแบบในวิชาการศึกษา มีทั้งการสอนแบบขั้นทั้ง 5 ของแฮบาท การสอนแบบแดนตัน การสอนแบบอนุมารแบบอุปมาร สารพัดแบบที่เราเคยศึกษา การสอนแบบวิทยาศาสตร์คือ การสอนให้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 (หู ตา จมูก ลิ้น กาย) แต่เราจะเน้นที่ใจเป็นสำคัญ

     การสอนศีลธรรมคือ การสอนให้เปลี่ยนพฤติกรรมมนุษย์ เราจะสอนแบบไหน นี่คือประเด็นสำคัญ

     ใจมนุษย์มีกิเลส เราจะให้กิเลสหมดไปจากใจ ถามว่าเราจะสอนแบบไหนและอย่างไร นี่คือกระบวนการสอน กระบวนการสอนที่เราเตรียมจะต้องสอดคล้องกับกระบวนการเรียนของนักเรียน เป็นการตบมือกัน 2 ฝ่าย การสอนเพื่อเอากิเลสออกจากใจแล้วเอาธรรมของพระบรมศาสดาเข้ามาแทนที่ ไม่ใช่งานที่ทำง่าย ต้องศึกษาเล่าเรียนกันมาก หากงานนี้ทำง่าย ป่านนี้คนของประเทศมีคุณธรรมกันหมดแล้ว

     กระบวนการสอนจะเป็นอย่างไร และกระบวนการเรียนจะเป็นอย่างไร เป็นหน้าที่ของสถานศึกษาต้องคิดเอาเอง เพราะเป็นหน้าที่ของสถานศึกษาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือ ครูอาจารย์ต้องคิดกันแล้ว ต้องเรียนกันแล้ว เพราะปัญหารอเราอยู่ ต้องคิดเสมอว่า ประชาชนคือผลผลิตทางการศึกษา เราให้การศึกษาเรื่องพัฒนาใจบกพร่อง ก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นแล้วในบ้านเรา

ปัญหาด้อยคุณธรรมทำให้รัฐเสียเงินงบประมาณก้อนใหญ่

     ปัญหาน้อยใหญ่ที่เกิดขึ้นในบ้านเรา ลูกฆ่าพ่อ พ่อข่มขืนลูก ปล้น จี้ อาชญากรมือปืนรับจ้าง ยาเสพติด แย่งตำแหน่งราชการ แย่งกันเป็นนายก ฯ สภากลายเป็นที่ด่ากัน คนเรียนจบปริญญาเอกแสดงกิริยาไม่น่าดู สารพัดเรื่องที่จะเห็นข่าวในโทรทัศน์ มาจากคนขาดคุณธรรมทั้งสิ้น

     เราจะอยู่กันอย่างไร นี่คือประเด็นที่เราถามกันทุกวัน หลวงท่านแก้ไขโดยการออกกฎหมายบังคับ กฎหมายคือข้อบังคับความประพฤติ เมื่อใช้คุณธรรมไม่ได้ ก็ต้องใช้กฎหมาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือที่เราเรียกว่า ส.ส. ท่านมีหน้าที่ออกกฎหมาย วันหนึ่งออกกฎหมายกี่ฉบับ เดือนหนึ่งกี่ฉบับ ปีหนึ่งกี่ฉบับ ลองคิดกันง่าย ๆ สี่ปีมีกฎหมายเท่าไร ถามต่อไปว่า มีใครบ้างไหมที่อ่านกฎหมายเหล่านั้น ก็ไม่มีใครอ่าน เอาแค่นี้เพียงบอกว่ากฎหมายนั้น ๆ มีชื่ออะไร ไม่มีใครตอบได้ทั้งนั้น

     คราวนี้เรามาช่วยกันคิดว่า กระบวนการดำเนินทางกฎหมายนั้นใช้งบประมาณก้อนใหญ่อย่างไร

     ลองคิดถึงกรมตำรวจว่ามีตำรวจเท่าไร อัยการจังหวัดทั่วประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด ศาลสถิตยุติธรรม เรือนจำและพนักงานเรือนจำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เอาจำนวนตั้งแล้วคูณด้วยเงินเดือน จะเป็นตัวเลขออกมา เป็นเพียงเงินเดือน เดือนเดียวเท่านั้น ยังไม่คิดละเอียด นี่คืองบประมาณมหาศาล เงินนี้เป็นเงินของประชาชนทั้งนั้น คือ เงินภาษีที่เราจ่ายให้รัฐ เงินนี้จ่ายเพื่อแก้ปัญหาคุณธรรม จะได้ผลหรือไม่ได้ผลไม่ทราบได้ แต่ทำไปแล้ว และจะทำต่อไป

     หากสถานศึกษามีความรู้ที่จะสอนให้นักเรียนนักศึกษามีคุณธรรม เงินมหาศาลก้อนนี้เราก็ไม่ต้องจ่าย

     ขอให้เราได้เห็นของจริงเรื่องนี้ก่อน เงินก้อนนี้จ่ายเพื่อแก้งานอะไร เงินก้อนนี้เป็นของท่าน ถามท่านว่า ทำไมท่านเลี้ยงโจร ท่านตอบว่า ไม่ได้เลี้ยง โจรที่ปล้นเขาเมื่อก่อนนี้ ขณะนี้เขาอยู่ในคุก แต่หลวงต้องจ่ายเงินงบประมาณเลี้ยงเขาวันละ 3 มื้อ เงินที่จ่ายไปนี้ ไม่ใช่เงินของท่านหรือ เพียงเท่านี้ ท่านก็รับว่าเราเลี้ยงโจรจนกว่าโจรจะตายไป

สารบัญ

< ก่อนหน้า   ถัดไป >



LeftHit.com

Use FIREFOX instead of Internet Expolorer and PREVENT SPYWARE

Firefox is FREE and is considered the best free, safe web browser available NOW!!  Go here for more info about Firefox >>

หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org