Go to Kayadham Home   
เชิญ อ่านรายละเอียด เกี่ยวกับโครงการอบรม ได้เลยครับ >>>
Google
HOME : arrow สื่อธรรมะ : arrow เนื้อหาวิชชาธรรมกาย arrow หลักสูตรเบื้องต้น arrow ผู้ใดเห็นดวงธรรม arrow ผู้ใดเห็นดวงธรรม 17
ผู้ใดเห็นดวงธรรม ผู้นั้นเห็นตถาคต ตถาคตคือ ธรรมกาย 17 PDF พิมพ์ ส่งเมล
Saturday, 26 August 2006
วิธีทำกิเลสให้หมด หรือเรียกว่า การสะสางกิเลส

     - เราทราบแล้วว่า เรามีกิเลสหรืออวิชชาห่อหุ้ม “ใจ” ของเราอยู่ทุกกาย พระพุทธเจ้าภาคมารเขาทำไว้แก่สัตว์โลกอย่างนี้ แต่ไหนแต่ไรมา เป็นผลให้เราอยู่ในภาวะแห่งการเวียนว่ายตายเกิด ไม่รู้จบไม่รู้สิ้น เพราะอานุภาพของกิเลสนั้น ๆ

     - หน้าที่ของเรา ก็ต้องแก้ไขตัวเอง จะทำอย่างไรกิเลสและอวิชชาเหล่านั้น จึงจะหมดและสูญหายไปจากใจเรา

     ในเรื่องนี้ พระมงคลเทพมุนี หลวงพ่อวัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ได้แสดงไว้ในหนังสือ “ธรรมกาย” พิมพ์เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2499 ที่โรงพิมพ์ไทยพาณิชยการ สีลม พระนคร เป็นหนังสือบรรณาการงานกฐินพระราชทาน วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2499

     ลิขสิทธิ์เรื่อง “ธรรมกาย”ของหนังสือเล่มนี้ เป็นของมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ตั้งแต่หน้า 103 ถึงหน้า 129 ท่านได้แสดงวิธีทำให้กิเลสหมด กิเลสสูญ คือ

     อาราธนาธรรมกายพระอรหัตต์ในท้องของท่าน มาเดินสมาบัติเป็นอนุโลมปฏิโลม 7 เที่ยว และดูอริยสัจ 4 ที่ดวงธรรมของกายมนุษย์ กายทิพย์ กายรูปพรหม กายอรูปพรหม ธรรมกายโคตรภู ธรรมกายพระโสดา ธรรมกายพรสกิทาคามี กิเลสในใจของกายต่าง ๆ จะหมดไป สูญไป

     1. การดูอริยสัจ 4 ดูเฉพาะกายโลกีย์ คือ กายมนุษย์ กายทิพย์ กายรูปพรหม กายอรูปพรหม ทั้งหายหยาบและกายละเอียด

     อริยสัจ 4 ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค

     ทุกข์ มี 4 ดวง ดวงเกิดเป็นดวงใส แปลว่า ทุกข์ไม่จริง ดวงแก่สีน้ำตาลจนคล้ำ ถ้าดวงนี้โตมาก กายมนุษย์ก็ชรามาก ดวงเจ็บเป็นดวงดำ ถ้าดวงโต แปลว่า ป่วยมาก ดวงตายเป็นดวงดำประดุจนิล ดวงนี้ถ้ามาจรดขั้วหัวต่อกายเมื่อไร ทำให้ขั้วหัวต่อกายขาดจากกัน เราจะตายทันที

     สมุทัย เป็นดวงดำ 3 ดวงซ้อนกัน ดวงในดำประดุจนิล ดวงนอกดำเรื่อ ๆ สมุทัยนี้เป็นเหตุ ส่วนทุกข์คือ ความทุกข์ร้อนที่เรารู้สึกเป็นผล

     นิโรธ เป็นดวงใสสว่างโชติ เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 วาขึ้นไป เส้นผ่าศูนย์กลางของดวงแค่ไหน ก็เป็นเกณฑ์ของธรรมกายนั้น เช่น ธรรมกายโคตรภู ดูอริยสัจ 4 ของกายมนุษย์ ดูทุกข์เสร็จแล้วมาดูสมุทัย พอดูสมุทัยเสร็จ เกิดดวงนิโรธ เป็นดวงใสสว่างโชติ เส้นผ่าศูนย์กลางของดวง วัดได้ 5 วา ขณะนั้นดวงทุกข์ดับ ดวงสมุทัยดับ จึงว่า “นิโรธ เป็นผู้ดับทุกข์และดับสมุทัย”

     พอนิ่งไปกลางดวงนิโรธ เกิดธรรมกายพระโสดาขึ้นทันที (หน้าตักกว้าง 5 วา สูง 5 วา เกตุดอกบัวตูม)

     มรรค แปลว่า ทางเดิน ได้แก่ดวงธรรมในท้องธรรมกาย 6 ดวง ดวงธรรมเหล่านี้ เป็นทางเดินให้แก่กาย คือ กายธรรม อย่างเช่น ธรรมกายพระโสดาจะไปหาพระสกิทาคามี ก็ต้องผ่านดวงธรรมในท้องพระองค์ 6 ดวง จึงจะถึงพระสกิทาคามี เป็นต้น

     2. จากนั้นอาราธนาธรรมกายพระโสดา ดูอริยสัจ 4 ของกายทิพย์ ตามแนวที่กล่าวแล้ว พอเกิดดวงนิโรธ วัดเส้นผ่าศูนย์กลางของดวงนิโรธได้ 10 วา เกิดธรรมกายพระสกิทาคามี พระสกิทาคามีดูอริยสัจ 4 ให้กายอรูปพรหม เกิดดวงนิโรธเส้นผ่าศูนย์กลาง 15 วา เกิดธรรมกายพระอนาคามี ธรรมกายพระอนาคามีดูอริยสัจ 4 ให้แก่กายอรูปพรหม เกิดดวงนิโรธ เส้นผ่าศูนย์กลาง 20 วา เกิดธรรมกายพระอรหัตต์ ธรรมกายพระอรหัตต์ เดินสมาบัติในธรรมกายโคตรภูเรื่อยไป

     3. การดูอริยสัจ 4 ดูได้เฉพาะกายโลกีย์ ในธรรมกายไม่มีอริยสัจ 4 ธรรมกายใหญ่เพียงเดินสมาบัติในธรรมกายเล็ก เพื่อให้กิเลสละเอียดในธรรมกายเล็กหมดไป สูญไป

     4. การเดินสมาบัติของธรรมกาย ได้แก่ การเอาแผ่นใสที่รองรับของธรรมกายมาซ้อนกัน มาสับกัน เป็นผลให้กายใส ดวงธรรมก็ใสยิ่งขึ้น แผ่นนั้นก็คือ ฌาน มีลักษณะเป็นแผ่นใสกลมรอบตัว หนาคืบหนึ่ง

     จะเดินสมาบัติให้กายใด ก็ขยายดวงธรรมของกายนั้นให้ใหญ่ กำหนดให้ถูกเอกายนมรรค คือ “กลาง” ตรงจุดใสเท่าปลายเข็ม พอจุดใสเท่าปลายเข็มว่าง ก็จะเห็น ดวงเห็น ดวงจำ ดวงคิด ดวงรู้ ของกาย ซึ่งดวงทั้ง 4 ซ้อนกันอยู่ จะเห็นกิเลสซ้อนอยู่ในดวงทั้ง 4 นั้น เมื่อธรรมกายพระอรหัตต์เดินสมาบัติ เป็นอนุโลม (เดินหน้า) และปฏิโลม (ถอยหลัง) แล้ว กิเลสเหล่านั้น ก็จะหมดสูญไป แต่ต้องขยันทำ หากทำบ้างไม่ทำบ้าง กิเลสก็เพียงเบาบางไป ส่วนอีกวิธีหนึ่ง ใช้เครื่องกำจัด เห็นว่ายากไปจึงไม่นำมาแสดงไว้ ไม่มั่นใจว่าท่านผู้ศึกษาจะเข้าใจได้แค่ไหน แต่ถ้าไปรับการฝึกจากวิปัสสนาจารย์ ท่านจะเข้าใจและทำได้ ไม่ยากอะไร

     เมื่อท่านทำวิชชาสมาบัติได้ ตามที่กล่าวตั้งแต่ กายมนุษย์ จนถึงธรรมกายพระอรหัตต์ละเอียด ทำให้ธรรมกายพระอรหัตต์ละเอียดสะอาดปราศจากมลทินและกิเลสใด ๆ อายตนนิพพานจะดึงดูดธรรมกายของท่าน ให้ไปเกิดบนนิพพาน ประหนึ่งแม่เหล็กดูดเหล็กทีเดียว

     หลักวิชชาเป็นอย่างนี้ เป็นหลักสูตรกำหนดให้ท่านเรียน เปิดโอกาสให้ท่านที่อยากเข้านิพพาน ได้ศึกษาค้นคว้าปฏิบัติ เป็นวิธีละสังโยชน์ขนานสำคัญ ท้าทายความสามารถของท่าน เป็นวิชชาอาสวักขยญาณชั้นสูง ของจริงเป็นอย่างนี้ หลักวิชชามีอยู่อย่างนี้

     ท่านที่ไม่เป็นธรรมกายและยังไม่ทราบว่ากายต่าง ๆ มีกิเลสอะไร แม้กายละเอียดของตนก็ยังไม่เห็น สมาบัติก็ยังทำไม่ได้ แต่อ้างว่าวิธีของตนทำให้หมดกิเลสได้ มันค้านหลักวิชชา ค้านพระไตรปิฎก

     หลักมีอยู่ว่า กายของเราทุกกาย ทั้งกายหยาบและกายละเอียด มีกิเลสเกือบทุกกาย

     เราเข้าถึงกายละเอียดของเราได้กี่กาย

     กายเหล่านั้น มีกิเลสอะไรบ้าง

     ท่านเข้าไปทำลายกิเลสในกายเหล่านั้นแล้วหรือยัง

     ท่านเหมาว่ากายมนุษย์หมดกิเลส แล้วกายอื่น ๆ ท่านสะสางแล้วหรือยัง

     อย่างหลงผิด

สารบัญ

< ก่อนหน้า   ถัดไป >



LeftHit.com

Use FIREFOX instead of Internet Expolorer and PREVENT SPYWARE

Firefox is FREE and is considered the best free, safe web browser available NOW!!  Go here for more info about Firefox >>

หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org