|
ภาควิชาการ ความรู้ภาคทั่วไปนั้น ท่านได้ศึกษามาพอสมควรแล้ว ภาคนี้ถือเป็นภาควิชาการ แต่เป็นวิชาการแบบประสบการณ์ รู้เห็นอย่างไรจะเขียนอย่างนั้น จะว่าเป็นวิชาการก็ไม่เชิง เพราะจะไปค้นปิฎกมาแจกแจง ก็ยากที่จะทำเช่นนั้น พูดถึงวิชาการเราเบื่อกันมาก อ่านกันมามาก ๆ ทั้งนั้น เรียนกันมามาก ๆ แต่แล้วก็แค่นั้น นั่นเป็นเรื่องของตำรา น่าจะนำปฏิบัติการมาคุยกัน เพราะปฏิบัติการเป็นเบื้องแรกของปฏิเวธ จากนี้ไปจะเป็นเรื่องปฏิบัติจริง หากตอนใดเกี่ยวเนื่องด้วยวิชาการบ้าง จะได้นำมาเล่าต่อ เมื่อพาดพึงถึง ธรรมภาคขาวเป็นรองธรรมภาคดำ จะกล่าวว่าเป็นรองหรือแพ้เขา ก็สุดแต่เราจะมีความเห็น เหตุผลอะไรที่ผมว่าเป็นรอง จากการรบที่ผ่านมา เราทราบข้อมูลดังนี้ 1. ทิพย์ พรหม อรูปพรหม ไม่เห็นนิพพาน แสดงว่า เราติดต่ออะไรกันไม่ได้เลย 2. กำลังของพระพุทธองค์ มีแค่ไหนก็แค่นั้น ไม่มีใครไปเพิ่มกำลังให้ เพราะทิพย์ พรหม อรูปพรหม ไม่ได้เข้าไปถวายทาน บารมีของพระองค์มีแค่ไหนก็แค่นั้น 3. ความรู้เรื่องใหม่คือเรื่อง “อิ่มทิพย์” มีความหมายว่า บารมีของเราช่วยเราเพียงรู้สึกอิ่ม หากต้องใช้นิโรธ คือ หยุด นิ่ง แน่น เพื่อรบทัพจับศึก อิ่มทิพย์ช่วยไม่ได้มากนัก จะต้องหากำลังเสริมให้แก่พระพุทธองค์ จึงจะมีกำลังไปรบ มารเขาสามารถตัดกำลังของเราโดยการตัดรู้ตัดญาณไม่ให้ทิพย์ พรหม อรูปพรหม ไปเห็นนิพพาน แค่นี้ก็ชนะกันอย่างลอยลำ ทิพย์ พรหม อรูปพรหม ไม่มีความรู้ที่จะไปถวายทานต่อพระองค์ เมื่อพระองค์ต้องพึ่งพระองค์เอง ต้องต่อสู้ไปตามมีตามได้ ขาดกำลังที่จะไปบำรุงสรีระธรรมให้มีกำลังเพียงพอ ในที่สุดพระองค์ก็แพ้เขา มารเขาปิดกั้นนิพพานทั้งหมด พระองค์ไปมาหาสู่กันไม่ได้ นิพพานเบื้องต้นจะไปหานิพพานสูง ๆ ไม่ได้ พูดอย่างเราก็คือ นิพพานใครนิพพานมัน บ้านใคร ๆ อยู่ อู่ใคร ๆ นอน มารเขาสกัดกั้นได้หมด เมื่อผมเดินวิชาไปถึงนิพพานที่ละเอียด ๆ จะเห็นว่ามีนิพพานเป็นช่วง ๆ บางช่วงหายไป หลวงพ่อเคยปรารภไว้อย่างนั้น ผมก็เห็นอย่างนั้น เมื่อพิจารณาดูจึงรู้ว่า พระองค์ย่อพระวรกายให้เล็กลงเพื่อหนีมาร แปลว่าในปกครองใหญ่นั้น มารเข้ายึดอำนาจปกครองถึงปานนี้ และที่มารเขาทำวิชาดับไว้ก็มาก เป้าหมายแรกต้องเดินวิชาไปให้สุดนิพพาน จะทำวิชาเข้านิพพานอย่างไร ก็ทำไปเถิด แต่ถ้าไปไม่สุดนิพพาน เราจะเป็นรองธรรมภาคมารทันที ที่ว่าเป็นรองนั้นหมายความว่า ธรรมภาคมารที่เข้ายึดอำนาจปกครองนิพพานละเอียดขึ้นไป ย่อมมีฝีมือเหนือกว่าเรามาก นิพพานใดที่เราไปไม่ถึง ส่วนที่เราไปไม่ถึงย่อมละเอียดกว่าเราทั้งนั้น เขาย่อมเหนือกว่าเราด้วยประการทั้งปวง ต้องขอร้องไปให้สุดนิพพานให้จงได้ ถือว่าเป็นสูตรบังคับ ขอความกรุณาทำวิชาไปตามเป้านี้ก่อน เพราะการที่เรามารบกับมารระดับย่อย ๆ ของเขานั้นเสียเวลามาก รบเท่าไรไม่รู้จักหมด มารระดับเหนือขึ้นไปลงมาช่วยพวกของเขา โดยที่เราไม่เห็นเขา เพราะเขาละเอียดกว่า ดังนั้น จึงต้องไปให้สุดนิพพานก่อน เมื่อเราไปสุดนิพพานย่อมแปลว่า ต่างฝ่ายต่างไปถึงสุดละเอียดแล้ว ปัญหาอื่นค่อยว่ากันทีหลัง เหตุที่เดินวิชากันนานแต่ไปไม่สุดนิพพานนั้น เกิดจากเราประสงค์หาเหตุผล อยากได้ความรู้จากนิพพานตามที่รู้และญาณทัสสนะของเราไปถึง ท่านมีรู้ญาณแก่กล้าจริง ท่านมีบารมีมากจริง ท่านเป็นพหูสูตจริง ท่านเข้าถึงธรรมได้จริง ท่านบรรลุได้อย่างวิเศษจริง แต่ไปไม่สุดนิพพาน มารระดับสูงที่ไปไม่ถึง เขาจะปล่อยให้เราศึกษาได้สารพัด ท่านจะทำอย่างไร เขาไม่ว่าอะไรทั้งนั้น เพราะเขาถือว่า ท่านยังอยู่ในปกครองของเขา เนื่องจากเราไปไม่สุดละเอียดจริง สุดละเอียดที่เราไปไม่ถึงนี้ จะเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เราทำอย่างไรก็ดับเข้าไม่ได้ เขาจะเป็นเจ้าธาตุเจ้าธรรมต่อไป ไม่มีใครสามารถดับเขาได้อีกต่อไป นี่คือตัวปัญหาสำคัญ วิธีที่เราจะไปสุดนิพพาน มีวิธีเดียวคือคำนวณให้หนักมือขึ้น จ้องไปสุดสถานเดียว อย่างอื่นไว้พูดกันทีหลัง คำนวณด้วย รบไปด้วย ยังไม่ต้องเอาเหตุเอาผล เมื่อสุดนิพพานแล้ว ขอท่านจงดีใจว่าภารกิจในชีวิตของเราลุล่วงไปเรื่องหนึ่งแล้ว ธาตุธรรมท่านก็รับรอง ว่าความรู้ของคนนี้ใช้ได้ พระองค์ดีพระทัยที่เราไปถึง รับสั่งถามว่าเล่าเรียนมาอย่างไร ต้องเรียนรู้อย่างนี้จึงจะสนุก เราจะได้อะไรจากการไปสุดนิพพาน 1. ถือว่าไปสุดเขตธาตุสุดเขตธรรมของสัมมาทิฏฐิ ถือว่า เป็นบุญใหญ่อานิสงส์ใหญ่ น้อยนักที่ใครจะทำได้ พระพุทธองค์ดีพระทัยกันทั่ว และจะรู้จักเราทุกพระองค์ 2. เป็นการได้ทราบข้อมูล เท่าที่วาสนาบารมีของเราจะพึงรู้พึงทราบ ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลสำคัญต่อการวางแผนการทำงานของท่าน งานของท่านคือ งานปราบมาร ความเสียหายจากการถูกมายึดปกครอง ถ้าเป็นเรื่องในโลก เราเป็นเมืองขึ้นของเรา เราถูกเขาปกครอง แล้วจะมีอะไรเหลือ ป่าไม้สัก บ่อน้ำมัน เพชรพลอยสารพัดบรรดามี ที่จ้าวประเทศราชจะเอาไป แต่ในทางธรรมสูญเสียยิ่งกว่านั้น นับเป็นร้อยเท่าพันทวี เช่น 1. บุญ บารมี รัศมี กำลัง ฤทธิ์ อำนาจ สิทธิ เฉียบขาด สมบัติ คุณสมบัติ ความสำเร็จ ที่เราได้สร้างบารมีกันมานับชาตินับภพไม่ถ้วน มารเขามาย่อยแยกไป โดยที่เราไม่รู้ไม่เห็น ไม่รู้เท่าไรต่อเท่าไร เหลืออยู่บ้างก็เล็กน้อยเหลือเกิน 2. เห็น จำ คิด รู้ มารเขาเอาเห็น จำ คิด รู้ ของมารมาแทนไว้ ธาตุเดิมธรรมเดิมถูกมารระเบิดไป พวกเราเห็นธรรมแบบเลือนลางกันทั้งนั้น ญาณ 3 ก็ดี ทศพลญาณก็ดี ตรัสรู้ก็ดี ถูกมารย่อยแยกไปทั้งนั้น ปิฎกของเราถูกมารเอาไป เอาปิฎกของเขามาแทน เราตรัสรู้กันยากเหลือเกิน เรื่องเหล่านี้ ผมมารู้เห็นตอนทำวิชาปราบมารนี้เอง แต่ก่อนไม่รู้เรื่องอะไร นึกอยู่แต่ว่าเรียนวิชาธรรมกายเพื่อไม่ให้ตกนรกเท่านั้น ที่ผมเรียนมานี้เป็นส่วนน้อย ถ้าพูดหมดกระทงความ เกรงว่าท่านจะตกใจ มารเขาทำกับเราถึงขนาดนี้ มิใช่เป็นแต่เราเท่านั้น ทิพย์ พรหม อรูปพรหม จักรพรรดิ กายสิทธิ์ โดนกับเขาด้วย ไม่มีเว้น รวมถึงธาตุธรรมด้วย มารไม่เว้นให้แก่ใครทั้งนั้น รังแกเราถึงปานนี้ เรายังไม่เรียนวิชาปราบมาร ก็แสดงว่า เรางอมืองอเท้า ปล่อยให้เขารังแก่เราข้างเดียว ครั้นได้ข้อมูลเช่นนี้ เราก็วางแผนทำวิชา แผนแรก คือ แผนติดตามเอาธาตุธรรมของเราที่มารเขาดับไว้มากน้อยเท่าไร ให้กลับคืนมาทั้งหมด แผนที่สอง คือ แผนออกติดตามบารมีทั้งหลายทั้งปวงที่มารเขาเอาไป ให้ได้กลับคืนมาทั้งหมด แผนที่สาม คือ แผนติดตามปิฎกของเราว่ามารเขาเอาไปอย่างไร ถ้าเราติดตามมาไม่ได้ เราก็ตรัสรู้เล็กๆ น้อยๆ กันอยู่อย่างนี้ แผนที่สี่ คือ แผนตรวจสอบความเป็นมาเป็นไปของ นรก อเวจี โลกันต์ พวกเราตายไปแล้วถูกเก็บเป็นเชลยที่นี่ เราต้องไปรู้ไปเห็นมา และต้องมีการแตะต้องกันพอสมควร กวาดล้างกันพอสมควรก่อน อย่างอื่นค่อยพิจารณาเป็นเรื่อง ๆ ไป ตามที่กล่าวมานี้ เป็นตัวอย่างที่เราจะต้องวางแผนการทำงาน หากเราไม่อาจไปสุดนิพพาน แล้วเราจะได้ข้อมูลอะไรมาเป็นเครื่องมือวางแผนการเดินวิชาของเรา และตามหัวข้อวางแผนการเดินวิชานั้น เมื่อท่านเห็นหัวข้อเรื่อง ท่านอาจตกใจว่า เราจะทำได้จริงหรือ มีอะไรยืนยันว่าเราทำวิชาได้จริง เรื่องเหล่านี้ท่านอย่ากังวลใจเลย วิถีทางของวิชาธรรมกายคล้ายกับการชกมวยเหมือนกัน กล่าวคือ แรก ๆ เราก็ชกกันแค่งานวัด เราไม่คิดว่าต่อไปเราจะไปชกที่เวทีใหญ่อย่างเวทีราชดำเนิน และเราไม่คิดมาก่อนว่า ต่อไปจะชิงแชมเปี้ยนโลก แต่เราก็ไปชิงกับเขา ส่วนที่ว่าเราจะได้เป็นแชมเปี้ยนโลกหรือไม่ เรื่องนั้นอย่าเพิ่งคิด อย่างผู้เขียนนี้ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จะเรียนวิชาธรรมกายถึงขั้นแต่งตำราได้ แต่ผมก็ได้แต่งตำราไปหลายเล่มแล้ว เรื่องปราบมารเห็นว่าเป็นเรื่องเหลวไหล แต่แล้วเรื่องนี้ก็มาประจันหน้ากับเรา มันเป็นวิถีทาง เพราะวิชาธรรมกายนี้ ยิ่งเรียนมากบารมียิ่งแก่กล้า เมื่อบารมีของเราถึงขีดขั้น ย่อมรำลึกวิชาได้ บทที่ 1 เรื่องการเดินวิชาให้ถูกธาตุธรรมจริง ๆ หลักการ ต้องการเดินวิชาให้ถูกธาตุธรรมจริง ๆ เหตุผล ป้องกันมารหลอก เพราะเขามีเหตุหลอกรู้ลวงญาณ ต่อกล้องต่อญาณให้เราเห็นอะไร ๆ ผิดไปจากความเป็นจริงได้ แม้เราจะรู้อยู่ เขาก็ยังทำทั้ง ๆ ที่เรารู้ การเดินวิชา 1. เมื่อเดินวิชา 18 กาย เป็นอนุโลมปฏิโลมแล้ว ให้พุ่งธรรมกายของเราไปหากายมนุษย์หยาบของหลวงพ่อ โดยน้อมใจเข้าทางปากช่องจมูก ท่านที่เป็นหญิงเข้าทางปากช่องจมูกซ้าย ท่านที่เป็นชายเข้าทางปากช่องจมูกขวา เพลาตา (หญิงทางซ้าย ชายทางขวา) จอมประสาท ปากช่องเพดาน ปากช่องลำคอ ฐานของศูนย์ (ฐานที่ 6) ศูนย์กลางกายคือศูนย์ถาวร (ฐานที่ 7) แต่ละฐานบริกรรม หยุดในหยุด นิ่งในนิ่ง แน่นในแน่น จนกว่ากายมนุษย์ของหลวงพ่อจะขาวใสเป็นแก้ว จากนั้น ลำดับกายของหลวงพ่อไปจนครบ 18 กาย ช่วงนี้เอง เราจะทราบว่าหลวงพ่ออยู่ที่ไหน จากนั้นจะเข้านิพพานก็เข้าไป ขณะที่เดินวิชาลำดับกายของหลวงพ่อนั้น ถึงกายใดหรือถึงดวงธรรมใด ให้ท่องดับอธิษฐานถอนปาฏิหาริย์เรื่อยไป หยุดในหยุด นิ่งในนิ่ง ทำใจหมุนขวา เหมือนปักปากกาลงบนกระดาษ ปลายปากกาหมุนขวาอยู่กับที่ ท่องดับปาฏิหาริย์ ถอนอธิษฐาน คือให้ท่องกลับกันไปมาตามแนวอนุโลมปฏิโลม 2. การเข้านิพพาน ท่องอย่างเดียวกับข้อ 1 วิธีการเข้าไปในกายของพระบรมศาสดา ทำแนวเดียวกับเข้ากายของหลวงพ่อ คือส่งใจนิ่งลงกลางดวงธรรมแล้วท่อง หยุดในหยุด นิ่งในนิ่ง ตลอดไป และท่องดับอธิษฐานถอนปาฏิหาริย์ ถอนปาฏิหาริย์ ดับอธิษฐาน ตลอดไป คำว่า ปาฏิหาริย์ มีความหมายว่า ทำวิชาเต็มรูปแบบ ทับทวีวิชาเต็มอัตรา คล้ายคำว่าพิสดาร หมายถึงทำกายให้มาก ทำวิชาให้มาก พูดถึงวิชาของเรา ถ้ายังไม่ละเอียดถึงระดับปาฏิหาริย์ มารเขาจะทำวิชาไปเกินรู้เกินญาณทัสสนะที่ธรรมภาคบุญจะคำนวณไปถึง เสร็จวิชาของเขาแล้ว เขายังอธิษฐานทับลงไปอีกว่า ไม่ให้ใครแก้วิชาของเขาได้ ดังนั้น เราจึงต้องท่องวิชาของเราไว้ คือท่อง ดับอธิษฐาน ถอนปาฏิหาริย์ และ ถอนปาฏิหาริย์ ดับอธิษฐาน กล่าวคือ ไม่ว่าเขาทำวิชาอะไรก่อนหลัง หรือบางทีเขาทำสลับกันไป จะถือว่าอะไรผิดอะไรถูกไม่ได้ เพราะมารเขาพัฒนาวิชาของเขาก้าวหน้าไปมาก สมัยใหม่นี้ เขาจะทำอะไรต่อไปอีก ยังไม่ได้เรียนกันเลย มัวแต่เถียงกันว่า ดับอธิษฐานกับถอนปาฏิหาริย์ อะไรก่อนหลัง ไม่มีประโยชน์ที่จะทำเช่นนั้น 3. การเข้านิพพานนั้น ยึดหลักศูนย์กลางกายของพระนิพพานเป็นสำคัญ อันนี้ถือเป็นตำราได้ เมื่อถึงเอกายนมรรค ซึ่งเราเรียกว่ากลาง เป็นจุดใสเท่าปลายเข็ม ให้คำนวณจากหยาบไปหาละเอียดเรื่อยไป ละเอียดไปถึงไหน ก็เอาละเอียดใหม่นั้นเป็นหยาบ จากหยาบไปหาละเอียดต่อไปอีก ครั้นชำนาญขึ้นจึงทำเร็วๆ คำนวณเท่าไรวิชาคำนวณของหยาบ ของละเอียด ของกลางต้น กลางของกลาง กลางของปลาย อ่อน แก่หยาบ ละเอียด นับไม่ถ้วนบารมีของธาตุคำนวณธรรมคำนวณ ไม่ถ้วนบารมี กลางของต้น กลางของกลาง กลางของปลาย ไม่ถ้วนบารมี ของอ่อน แก่ หยาบ ละเอียด นับเป็น 1 เดินวิชาจาก 1 นี้ แลบ ลั่น ย่อย แยก ระเบิด ผ่า ดับ ละลาย ทั่วเหตุ นอก ใน ซ้าย ขวา หน้า หลัง บน ล่าง กลาง ระหว่างหัวต่อกาย ดับอธิษฐาน ถอนปาฏิหาริย์ เรื่อยไป แนวนี้ชำนาญแล้ว ลองพลิกแพลงทำแนวอื่นดูบ้าง ต่อเมื่อสุดเหตุปกครองของภาคกลาง ของภาคดำแล้ว ตรัสรู้ของเราจะดีขึ้น และทำวิชาได้ดีเรื่อยไป อย่ากลัวว่าวิชาจะติดขัด เพียงแต่ว่าจับหลักวิชาให้ได้ก่อน จับแก่นแท้ของวิชาให้ได้ อย่าทำอย่างเพ้อฝัน คำนึงถึงเหตุผลให้จงหนัก วิชาของเราเป็นเหตุเป็นผลของกันและกันเสมอ คำนึงถึงความเป็นจริงให้จงหนัก หมายเหตุ ระหว่างทางที่ท่านคำนวณเข้านิพพานไปนั้น ท่านจะเห็นธรรมภาคมารและธรรมภาคกลางอย่างมากมาย เป็นจุดดำบ้าง อย่างใสเป็นนิลบ้าง ไม่ขาวไม่ดำบ้าง อยู่ที่กลางนั้น วิชาของเราจะชะงักทันที คำนวณไม่เดินหน้า เกิดการวกวน นึกวิชาไม่ได้ สารพัดที่เราจะพบ ก็แปลว่าธรรมภาคมารออกมาสกัดกั้นเราแล้ว ไม่ให้เราไปสุดนิพพานตามตั้งใจของเรา หน้าที่ของเราคือต้องรบ เป็นการรบใหญ่ รบไม่ชนะ เราไปได้เพียงแค่นั้น หากรบชนะ เราก็ผ่านด่านนี้ไป ด่านข้างหน้า ยังมีอีกมากมายเหลือคณานับ จุดดำเล็ก ร้ายยิ่งนัก ก็นิพพาน ภพ 3 โลกันต์ กี่ครอบจักรวาลธาตุ กี่ครอบจักรวาลธรรม นับไม่ถ้วน ย่อแล้วเหลือจุดดำนิดเดียว ส่วนที่เป็นคล้ายเมฆหมอกสีดำ นั่นคือเหตุว่างในรูปแบบหยาบของเขา นิพพาน ภพ 3 โลกันต์ อยู่ในนั้นนับไม่ถ้วน กายผู้เป็นเจ้าของนิพพาน ภพ 3 โลกันต์ อยู่ข้างในนั้น ต้องเดินวิชากันอีกเหนื่อยกว่าจะเห็นกายของเขาและกว่าที่เราจะดับกายของเขาได้ เรายังต้องทำวิชากันนาน เดินวิชาเพียงสูตรแรก เราก็พอมองเห็นปัญหาแล้ว ก่อนนี้ท่านรู้สึกว่าผู้เขียนเอาอะไรมาพูด เป็นไปได้อย่างไร หรือจะคิดอย่างไรก็สุดแท้แต่ ครั้นลองเดินวิชาดูบทแรก เราพอจะมองออกว่าเรากำลังพบเรื่องสุดวิสัยที่เราไม่คาดคิดมาก่อน รู้สึกขอบคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ถ้าหลวงพ่อไม่สอนวิชาไว้ เราจะถูกมารต้มและยำไปอีกนานแค่ไหน สารบัญ
Powered by AkoComment 2.0! |