ผลแห่งการตั้งใจ
- ตั้งใจที่ศูนย์กลางกาย เห็นดวงปฐมมรรคในท้อง คือ เห็นข้างใน พระให้เห็น เป็นของจริง - ตั้งใจผิดไปจากศูนย์กลางกาย เห็นดวงธรรมนอกตัว คือ เห็นนอก กิเลสให้เห็น เป็นของหลอก ของปลอม - เห็นใน ไม่เวียนว่าย – เห็นนอก เวียนว่าย - เห็นใน จะหมดภพ หมดชาติ – เห็นนอก จะแสวงหาภพ ชาติ - เห็นใน เป็นวิชาของฝ่ายบุญ – เห็นนอก เป็นวิชาของฝ่ายบาป - เห็นใน จะหมดทุกข์ – เห็นนอก แสวงหาทุกข์ - เห็นใน จะเร็ว จะถึง เดินหน้า –เห็นนอก จะล่าช้า เนิ่นนาน ถอยหลัง - เห็นใน จะหมดเวร หมดกรรม – เห็นนอก เวรกรรมยังตามล้าง - เห็นใน ดวงบุญไม่ถูกระเบิด - เห็นนอก ดวงบุญแตกกระจาย เพราะถูกมารระเบิด - เห็นใน ถึงมรรคผลนิพพาน - เห็นนอก ไม่ถึงมรรคผลนิพพาน ได้แค่ขอถึง แต่ไม่ถึง - เห็นใน ใกล้พระพุทธองค์ – เห็นนอก ไกลจากพระพุทธองค์ - เห็นใน ของจริง – เห็นนอก ของเก๊ - เห็นใน ในสงบ มีสมาธิ เห็นนอก – ใจฟุ้งซ่าน บ้า - เห็นใน โรคจะหาย – เห็นนอก โรคกำเริบ - เห็นใน จะรุ่งเรือง จำเริญ – เห็นนอก จะเสื่อม ยากจน - เห็นใน สุคติ – เห็นนอก ทุคติ
เหตุใดเราจึงตั้งใจไว้ในที่ต่างกัน บ้างก็ตั้งใจไว้ที่ศูนย์กลางกาย บ้างก็ตั้งไว้นอกศูนย์กลางกาย เหตุใดจึงตั้งใจต่างกันเช่นนั้น เรื่องการตั้งใจนี้เป็นเรื่องใหญ่ ยากที่จะชี้แจง และยากที่จะให้เหตุผล พระพุทธเจ้าฝ่ายสัมมาทิฏฐิ หรือฝ่ายบุญ เป็นผู้ค้นคว้า ถ้าบารมีไม่เข้าขั้นพระพุทธเจ้า จะค้นคว้าเรื่องนี้ไม่ได้ เมื่อพระองค์ค้นคว้าที่ตั้งของใจได้แล้วว่า อยู่ที่ศูนย์กลางกาย มนุษยโลกก็ปฏิบัติตามกันเรื่อยมา เป็นผลให้สำเร็จเป็นพระอรหันต์กันมาก ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้มรรคผล นอกจากจะได้หนทางวิเศษแล้ว ยังได้บุญบารมีแก่กล้ายิ่งขึ้น ส่วนพระพุทธเจ้าฝ่ายมิจฉาทิฏฐิ หรือฝ่ายบาป เห็นสัตว์โลกได้มรรคผลกันมาก จำต้องเข้าสอดแทรกความรู้ถูกต้องอันนั้น ให้บ่ายเบนไปจากความถูกต้อง ด้วยการหุ้มเคลือบ เห็น จำ คิด รู้ ของเกจิอาจารย์ให้จำผิด คิดผิด รู้ผิด เห็นผิด และบอกกันมาคลาดเคลื่อนเรื่อยมา บางโอกาสคนของมารได้อำนาจปกครอง เกิดการรบพุ่งบ้านแตกสาแหรกขาด บ้านเมืองถูกเผา ตำรับตำราถูกเผา ครั้นผู้รู้รวบรวมใหม่ ก็ได้ตำราครบบ้างไม่ครบบ้าง ขาดบ้างเกินบ้าง ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ความรู้ถูกต้อง สูญหายไป มารจะได้ทำงานได้เต็มมือ คือให้ตั้งใจผิดที่ จะได้เวียนว่ายตายเกิดกันมาก ๆ มารเขามีหน้าที่ให้สัตว์โลกได้เวียนว่ายตายดับ เวียนเกิด เวียนตาย ให้สัตว์โลกมีทุกข์โศก โรคภัย พลัดพราก วิบัติ รบราฆ่าฟัน ข้าวยากหมากแพง ฝนแล้ง เหี้ยนเตียน ให้เห็นผิด จำผิด คิดผิด รู้ผิด รวมความว่ามารเขาเป็นเจ้าโลกและเป็นเจ้ากรรมด้วย เขามีอำนาจบังคับได้หมด จะให้แก่ก็ได้ จะให้ตายก็ได้ ศักดิ์สิทธิ์เหมือนจับวางทีเดียว ส่วนพระพุทธเจ้าฝ่ายสัมมาทิฏฐินั้น มีหน้าที่ให้ความสว่างแก่สัตว์โลก ให้เห็นธรรมอันประเสริฐ ให้ความร่มเย็นเป็นสุข ให้บรรลุมรรคผลนิพพาน พระพุทธเจ้า 2 ภาคนี้ เป็นอริต่อกัน ใครทำใจไปในฝ่ายพระพุทธเจ้าภาคบุญ ผู้นั้นเป็นสุข ใครทำใจไปทางพระพุทธเจ้าภาคบาป ผู้นั้นก็เป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าภาคบุญ ตั้งใจไว้ที่ศูนย์กลางกาย ไม่ใช่ตั้งที่อื่น แต่พระพุทธเจ้าภาคมาร ตั้งใจไว้ที่อื่น แต่ไม่ใช่ศูนย์กลางกาย สรุปความรู้ขั้นตอนนี้เสียก่อน 1. ท่านเข้าใจคำสอนของพระพุทธศาสนา 3 ข้อแล้ว แต่ละข้อท่านเข้าใจอย่างไร 2. ข้อที่ว่า สจิตฺตปริโยทปนํ การทำใจให้ผ่องใสนั้น ท่านเข้าใจอย่างไร บัดนี้ ท่านเข้าใจแล้วว่า ศีล สมาธิ ปัญญา ตามนัยแห่งมรรค 8 นั้น คืออย่างไร เราจะ “ทำใจ” ให้เป็น ศีล สมาธิ ปัญญา นั้น เราจะต้องเอาใจไปตั้งไว้ที่ “ศูนย์กลางกาย” ตรงฐานที่ 7 โปรดดูภาพประกอบ จากนี้ไปเป็นการฝึกใจให้เกิด ศีล สมาธิ ปัญญา ตามหลักมรรค 8 มีวิธีทำอย่างไร ตั้งแต่ต้นจนจบ สารบัญ |