Go to Kayadham Home   
ประชาสัมพันธ์ : เชิญร่วมปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกาย โดยวิธีการที่หาที่ไหนไม่ได้ (หลักสูตรเร่งรัดสำหรับท่านที่มีเวลาน้อย) ณ โฮมเสตย์ เขื่อนท่าด่าน จ.นครนายก 6-7 เมษายน 50 นี้ (ด่วน! รับ 40 ท่าน) อ่านรายละเอียดall.gif
HOME : arrow สื่อธรรมะ : arrow เนื้อหาวิชชาธรรมกาย arrow หลักสูตรปราบมาร arrow ปราบมาร ภาค 1
ปราบมาร1(15) PDF พิมพ์ ส่งเมล

เมื่อกายมนุษย์แตกดับ มารเขาทำกายฝันให้แก่ผู้ตายขึ้นใหม่

     เมื่อกายมนุษย์แตกดับคือตาย มารเข้าสร้างกายฝันให้แก่ผู้ตายขึ้นใหม่ โดยให้ประจำอยู่กับร่างของผู้ตาย เราไปงานศพ เห็นกายของผู้ตายออกมาต้องรับเรา เราก็คุยกับเขาด้วยญาณทัสสนะ แรกๆ ก็ไม่คิดอะไร แต่พอเราเฉลียวใจขึ้นมา เดินวิชาจากกายจำแลงนั้นไปจนสุดละเอียด จึงทราบว่า มารเล่นกับเราด้วยวิธีนี้อีกแล้ว เขาประสงค์อะไร เครื่องสังเวยก็ดี อุทิศส่วนกุศลก็ดี เขาก็รับเรียบร้อย เสริมกำลังเขาให้มีกำลังยิ่งขึ้น พูดถึงตรงนี้ ท่านอยากทราบว่า ส่วนกุศลที่อุทิศให้แก่ผู้ตายนั้น ถามว่าผู้ตายได้รับบ้างไหม ถ้ามารไม่มายื้อแย่ง ผู้ตายได้ครบ แต่ถ้ามารเขามาตัดตอน ผู้ตายก็ได้บ้าง แต่ถ้าเป็นเครื่องสังเวย เขาจัดการแต่ผู้เดียว เรื่องนี้ยังแก้ไม่ได้ เพราะเรายังมีการเซ่นไหว้กันอยู่

 

เรื่องของความเชื่อ

     เรื่องนี้ได้ความเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2531 รบมานานเพิ่งทราบเรื่องนี้ มารเขามีสารพัดธาตุสารพัดธรรม ใครเชื่ออะไรอย่างไร มารเขาจะส่งต้นวิชาของเขาลงมาปกครองทันที เราจะทำอะไรศักดิ์สิทธิ์ไปหมด โดยเฉพาะเดรัจฉานวิชา เช่นทำปลัดขิก ปลัดขิกก็มีฤทธิ์วิ่งได้ ทำจิ้งจกก็ร้องได้เหมือนจิ้งจกจริงๆ ไสยศาสตร์ก็ดี อาคมต่าง ๆ ก็ดี ปลุกเสกเลขยันต์ทั้งหลาย ล้วนแต่เป็นของมารทั้งนั้น ใจของเรามีความเชื่อทางใด ต้นวิชาของเขาส่งธาตุธรรมลงมาปกครองทันที มาเห็นวิชาของมารเข้า เกิดความกังวลใจว่า เราจะแก้เรื่องนี้ได้อย่างไร ได้แต่บอกกันว่า อย่าเชื่ออะไร ให้เชื่อแต่ความรู้ของพระศาสดาเท่านั้น เพราะมารเขาหาช่องทางส่งวิชามาปกครองอยู่ร่ำไป เรื่องนี้ยังแก้อะไรไม่ได้

 

ข้อมูลการรบของผู้เขียน

     การรบในปกครองใหญ่

          1. เริ่มทำวิชาวันที่ 13 กรกฎาคม 2527 (วันเข้าพรรษา ปี 2527) ไปสุดนิพพานเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2528 (เล่ม 5 หน้า 131)

     การรบในปกครองใหญ่ครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2529 เพราะมารหลบจากปกครองใหญ่มาอยู่ในปกครองย่อย จึงตามมารบในปกครองย่อย

     1. ประจัญบานระดับสำคัญ ไม่ต่ำกว่า 40 ครั้ง แต่ไม่เกิน 42 ครั้ง

 

     การรบในปกครองย่อย

          1. เริ่มรบวันที่ 17 ตุลาคม 2529 ได้แก่ การรบในภพ 3 คือ รบในเหตุมนุษยโลก จนกระทั่งวันนี้ การรบยังไม่ยุติ

          2. ประจัญบานระดับสำคัญ จำนวน 68 ครั้ง (ครั้งที่ 68 เมื่อวันที่ 9 ส.ค. 2532) ต่อจากนี้ไป ยังไม่ทราบอะไรจะอย่างไร เพราะการรบยังไม่ยุติ คาดว่าเหตุการณ์จะอย่างไรต่อไป ตอบไม่ได้ เหตุการณ์จะอย่างไร คาดการณ์ไม่ถูก

 

 เปรียบเทียบการรบ

ระหว่างการรบในปกครองใหญ่กับปกครองย่อย

     การรบในปกครองใหญ่ ถูกระเบิดรุนแรง ปืนใหญ่ที่ว่าดังนั้น ความดังเบากว่าการระเบิดของมาร กว่าจะชนะมาได้แต่ละครั้ง ใจเกือบหยุดเต้นทุกครั้ง ใจเราทำท่าว่าจะขาดทุกทีไป อารมณ์หงุดหงิด ไม่พอใจไปหมด อะไรขวางหน้าไม่ได้ ระหว่างที่ใจจวนจะขาดนั้น คิดถึงลูกเมีย ถ้าเราตายไป แล้วใครจะดูแล นึกอย่างนี้ทุกครั้งไป มารเขามาทุกทิศทาง มืดไปหมด ไม่รู้ว่ามาจากไหน มาช่วยกันระเบิดจะให้ผมตาย เคราะห์ดีที่ชนะมาได้ เมื่อชนะแล้ว อารมณ์แจ่มใสทันที ใครไม่โกรธทีเดียว การค้นหามารบนนิพพานทำได้ง่ายกว่าในภพ 3 เพราะบนนิพพานสว่างใส จุดดำอยู่ที่ไหน เราพอที่จะมองเห็น มารซ่อนตัวได้ยาก เพราะได้เปรียบประเด็นนี้ ผมชมเชยเขาเหมือนกัน เมื่อถึงที่คับขันคือ ธาตุสุดท้ายธรรมสุดท้ายของเขา เขาจะออกมารบกับเราตัวต่อตัว ใครมีวิชาดีหรือไม่ดี รู้กันตรงนี้ ต้นของเขานั้นกว่าเราจะดับได้ เล่นเอาเราเหนื่อยทุกธาตุทุกธรรมทีเดียว ชมว่าเขาเก่ง เขาไม่เก่งปานนี้ เขาจะปกครองธาตุธรรมของเราได้อย่างไร

     ขอพูดอีกนิดหนึ่งว่า ระหว่างประจัญบานนั้น เราจะไม่ไหวท่าเดียว พะอืดพะอมในใจ พูดไม่ถูก เขาดับเราเต็มที่ เราทำท่าจะแพ้ ถ้าเราแพ้เราอาจตายเดี๋ยวนั้น ถามว่าท่านจะให้ใครมาช่วย อย่าได้หลงเชื่อว่าใครจะช่วยได้ ตัวเราเองต่างหากที่ช่วยตัวเราได้ พึงอดทนและยอมตาย เอาเข้าจริงเราก็ไม่ตาย แต่ว่าต้องเดินวิชา ใจสู้อย่างเดียวไม่ได้

     การรบในปกครองย่อย แรก ๆ รบสบาย มีเท่าไรเราดับได้หมด ไม่มีถึงขนาดว่าหัวใจหยุดเต้น เป็นการรบสบาย ๆ คล่องตัวกว่าการรบในนิพพานมากมาย แต่ว่าช่วงหลัง ๆ นี้ รบยากขึ้นแล้ว คำนวณเท่าไรไม่หมด เพราะมารเขามีที่หลบมากเหลือเกิน ในโลกเรานี้สกปรกอยู่แล้ว ค้นหายากนัก ขอบข่ายมันครอบจักรวาล ได้รบหนัก 68 ครั้ง แต่มารก็ยังไม่หมด รบในนิพพานมีการประจัญบานหนักเพียงไม่เกิน 42 ครั้งเท่านั้น ที่กล่าวมานี้ก็ยังเชื่อไม่ได้ เพราะมารในปกครองใหญ่หนีมาอยู่ในปกครองย่อย เรื่องราวจะอย่างไรต่อไป ยากต่อการเดาจริง ๆ

 

ข้อมูลสำคัญบางประการที่ได้พิจารณาไปแล้ว

     1. เรื่องของ นรก อเวจี โลกันต์ พิจารณาเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2529 (สมุดบันทึกทำวิชาเล่ม 9 หน้า 53)

     2. เรื่องของสวรรค์ชั้นที่ 5 และที่ 6 พิจารณาเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2529 (สมุดบันทึกทำวิชาเล่ม 10 หน้า 69)

     จะกล่าวอะไรมากไม่ได้ หากอยากทราบเรื่องราว เปิดดูสมุดบันทึกทำวิชาดังกล่าว จะทราบเรื่องราวทันที

 

การปราบมารแดนพุทธภูมิ (ประเทศอินเดีย)

     ไม่มีเหตุจะไปประเทศอินเดียเลย แม้แต่คิดก็ไม่เคย ในการทำวิชาปราบมารนั้น มีอยู่วันหนึ่ง หลวงพ่อวัดปากน้ำสั่งว่า ศึกษาฯ ต้องไปปราบมารในอินเดีย พูดลอย ๆ ออกมาไม่ได้ใส่ใจ เพราะการทำวิชาปราบมาร เราเชื่ออะไรไม่ได้ทั้งนั้น มารเขาหลอกเราสารพัด เขาสอดละเอียดมา เราสอดละเอียดไป จึงเชื่ออะไรได้ยาก มาทูลถามพระพุทธองค์ (พระสมณโคดม) ทรงรับสั่งคล้าย ๆ กัน แต่แล้วก็ไม่ได้ใส่ใจ แล้วก็ลืมเหตุการณ์นั้น

     อีกประมาณ 2 เดือนต่อมา พระครูพิศิษฐปัญญาคุณ เจ้าอาวาสวัดใหม่เมืองจันท์ (รองเจ้าคณะจังหวัดจันทบุรี) บอกว่ารัฐบาลอินเดียมีหนังสือเชิญให้ไปรับต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่ประเทศอินเดีย ด้วยรัฐบาลอินเดียร่วมฉลองพระชนมพรรษาครบ 5 รอบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงได้จัดต้นพระศรีมหาโพธิ์จำนวนหนึ่ง มอบแก่รัฐบาลไทย ผู้ไปรับต้นพระศรีมหาโพธิ์นามของรัฐบาลไทยคือ รองอธิบดีกรมการศาสนา (คุณแจ้ง สุขเกื้อ) ในการนี้ได้มีหนังสือเชิญรองเจ้าคณะจังหวัดจันทบุรีด้วย รองเจ้าคณะจังหวัด ฯ ได้ชวนผมให้ร่วมคณะไปอินเดียด้วยกัน ผมปฏิเสธด้วยความขัดข้อง แต่ได้ปรารภไปว่า ถ้าไปอินเดียก็ต้องไปปราบมาร จะไปเที่ยวเล่นได้อย่างไร พูดเป็นทีเล่นทีจริงไปอย่างนั้น

     ต่อมาคุณวิชัย สมิทธิกรกุล (คหบดีจันทบุรี) ได้ชวนผมไปคุยกับรองเจ้าคณะ ฯ อันเป็นปกติประจำ คือ ทานน้ำชาและคุยกัน เพราะวัดใหม่เมืองจันท์ เป็นวัดที่ผมเผยแพร่วิชาธรรมกาย จึงมีเรื่องคุยกันตลอดมา สำหรับคราวนี้รองเจ้าคณะ ฯ ได้เอ่ยปากชวนอีกครั้งหนึ่ง ผมก็ปฏิเสธเช่นคาวก่อน แต่รอง ฯ สำทับมาว่า อาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาต้องไป แล้วคุณวิชัย สมิทธิกรกุล ก็ตัดสินใจไปว่า ผู้ช่วยศึกษาฯ ต้องไป จะจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายให้ ดังนั้น ผมไปอินเดียด้วยอุปการะของคุณวิชัย จึงหวนรำลึกถึงคำที่หลวงพ่อวัดปากน้ำเคยสั่งอีกครั้งหนึ่ง เป็นจริงอย่างทีหลวงพ่อท่านว่า

     เดินทางเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2530 กลับเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2530

 

จุดหมายที่ทำวิชาปราบมาร

1. คันธกุฎี คือ กุฏิพระพุทธเจ้าบนเขาคิชฌกูฏ

2. สถานที่ตรัสรู้

3. สถานที่แสดงธรรมจักร

4. สถานที่แสดงโอวาทปาฏิโมกข์

5. สถานที่ปรินิพพาน สถานที่ประชุมเพลิง

6. สถานที่ประสูติ

 

ภารกิจของสงฆ์และคณะที่สังเวชนียสถาน

     เมื่อถึงสังเวชนียสถาน พระสงฆ์และคณะจะสวดมนต์ทำวัตรและเวียนเทียน จากนั้นทำสมาธิ แบบต่างคนต่างทำ เมื่อพอสมควรแก่เวลา ผู้นำทัศนศึกษาจะชวนขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อไป ภารกิจในรถยนต์ก็คือ ฟังผู้นำเที่ยวอธิบาย บางตอนสวดอิติปิโสด้วย

     เกี่ยวแก่ตัวผม พอถึงจุดหมายคือสังเวชนียสถาน ไม่ได้เวียนเทียน ไม่ได้สวดมนต์ทำวัตร รีบเข้าวิชาธรรมกายทำวิชารบทันที รีบทำอย่างเร็ว ช้าไม่ได้ เพราะคณะเขาจะไปทัศนศึกษาที่อื่นต่อไป

     จุดที่รบยากที่สุด คือสถานที่ตรัสรู้และคันธกุฎีบนเขาคิชฌกูฎ เดินวิชาไม่ตลอด ต้องมาตั้งต้นใหม่ วิชาวกวน มารเขาออกสู้เต็มที่ จุดที่ทำวิชาสะดวก คือสถานที่แสดงธรรมจักรและสถานที่ประสูติ สำหรับสถานที่แสดงธรรมจักรนั้น อารมณ์แจ่มใส ได้เหตุได้ผล มีเวลาทูลถามพระองค์ ทูลถามว่า ใครๆ มาไหว้สังเวชนียสถาน พระองค์ให้บารมีเขาอย่างไร ไม่ทันตอบคำถาม ทรงเล่นงานผมก่อน ไม่บังคับก็ไม่มาใช่ไหม กราบทูลไปว่า ไม่มีเงิน รับสั่งต่อไปว่า พระองค์เข้าบังคับคุณวิชัยให้เขาออกค่าเครื่องบินให้ พูดถึงบารมีทรงบอกว่า ให้ทุกคนแม้แต่เด็กน้อยที่แม่อุ้มมาก็ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นชนชาติใด ถ้ามาสังเวชนียสถานแล้ว เป็นต้องได้บารมีทุกคน เมื่อผู้คนเขามาสังเวชนียสถานนั้น พระองค์เสด็จลงมาจากนิพพานหรือเปล่า ส่วนใหญ่ไม่มา เพราะมารเขาขวางกั้น ได้แต่ต่อญาณทัสสนะมาดูแล้วให้บารมีเขา มีใครมาทำวิชาปราบมารถวายบ้าง ทรงตอบว่าไม่มี มีแต่ศึกษา ฯ นี่แหละที่มาทำให้ อีกจุดหนึ่งคือสถานที่ประสูติ อามณ์ของผมแจ่มใส ได้กราบทูลออกความเห็นไปว่า หลักประสูติปักไม่ถูก ทรงสวนมาว่า ที่ถูกนั้นคืออย่างไร จะต้องเลื่อนเสาเข้าไปใกล้ศาลาศิริมหามายาอีก 1 วา ทรงตอบกลับไปว่า ก็แถว ๆ นี้แหละ ขอเล่าเพียงแค่นี้

     ผมไม่ได้สนุกกับเขา พอไปถึงอินเดียถูกมารปราบก่อน ถ่ายท้องหลายครั้ง ไข้ขึ้น ทานอะไรไม่ได้ ตั้งแต่ 2 ทุ่มถึงตี 5 นอนซมแต่ไม่หลับ ทำวิชาตลอด ชนะเมื่อตอนตี 5 ดีแต่ว่าภรรยาจัดหายาเตรียมไปให้ อาศัยยาที่เตรียมไปช่วยได้มาก เพื่อน ๆ เขาคุยสนุกกัน แต่เราสนุกด้วยไม่ได้ ทำปราบมารก็อย่างนี้ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย สถานที่ตรัสรู้นี้ร้ายนัก ผ่านจุดนี้ไปได้ ไปเจอสถานที่ประสูติอีก รถยนต์ไฟดับ จำต้องวิ่งมามืด ๆ อย่างนั้น จากหลักประสูติมายังโรงแรมที่พัก เป็นระยะทาง 100 กว่ากิโลเมตร เมื่อคับขันเช่นนี้ต้องทำวิชาตลอด ใกล้จะถึงโรงแรมที่พัก รถยนต์คันของเราเกือบชนเกวียนวัว ห่างกันเพียงฝ่ามือเดียวเท่านั้น พ้นจากเกวียนมาได้แล้ว รถยนต์ของเราเข้าสู่ความสว่าง รองเจ้าคณะจังหวัดจันทบุรีคงลืมตัวลุกขึ้น หยิบไมโครโฟนขึ้นพูด ว่า ผู้ช่วยศึกษาฯ ชนะมารแล้ว ก่อนมาอินเดีย ผู้ช่วยฯ บอกว่าจะมาปราบมาร ท่านเจ้าคุณกิตติวุฑโฒ และท่านเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา ร่วมไปกับขบวนรถคันของผมด้วย และรวมทั้งเพื่อนสหธรรม มิกอีกมากมาย ได้ยินประกาศของรองเจ้าคณะจังหวัดจันทบุรีกันทั่ว ครั้นรถยนต์ของเราเข้าสู่ความสว่างแล้ว พวกเราต่างโล่งใจที่รอดตายมาด้วยกัน

     ผู้จัดการบริษัท เอ็น ซี ทัวร์ กล่าวในรถทัศนศึกษาว่า จัดนำเที่ยวอินเดียเป็นเวลากว่า 14 ปี ไม่มีครั้งใดและไม่มีเที่ยวไหน ที่เกิดอุปสรรคมากมายเหมือนเที่ยวนี้ ผมได้ยินแต่ก็นึกในใจ อุปสรรคมีเพราะมารเขามาสู้กับผม ถ้าผมไม่ทำวิชาปราบมารอุปสรรคก็ไม่มี รถทัศนศึกษาของเรามีอุปสรรคทุกวัน เช่น ยางแตก และอะไรต่างๆ ทุกวัน พลอยที่เราจะเร็วขึ้น ก็กลับเป็นช้า ไม่มีวันใดราบรื่นได้เลย นี่คือมารเขาทำให้เป็นไป เมื่อทำวิชาปราบมารครบจุดสำคัญในแดนพุทธภูมิแล้ว ต่อไปพระพุทธศาสนาจะเจริญขึ้นอีก

 

ความรู้สึกส่วนตัวต่อการปราบมารในแดนพุทธภูมิ

     ก่อนเดินทางกลับ มีช่วงเวลาหนึ่ง เกิดความโปร่งใสทางอารมณ์ ความคิดหนึ่งเกิดแก่ใจ เรานี้เกิดมาไม่พบพระพุทธองค์ เป็นกรรมอย่างหนึ่งของเรา พบแต่คำสอนและสังเวชนียสถานของพระองค์ เคราะห์ดีอยู่อย่างหนึ่ง ที่ได้พบหลวงพ่อวัดปากน้ำ หลวงพ่อท่านสอนจนเป็นวิชาธรรมกาย ธรรมกายคือตถาคตและตถาคตคือธรรมกาย การเข้าถึงธรรมกายเป็นการเข้าถึงพระพุทธองค์แล้ว บัดนี้ ได้ทำภารกิจสำคัญลุล่วงไปแล้ว คือปราบมารในแดนของพระองค์ การไปมาแสนยาก แทบเอาชีวิตไปทิ้ง เครื่องบินขึ้นลงแต่ละครั้งใจหาย ปิดทองพระพุทธรูปปางปรินิพพานที่กุสินารา อธิษฐานว่าปิดแทนภรรยาและลูก ปิดแทนญาติทุกคน และปิดแทนเพื่อนสหธรรมมิกทุกคน ถือว่ากระผมเป็นผู้แทนทั้งหมด เกิดปีติและปลื้มใจ ขอให้กระผมและคุณวิชัยปราศจากซึ่งอาบัติทั้งปวงเถิด แล้วหันไปดูคุณวิชัย เห็นเขาถ่ายวีดีโอ ถ่ายเอา ๆ ต้องการรวบรวมภาพมาดูกันที่เมืองไทย

 

     วิชาปราบมารในอินเดียยังไม่เสร็จเพียงนั้น

          นับแต่วันนั้นมา งานทำวิชาปราบมารในอินเดียยังทำสืบต่อมา จนถึงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2530 (บันทึกส่วนตัว เล่ม 11 หน้า 7) หากจะทราบรายละเอียด เปิดอ่านบันทึก ก็พอจะนึกได้

สารบัญ

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:ผู้เยี่ยมชม
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressLoad Image from WebBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Add to Google


หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org