Go to Kayadham Home   
ประชาสัมพันธ์ : เชิญร่วมปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกาย โดยวิธีการที่หาที่ไหนไม่ได้ (หลักสูตรเร่งรัดสำหรับท่านที่มีเวลาน้อย) ณ โฮมเสตย์ เขื่อนท่าด่าน จ.นครนายก 6-7 เมษายน 50 นี้ (ด่วน! รับ 40 ท่าน) อ่านรายละเอียดall.gif
HOME : arrow สื่อธรรมะ : arrow เนื้อหาวิชชาธรรมกาย arrow หลักสูตรปราบมาร arrow ปราบมาร ภาค 1
ปราบมาร1(13) PDF พิมพ์ ส่งเมล

วิธีตั้งธาตุธรรม

     จากข้อ 1 และข้อ 2 เมื่อดับเสร็จแล้ว นำมาประกอบธาตุธรรมใหม่ ปัญหาอยู่ที่ว่าเราจะประกอบอย่างไร ประกอบให้ได้อะไร และเมื่อประกอบขึ้นแล้ว ธาตุธรรมใหม่ที่เราประกอบขึ้นใหม่นั้น จะสู้มารได้หรือไม่ หากประกอบขึ้นแล้วมารเขามาดับได้อีก จะมีประโยชน์อะไร ต้องพิจารณากันก่อน และเมื่อประกอบขึ้นแล้ว จะเอาไว้ที่ไหน การให้อยู่เช่นนั้น จะต้องทำอะไรบ้าง แล้วจะให้ใครปกครอง ผู้ปกครองควรจะเป็นใคร มีความสามารถจะปกครองได้หรือไม่ สรุปแล้วมีปัญหามาก ในชั้นนี้แสดงวิธีประกอบธาตุธรรมก่อนเป็นตัวอย่าง

     วิธีที่ 1 รบไปถึงไหน เมื่อเราดับมารได้หมดแล้ว ก็เกิดความใสไปทั่ว ใช้ญาณทัสสนะของเรารวมมาไว้ที่ศูนย์กลางกายของเรา ใช้ใจของเราหมุนขวาเป็นเครื่อง แลบ ลั่น ละลาย ไปที่กำเนิดเดิมของดวงใสนั้น แลบ ลั่น ให้ธาตุ 6 คือ น้ำ ดิน ไฟ ลม อากาศธาตุ วิญญาณธาตุ ให้ใสอีกครั้งหนึ่ง เห็นว่าใสดีแล้ว ส่งใจนิ่งไปกลางดวงใสนั้น อธิษฐานให้เกิดดวงปฐมมรรคขึ้นมา กลางดวงปฐมมรรคให้เกิดดวงมรรคจิต กลางมรรคจิตให้เกิดดวงมรรคปัญญา กลางมรรคปัญญาให้เกิดธรรมกายโคตรภูหยาบ กลางดวงธรรมของโคตรภูหยาบ เกิดธรรมกายโคตรภูละเอียด กลางดวงธรรมโคตรภูละเอียด เกิดธรรมกายพระโสดาหยาบ..... เรื่อยไปจนกระทั่งเกิดธรรมกายพระอรหัตต์ละเอียด แล้วรวมธรรมกายอื่น ๆ ไว้ในดวงธรรมกายพระอรหัตต์ละเอียด วิธีนี้ง่ายมาก ไม่มีฤทธิ์เดชอะไร เพียงแค่แสดงวิธีการให้ดู

     วิธีที่ 2 เมื่อรบไปถึงไหน ให้ใช้ญาณทัสสนะของเรา รวมความใสทั้งปวงที่เรารบไปถึง รวมเป็นดวงใสมาไว้ที่ศูนย์กลางกายของเรา ตามวิธีที่ 1 นั้น เราจะทำดวงใสที่ได้ใหม่นี้ให้ใสจริง ๆ มีวิธีทำอย่างไร ก่อนประกอบธาตุธรรมต้องให้ผ่านขั้นตอนให้เกิดความใสจริงๆ เพราะถ้าไม่ใสจริง ธาตุธรรมที่เราประกอบขึ้นใหม่ จะไม่มีฤทธิ์เดชเท่าที่ควร

     ส่งใจนิ่งไปกลางดวงธรรมใหม่ที่เรานำมาไว้ในศูนย์กลางกายของเรา กำหนดกำเนิดเดิมของดวงใสนั้นแล้วส่งใจนิ่งหมุนขวาไปที่กำเนิดเดิมนั้น หมุนขวาให้ธาตุ 6 เป็นเซฟ มรรค แก๊ส กรด ไอ อัสนีธาตุ ทบมาทวนไปเป็นอนุโลมปฏิโลม

     เมื่อใสดีแล้ว ตั้งปฐมมรรค มรรคจิต มรรคปัญญา ส่งใจนิ่งกลางมรรคปัญญา อธิษฐานให้เป็นเครื่องธาตุตรัสรู้ ธรรมตรัสรู้ ไป 84,000 ธรรมขันธ์ ตรัสรู้ไปสุดหยาบสุดละเอียดของต้น 84,000 ธรรมขันธ์ กลาง 84,000 ธรรมขันธ์ ปลาย 84,000 ธรรมขันธ์ ให้เป็นเครื่องนับอายุธาตุอายุบารมีเครื่องธาตุตรัสรู้ธรรมตรัสรู้

     นำเครื่องเหล่านั้นมารวมกันเป็น 1 ตั้งปฐมมรรค มรรคจิต มรรคปัญญา นิ่งลงไปกลางมรรคปัญญา หมุนขวากำเนิดเดิมของมรรคปัญญา อธิษฐานให้ตรัสรู้ไปเท่าไร 84,000 ธรรมขันธ์ เกิดธรรมกายโคตรภู นิ่งหลางดวงธรรมกายโคตรภู ส่งใจหมุนขวากลางดวงธรรม อธิษฐานให้ตรัสรู้ไปเท่าไร 84,000 ธรรมขันธ์ เกิดธรรมกายในลำดับต่อไป จนกว่าจะถึงธรรมกายพระอรหัตต์ละเอียด แล้วก็นำธรรมกายเล็กมารวมไว้ในธรรมกายพระอรหัตต์ละเอียดตามที่กล่าวแล้ว วิธีนี้เป็นการสร้างกายด้วยเครื่อง เข้าท่ากว่าวิธีแรก

     ยังมีอีกวิธีที่ทำพิสดารมากกว่านี้ อย่างวิธีที่ 2 นั้น ถ้าเราพิสดารธรรมกายพระอรหัตต์ละเอียดออกไปเป็น เถา ชุด ชั้น ตอน ภาค พืด แล้วรวมเป็นองค์เดียวใหม่ และพิสดารออกไปอีก รวมใหม่อีก ให้มากเที่ยวขึ้น ก็คือ วิธีทำพระของขวัญของหลวงพ่อวัดปากน้ำนั่นเอง แต่การจะทำอะไรให้พิสดารออกไปนั้น ขึ้นอยู่กับผลการปราบมารเป็นสำคัญ ถ้าชนะแล้วเป็นต้องตรัสรู้ขึ้นจะทำอะไรได้ดีขึ้น หากไม่ชนะแล้ว จำเป็นต้องใช้วิธีเดิม ๆ พอดีพอร้ายของเดิมจะขาดหายไปอีก ตามที่กล่าวนี้เป็นตัวอย่างเท่านั้น

 

ธาตุธรรมที่เราประกอบขึ้นจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

     ตามที่กล่าวมาแล้ว ธาตุธรรมที่เราประกอบขึ้นแล้วนั้น จะดำเนินการต่อไปอย่างไร เป็นปัญหาใหญ่มาก จะเก็บรักษาอย่างไร เพราะเหตุว่าการรบของเรายังไม่ชนะเด็ดขาด มารที่อยู่เหนือรู้เหนือญาณทัสสนะของเราขึ้นไปนั้น ยังมีอยู่แต่เราไม่เห็นเท่านั้น ส่วนที่อยู่เหนือญาณของเราขึ้นไป เขามาดับได้ ขอฝากท่านพิจารณาด้วย ความเห็นของผมเห็นว่า ควรนำฝากนิพพานไว้ก่อน ถึงแม้จะเป็นภาระหนักแก่พระนิพพานที่จะต้องดูแลก็ตาม เพราะเป็นธาตุธรรมเกิดใหม่

 

     เหตุดับอธิษฐาน ถอนปาฏิหาริย์ ตัวการสำคัญ

     ธรรมภาคมารเขาเก่งอีกเรื่องหนึ่ง คือธาตุธรรมของเขาที่ธรรมภาคบุญดับเขาไปแล้ว เขาสามารถทำให้พวกของเขาที่ถูกดับกลับฟื้นขึ้นมาได้ แต่ก่อนผมไม่รู้เรื่อง ทำวิชาก็ทำไปอย่างนั้น แต่ไปพบมารพวกหนึ่ง เราเคยทำวิชาดับไปแล้ว จำลักษณะได้ เหตุไฉนกลับมารบกับผมอีก เรื่องนี้ยังไม่แจ้งในคราวนั้น ต่อเมื่อรบเรื่อยไป จึงทราบว่า เหตุดับอธิษฐานเหตุถอนปาฏิหาริย์ มาทำให้พรรคพวกของเขาฟื้นขึ้นได้

     ดังนั้น การรบจะต้องเพ่งเป้าหมายนี้ด้วย ทุกครั้งที่รบ ต้องคำนวณเอาเหตุนี้ไปจัดการด้วย วิธีคำนวณก็ดำเนินการตามที่กล่าวมาแล้ว

     คิดถึงงานปราบมารที่เคยทำมาแล้วในอดีต คงจะลืมเรื่องนี้ไป แปลกใจว่า ทำไมเรายิ่งปราบ มารมันยิ่งมาก กว่าจะทราบเรื่องเกือบสายเกินแก้

 

     เหตุรองธาตุรองธรรม ถอนถอยธาตุถอนถอยธรรม

     การรบขอเรามักจะลืมเหตุเหล่านี้ ส่วนใหญ่เพ่งเป้าข้างหน้า เหตุรองธาตุ ฯ เหตุถอนถอย ฯ เขานำเรื่องไปรายงานต้นวิชาของเขาตลอดเวลา เขารู้ภูมิธรรมของเราหมด ว่าเราเป็นวิชาแค่ไหน ถนัดเชิงใด ต้นวิชาเขาก็เปลี่ยนเชิงรบ โดยยักย้ายธาตุธรรมไม่ให้ถูกดับ เราคำนวณไปเท่าไรไม่พบอะไร หลงตัวเองว่าหมดมารแล้ว ความจริงยังไม่หมด เขาหลบไปอยู่ในเหตุยักย้ายธาตุ ฯ เราต้องใช้เวลาค้นคว้ากันนาน กว่าเราจะทราบว่าเขาหนีไปอยู่ในเหตุเหล่านั้น

 

     เหตุใย เหตุหาย เหตุลับ

     เหตุใย ยืด ยนต์ อายตนะ วิทยุ คือเหตุสื่อสาร และเหตุลับ เหตุหาย เป็นเรื่องสำคัญ ที่เรามักคำนวณกันเพียงผิวเผิน คำนวณไปไม่สุดเหตุจริง ๆ มารอาศัยเป็นที่หลบซ่อนได้ และถ้าเรากวาดล้างได้จริง เขาก็ไปสร้างเหตุใหม่อีกคือเหตุหลบเหตุหนี และถ้าเราจับได้ไล่ทันในเหตุหลบเหตุหนี เขาจะไปสร้างเหตุใหม่อีก ยังไม่ทราบว่าเป็นเหตุอะไร ต้องคอยกันต่อไป

     ข้อที่เราควรคำนึงก็คือ ไม่ว่าจะเป็นอะไร ถ้าเราเรียกชื่อไม่ถูก วิชาของเราจะไม่ทำงานให้ คือไม่ไปดับเขา เพียงแต่ข้ามไปข้ามมา เป็นความรู้ใหม่ ต้องคอยดูพฤติการณ์เป็นวัน ๆ ไป

 

อุปสรรคสำคัญในการคำนวณ

     เราเคยยึดถือความรู้ในการคำนวณว่าต้องคำนวณให้สุดและให้เลยปกครองเข้าไว้ แต่การคำนวณไม่ง่ายอย่างที่เราคิด เพราะมารเขาจะขัดขวางการคำนวณของเราอย่างแข็งขัน ทำให้การคำนวณของเราไม่เดินหน้า นั่นคือมารเขานำเอาเหตุอื่นมาสกัดกั้นการคำนวณของเรา เหตุที่เขาใช้ก็คือ เหตุสกัดธาตุเหตุสกัดธรรม เหตุวกวน เหตุวนเวียน ทำให้เราคำนวณไม่สุดจริง และที่คำนวณให้เลยนั้นไม่เลยจริง การคำนวณที่เราทำไปนั้น ไปได้คาไหน บอกไม่ได้ วันนี้มารเขาทำอย่างนี้ วันหน้าเขาเปลี่ยนเหตุขัดขวางใหม่ จะวางกฎเกณฑ์อะไรไม่ได้ทั้งนั้น ต้องพิจารณาเป็นวัน ๆ ไป มารเขาก็เดาวิชาของเรา และเราก็เดาวิชาของเขา ต่างคนต่างเดา ใครเดาถูก ย่อมเป็นฝ่ายได้เปรียบ

     เขาก็จะดับเรา เราก็จะดับเขา สาดน้ำเข้าหากัน เหมือนสงครามในโลกอย่างไรอย่างนั้น ดังนั้น ระหว่างการเดินวิชา ต้องสังเกตให้ดี รบไปคำนวณไป เปลี่ยนความรู้เรื่อยไป วิชานี้ไม่ได้ผล ให้เปลี่ยนใหม่ทันควันเดี๋ยวนั้น ถึงขั้นตะลุมบอน ทุกวิชาต้องนึกได้หมด ต้องเรียนมาทั้งหมด ถึงเวลาใช้ ต้องทำได้ บัดนี้ ความรู้ทั้งหลายทั้งปวงนำออกมาใช้หมดแล้ว หมดตำราแล้ว หลวงพ่อสอนไว้เท่าไร นำมาใช้หมดแล้ว มารมันดักเชิงวิชาของเราได้หมดแล้ว จะเอาวิชาทีไหนไปสู้เขาต่อไป

     ขอท่านอย่าได้ตกใจ เมื่อรบชนะคราวหนึ่ง เราจะได้ความรู้ใหม่ เราก็ใช้ความรู้ใหม่นั้นรบต่อไป นี่คือข้อเท็จจริงที่ผมประสบอยู่ ความรู้ที่ใช้รบทุกวันนี้เกินตำราไปนานแล้ว แต่หลักวิชาของหลวงพ่อยังใช้การได้ดีมาก ขอได้โปรดอ่านตำราของหลวงพ่อเราให้ดี หลักเกณฑ์เหล่านั้น ยังใช้การได้ดี อย่างกรณีที่มารเขาเอาเหตุสกัดธาตุสกัดธรรม มาขวางรู้ขวางญาณทัสสนะ แถมยังเอาเหตุวกวนและเหตุวนเวียน ปนเป็นเข้ามาอีก ให้เรารีบเปลี่ยนวิธีคำนวณดังนี้

 

     ตัวอย่าง

          - คำนวณให้เลยปกครองเหตุสกัดธาตุสกัดธรรม ทะลุเหตุสิ้นเชื้อของธาตุเลยธรรมเลย แลบ ลั่น เสียครู่หนึ่ง

          - จากนั้น คำนวณให้เลยเหตุวกวนธรรมวนเวียน เลยเหตุปกครองย่อย เลยเหตุปกครองใหญ่ ทะลุเหตุวกวน ทะลุเหตุวนเวียน แลบ ลั่น ครู่หนึ่ง

          - จากนั้น รวมเหตุสกัดธาตุสกัดธรรม นำเหตุวกวนเหตุวนเวียน มารวมกัน แล้ว แลบ ลั่น ดับ ละลายอีกครั้ง คราวนี้พิจารณาดูว่า รู้และญาณทัสสนะของเราคล่องตัวหรือฝืดช้า หากเกิดความคล่องตัวขึ้น ให้รีบคำนวณแบบเลยไปใหม่ และคำนวณแบบสุดสำทับเข้าไปอีก

     หากปรากฏว่า รู้และญาณทัสสนะยังฝืดไม่คล่องตัว วิชายังวกวนอยู่ ให้รีบคำนวณใหม่ เพื่อจัดการกับเหตุสกัดธาตุสกัดธรรม เหตุวกวนเหตุวนเวียน ให้พิสดารกว่าเดิม คือ

          - เลยเหตุธาตุตรัสรู้ธรรมตรัสรู้ ของสกัดธาตุสกัดธรรม เลยต้น กลาง ปลาย อ่อน แก่ หยาบ ละเอียด ของ 84,000 ธรรมขันธ์ ของสกัดธาตุสกัดธรรม เลยธาตุตรัสรู้ธรรมตรัสรู้ คำนวณไปเท่าไรธาตุคำนวณธรรมคำนวณ ไม่ซ้ำกันเลย แล้วรวมเป็น 1

          - เลยเหตุวกวนเหตุวนเวียน เท่าไรต้น กลาง ปลาย อ่อน แก่ หยาบ ละเอียด เถา ชุด ชั้น ... ฯ เลยต้นสุดละเอียด กลางสุดละเอียด ปลายสุดละเอียด ของเหตุวนเวียน ของเหตุวกวน รวมเป็น 1

     รวม 1 ทั้งหลายมาแลบ ลั่น ... ดูใหม่ ทำไปจนกว่ารู้ญาณของเราไม่วกวน จนกว่าเราจะคำนวณได้คล่องตัว เสร็จแล้วจึงตั้งธาตุธรรม แล้วคำนวณต่อไปใหม่

     นี่เป็นเพียงตัวอย่าง กรณีทีมีเหตุอื่นมาสกัดการคำนวณของเรา ยังมีวิธีในแนวอื่นอีกมาก ขอแต่ว่า ตั้งข้อสังเกตไว้ให้ดี ว่าเขาได้เอาเหตุอะไรมาขัดขวางการคำนวณของเรา เราก็แก้ไปตามนั้น ทุกอย่างมันต้องแก้กันได้ ขอเพียงแต่ช่วยกันคิดเท่านั้น

 

     ตัวอย่าง

     มีกรณีว่า รู้และญาณทัสสนะของเราเจาะเข้าไปไม่ได้ เดินวิชาไม่ได้ วิชาของเราทะลุไปไม่ได้ เราหมดโอกาสแลบ ลั่น .. ฯ กรณีอย่างนี้ ให้คำนวณข้ามธาตุข้ามธรรม ข้ามขั้น ข้ามตอน ข้ามไปแล้วเท่าไรคำนวณ รวมมาแลบ ลั่น .. ฯ ดูบ้าง วิธีทำเป็นดังนี้

1. ข้ามธาตุข้ามธรรม...ข้ามเหตุข้ามในข้าม...

2. ข้ามเหตุของกาล ข้ามอดีต ปัจจุบัน อนาคต

3. คำนวณให้เลยข้อ 1 และข้อ 2

4. นำข้อ 1 – 3 นำมารวมเป็น 1 แล้วแลบ ลั่น ... ฯ ต่อไป

 

     ตัวอย่าง

     ระลึกชาติรบ

1. สุดเหตุกาล อดีต ปัจจุบัน อนาคต

2. สุดเหตุปุพเพ ฯ เหตุจตูปปา ฯ เหตุอาสวักขยญาณ สุดเหตุตั้งธาตุประกอบธรรม

3. ก่อนเหตุตั้งธาตุ ก่อนเหตุประกอบธรรม... ฯ

     เป็นตัวอย่าง ให้ท่านคิดทำวิชาเอง

 

     ตัวอย่างการลำดับวิชา ของวันที่ 16 ก.พ. 2529 เพื่อแสดงว่า วันนี้จะเดินวิชาอย่างไร

     1. คำนวณไปให้ถึงสิ้นเชื้อ

- เหตุเลยรู้เลยญาณ

- เหตุสุดธาตุสุดธรรม

- เหตุลับรู้ลับญาณ

     2. เจาะเข้าไปในเหตุดังกล่าวนั้น

- เหตุ ตัด ตอน ... ฯ

- เหตุสกัดรู้สกัดญาณ ... ฯ

แล้วรวมเป็น 1

     3. จากนั้น เจาะเข้าไปในเหตุ

- หลบรู้หลบญาณ

- หนีรู้หนีญาณ

คำนวณไปแล้วรวมเป็นหนึ่ง

     4. จากนั้นเจาะเข้าไปในเหตุ

- ถอยธาตุถอยธรรม

คำนวณเสร็จแล้วรวมเป็นหนึ่ง

     5. จากนั้นเจาะเข้าไปในเหตุ

- รองธาตุรองธรรม

- รองเหตุธาตุรองเหตุธรรม

- เหตุรองนิพพาน ภพ 3 โลกันต์

คำนวณแล้วรวมเป็น 1

     6. จากนั้น เจาะเข้าไปในเหตุ

- ซ่อนธาตุซ่อนธรรม

- เหตุซ่อนเหตุ (มีเท่าไร คำนวณให้ครบ)

     7. จากนั้น คำนวณเข้าไปในเหตุ

- ลอดรู้ลอดญาณทัสสนะ นิโรธ สมาบัติ ... ฯ

     8. จากนั้น เดินวิชา

- พิสดารทะลุธาตุทะลุธรรม

- ลัดรู้ลัดญาณทัสสนะ เร่งรู้เร่งญาณทัสสนะ

- ย่นรู้ย่นญาณทัสสนะ ... ฯลฯ

สกัดเหตุพิสดาร

สกัดเหตุพิสดารธาตุเหตุพิสดารธรรม

ก. ให้เลยเหตุหลบรู้หลบญาณทัสสนะ

ข. ให้เลยเหตุธาตุพิสดารธรรมพิสดาร

ค. ให้เลยเหตุหนีรู้หนีญาณทัสสนะ

     9. จบขั้นตอนนี้แล้ว ก็คำนวณให้ครบเหตุ 19 แต่อย่าให้เป็นขั้นเป็นตอน นิโรธว่าอย่างไร ก็ทำไปตามนั้นเลย ป้องกันมารจับทางวิชาของเรา

     ที่ยกมานี้ เป็นบันทึกเตรียมทำวิชาเมื่อ 16 ก.พ. 2529 ท่านอาจไม่เข้าใจ ผู้เขียนยกมาเพื่อพิจารณาว่า การจับตัวการสำคัญนั้น กว่าจะได้ตัวเขามาดับ ต้องคิดวิชามากมายเหลือเกิน หากไม่ทำอย่างนี้ เราไม่พบตัวการเด็ดขาด ถึงแม้เราจะวางแผนอย่างดี แต่เมื่อทำวิชาจริง จะทำไม่ได้ตามที่เราเตรียมบันทึกข้อมูลไว้ ส่วนบันทึกเหตุการณ์และบันทึกความรู้ขณะนี้ไม่ทราบว่ากี่เล่มแล้ว ที่นำมาปรารภกันนี้ เป็นส่วนน้อยเหลือเกิน จะเขียนเต็มที่ก็ไม่อาจจะทำได้ เพราะเรื่องราวมันยาว ล้วนแต่ลึกลับและล้ำลึก ทางที่ดี หากได้อ่านบันทึก จะเข้าใจได้มากกว่านี้

สารบัญ

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:ผู้เยี่ยมชม
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressLoad Image from WebBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Add to Google


หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org