|
เรื่องอาสวักขยญาณ วิชากำจัดกิเลส กำจัดตัณหา กำจัดอุปาทาน คือวิชาอาสวักขยญาณ วิชาอาสวักขยญาณนี้ มีต้น กลาง ปลาย อ่อน แก่ หยาบ ละเอียด ด้วย สูงขึ้นเราเรียก มหาอาสวักขยญาณ เป็นเรื่องของอนันตธาตุอนันตธรรม จักรวาลธาตุจักรวาลธรรม วิชาปราบมารเป็นทางเดินให้เราไปถึงวิชาเหล่านั้น ถึงได้เมื่อไร เราจะทราบเอง การปราบมารระดับอนันตธาตุอนันตธรรมยากขึ้นเป็นเงาตามตัว มารเขามีวิชามาก เราปราบมาตั้งแต่ระดับอ่อนจนถึงระดับแก่ ท่านอ่านมาถึง คงแปลกใจว่า ผมเอาอะไรมาพูด ไม่เคยได้ยินได้ฟังที่ไหนมาก่อน หากท่านทำวิชาปราบมารจริง ๆ ท่านอาจมีเรื่องมากกว่าที่ผมว่ามานี้ก็ได้ เรื่องข้อพิสูจน์ว่าหมดมาร การทำวิชาปราบมาร ก็เพื่อให้ธรรมภาคมารหมดไป ข้อพิสูจน์ว่าหมดมารนั้น จะได้แก่อะไร ให้สังเกตดูดังนี้ 1. เหตุการณ์ของโลก เหตุการณ์จะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น สงครามจะหมดไป คนจะเป็นมิตรกันทั่วโลก ก่อนนี้พูดกันไม่รู้เรื่อง เราจะพูดกันรู้เรื่องขึ้น ศีลธรรมจะคืนสู่เหย้า ฝนฟ้าจะตกต้องตามฤดูกาล 2. เหตุการณ์ทางธรรม เมื่อเราเข้าญาณทัสสนะดู จะเห็นขาวและสว่างไปหมด ญาณทัสสนะของเราจรดลงที่ใด จะทะลุไปหมด ไม่มีเหตุของมารมาขวางรู้ขวางญาณของเราเลย ทุกวันนี้ยังไม่ถึงเกณฑ์ดังกล่าว การรบต้องดำเนินการต่อไป องค์ประกอบที่จะช่วยให้มารดับเร็ว 1. ต้องรณรงค์ให้สอนวิชาธรรมกายกันทั่ว เมื่อเป็นธรรมกายกันมาก มารก็หมดฐานทัพ 2. ช่วยกันเผยแพร่วิชาธรรมกายให้หนักมือกว่าเดิม โดยเฉพาะช่วยกันเขียนตำราว่าด้วยเรื่องธรรมกายให้มาก ใครรู้มาก จงเขียนให้มาก ใครรู้น้อยก็เขียนเบื้องต้น 3. ทำวิชาปราบมารให้ได้ทุกคน หมายความว่าท่านที่สามารถเรียนรู้วิชาธรรมกายชั้นสูงได้ ควรกำหนดเป้าหมายว่า จะต้องทำวิชาปราบมาร อย่าน้อยเป็นประสบการณ์แก่ชีวิต ถ้ามองในด้านการสร้างบารมี ปราบมารนี้คือบารมีชั้นสูง บารมีใด ๆ ก็สู้ไม่ได้ทั้งนั้น ใครจะได้บารมีอะไรและอย่างไร ธาตุธรรมท่านเป็นพยานให้เรา ใครชมว่าเก่ง ไม่ควรดีใจ แต่ถ้าธาตุธรรม ทรงรับสั่งว่าคนนี้ใช้ได้ เป็นมงคลแก่อารมณ์เราเหลือเกิน เราจะรู้สึกชื่นใจไปหลายวัน ดังนั้น จึงขอเชิญชวนทุกท่านช่วยกันทำวิชาปราบมาร บารมีตัวจริงอยู่ที่เรื่องนี้ ภาคปกิณกะ ข้อมูลเกี่ยวกับผู้เขียน ควรกล่าวไว้บ้าง ท่านผู้อ่านคงอยากทราบ โดยเฉพาะประวัติการศึกษาวิชาธรรมกาย ไปอย่างไร มาอย่างไร ถึงได้มาจบลงด้วยเรื่องปราบมาร รายนามครูอาจารย์ที่เคยให้ความรู้แก่ผู้เขียน 1. อุบาสิกาญาณี ศิริโวหาร 2. คุณฉลวย สมบัติสุข 3. อุบาสิกาทองสุข สำแดงปั้น 4. ท่านเจ้าคุณภาวนาโกศลเถร (พระอาจารย์วีระ อาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาวัดปากน้ำ ปัจจุบัน) 5. หลวงปู่ชั่ว โอภาโส 6. อุบาสิกาถนอม อาสไวย์ รู้จักวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เมื่อ 2496 เมื่อปี 2496 ผมเรียนหนังสือชั้น ม.6 ที่จังหวัดกาญจนบุรี หนังสือพิมพ์ลงข่าวของหลวงพ่อวัดปากน้ำ อ่านข่าวแล้ว ทำให้อยากมาหาหลวงพ่อ วิธีที่จะไปพบหลวงพ่อวัดปากน้ำนั้นเป็นเรื่องยากมาก ผมต้องไปจังหวัดสุพรรณบุรีก่อน ไปหาคุณพ่อของผม ให้คุณพ่อพาไป ครั้งนั้นไม่มีรถยนต์ มีแต่โดยสารทางเรือยนต์และรถไฟ เมื่อพบคุณพ่อที่สุพรรณบุรีแล้ว แจ้งความประสงค์ให้ทราบ ว่าอยากให้พาไปพบหลวงพ่อวัดปากน้ำ คุณพ่อรับคำ เพราะเคยบวชเรียนอยู่สำนักวัดปากน้ำมาก่อน จะได้ถือโอกาสกราบนมัสการหลวงพ่อ ตั้งแต่ลาสิกขามาแล้วหลายปี ไม่เคยไปนมัสการเลย ผมโชคดีมาพบหลวงพ่อโดยไม่มีอุปสรรค เมื่อมาถึงวัดปากน้ำ ได้พบหลวงพ่อทันที คุณพ่อเล่าประวัติว่าเคยบวชอยู่สำนักของหลวงพ่อ หลวงพ่อจำได้ แล้วแจ้งว่า ลูกชายรบเร้าให้พามาหาหลวงพ่อ พอพูดขาดคำ หลวงพ่อเพ่งจ้องหน้าผมเป็นเวลานาน จนผมรู้สึกอาย แล้วบอกว่า “รับของขวัญวันนี้เลย” แล้วชี้ให้ไปชำระเงินที่เจ้าหน้าที่ของวัด เสร็จแล้วผมมารับพระของขวัญ แต่คุณพ่อรับรูปถ่ายของหลวงพ่อ ที่รูปถ่ายของหลวงพ่อ หลวงพ่อเขียนชื่อว่า “พระภาวนาโกศลเถร” ลายมือสวย หลวงพ่อยังหนุ่ม มีราศีงาม น้ำเสียงมีอำนาจ กุฏิเป็นเรื่อนไม้ทั้งหมด ยังไม่มีตึกเลย มองไปทางไหนมีแต่ต้นไม้ทึบ ไปมาหากันยาก มีต้นไม้กีดขวาง ลักษณะของป่าย่อมๆ ไม่ได้ค้างคืน เสร็จแล้วกลับสุพรรณบุรี ส่งคุณพ่อถึงสุพรรณบุรีแล้ว ผมยังต้องเดินทางไปจังหวัดกาญจนบุรีอีก เพื่อเรียนต่อ ทำความเพียรเบื้องต้น ตั้งแต่ 2496-2499 ปี 2496 ผมเรียนจบชั้น ม.6 และได้มาเรียนวิชาครูที่กรุงเทพ คือเรียนวิชาครู ปป. ที่โรงเรียนฝึกหัดครูพระนคร วังจันทร์เกษม เรียน 3 ปี จึงได้วุฒิ ปป. เรียนจบเมื่อปี 2499 บรรจุเป็นครูโรงเรียนโยธินบูรณะในปี 2499 นั้นเอง ระหว่างศึกษาวิชาครู 3 ปี ระหว่างกำลังศึกษาวิชาครู 3 ปีนั้น เป็นโอกาสดีที่ไปวัดปากน้ำได้บ่อยๆ ได้มีโอกาสฝึกวิชาธรรมกาย แต่ทำไม่เป็น ยังไม่เห็นธรรมกาย โรงเรียนปิดเทอม ผมไม่ได้กลับบ้าน ได้ไปอาศัยอยู่กับพระมหาประเสริฐที่วัดปากน้ำ (คนบ้านเดียวกัน) กลางวันไปทำความเพียรอยู่ในโบสถ์ ตอนเย็นไปฝึกกับอุบาสิกาญาณี ศิริโวหาร บ้านพักของอุบาสิกาญาณี ศิริโวหาร อยู่บ้างศาลาทำบุญหลังเก่า เวลา 6 โมงเย็นถึง 1 ทุ่ม ท่านสอนวิชาเบื้องต้น มีอุบาสิกาและฆราวาสไปฝึกหลายคน ช่วงเวลานี้ผมกับหลวงพี่สายบัวไปรับการฝึกด้วย (บัดนี้ไม่ทราบว่าหลวงพี่สายบัวลาสิกขาแล้วไปอยู่ที่ไหน) ทำอยู่เช่นนี้ ระหว่างปิดภาคเรียน 3 ปี ก็ยังไม่เห็นธรรม มีอยู่วันหนึ่ง เป็นเวลาบ่าย ได้ไปทำความเพียรอยู่ในอุโบสถ นั่งทำภาวนาจนเกิดความเมื่อยล้า จึงได้เปลี่ยนอิริยาบถเป็นนอนภาวนาบ้าง เผลอแล้วก็หลับไป ตื่นขึ้นมาเห็นพระประธานในโบสถ์ยิ้มให้ ยังจำเหตุการณ์ได้ติดตามาจนบัดนี้ สรุปแล้ว ช่วงเวลา 3 ปีที่เรียนวิชาครูในกรุงเทพนั้น ทำไม่เป็น พากเพียรเท่าไร ๆ ก็ยังไม่เห็นธรรมอยู่ดี การฝึกภาวนาระยะเวลาที่รับราชการในกรุงเทพ ผมรับราชการเป็นครูโรงเรียนโยธินบูรณะ ตั้งแต่ 2499-2500 และปี 2501-2509 เป็นครูโรงเรียนวัดบวรนิเวศ รวมเวลารับราชการในกรุงเทพ 10 ปี ช่วงเวลานี้ ได้ไปศึกษาวิชาธรรมกายที่วัดปากน้ำตลอด เมื่อได้ฝึกวิชากับอุบาสิกาญาณี ศิริโวหารแล้ว มารู้จักอุบาสิกาทองสุข สำแดงปั้น รู้จักเจ้าคุณภาวนาโกศลเถร ตั้งแต่ครั้งยังไม่ได้สมณศักดิ์ เดิมท่านเจ้าคุณภาวนาฯ (พระอาจารย์วีระ) อยู่ศาลาแม่แม้น บนลานอุโบสถ ต่อมาท่านเจ้าคุณภาวนาฯ (อาจารย์วีระ) ได้มาอยู่ที่กุฏิโรงงานคือตึกที่ท่านประจำอยู่ทุกวันนี้ เมื่อรู้จักกับอุบาสิกาทองสุข สำแดงปั้นได้เรียนเรื่องฌานกับท่านมาตลอด จวบจนท่านได้ถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. 2506 อาจารย์ไชยบูลย์ ธัมมชโย เพิ่งเข้าวัดตอนตั้งศพอุบาสิกาทองสุข นี้เอง ขอกล่าวถึงอุบาสิกาทองสุข สำแดงปั้น เป็นอาจารย์ของผม อบรมสั่งสอนผมมามาก เป็นเวลายาวนาน ตั้งแต่รู้จักกันจนถึงวันวายชนม์ เพื่อนคู่หูของท่านคืออุบาสิกาลูกจันทร์ ขนนกยูง ท่านอยู่ร่วมกันที่บ้านพักข้างศาลาทำบุญครั้งกระนั้น บ้านหลังนี้ผมและศิษย์อื่นๆ ไปฝึกวิชากับท่าน อุบาสิกาทองสุข มีหน้าที่เผยแพร่ ส่วนอุบาสิกาลูกจันทร์ทำวิชาอยู่ในโรงงาน อุบาสิกาทองสุข มีวาทศิลป์ ลักษณะท่าทางดีมาก ใครเห็นเป็นต้องชอบ เชื่อมั่นในความรู้ทางธรรมอย่างสูง มีศิษย์มาก ส่วนอุบาสิกาลูกจันทร์ไม่ได้ทำหน้าที่เผยแพร่ แต่ทำวิชาอยู่ในโรงงาน จึงไม่ค่อยมีใครรู้จัก เมื่อมีเหตุการณ์ที่อุบาสิกาทองสุขวายชนม์ไป อุบาสิกาลูกจันทร์ว้าเหว่พอสมควร ผมได้ทำหน้าที่ประสานงานอยู่ระยะหนึ่ง จนถึงขั้นสร้างบ้านให้ท่านทำภาวนาหลังหนึ่ง จากนั้นผมก็ไปรับราชการต่างจังหวัด เปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ราชการ จากครูเป็นศึกษาธิการอำเภอ ตั้งแต่ปี 2509 ผมไม่ได้ติดต่อกับอุบาสิกาลูกจันทร์อีกเลย อุบาสิกาญาณี ศิริโวหาร เมื่อสมัยผมเป็นนักเรียนฝึกหัดครู ได้รับการฝึกวิชาเบื้องต้นจากท่าน และเมื่อผมรับราชการเป็นครูอยู่ในกรุงเทพ 10 ปีนั้น เคยติดต่อกับท่าน วิชาของท่านสูงมาก ใครติดขัดอะไร ท่านจะเป็นผู้ชี้ขาด หลวงพ่อมอบหมายให้เป็นหัวหน้าเวรทำวิชาปราบมาร นอกจากจะเก่งทางวิชาธรรมกายแล้ว ท่านยังได้นักธรรมเอกด้วย เคร่งครัดสิกขาบทยิ่งนัก เวลาบอกวิชาเคร่งครัดในการใช้ถ้อยคำ คุณฉลวย สมบัติสุข เป็นผู้เชี่ยวชาญทางวิชาธรรมกาย ทำหน้าที่หัวหน้าเวร ในสมัยหลวงพ่อมีชีวิตอยู่ ไม่ได้อยู่ในเพสอุบาสิกา มีบุคลิกลักษณะงดงาม พูดไพเราะ ผมเคยไปขอร้องให้ท่านแก้โรคและให้ช่วยทำวิชาอื่นด้วย มีกิตติศัพท์เล่าลือว่าเก่งมาก อุบาสิกาถนอม อาสไวย์ เคยเล่าให้ฟังว่า คุณฉลวยมีบุญฤทธิ์มาก ทำให้ฟ้าร้องได้ ทำให้นาฬิกาหยุดเดินก็ได้ เรื่องการบอกวิชาแล้วยอมรับว่าบอกได้ละเอียดละออดีนัก ไม่ได้พบท่านมานานแล้ว ทราบว่า กลับไปอยู่เชียงใหม่ เมื่อครั้งผมเป็นศึกษาธิการอำเภออยู่อ่างทอง เคยมีวัดทางเชียงใหม่เชิญให้ไปสอน แต่แล้วก็ไม่ได้ไป นึกอยู่ในใจว่า ถ้าได้ไปจะไปเยี่ยมคุณฉลวย ทราบว่าท่านประกอบอาชีพส่วนตัว ท่านเจ้าคุณภาวนาโกศลเถร (พระมหาเจียก) เมื่อปี 2502 หลวงพ่อมรณภาพ ผมและน้องชายบวชเณรถวายหลวงพ่อ 7 วัน บวชเสร็จแล้วไม่รู้จะไปอยู่กุฏิไหน เพราะวัดปากน้ำมีพระเณรมากเหลือเกิน แม่ชีทองสุขบอกว่า ให้อธิษฐานใจว่าหลวงพ่อรักพระรูปใดมาก ขอให้รูปนั้นชวนไปอยู่ด้วย ได้ผลทันตาเห็น ท่านเจ้าคุณ ฯ ชวนไปพักอยู่กุฏิตึกเหลือง ทำหน้าที่เป็นพระพี่เลี้ยงด้วย จึงได้รู้จักกับท่านมาตั้งแต่ครั้งนั้น แม่ชีทองสุขเล่าว่า ท่านเจ้าคุณ ฯ เป็นธรรมกายตั้งแต่เป็นสามเณรน้อย เก่งในทางแก้โรคและเก่งอย่างอื่นหลายอย่าง เล่าลือว่า ใครขัดข้องทางวิชาธรรมกาย ต้องไปถามท่าน เมื่อชี้ขาดแล้วเป็นอันยุติ ท่านเป็นผู้ที่พูดน้อย ใครว่าอะไร ท่านมักจะคล้อยตามเป็นการเอาใจเพื่อน เมื่อหลวงพ่ออาพาธ หลวงพ่อมอบหมายให้ท่านเจ้าคุณ ฯ ประสิทธิ์ประสาทพระของขวัญแทน เสียใจที่อายุสั้นเหลือเกิน ความรู้วิชาธรรมกายอยู่กับท่านมากทีเดียว ช่วงเวลาที่ผมบวชเณรพักอยู่กับท่าน ท่านยังไม่ได้เป็นเจ้าคุณ ฯ ท่านเจ้าคุณภาวนาโกศลเถร (พระอาจารย์วีระ) รู้จักกับท่านมานานแล้ว ตั้งแต่ครั้งผมบวชเณรถวายหลวงพ่อ เมื่อปี 2502 ได้ไปฝึกภาวนาอยู่กับท่านที่กุฏิศาลาแม่แม้น บนลานอุโบสถ และเมื่อท่านมาอยู่ที่กุฎิโรงงาน ผมได้มาอาศัยฝึกวิชาอยู่กับท่านอีก ค้างอยู่กับท่านด้วย จึงได้ยินได้ฟังว่าโรงงานเขาทำวิชาอะไรกัน ถึงฟังตอนนั้นก็ไม่รู้อะไรกับเขา มารู้เรื่องเอาตอนที่ทำวิชาปราบมารด้วยตนเอง ท่านเจ้าคุณภาวนาฯ หรือที่เราเรียกว่าเจ้าคุณวีระนี้ สนใจการเรียนวิชาธรรมกายมากที่สุด เหตุที่บวชก็เพื่อศึกษาวิชาธรรมกายเป็นสำคัญ ก่อนบวชท่านทำงานกับฝรั่ง ฐานะการเงินดีมาก ต่อมาได้เป็นธรรมกายจากหลวงพ่อ เกิดศรัทธาอยากศึกษา จึงสละทางโลกทั้งหมด ถือบวชและศึกษาวิชาธรรมกายเรื่อยมา ศึกษาอย่างผู้รู้เรียน เป็นประโยชน์ต่อพระศาสนา ต่อมาทางการสงฆ์เลื่อนท่านเป็นเจ้าคุณ น่าอนุโมทนาจริง ๆ ทางวัดได้ตั้งให้ท่านเป็นอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนา ถูกใจผมเหลือเกิน ตำราว่าด้วยวิชาธรรมกายที่ได้จัดพิมพ์เผยแพร่ไปนั้น นับว่าประเสริฐเลิศล้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวิชาหรือภาษาหนังสือ เรียบร้อยดีเหลือเกิน ผมนับถือท่านเป็นอาจารย์ และถ้าผมไม่ได้ตำราที่ท่านเจ้าคุณฯ พิมพ์เผยแพร่ไว้ ผมก็คงทำวิชาปราบมารไม่ได้ เรื่องของตำรา ย่อมมีความละเอียดดีกว่าการจำจากการบอกเล่าแน่ๆ การเผยแพร่วิชาธรรมกายของผม หากพระเถระผู้ใหญ่ทำได้ ผมมักจะพามาคารวะท่านเจ้าคุณ ฯ เสมอ อย่างน้อยท่านเจ้าคุณฯ ก็ดีใจ เพราะเป็นการมาพบอาจารย์ใหญ่ การเผยแพร่ในสายตาของผมไม่เป็นที่รังเกียจของท่านเจ้าคุณฯ เลย เพราะผมยกย่องว่าท่านเจ้าคุณฯ เป็นอาจารย์ แต่การที่ผมทำวิชาปราบมารได้นั้น เป็นการคิดค้นคว้าของผม เป็นความก้าวหน้าทางวิชาธรรมกายของผม อย่างนี้ท่านเจ้าคุณฯ ดีใจแน่ๆ วิชาธรรมกายเกิดแก่ผู้มีใจบริสุทธิ์ ผมไม่มีนอกไม่มีในแก่ใคร จึงเข้าถึงวิชาได้จนถึงขั้นปราบมาร สารบัญ
Powered by AkoComment 2.0! |