|
เหตุทุกข์ เหตุสมุทัย จะว่าไปแล้ว ที่เราทำวิชารบอยู่ทุกวันนี้ ก็เพื่อจับตัวการทุกข์และสมุทัยมากำจัดให้ได้นั่นเอง เพราะทุกข์และสมุทัยแผงอยู่ในทุกเรื่อง ทั้งในขันธ์ อายตนะ อินทรีย์ ปฏิจจสมุปบาทธรรม และในอะไรทั้งหลายทั้งปวง ทางฝ่ายเราเอานิโรธและมรรคเข้าสู้ กล่าวโดยย่อคือ เป็นการต่อสู้ระหว่าง ทุกข์สมุทัย กับ นิโรธมรรค นั่นเอง ต่างฝ่ายต่างมีตรัสรู้ ต่างฝ่ายต่างมีปิฎก ต่างฝ่ายต่างมีต้นวิชา ต่างฝ่ายต่างคิดวิชามาสู้กัน และต่างก็ล่าอาณานิคมเพื่อยึดอำนาจปกครองไปทั่ว ฝ่ายที่ชนะคือฝ่ายที่ยึดอำนาจปกครองได้หมด หากนิโรธมรรคยึดอำนาจได้หมด จะเป็นสุขกันทั้งหมดทั้งฝ่ายโลกและฝ่ายธรรม แต่ถ้าทุกข์สมุทัยยึดอำนาจปกครองได้ จะเดือดร้อนกันทั้งหมดทั้งทางโลกและทางธรรม เท่าที่เราสังเกตดู จะเห็นว่านิโรธมรรคฝีมืออ่อนไป จนกระทั่งปรารภกันว่า อะไรทั้งหลายทั้งปวงล้วนแต่ไม่เที่ยง เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ส่วนทางด้านทุกข์และสมุทัยฝีมือเขายอดเยี่ยมมาก ทุกอย่างเป็นไปตามประกาศิตของเขา ไม่ว่าอะไรจะต้องแก่ เจ็บ ตาย ทั้งนั้น เกิดขึ้นแล้วต้องดับไปในที่สุด ไม่มีใครมีวิชาไปดับเขาได้เลย เขาเป็นเจ้าโลกเป็นเจ้าธาตุเจ้าธรรมตลอดมา ความเก่งกล้าสามารถของเขา ไม่มีใครไปลูบคมเขาได้ แม้พระศาสดามาตรัสรู้ธรรมวิเศษ เขาก็มาเขียนหลักสูตรไว้ให้ว่าตรัสรู้ได้แค่นั้น เกินนั้นไม่ได้ พอพระชนมายุเรืองญาณทัสสนะ เขาก็มาอาราธนาให้เข้านิพพาน พลอยที่จะตรัสรู้อะไรเพิ่มเติมขึ้นอีก ก็เป็นอันไม่ได้ เขาบังคับให้เข้านิพพานเสียแล้ว จะเห็นว่าเขาบังคับได้หมด ดังนั้น การคำนวณจะต้องคำนวณถึงเรื่องต่อไปนี้ 1. เหตุกาล อดีต ปัจจุบัน อนาคต ย้อนไปถึงเหตุตั้งธาตุประกอบธรรมของทุกข์สมุทัย 2. เหตุวิชา 3 คือ ปุพเพนิวาสานุสติญาณ จุตูปปาตญาณ อาสวักขยญาณ ทบทวนดูว่าวิชาอาสวักขยญาณ ไปตกหล่นอยู่ที่ไหน มารเข้าไปดับไว้อย่างไร 3. เหตุตรัสรู้ เป็นเพราะอะไรจึงตรัสรู้ได้เพียง 84,000 ธรรมขันธ์ จะตรัสรู้มากกว่านั้นไม่ได้ เป็นเพราะอะไร จะต้องมีเงื่อนงำอะไรแน่ ๆ 4. เหตุประสูติ ตรัสรู้ แสดงธรรมจักร ปรินิพพาน มารเขาทำวิชาดักไว้ในเหตุเหล่านั้น ตั้งแต่ก่อนประสูติ ก่อนตรัสรู้ ก่อนแสดงธรรมจักร ก่อนปรินิพพาน 5. อายุธาตุอายุบารมีของทุกข์และสมุทัย มีความเป็นมาอย่างไร ได้ตั้งธาตุประกอบธรรมไว้ตั้งแต่ครั้งใด ทั้งทุกข์และสมุทัย ต่างก็มีปิฎก 84,000 ธรรมขันธ์ เหตุใดปิฎกของเขาจึงละเอียดนัก เขามีอยู่เท่าไร 84,000 ธรรมขันธ์ แต่เรามีเพียง 84,000 ธรรมขันธ์ เท่านั้น จะสู้กันได้อย่างไร มันจะต้องมีเงื่อนงำอะไร ให้ทบทวนไปถึงปกครองของปิฎกด้วย 6. ธาตุแท้ธรรมแท้ของทุกข์สมุทัยคืออะไร อยู่ที่ไหน ทำอย่างไรเราจึงไปถึงธาตุแท้ธรรมแท้ของเขา เราเจอตัวปลอมของเขาอยู่เรื่อย คำนวณเท่าไรไปไม่ถึงตัวจริง เป็นปัญหาที่เราต้องตรึก นึก ตรอง ตลอดเวลา 7. เรื่องการคำนวณ เป็นเรื่องใหญ่มาก เราจะต้องพิจารณาให้รุดหน้า เราทำเต็มขีดความสามารถแล้วหรือยัง ดังนั้น เราจึงต้องพิจารณากันให้มาก ๆ ทำอย่างไรนิโรธมรรคจึงชนะทุกข์สมุทัย นิโรธมรรค เป็นคู่ปรับกับทุกข์สมุทัย มาแต่ไหนแต่ไร ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร นิโรธและมรรคจึงแพ้เขาเรื่อยมา เมื่อปี 2527 ได้คิดประกอบธาตุธรรมขึ้นใหม่ เพื่อจะให้ชนะทุกข์สมุทัย ได้คัดลอกมาจากบันทึก เสนอเพื่อพิจารณา ดังนี้ หลักการและเหตุผล นิโรธมรรคอ่อน ๆ ก็ดับทุกข์และสมุทัยที่อ่อน ๆ เท่านั้น ต้องทำนิโรธมรรคให้แก่กล้า 1. นิโรธ ตรัสรู้ คำนวณ ต้องปรับปรุงใหม่ 2. เซฟ มรรค แก๊ส กรด ไอ อัสนีธาตุ ต้องปรับปรุงใหม่ จึงจะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการประจัญบานเกี่ยวกับ ก. แลบ ลั่น ย่อย แยก ระเบิด ผ่า ดับ ละลาย ข. ส่ง เสริม เติม ต่อ รอ ตัด ปัด ปิด ดึง ดูด ย่อย แยก ปะทะ ขวาง กัน ค. หุ้ม เคลือบ เอิบ อาบ ซึม ซาบ ปนเป็น สวม ซ้อน ร้อยไส้ ง. ดับ จะใช้อะไรดับจึงมีประสิทธิภาพ - ลับ อย่างไรมารจึงไม่เห็นเรา มีแต่เขาเห็นเรา แต่เราไม่เห็นเขา - ซ่อน อย่างไร ตัดและตอนด้วยอะไร - หาย ไปอย่างไร เราจึงไม่เห็น - รวมความแล้ว เหตุ 19 เป็นตัวการสำคัญ 3. วิธีแก้ไข จะมีวิธีใดบ้าง ก. ลำดับแรก ซ้อนกายสับกายกับธาตุธรรม เท่าที่เราจะสามารถเดินวิชาไปได้ แล้วรวมเป็น 1 จากนั้น ตั้งนิโรธ ปฐมมรรค มรรคจิต มรรคปัญญา อธิษฐานให้ตรัสรู้ เกิดธาตุตรัสรู้ธรรมตรัสรู้ เป็นธาตุชนะธรรมชนะ พิสดารให้ชนะในชนะ ฯลฯ - และคำนวณไปถึงสิ้นเชื้อไม่เหลือเศษของธาตุชนะธรรมชนะ - จากนั้น พิสดารนิโรธ พิสดารตรัสรู้ และพิสดารคำนวณ เซฟ มรรค ของเราให้เป็นอย่างเดียวกับพระพุทธองค์ ข. ลำดับที่สอง รวมนิโรธ ปฐมมรรค มรรคจิต มรรคปัญญา เซฟ มรรค ไว้ในดวงธรรมจากข้อ ก. แล้วตั้ง นิโรธ ปฐมมรรค มรรคจิต มรรคปัญญา เซฟ มรรค ขึ้นใหม่ แล้วซ้อนด้วยเครื่องไปจนสุดละเอียด - ให้เกิดดวงนิโรธของธาตุตรัสรู้ธรรมตรัสรู้ ธาตุชนะธรรมชนะ ธาตุสิ้นเชื้อธรรมสิ้นเชื้อไม่เหลือเศษ เรื่องเซฟ มรรค ฯลฯ ก็ทำแบบเดียวกัน ค. ลำดับที่สาม ลำดับต่อมา รวมนิโรธ ปฐมมรรค... ฯลฯ ในข้อ ข. ซ้อนด้วยเครื่องอีกครั้งหนึ่ง จากนั้น ตั้งดวงนิโรธ ปฐมมรรค มรรคจิต มรรคปัญญา ให้เกิดดวงนิโรธขึ้นใหม่ เป็นธาตุตรัสรู้ธรรมตรัสรู้ ธาตุชนะธรรมชนะ ธาตุสิ้นเชื้อธรรมสิ้นเชื้อ แล้วให้เกิดเซฟ มรรค... ฯ ตามมา ง. ลำดับที่สี่ พิสดารข้อ ค. ไปใน เห็น จำ คิด รู้ ของกายต่าง ๆ ของเรา แล้วจึงทำวิชารบต่อไป เพื่อพิสูจน์ว่าความรู้ที่ทำนี้จะชนะหรือไม่ (วิชานี้ทำเมื่อ 25 ก.ย. 2527) ข้อคิดในการประกอบธาตุธรรมขึ้นใหม่ จะให้เป็นธาตุอะไรธรรมอะไร โดยเดินวิชาไปให้ถึงธาตุนั้นธรรมนั้นโดยวิธีคำนวณ ไปถึงไหนก็ให้ถามพระพุทธองค์ เพื่อเราจะได้ทราบความรู้ 1. เอาธาตุธรรมของเราซ้อนสับทับทวีกับพระองค์เสียก่อน เอาเห็น จำ คิด รู้ ซ้อนสับทับทวีด้วย 2. เอาเครื่องธาตุเครื่องธรรม ซ้อนสับทับทวีด้วย 3. เอากายมนุษย์ (พิเศษ) ไปเดินวิชาในสุดละเอียดของพระองค์ - เกิดนิโรธ ปฐมมรรค มรรคจิต มรรคปัญญา แล้วตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าของธาตุธรรมนั้นที่เราไปถึง - เดินวิชา 18 กายจากกายมนุษย์ (กายใหม่) ถึงธรรมกายพระอรหัตต์ละเอียดตัวเรา - จากนั้น พิสดารกายของเราไปซ้อนสับทับทวีกับพระองค์อีกครั้ง 4. จากนั้น ขอดวงธาตุดวงธรรมและเครื่อง ให้ซึมซาบไปจนสุดละเอียดของกายเราทุกกาย คือ ก. ธาตุตรัสรู้ธรรมตรัสรู้ ข. ธาตุชนะธรรมชนะ ค. ธาตุสิ้นเชื้อธรรมสิ้นเชื้อ ง. ธาตุมรรคผลธรรมมรรคผล ฯลฯ 5. จะเอาอะไรบ้าง ธาตุกับธรรม เครื่อง สิทธิ เฉียบขาด บุญ บารมี ปราสาท เขตธาตุเขตธรรม ตรัสรู้ นิโรธ คำนวณ (วิชานี้ ทำเมื่อ 26 ก.ย. 2527) การเดินวิชาควรลำดับอะไรก่อนหลัง ควรลำดับว่า อะไรก่อน อะไรหลัง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความถูกต้องยิ่งขึ้น 1. เกิดธาตุมรรคธาตุผล ธรรมมรรคธรรมผล 2. เกิดธาตุสำเร็จธรรมสำเร็จ ตามมา หรือธาตุสิ้นเชื้อธรรมสิ้นเชื้อก่อนก็ได้ 3. เกิดธาตุตรัสรู้ธรรมตรัสรู้ 4. แล้วจึงเกิดธาตุชนะธรรมชนะ หรือว่าจะลำดับดังนี้ 1. เกิดธาตุเห็นแจ้งธรรมเห็นแจ้ง 2. เกิดธาตุตรัสรู้ธรรมตรัสรู้ ธาตุคำนวณธรรมคำนวณ 3. อธิษฐานให้เป็นรบ ตรวจงาน ทำงาน แล้วให้เกิดธาตุชนะธรรมชนะ จะให้ชนะไปถึงไหน จะให้ชนะที่ใด จะให้ชนะอะไรบ้าง ระบุไปตามต้องการ ก. สิทธิทั้งหมด ของธาตุของธรรม ทั่วธาตุทั่วธรรม ตลอดธาตุตลอดธรรม สุดหยาบสุดละเอียด สุดต้น กลาง ปลาย สุดเครื่องปกครองย่อย สุดเครื่องปกครองใหญ่ สุดหัวใจเครื่องรวมใหญ่ สุดเหตุ 19 ข. คำนวณไปสุดหยาบสุดละเอียดของ “สุด” ของ “หมด” ... 19 เหตุ - สุดรบ ตรวจงาน ทำงาน - สุด แลบ ลั่น ระเบิด ผ่า ฯ - สุด ส่ง เสริม เติม ฯ - สุด หุ้ม เคลือบ เอิบ อาบ ฯ - สุดเครื่อง เครื่องรบ .... ฯลฯ - สุดปกครองย่อย ปกครองใหญ่ ค. สุดต้นภาคปราบ เรื่องสำคัญที่พิจารณาในการเดินวิชา นิโรธ ตรัสรู้ คำนวณ ญาณทัสสนะ เป็นเรื่องใหญ่ ที่เรานำมาประกอบธาตุธรรม 1. ประกอบเป็นธาตุนิโรธธรรมนิโรธ ไปสุดละเอียด 2. ประกอบเป็นธาตุตรัสรู้ธรรมตรัสรู้ ไปสุดละเอียด 3. ประกอบเป็นธาตุคำนวณธรรมคำนวณ ไปสุดละเอียด 4. ประกอบเป็นธาตุญาณทัสสนะ ธรรมญาณทัสสนะ ไปสุดละเอียด 5. ประกอบเป็นธาตุ เซฟ มรรค แก๊ส กรด ไอ อัสนีธาตุ ธรรมเซฟ มรรค แก๊ส กรด ไอ อัสนีธาตุ ไปสุดหยาบสุดละเอียด 6. ประกอบเป็นธาตุสิ้นเชื้อธรรมสิ้นเชื้อ 7. ประกอบเป็นธาตุชนะธรรมชนะ 8. ประกอบเป็นธาตุมรรคธาตุผล ธรรมมรรคธรรมผล 9. ประกอบเป็นธาตุสำเร็จธรรมสำเร็จ 10. ประกอบเป็นธาตุเป็นธรรมเป็น 11. ประกอบเป็นธาตุล้วนธรรมล้วน 12. ประกอบเป็นเซฟ มรรค แก๊ส กรด ไอ อัสนีธาตุ เป็นรบ ตรวจงาน ทำงาน เป็น แลบ ลั่น... ฯ ตั้งดวงนิโรธ ปฐมมรรค มรรคจิต มรรคปัญญา ตรัสรู้เป็นโคตรภู พระโสดา.... พระอรหัตต์ - เดินวิชา 18 กาย จากปฏิโลมมาหาอนุโลม คือ เดินกายจากพระอรหัตต์ละเอียดมาหากายมนุษย์ - และเดินกายจากกายมนุษย์ ไปหาธรรมกายพระอรหัตต์ละเอียด เข้านิพพาน ทำวิชาซ้อนสับทับทวีในนิพพานต่อไป จากนั้น ลองทำวิชารบต่อไป เพื่อพิสูจน์ว่า นิโรธและมรรค ที่เราประกอบขึ้นใหม่จนถึงขั้นเกิดกายนั้น พอเป็นไปได้เพียงไร (วิชานี้ ทำเมื่อ 27 ก.ย. 2527) แม้ว่าเราจะคิดวิชากันถึงเพียงนี้ ก็ยังไม่ชนะทุกข์และสมุทัย ชนะได้เพียงบางขั้นตอนเท่านั้น หน้าที่ของเราก็คือ คิดวิชาต่อไป ที่ยกมานี้เป็นตัวอย่าง ปัญหามีอยู่ว่า อยากทำวิชาให้ละเอียดไปกว่านี้ จะมีทางทำได้เพียงไรหรือไม่ เรามีทางทำได้มากกว่านี้ ขอแต่ว่ารบให้ชนะเป็นขั้น ๆ ไป แล้วจะนึกวิชาได้เอง ปีนี้ 2532 กำลังเขียนต้นฉบับอยู่ วิชานี้ไม่ได้ทำแล้ว ทำแนวอื่นตามเหตุการณ์ของการรบนั้น ๆ ท่านอยากทราบว่าขณะนี้เดินวิชาอย่างไร เรื่องนี้พูดกันทีหลังจะดีกว่า การเดินวิชาปราบมารภาคปฏิบัติจริง ตามที่กล่าวมาแล้วทั้งหมดนั้น เราพอจะทราบอะไรมาพอสมควรแล้ว จากนี้ไปเป็นขั้นตอนการทำวิชารบจริง ทบทวนความรู้ดีแล้ว ลงมือทำวิชาทันที 1. การรบในปกครองใหญ่ คือ การรบในนิพพาน เป้าหมายคือต้องไปให้สุดนิพพาน ข้อมูลที่ควรทราบก็คือ ยังไม่มีใครไปสุด หากเดินวิชาไม่สุด แสดงว่าการรบในปกครองใหญ่ไม่แล้วเสร็จ ไม่ว่าจะนานแค่ไหน กี่ชาติกี่ภพก็แล้วแต่ วิธีทำให้ไปได้สุดคือรบไปด้วย คำนวณไปด้วย ยังไม่ต้องการเหตุผล หากจะเอาเหตุผล เอาความชัดเจน อีกเท่าไรปีก็ไม่สุด ทำวิชาวันแรกวันที่ 13 กรกฎาคม 2527 (เป็นวันเข้าพรรษา ไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมจะต้องเป็นวันเข้าพรรษาด้วย) การรบในปกครองใหญ่ เสร็จเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2529 2. การรบในปกครองย่อย คือรบในภพ 3 ได้แก่ การรบในมนุษยโลก วันแรกคือ วันที่ 17 ตุลาคม 2529 เป็นต้นมา คือ เสร็จจากปกครองใหญ่ก็ลงมาในปกครองย่อยทันที ในวันที่ 17 ตุลาคม 2529 นั้นเอง การรบในปกครองย่อยตั้งแต่บัดนั้น จนถึงวันนี้ยังไม่เสร็จสิ้น พระพุทธองค์ถอยธาตุถอยธรรมทำงาน รบในมนุษยโลก ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2529 แรกๆ พระพุทธองค์ทรงลงมา ส่วนพระอรหันต์คงอยู่บนพระนิพพาน ขณะนี้ไม่อย่างนั้น ทรงขึ้นลงเฉพาะทำการรบเท่านั้น ตลอดเวลาที่ทำวิชารบ เราจะมีงานเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่เป็นงานทางทำวิชาธรรมกาย คนอื่นเขาไม่รู้ รู้ก็แต่พวกเราที่เป็นวิชาเชี่ยว ๆ เท่านั้น เป็นวิชาอ่อน ๆ ก็ยังทำอะไรไม่ได้ ผู้เขียนเห็นว่า งานพัฒนาทางวิชาธรรมกายมีมากมายเหลือเกิน จะเล่าให้ฟังได้บ้าง แต่เป็นส่วนน้อย จะกล่าวโดยละเอียดยังไม่ได้ เพียงยกเป็นตัวอย่างดังต่อไปนี้ กายมนุษย์ปราบมารดีกว่ากายอื่น กายมนุษย์มีข้อดี ตรงที่ว่ามารระเบิดไม่แตก กายอื่นมาระเบิดแตกทั้งนั้น การทำวิชารบกายอื่นอาศัยกายมนุษย์เป็นป้อมปราการได้ กายอื่นเป็นปราการให้ไม่ได้ เรื่องนี้เอง พวกเราจึงต้องลงมาเกิดเพื่อให้มีกายมนุษย์ เพื่ออาศัยกายมนุษย์ทำวิชาปราบมาร ข้อเสียของกายมนุษย์ก็คือมีกิเลสและเปื่อยเน่าเมื่อหมดอายุขัย ดังนั้น จึงต้องดูแลกายมนุษย์ให้จงดี มีประโยชน์ในการทำวิชามาก หากกายมนุษย์แตกดับไป ฤทธิ์เดชหมดไป แทบไม่มีอะไรเหลือ เราต้องคิดกันต่อไปว่า เราจะทำวิขาอย่างไร ให้กายอื่น ๆ มีความเข้มแข็งเท่ากายมนุษย์ เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ก็เป็นวิชาธรรมกายออกมาอีก ไม่ว่าอะไรเกี่ยวข้องกับวิชาธรรมกายทั้งนั้น หากท่านคิด ท่านจะเห็นว่าวิชาธรรมกายเกี่ยวข้องด้วยทั้งนั้น เรื่องวิชาธรรมกายพูดเท่าไรไม่มีวันจบสิ้น ทำไมกายหลัก 18 กายจึงอ่อนแอ เหตุผลที่กายหลัก 18 กายอ่อนแอ เป็นเพราะมารเขาทำวิชาดับนิพพานในกายของเราจนหมดสิ้น อนุปาทิเสสนิพพาน และสอุปาทิเสสนิพพาน มีอยู่กายของเราทุกกาย นิพพานเหล่านั้นมีหน้าที่ป้องกันกายหลัก 18 กาย ไม่ให้เป็นอันตราย แต่ถูกมารเขาดับนิพพานเหล่านั้นจนหมดสิ้น กายหลัก 18 กายจึงขาดผู้ช่วย ไม่ใช่แค่นั้น นิพพานภาคผู้เลี้ยงประจำกายคือ จักรพรรดิและกายสิทธิ์ถูกดับไปด้วย รวมความว่าเราสูญสิ้นทุกอย่าง หน้าที่ของเราก็คือ ต้องทำวิชาดับอธิษฐาน ถอนปาฏิหาริย์ ให้นิพพานเหล่านั้นฟื้นขึ้นมาทั้งหมด ปัญหาอยู่ที่ว่าเราจะเดินวิชาอย่างไร เรื่องนี้ไม่ยาก ดังจะได้กล่าวต่อไป อยากจะชี้ให้เห็นว่า เมื่อทำวิชารบไปแล้ว เราเห็นงานที่จะต้องทำมากมายเหลือเกิน ดูมันบกพร่องไปหมด มองไปทางไหนก็ต้องแก้ไขทั้งนั้น สารบัญ
Powered by AkoComment 2.0! |