|
ธุระของสงฆ์มี 2 อย่างคืออะไรบ้าง
ธุระของสงฆ์มี 2 อย่าง คือ คันถธุระและวิปัสสนาธุระ คันถธุระคือ การศึกษาภาคความรู้เรียกว่า การศึกษาด้านปริยัติ แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 แผนก คือ แผนกนักธรรมและแผนกบาลี ตามที่กล่าวแล้ว ส่วนวิปัสสนาธุระ คือ การศึกษาพัฒนาใจ เพื่อให้แจ้งนิพพานอันเป็นเป้าหมายสูงสุด การเกิดคุณธรรมแก่ใจและการแจ้งในธรรมนั้นเป็นผลพลอยได้ ทางการสงฆ์ยังไม่ได้จัดการศึกษาวิปัสสนาธุระ ตำราเล่มนี้ (คือ เล่มที่ท่านกำลังอ่าน) เป็นตำราเบื้องต้นของหลักสูตรวิปัสสนาธุระที่หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านใช้สอน ข้าพเจ้าได้ขยายความให้ง่ายต่อการศึกษา ดังเนื้อหาสาระที่จะกล่าวต่อไป ตำราเล่มนี้ช่วยให้เกิดคุณธรรมอย่างเดียวหรือ นอกจากเกิดคุณธรรมแล้ว ท่านจะได้เห็นธรรมวิเศษ ได้เห็นวิชาวิเศษ ได้บารมีวิเศษ ไม่ว่าอะไรล้วนแต่วิเศษทั้งนั้น แต่จะวิเศษมากน้อยเพียงไรนั้น ขึ้นอยู่กับความตั้งใจจริงของท่านเป็นสำคัญ หากท่านมีความตั้งใจจริงแล้ว ท่านจะประสบความสำเร็จ เราเกิดมาก็เพื่อต้องการพบวิชานี้ แต่เราไม่ทราบเท่านั้น หากท่านเป็นวิชาแล้ว ท่านจะทราบเอง และท่านจะนึกถึงเจ้าของตำรา ว่าที่เขาพูดเช่นนั้นเป็นเรื่องจริง ที่ว่าตั้งใจจริงนั้น มีความหมายเพียงไร หมายความว่า ตั้งใจให้แน่ลงไป ว่าเรามีความตั้งใจจริง เรียนจริง ฝึกจริง ไม่ทอดทิ้งการฝึก ฝึกทุกวัน บากบั่น ไม่ท้อถอย ไม่ว่าเวลาจะล่วงเลยมาแล้วอย่างไร หากการฝึกของเราไม่ย่อหย่อนลงเลย มีแต่จะทวีความตั้งใจอย่างไม่ลดละ หากมีความตั้งใจจริงเช่นนี้ ท่านต้องทำเป็น และทำเป็นทุกคน หากไม่เอาจริง รวนเร นึกสนุกขึ้นมาก็ฝึก เรียกว่าเรียนเล่น ๆ อย่างนี้ ทำไม่เป็นแน่นอน เพราะเราไม่ใช่คนจริง เมื่อเราไม่ใช่คนจริง เราก็ไม่เห็นของจริง ขณะที่ท่านฝึกภาวนาอยู่นั้น พระบรมศาสดาเสด็จมาชูช่วยอยู่แล้ว แต่เราไม่เห็นพระองค์ เพราะเรายังฝึกไม่เป็น ท่านที่ฝึกย่อหย่อน เรียนไม่จริง ไม่เอาใจใส่ น่าจะละอายต่อพระพุทธองค์ ที่เรามีความเพียรที่ใช้ไม่ได้ พระพุทธองค์ทรงทำความเพียรถึง 6 ปี จึงได้เห็นวิชานี้ในวันวิสาขบูชา เราอยากเห็นธรรมวิเศษ ต้องขยันทำความเพียรให้รุดหน้าเข้าไว้ อย่าได้เหนื่อยหน่ายต่อความเพียรเป็นอันขาดทีเดียว ตำราเล่มนี้ เป็นประทีปส่องสว่างชีวิต ให้ชีวิตมีความหมาย ตั้งแต่ต้นจนได้มรรคผลนิพพาน พากเพียรเข้าเถิด โปรดทำความเข้าใจให้ถูกต้องแต่วันนี้ว่า ตราบใดที่ไม่เป็นธรรมกายเรื่องมรรคผลนิพพานให้เลิกคิด เพราะในนิพพานนั้นอยู่ ได้ด้วยกายธรรมหรือธรรมกายเท่านั้น มาพบของดีแล้ว ให้รีบไขว่คว้า เป็นลาภอันประเสริฐแล้ว กฎเกณฑ์ในการเรียนมีอย่างไร การเรียนรู้เรื่องสำคัญอย่างนี้ ต้องตั้งกฎเกณฑ์ไว้ก่อนเพราะไม่ใช่ความรู้ธรรมดา เรียนรู้ให้ดี จับประเด็นอันเป็นเนื้อหาสำคัญให้ได้ อย่าอ่านไปเฉย ๆ โดยไม่พิจารณาอะไร จึงเสนอแนะกฎเกณฑ์การเรียน ดังนี้ 1. การเรียนความรู้ด้านปริยัติ ต้องเรียนว่าความรู้ด้านปริยัติมีอยู่อย่างไร อ่านให้จบ อ่านให้ทั่ว หากไม่มั่นใจ ต้องอ่านทบทวนใหม่ แล้วสรุปความรู้ออกมาให้ได้ 2. การเรียนความรู้ด้านปฏิบัติ เป็นความสำคัญยิ่งยวด ที่จะต้องใสใจว่า ความรู้ปริยัติกล่าวไว้อย่างนั้น การปฏิบัติทางใจจะทำอย่างไร มีขั้นตอนอย่างไร มีรายละเอียดอย่างไร ขั้นตอนใดเกิดผลอย่างไร ต้องจำให้ได้แม่นยำ อย่าให้เพี้ยน อย่าให้คาบลูกคาบดอก หากจำเพี้ยน จะทำให้เกิดความผิดพลาด เพราะเป็นการเปิดช่องทางให้กิเลสเข้าแทรกใจของเรา ผลการปฏิบัติจะผิด ๆ ถูก ๆ 3. การเรียนความรู้ด้านปฏิเวธ คือ ความรู้ที่เกิดจากผลการปฏิบัติ ว่ารู้เห็นอะไร ในขั้นตอนใด หากเราจะเดินวิชาในขั้นตอนต่อไปนั้น มีวิธีการอย่างไร เรื่องเหล่านี้ต้องจดจำทั้งสิ้น โปรดคิดให้ตรงกันว่า เรื่องการปฏิบัติทางใจ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นความรู้ขั้นปรมัตถ์ ไม่ใช่ความรู้ธรรมดา สารบัญ
|