Go to Kayadham Home   
ประชาสัมพันธ์ : เชิญร่วมปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกาย โดยวิธีการที่หาที่ไหนไม่ได้ (หลักสูตรเร่งรัดสำหรับท่านที่มีเวลาน้อย) ณ โฮมเสตย์ เขื่อนท่าด่าน จ.นครนายก 6-7 เมษายน 50 นี้ (ด่วน! รับ 40 ท่าน) อ่านรายละเอียดall.gif
HOME : arrow สื่อธรรมะ : arrow เนื้อหาวิชชาธรรมกาย arrow หลักสูตรปราบมาร arrow ปราบมาร ภาค 1
ปราบมาร1(17) PDF พิมพ์ ส่งเมล

การเดินวิชา

          จะต้องทำวิชาไปเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่วิชาหยาบไปถึงวิชาละเอียด จนกว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามต้องการ ไม่ง่ายเหมือนเราคิด เราต้องอดทนเดินวิชา แต่แรกที่เริ่มเดินวิชา อาจไม่ได้อะไรเลย อย่าเพิ่งตกใจ ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ทำไป ตรึก นึก ตรอง เรื่อยไป เปลี่ยนแนวการเดินวิชาอยู่เรื่อย แล้วดูผลที่ตามมา จะวางหลักเกณฑ์เป็นสูตรสำเร็จไม่ได้ เพระมารเขาคิดแก้วิชาของเราตลอดไป เป็นการชิงไหวชิงพริบซึ่งกันและกัน

 

     1. ขั้นตอนแรก

          ก. เดินวิชา 18 กาย เป็นอนุโลมปฏิโลม เข้านิพพานทำวิชาซ้อนกายสับกายบนนิพพาน เชื่อมกาย ใจ จิต วิญญาณของเรากับนิพพาน ให้เป็นเนื้อเดียวกันทุกกาย จนสุดหยาบสุดละเอียด

          ข. จากนั้น อธิษฐานต่อธาตุธรรม ให้ยิงกายของพระองค์ เข้ามาในกายของเราทุก ๆ กาย พระองค์จะจองถนน พิสดาร ปาฏิหาริย์ ทับทวี ไปในกายหลัก 18 กายของเรา โดยเฉพาะให้ยิงกายของพระองค์เข้ามาในกาย ใจ จิต วิญญาณ ของกายมนุษย์ (พิเศษ) ให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้

          ค. จากนั้น พิสดารกายมนุษย์ให้มากกาย เป็น เถา ชุด ชั้น.... ฯ แล้วยิงกายมนุษย์เข้าไปใน ดวง เห็น จำ คิด รู้ ธาตุเห็น จำ คิด รู้ เครื่องเห็น จำ คิด รู้ ของกายตัวเราเอง ทั้ง 18 กาย

               - ลำดับไปทีละกายตั้งแต่กายมนุษย์จนถึงธรรมกายพระอรหัตต์ละเอียด ให้กายมนุษย์ แลบ ลั่น ย่อย แยก ระเบิด ผ่า ดับ ละลาย ธาตุดับธรรมตายที่มารเขาทำไว้ หมุนขวาเครื่องทับทวีเข้าไป ดับอธิษฐานถอนปาฏิหาริย์ นิพพาน ภพ 3 โลกันต์ ไปสุดหยาบสุดละเอียด ดับต้นคิดวิชาที่มาดับ ไปทุกเหตุกาย เหตุใจ เหตุจิต เหตุวิญญาณ ดับต้นวิชา ผู้สอด ผู้ส่ง ผู้สั่ง ผู้บังคับ ผู้ปกครอง ผู้ปกครองย่อย ผู้ปกครองใหญ่ หัวใจเครื่องรวมใหญ่ สุดเหตุ 19

               - คำนวณไปให้สุดธาตุตายธรรมตาย ให้สุดธาตุเป็นธรรมเป็น คำนวณไปให้ถึงธาตุฟื้นธรรมฟื้น เมื่อถึงธาตุฟื้นธรรมฟื้นแล้ว คำนวณไปสุดต้น สุดกลาง สุดปลาย รวมธาตุฟื้นธรรมฟื้น พบแล้วเท่าไร รวมเป็น 1

               - นำ 1 นั้น มาแลบ ลั่น... ฯ อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้สะอาดยิ่งขึ้น ส่งใจนิ่งกลางกำเนิดเดิมของธาตุฟื้นธรรมฟื้นนั้น แลบ ลั่น ..... นิพพาน ภพ 3 โลกันต์ ดังที่กล่าวแล้ว แต่คำนวณวิชาให้เลยเหตุดับอธิษฐานถอนปาฏิหาริย์ คำนวณให้สุดธาตุเลยธรรมเลย เลยไปแล้วเท่าไร รวมเป็น 1

               - นำ 1 นั้นมาแลบ ลั่น .. ฯ ตามที่กล่าว เห็นว่าสะอาดแล้ว ก็ให้ตั้งธาตุธรรมขึ้น คือตั้งปฐมมรรค มรรคจิต มรรคปัญญา อธิษฐานให้เกิดนิพพานในกาย เกิดนิพพานอนุปาทิเสสนิพพาน สอุปาทิเสสนิพพาน ตามวิธีนี้ ทำให้แก่กายมนุษย์ รบให้แก่กายฝันก็ทำให้แก่กายฝัน รบให้แก่กายทิพย์ก็ทำให้แก่กายทิพย์ ทำไปทีละกาย จนถึงธรรมกายพระอรหัตต์ละเอียด

               - แล้วพิสดารกายมนุษย์ กายฝัน ..... ธรรมกายพระอรหัตต์ละเอียด ไปจองถนน พิสดาร ปาฏิหาริย์ ทับทวีในนิพพานในกายเหล่านั้น

               - จากนั้น ทำวิชาเข้านิพพานอีกครั้ง พิสดารกายของธาตุธรรม ไปจองถนน พิสดาร ปาฏิหาริย์ ทับทวีนิพพานในกายของเราทุกกาย เป็นการมาช่วยดูแลรักษา ถามว่าจะรักษาได้เพียงไร ยังพูดอะไรมากไม่ได้ ลองดูเหตุการณ์ไปก่อน ตราบใดที่มารยังดับไม่หมด เรายังชี้ขาดอะไรยากนัก

               - คำว่า ธาตุฟื้นธรรมฟื้น หมายความว่า หมดปกครองของมาร เราทำวิชาไปจนถึงความ “ขาว” ถือว่าฟื้นแล้ว คือมารเขาอธิษฐานไว้ว่า ให้ดับและไม่ให้ใครแก้ไขได้ เราเดินวิชาไปจนถึงที่เขาอธิษฐานให้ดับ และเดินไปให้เลยวิชาดับของเขา เมื่อเลยดับถือว่าเป็นฟื้น

     ธาตุดับธรรมตาย หมายถึงวิชาของมารประเภทที่ทำให้ดับและให้ตาย

     สังเกตดูว่า ทำวิชาแนวนี้ จะฟื้นขึ้นมาเท่าไร

 

     2. ขั้นตอนที่ 2

     เป็นขั้นตอนการดูแลรักษา ว่านิพพานในกายต่าง ๆ รวมทั้งภาคผู้เลี้ยงด้วย อยู่เป็นสุขสบายดีอยู่หรือ หรือว่ามารมาดับอีกแล้ว วิธีดูแลทำอย่างไร นี่เป็นกรณีหนึ่ง

     อีกกรณีหนึ่ง นิพพานในกายมีหน้าที่ป้องกันกายหลัก เมื่อนิพพานในกายฟื้นขึ้นมาแล้ว ก็ต้องทำหน้าที่ไม่ให้กายหลักเป็นอันตราย การทำนิพพานในกายให้แข็งแรง จะทำอย่างไร

     เหล่านี้เป็นเรื่องที่เราต้องคิดอ่าน

     พอจะตอบได้อย่างหนึ่งว่า การรักษานิพพานในกายเท่าที่ทำมานั้น มีกายพิสดารมาดูแล 2 ชั้นแล้ว คือกายของตัวเราเองที่เราพิสดารเข้าไป และกายของธาตุธรรมที่ได้พิสดารไปแล้ว เพียงเท่านี้ ยังไม่ประกันว่า นิพพานในกายจะอยู่รอดปลอดภัย แล้วจะทำอย่างไรต่อไป นิพพานในกายจึงจะเก่งขึ้นมาได้ ถึงขนาดป้องกันกายหลักได้ จะต้องเก่งกว่ากายหลัก นี่คือเหตุผลธรรมดา แต่โดยทั่วไปแล้ว กายหลักเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว ทุกวันนี้กายหลักรบไปตามบุญตามกรรม แพ้ก็รบหรือชนะก็รบ กายหลักจึงหวังพึ่งนิพพานในกายได้ยาก ด้วยเหตุนี้ การรบแต่ละวันจะต้องเอานิพพานในกายรบ รวมทั้งภาคผู้เลี้ยงของกายด้วย ถ้ากายหลักชนะ นิพพานในกายชนะด้วย แต่ถ้ากายมนุษย์ไม่ได้วิชา อันตรายจะมาถึงกายหลักโดยที่เราไม่รู้ นี่คือตัวปัญหา

     ดังนั้น ในแต่ละวัน จะต้องยิงกายมนุษย์ไปตรวจสอบนิพพานในกายไว้ทุกวัน เป็นการตรวจสอบ แต่ถ้ามารดับหมด ก็ไม่เป็นไร เราโตคนเดียว แต่ถ้ามารยังดับไม่หมด อันตรายมีได้เสมอ

 

     3. ขั้นตอนที่ 3 เรื่องการเปลี่ยนแนวเดินวิชา

     เมื่อทราบวิธีทำให้นิพพานในกายฟื้นไปสูตรหนึ่งแล้ว และได้ทราบวิธีรักษาบ้างแล้ว จากนี้ไป จะได้แสดงการเดินวิชาถึงการทำให้ฟื้นแนวอื่นดูบ้าง ท่านอาจสงสัยว่า เหตุใดจึงทำได้หลายอย่าง ไปเอาความรู้มาจากไหนกันนัก โปรดเข้าใจว่า หากไม่ทำวิชาปราบมาร หรือทำแต่รบไม่ชนะ ตราบนั้นเราจะมีความรู้แค่เดิม มีอยู่เดิมแค่ไหนก็ได้แค่นั้น หากปราบมารชนะแล้ว ย่อมได้ความรู้ใหม่ทันที ยิ่งรบได้มากยิ่งได้ความรู้มาก ในที่สุดเราจะมีความรู้มากกว่าที่อาจารย์เคยสอน อย่างผู้เขียนนี้ ได้ความรู้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีการติดขัด จะเรียนสูงก็บอกได้จะเรียนต่ำก็บอกได้ จะเรียนสักกี่ปีก็ไม่จนความรู้ที่จะสอน เหตุนี้เอง จึงตัดสินใจพิมพ์ตำราปราบมาร เพื่อให้ท่านผู้เป็นบัณฑิตได้พิจารณา ตามที่เห็นสมควรต่อไป

 

     ก. หัวข้อวิชา

     1. ให้เข้าธาตุฟื้น ธรรมฟื้น กายฟื้น วิชาฟื้น ไปสุดหยาบสุดละเอียด อธิษฐานใจเป็นเครื่องหมุนขวา ดับอธิษฐาน ถอนปาฏิหาริย์ ไปสุดหยาบสุดละเอียด แล้วรวมเป็นกายเดียว ยิงกายมนุษย์ของเรา เข้าไปในกายที่รวมไว้นั้น

     2. แลบ ลั่น ย่อย แยก ระเบิด ผ่า ดับ ละลาย มารที่มาดับและที่มาทำให้ตาย

     คำนวณให้เลยดับ คำนวณให้เลยตาย

          ก. ดับต้นวิชา

          ข. ดับ เซฟ ปราสาท หัวใจเครื่องรวมใหญ่ เขตธาตุเขตธรรม ของต้นวิชาให้สิ้นเชื้อ แล้วรวมรวมกายที่ถูกดับทั้งหมด ซึ่งเป็นของธรรมฝ่ายเราทั้งนั้น รวมได้แล้วอย่าเพิ่งคืนแก่เจ้าของ เราจะต้องมาทำให้ฟื้นขึ้นก่อน

          ค. เดินวิชาไปตามอายุขัย ขั้วหัวต่อกาย สมบัติ คุณสมบัติ ตามมาได้แล้วต้องทำให้สะอาดก่อน

          ง. เมื่อกายฟื้นแล้ว จึงจ่ายอายุขัย หัวต่อกาย สมบัติให้ โดยเดินวิชานิ่งไปที่ศูนย์กลางกายของกายที่ฟื้นแล้วทุกกาย เป็นอนุโลมปฏิโลม

     3. วิธีคืนกายที่ฟื้น ทำอย่างไร เพราะมีหลายระดับ ถ้าเป็นระดับธาตุธรรม วิธีทำง่ายเข้า เพียงเราเดินวิชาเข้านิพพาน อาราธนากลับสู่ธาตุธรรมเดิม เป็นอันเสร็จภารกิจ แต่ถ้าเป็นของ อรูปพรหม พรหม ทิพย์ จักรพรรดิ กายสิทธิ์ มนุษยโลก วิธีคืนกายทำได้ยากจริง ๆ ขืนคืนไปให้ เขารักษาไม่ได้ เพราะธาตุธรรมอ่อน ประเดี๋ยวมารกลับมาดับอีก จะยุ่งหนักเข้าไปอีก

     ผมใช้วิธีเสี่ยงบุญเสี่ยงกรรม ท่านทั้งหลายเหล่านี้ เคยสร้างบารมีในศาสนาใด ครั้งไหน ขอฝากแก่พระนิพพานนั้น ๆ พระองค์ก็ทำวิชาย่อกาย รับไว้แล้ว ยังต้องเดินวิชาให้สะอาดอีก เราทำไว้เดิมสะอาดไม่จริง พระองค์ทรงมองหน้าเราทำนองต่อว่าเรา จะให้ฉันดูแลทั้งหมดกระนั้นหรือ ไม่รู้อะไรต่อมิอะไรมามอบให้หมด เป็นภาระแก่ฉัน แล้วเมื่อไรจะคืนให้แก่เจ้าของเดิมเขาเล่า เราเดาพระทัยของพระองค์ได้ถูก เรามาคิดกันดูว่า ผู้ที่จะมีความสามารถรักษานิพพานในกายได้นั้น มันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่หรือ แม้แต่ตัวเราเองเป็นวิชาถึงขนาดนี้ยังรักษาไม่ได้ นั่นเป็นเรื่องของอนาคต

     สรุปแล้ว ทุกเรื่อง เราต้องพึ่งนิพพานทั้งหมด ถ้าไม่มีนิพพานเพียงอย่างเดียว ไม่มีทางสู้ไม่ว่าอะไรทั้งนั้น

 

     ข. หัวข้อวิชา เมื่อเราทำวิชามาถึงขั้นให้ฟื้นได้แล้ว ลองเดินวิชาต่อไปอีก

     1. เอาฟื้นทั้งหมดมารวมเป็นกายเดียว เดินวิชาจากายฟื้นนั้น จากกายหยาบไปหากายละเอียด ทำวิชาดับอธิษฐานถอนปาฏิหาริย์เรื่อยไป แล้วเข้านิพพาน

          คำนวณวิชาไปให้ถึงธาตุเป็นธรรมเป็น ธาตุล้วน ธรรมล้วน ธาตุเดิมธรรมเดิม กำเนิดเดิม กายเดิม วิชาเดิม

     คำนวณไปให้ถึงผู้ทำให้เป็นธาตุฟื้นธรรมฟื้น แล้วรวมเป็น 1

     2. จาก 1 นั้น แลบ ลั่น ดับ ละลาย..... จากหยาบไปหาละเอียด แล้วตั้งปฐมมรรค มรรคจิต มรรคปัญญา อธิษฐานให้ตรัสรู้เป็นสัพพัญญูพุทธเจ้า

     3. พิสดารกายสัพพัญญูพุทธเจ้า เป็นเถา ชุด ชั้น.... ฯ ให้เป็นรบ ตรวจงาน ทำงาน เดินวิชารบดับต้นวิชาที่ดับสัตว์โลกแล้ว กำลังดับ และที่จะดับต่อไป

          เดินวิชารบ ไปสุดเหตุลับ เหตุหาย .. สุดเหตุ 19 คำนวณไปสุดเขตธาตุเขตธรรม ดับ ละลาย ต้นคิดวิชา ผู้สอด ผู้ส่ง ผู้สั่ง ผู้บังคับ ผู้ปกครอง.... ทั้งที่เป็น กิเลสมาร ขันธมาร มัจจุราชมาร เทพบุตรมาร อภิสังขารมาร พบแล้วเท่าไร รวมกายเหล่านั้นด้วยเครื่อง ดับเหตุกาย ใจ จิต วิญญาณ ไปสุดหยาบสุดละเอียด ทบไปทวนมาเป็นอนุโลมปฏิโลม เพื่อให้ดับจริง ๆ

     4. จากนั้น คำนวณไปหาต้นทุกข์ ต้นสมุทัย ต้นอภิชฌา พยาบาท.... ฯลฯ คำนวณไปสุดเหตุ 19 ทำวิชาดับอธิษฐาน ถอนปาฏิหาริย์ เห็นว่าสะอาดดีแล้วประกอบธาตุธรรมใหม่ คือ ตั้ง ปฐมมรรค มรรคจิต มรรคปัญญา ตรัสรู้เป็นสัพพัญญูพุทธเจ้า จากนั้น พิสดารกายไปเป็นรบ ตรวจงาน ทำงาน แล้วเข้านิพพาน คำนวณไปสุดธาตุล้วนธรรมล้วน ธาตุเป็นธรรมเป็น แล้วรวมเป็นกายเดียว ฝากนิพพานไว้ หรือจะนำเข้ากายตัวเองก็ลองทำดู

     สูตรนี้ไปอีกแนวหนึ่ง ทำนองนำมาลองรบดู เพื่อทราบว่าธรรมที่ฟื้นขึ้นนั้นเก่งขึ้นแล้ว โปรดพิจารณาตามสมควร ไม่เหมือนวิธีก่อน

     ค. หัวข้อวิชา

     1. เอาธาตุฟื้นธรรมฟื้น มาประกอบธาตุธรรมให้เกิดกายขึ้น

          - พิสดารกายใหม่นี้ เป็นรบ ตรวจงาน ทำงาน ..... เป็นเหตุ 19

     - เดินวิชาเข้านิพพาน ดับต้นวิชาที่มาดับสัตว์โลก คำนวณให้สุดต้นอดีต ต้นปัจจุบัน ต้นอนาคต เสร็จแล้ว ตรวจดูธาตุธรรมที่ถูกดับไปนั้น พบแล้วนำมารวมเป็น 1 แล้วเดินเครื่องด้วยกายมนุษย์ ไปที่กายซึ่งเราต้องการให้ฟื้น เดินวิชาไปที่ ดวง ธาตุ เครื่อง หัวใจเครื่อง

ดวง เห็น จำ คิด รู้

ธาตุ เห็น จำ คิด รู้

เครื่อง เห็น จำ คิด รู้

หัวใจเครื่องรวมใหญ่

นิโรธ ตรัสรู้ คำนวณ

     โดยยิงกายมนุษย์เข้าไป แลบ ลั่น ย่อย แยก ระเบิด ผ่า ดับ ละลาย ไปจนสุดเหตุ 19

     2. ตั้งธาตุธรรมขึ้นใหม่ โดยตั้งปฐมมรรค มรรคจิต มรรคปัญญา ให้เกิดเป็นธาตุตรัสรู้ธรรมตรัสรู้ รวมเครื่องทั้งหมดเข้าด้วยกัน ตั้งปฐมมรรค มรรคจิต มรรคปัญญา ให้เกิดกาย สุดแต่ว่าจะให้เป็นกายมนุษย์หรือเป็นธรรมกาย ตามที่เราต้องการ

     จากนั้น พิสดารไปเป็นรบ ตรวจงาน ทำงาน.....เป็นเหตุ 19 แล้วเดินวิชารบ

- คำนวณให้เลยต้นภาคมารที่มาดับ

- คำนวณให้เลย รบ ตรวจงาน ทำงาน ของต้น

- เลยเครื่องรวมย่อย เลยเครื่องรวมใหญ่

- เลยเขตธาตุเลยเขตธรรม .... ฯลฯ

     นำเลยทั้งหมดมาเป็น 1 จาก 1 นี้ เดินวิชาไปในเห็น จำ คิด รู้ แล้ว แลบ ลั่น ดับ ละลาย นิพพาน ภพ 3 โลกันต์ ไปจนสุดเหตุ 19 และ ดับ ละลาย อภิชฌา พยาบาท มิจฉาทิฏฐิ ....... ฯลฯ

     ตรวจดูธาตุธรรมที่มารดับไปแล้วเท่าไร รวมมาเป็น 1 ทำวิชาดับอธิษฐาน ถอนปาฏิหาริย์ ให้เกิดเป็นธาตุฟื้นธรรมฟื้น นำธาตุฟื้นธรรมฟื้นมาทำให้สะอาด ตามที่กล่าวแล้ว แล้วตั้งธาตุธรรมใหม่

     สรุปว่า เรื่องทำให้ฟื้นเป็นงานใหญ่ ใช้ความรู้มากและละเอียด โปรดทบทวนดู ตามที่กล่าวมานี้เป็นแนวทาง หัวข้อวิชายังมีอีกมากมาย ยุติเรื่องฟื้นไว้ก่อน

 

เรื่องถวายข้าวพระ

     เคยกล่าวมาแล้วถึงเรื่องอิ่มทิพย์ อิ่มทิพย์คือรู้สึกอิ่มด้วยบารมีทานประสมนิโรธ ธาตุธรรมทรงอยู่ได้ด้วยวิธีนี้ หากปกติธรรมดาไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าต้องรบกับมาร อิ่มทิพย์ไม่เป็นการเพียงพอ เพราะนิโรธต้องเคลื่อนไหวตามลีลาของการรบ จำต้องมีอาหารเสริม เพื่อให้มีกำลังดีขึ้นกว่าเดิม วิธีทำก็คือ เตรียมอาหารคาวหวานจัดเตรียมไว้เพื่อถวายแด่พระองค์ การเดินวิชาก็คือ น้อมของที่เตรียมไว้ ให้ไปเกิดที่ศูนย์กลางกายธรรมกายพระอรหัตต์ละเอียด ธรรมกายพระอรหัตต์พิสดารอาหารให้มากขึ้น แล้วเดินวิชาเข้านิพพาน เข้าไปให้ละเอียด แล้วพิสดารอาหารนั้น ให้ถูกสิบถูกศูนย์ของพระองค์ทั่วนิพพาน นี่คือวิธีย่อ ๆ

     ถามว่าอาหารละเอียดไปถึงธาตุธรรมจริงหรือไม่ ความรู้นี้ผมเรียนรู้มาจากอุบาสิกาทองสุข สำแดงปั้น และต่อมาได้รู้จากอุบาสิกาถนอม อาสไวย์ ส่วนตัวของผม ผมก็ถวายโดยวิธีนี้เรื่อยมา เรื่องมาแจ้งเมื่อปี 2527 ช่วงที่ผมทำวิชาปราบมาร ธรรมกายเล็กทำอะไรยาก เพราะมารจะหลอกรู้ลวงญาณทัสสนะ ต่อเมื่อธรรมกายโตขึ้น จึงจะพอทำอะไรได้บ้าง วิธีที่ธรรมกายจะโตขึ้นนั้น ทำได้สถานเดียว คือทำวิชารบตลอดไป และต้องชนะตลอด จนกระทั่งธาตุธรรมสามารถตรัสรู้ได้อีกครั้งหนึ่ง คือ ตรัสรู้ได้มากขันธ์กว่าที่เคยตรัสรู้ในโลก คือ ได้ตรัสรู้อีก 84,000 ธรรมขันธ์ จะส่งผลให้ธรรมกายของเราโตอออกไปอีก 20 วา เป็น 40 วา เดิมธรรมกายเราหน้าตัก 20 วา สูง 20 วา ขณะนี้ธรรมกายของเรา 40 วา เราจึงพอที่จะทำอะไรได้บ้าง ถวายข้าวทิพย์พอไปถึงบ้าง และถ้าท่านเดินวิชารบชนะตลอดไป จนปรากฏกว่าธาตุธรรมได้ตรัสรู้อีก 84,000 ธรรมขันธ์ ส่งผลให้ธรรมกายของเราโตขึ้นอีก 20 วา เป็น 60 วา งานถวายข้าวพระของเราจะทำได้ดีกว่าเดิม เราต้องชนะตลอดไป ธรรมกายของเราจึงจะโตขึ้น เรารบได้ดีขึ้น และนำอาหารละเอียดถวายพระองค์ได้

     เคยกล่าวแล้วว่า เราแพ้มารเขาหลายสถาน การที่ทิพย์ พรหม อรูปพรหม ไม่เห็นนิพพาน เราก็แพ้เขาชัดเจนอยู่แล้ว และการที่ทิพย์ พรหม อรูปพรหม ไม่สามารถไปถวายทิพย์แก่พระพุทธองค์ในนิพพานได้ เราก็แพ้อย่างชัดเจนอีก เพราะอะไรจึงกล่าวเช่นนั้น เหตุที่กล่าวเช่นนั้น ก็เพราะไม่บำรุงกำลังธาตุธรรม เหมือนทหารที่ขาดอาหาร จะเอากำลังที่ไหนไปรบ เราแก้ว่า ไม่ต้องถวายพระองค์ เพราะพระองค์มีบารมีอยู่แล้ว แต่มารเขามีบารมีมากกว่านั้น เขาขัดขวางใดๆ ได้ทั้งนั้น เหตุที่เราทำได้เพราะเรามีกายมนุษย์รองรับ กายมนุษย์นี้มารกลัวนัก เพราะมารระเบิดไม่แตก เว้นแต่หมดอายุขัย หากกายมนุษย์ตาย จะหมดฤทธิ์ทันที กายละเอียดอื่น ๆ มารเขาไม่กลัวเลย เหตุนี้เองพวกเราจึงถูกเกณฑ์ให้ลงมาเกิด ก็เพื่อให้มีกายมนุษย์ สำหรับทำวิชาสู้มาร เรื่องมันอย่างนี้ แต่ก่อนผู้เขียนไม่ทราบอะไร ได้แต่นึกคิดไปตามเรื่องของคนมีกิเลส ครั้นได้ทำวิชาปราบมาร จึงได้ทราบทีละเรื่องสองเรื่อง แม้ความรู้บางอย่างเคยเรียนมา เชื่อมั่นยึดมั่นว่าถูก แต่แล้วก็ผิดทั้งเพ อย่างหน้ามือเป็นหลังมือ โดยเฉพาะความรู้ทางวิชาธรรมกายก็เหมือนกัน ที่เพี้ยนก็มี ที่ถูกก็มาก ที่คาบลูกคาบดอกก็มี จะโทษใครไม่ได้ทั้งนั้น มารเขามีหน้าที่ปิดรู้บังญาณทัสสนะ รู้ได้ถูกต้องแค่นี้ก็ดีแล้ว ไม่ควรว่ากัน

สารบัญ

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:ผู้เยี่ยมชม
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressLoad Image from WebBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Add to Google


หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org