Go to Kayadham Home   
ประชาสัมพันธ์ : เชิญร่วมปฏิบัติธรรมแนววิชชาธรรมกาย โดยวิธีการที่หาที่ไหนไม่ได้ (หลักสูตรเร่งรัดสำหรับท่านที่มีเวลาน้อย) ณ โฮมเสตย์ เขื่อนท่าด่าน จ.นครนายก 6-7 เมษายน 50 นี้ (ด่วน! รับ 40 ท่าน) อ่านรายละเอียดall.gif
HOME : arrow สื่อธรรมะ : arrow เนื้อหาวิชชาธรรมกาย arrow หลักสูตรระดับสูง arrow วิชชามรรคผลพิสดาร2
วิชชามรรคผลพิสดาร2(49) PDF พิมพ์ ส่งเมล

บทที่ ๑๘ เซฟ-มรรค

 

วิธีดูเซฟ

     “เซฟ” นั้นคือ คุกหรือที่คุมขังนักโทษผู้กระทำผิด คือธาตุธรรมในภพนั้นๆ ประชุมกันว่า ถ้าใครทำผิดต่อวงศ์สายขาว หรือเป็นไส้ศึกและเป็นแนวที่ ๕ ทรยศต่อวงศ์สายขาว หรือที่เรียกว่า “ขบถ” แล้วให้ “เซฟ” เป็นผู้ดึงดูดธาตุธรรมของผู้นั้นมาทำลายเสีย ดุจดังว่าผู้รักษากฎหมาย หรือกฎอัยการศึกก็ให้ “ยิงเป้า” เสีย

     เมื่อธาตุธรรมในภพนั้นๆ ประชุมกันแล้ว จึงเอาธาตุธรรมของกายนั้นๆ ทั้งกาย เถา-ชุด-ชั้น-ตอน-ภาค-พืด ทั้งหมดเฉพาะภพนั้น คนละเล็กละน้อยมารวมกันแล้ว ปรุงธาตุธรรมเหล่านั้นขึ้นเป็นเซฟ เซฟนั้นก็มี เถา-ชุด-ชั้น-ตอน-ภาค-พืด ของเซฟไม่มีที่สิ้นสุดละเอียดไปตามกาย กายละเอียดไปแต่ไหน ? ก็มีเซฟละเอียด ไปตามกายทุกกายทุกภพ

     ภพหนึ่งๆ ก็มีเซฟประจำภพนั้นๆ ทุกภพ แต่ละเอียดไปตามภพนั้น เซฟนั้นอยู่ในหัวใจเครื่องสิทธิ ละเอียดเข้าไปเป็นลำดับๆ ตามภพตามกายไม่มีสิ้นสุด มีสัณฐานกลมโตเท่าๆ กับภพสาม เซฟของภพไหนก็โตเท่าภพนั้น หน้าที่ของเซฟ คือ ถ้าใครทำผิด ก็ดึงดูดธาตุธรรมส่วนที่ละเอียดๆ ตลอดถึงธาตุธรรมหยาบๆ ของผู้นั้น เอาเข้าเซฟไปตามความผิดมากน้อยหนักเบา หรือต้นธาตุต้นธรรมในอายตนะนิพพานและในมนุษย์ สั่งให้เอาใครเข้าเซฟ (หมายถึงต้นธาตุต้นธรรมในอายตนะนิพพานท่านสั่ง หรือต้นธาตุที่ท่านมาทำหน้าที่ในมนุษย์ เป็นผู้สั่ง) ก็ดึงดูดเอาผู้นั้นเข้าเซฟไปตามคำสั่งของต้นธาตุต้นธรรม ซึ่งเป็นแม่ทัพ มีอาญาสิทธิ์ขาด หรือจะสั่งให้เอาใครออกจากเซฟ คนนั้นก็ออกจากเซฟได้ เหมือนพระเจ้าแผ่นดินจะเอาใครเข้าคุกก็ได้ จะถอดใครออกจากคุกก็ได้

     ภายในของเซฟนั้นเป็นอากาศว่าง แต่ว่าอากาศว่างนั้น เป็นแก๊ส-เป็นกรด-เป็นไอกรด เป็นสุด-หมด-ไม่มี-ว่าง-เปล่า-ดับ-ลับ-หาย-สูญ-สิ้นเชื้อ-ไม่เหลือเศษ-หล่อเลี้ยง-เป็นอยู่-ปราสาท-เหตุรส-เหตุชาติ-เหตุไอ-เหตุแก๊ส-เหตุแก๊สกรด ละเอียดลงไปเป็นลำดับๆ จนสุดหยาบสุดละเอียด

     วิธีดูเซฟดูด คือ มีเครื่องของเซฟ เมื่อบังคับเครื่องเดินเครื่องของเซฟแล้ว เซฟก็ดึงดูดธาตุธรรมนั้นเข้าเซฟ แล้วแก๊สกรดในเซฟ ก็ทำลายธาตุธรรมนั้นเป็นลำดับ จนสุดหยาบสุดละเอียด

 

วิธีดูมรรค

     “มรรค” นั้น เป็นธาตุธรรมละเอียด อยู่ในหัวใจเครื่องของเซฟ มีหน้าที่กินเชื้อธาตุธรรมให้สูญสิ้น เหมือนไฟกินเชื้อน้ำมัน และเหมือนกรดกินเชื้อมลทินนั้นๆ ให้สูญสิ้นไปฉะนั้น เหมือนมรรคของ ปฐมมรรค-มรรคจิต-มรรคปัญญา เมื่อเกิดขึ้นแล้วกินเชื้อของกิเลส คือ กามราคานุสัย-ปฏิฆานุสัย-อวิชชานุสัย ให้สูญสิ้นไป คือ

          (๑.) กาย กับ เนื้อหัวใจ เป็น ศีล และเป็น ปฐมมรรค เมื่อ “มรรค” เกิดขึ้นแล้ว มรรคก็เป็น “กรด” กินเชื้อของกิเลส ปฏิฆานุสัย ให้สูญสิ้นไป เหมือนไฟกินเชื้อน้ำมันฉะนั้น

          (๒.) ดวงจิต เป็น สมาธิ และเป็น มรรคจิต เมื่อมรรคเกิดแล้ว มรรคก็เป็นแก๊สกรด กินเชื้อของกิเลส กามราคานุสัย ให้สูญสิ้นไป เหมือนกรดกัดสนิมฉะนั้น

          (๓.) ดวงวิญญาณ เป็น ปัญญา และเป็น มรรคปัญญา เมื่อมรรคเกิดขึ้นแล้ว มรรคก็ฆ่าเชื้อของกิเลส อวิชชานุสัย ให้หมดสูญไป เหมือนแก๊สกรดที่จี้ให้หมดมลทินแว๊ปเดียวเท่านั้น มลทินก็หายสูญสิ้นหมดเชื้อไปฉะนั้น

     “มรรค” นั้น มีสัณฐานกลมโตเท่ากับเซฟ เซฟของภพไหน ก็โตเท่ากับภพสามของภพนั้นๆ ส่วน “มรรค” ก็โตเท่ากับเซฟของภพนั้นๆ เหมือนกัน แต่ซ้อนอยู่ภายในของเซฟ ละเอียดกว่าเซฟและกินเชื้อธาตุธรรมเป็นลำดับๆ จนสุดหยาบสุดละเอียดเช่นเดียวกันกับเซฟ

     “เซฟ” และ “มรรค” ทั้ง ๒ นี้ แต่ละภพก็มี เถา-ชุด-ชั้น-ตอน-ภาค-พืด ของภพนั้นๆ เหมือนกัน

     “รัศมี” สิ่งที่มีรัศมี เช่น ดวงอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาวและตัวบุคคล เป็นต้น มีผู้บังคับเครื่องเดินเครื่องอยู่ในหัวใจเครื่องสิทธิ ส่งรัศมีมาให้ต่อเนื่องกันเป็นลำดับไม่ขาดสาย

     “ผู้บังคับเครื่อง” นั้น มีทั้ง ภาคขาว-ภาคดำ-ภาคกลาง ภาคใดละเอียดกว่า ก็ยึดสิทธิอำนาจเดินเครื่องส่งรัศมีภาคนั้นๆ ออกมา รัศมีของภาคขาวแจ่มใสเปล่งปลั่งสีเหลืองนวลเย็นตา สุกใสรุ่งเรือง ถ้าเป็นรัศมีของภาคดำ ส่งสีแดงคล้ำมัว เฉียบแหลมบาดตาเคืองตา ต้องนิ่งแน่นเดินเครื่องตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า-เครื่องเข้านิโรธ-เครื่องตรัสรู้ในนิโรธ-เครื่องคำนวณ ทับทวีไม่ถอยหลังกลับ เข้าไปในหัวใจเครื่องสิทธิ ไปยึดสิทธิและอำนาจบังคับเครื่องให้ได้ เราจะได้เป็นผู้ชนะ

( จบเรื่องบทที่ ๑๘ เซฟ-มรรคเพียงนี้ )

 

อธิบายเรื่องเซฟ-มรรค

     เป็นความรู้สำคัญ ! ท่านต้องจำทั้งบท ข้าพเจ้าได้ทำตัวเน้นไว้แล้ว เพื่อเน้นให้เห็นความสำคัญ

     ท่านต้องใส่ใจ ! เพื่อจะได้ระวังตัว เพราะเวลาอกุศลเข้าสิงใจ เราอาจพลาดพลั้งได้ เพราะมารเขาเห็นว่าเรามีบารมีมาก ! ต่อไปก็ต้องมาต่อสู้กับเขาไม่ชาติใดก็ชาติใด เหมือนเส้นทางของนักมวย สุดท้ายเราก็ต้องชกกัน เพราะวิถีทางมวยเป็นอย่างนั้น เวลาจะพลาดมันพลาดอย่างง่ายดาย เพราะมารเขาวางแผนดลใจ เราจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อสายเกินแก้แล้วเสมอ

 

เซฟคืออะไร ?

     เซฟ คือ คุกหรือเรือนจำ เป็นที่คุมขังลงโทษผู้กระทำผิดของสายขาว

     (๑.) เซฟ มีสัณฐานกลมโตเท่าภพสาม อยู่ในหัวใจเครื่องสิทธิ ภายในเซฟเป็นอะไรบ้าง ? เป็นแก๊ส-กรด-ไอกรด มีละเอียดเข้าไปในเหตุ ๑๙ ด้วย ตำราท่านบอกว่า เป็น สุด-หมด-ไม่มี-ว่าง-เปล่า-ดับ-ลับ-หาย-สูญ-สิ้นเชื้อ-ไม่เหลือเศษ-หล่อเลี้ยง-เป็นอยู่-ปราสาท-เหตุรส-เหตุชาติ-เหตุไอ-เหตุแก๊ส-เหตุแก๊สกรด ละเอียดไปเป็นลำดับจนสุดหยาบสุดละเอียด (คำว่า “สุดหยาบสุดละเอียด” ก็คือ นับไม่ถ้วน)

     (๒.) กล่าวถึงการดูดของเซฟ เซฟมีเครื่องบังคับ ดึงดูดผู้ถูกลงโทษเข้าเซฟ แล้วแก๊ส-กรด-ไอ ในเซฟก็ทำลายธาตุธรรมของเขาผู้นั้น ไปสุดหยาบสุดละเอียด

     (๓.) ผู้มีอำนาจสั่งลงโทษคือใคร ? ตอบว่า ธาตุธรรมในภพนั้นประชุมกันแล้ว มีมติออกมาเหมือนในโลกของเรา ข้าพเจ้าไม่เคยเห็น แต่เคยได้ยินเขาพูดกัน แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจ ต่อมาชีวิตของข้าพเจ้าต้องมาทำวิชาปราบมาร ข้าพเจ้าไม่ได้สนใจที่จะลงโทษใคร จ้องแต่จะทำวิชาให้มารดับอย่างเดียว แต่ต่อมารู้เห็นเป็นครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ที่ ๓ เมษายน ๒๕๔๒ การลงโทษระดับนี้ แกล้งกันไม่ได้ ! มติต้องเป็นเอกฉันท์ ! (บันทึกเล่มที่ ๒๓ หน้า ๘๖) ที่ต่างกับทางโลกของเราก็คือ ในโลกเรายังช่วยกันได้ พวกของใครก็พวกของใคร แต่ในธาตุในธรรมทำอย่างนั้นไม่ได้ คนที่ถูกลงโทษ ข้าพเจ้าเห็นว่าสมควรแล้ว เพราะมติเป็นเอกฉันท์ ค้านเพียงเสียงเดียวก็ไม่ได้

     ข้าพเจ้าเขียนตำราให้อ่าน ทำไมไม่อ่านกัน ? ถ้าวิชาเพี้ยนแล้ว นั่นคือชักศึกเข้าบ้าน มารเขาได้ช่องในจังหวะที่วิชาเพี้ยน ธาตุธรรมท่านไม่อยากทำเลย แต่มันจนใจ

     โดยเฉพาะข้าพเจ้าด้วยแล้ว ไม่เคยอยู่ในสมองเลย ถือว่าเราโตๆ กันแล้ว มีหูมีตาที่จะอ่านตำรา หลวงพ่อทำตำราไว้ให้พร้อมทุกหลักสูตรแล้ว ไม่อ่านกันเอง ถือว่าฉันอยู่มาสมัยหลวงพ่อ ฉันก็ทำอย่างนี้ ตอนนั้นหลวงพ่อท่านคุมวิชา ตอนนี้เราไม่มีหลวงพ่อแล้ว เราถือคติอย่างนั้นไม่ได้ ตอนนี้เราต้องคุมวิชาตัวของเราเอง ข้าพเจ้าได้แต่หวังดีต่อทุกคน

     ที่ข้าพเจ้าปราบมารก็ดี ที่ข้าพเจ้าเผยแพร่วิชามาก็ดี และที่เขียนตำรามาก็ดี ก็เพื่อให้วิชาธรรมกายฟื้นตัวเข้าสู่สภาพเดิม ข้าพเจ้าเป็นฆราวาส ทำงานยากทุกอย่าง ข้าพเจ้าไม่ได้บวชเป็นพระ ไม่ว่าอะไรมันยากไปหมด ไม่ว่าอะไรล้วนแต่ทำไม่ได้ทั้งนั้น ถึงเป็นข้าราชการก็เป็นเพียงระดับกลางเท่านั้น ไม่มีอำนาจอะไรที่จะบังคับใครให้ได้มาซึ่งเงิน มีคนจำนวนมากถามข้าพเจ้าว่า ทำมาได้อย่างไร ? ข้าพเจ้าก็ตอบว่า ไม่ทราบ ! แต่ข้าพเจ้าก็ทำมาแล้ว ทำมาในเพศของฆราวาส ครั้นมาพบคนเก่งคนดังถูกเซฟ เราก็ต้องเรียนรู้ว่าเรื่องราวอะไร ? อย่างน้อยก็ให้เราได้ความรู้ไว้ เพื่อจะได้มาบอกพวกเรา แม้ข้าพเจ้าจะรู้ แต่ข้าพเจ้าก็บอกไม่ได้ว่าเป็นใคร !

 

มรรคคืออะไร ?

     “มรรค” เป็นดวง อยู่ในหัวใจเครื่องของเซฟ ทำหน้าที่กินเชื้อธาตุธรรมให้สูญสิ้น ดวงมรรคมีขนาดเท่าเซฟ เซฟของภพไหนก็มีขนาดโตเท่าภพสามของภพนั้น

     (๑.) กาย-ใจ-จิต-วิญญาณ ทำอย่างไรจึงจะเกิดดวงมรรค ? เกิดเป็นดวงมรรคขึ้นเมื่อใด ? ก็เกิดอานุภาพเมื่อนั้น เช่น กายกับใจ ปรารภถึงการมีศีล ประกอบให้ศีลเกิดขึ้น ก็เกิดเป็นดวงปฐมมรรค ต่อมาก็มาถึงใจอีกระดับหนึ่ง เรียกว่าจิต ปรารภถึงการมีสมาธิ ประกอบสมาธิให้เกิดขึ้น ก็เกิดเป็นดวงมรรคจิต ต่อมาก็มาถึงใจอีกระดับหนึ่งคือวิญญาณ ปรารภถึงการมีปัญญา ประกอบปัญญาให้มีขึ้น ก็เกิดเป็นดวงมรรคปัญญา ดังนั้น ทั้ง ใจ-จิต-วิญญาณ ประกอบดวงมรรคให้เกิดขึ้น จึงมีอานุภาพกำจัดกิเลส แต่ ใจ-จิต-วิญญาณ ตั้งอยู่ใน “ดวงกาย” ดวงมรรคทั้งปวงจึงดำรงอยู่ได้ เพราะมีกายรองรับ

     (๒.) เราเคยได้ยินผู้ทำวิชาเขาพูดกันจนติดปากว่า ให้เป็นเซฟ-เป็นมรรค-เป็นแก๊ส-เป็นกรด-เป็นไอ เพราะในเซฟ มีแก๊ส-กรด-ไอ มรรคมีหน้าที่กัดกร่อน หากจะว่าไปแล้ว หน้าที่ก็อย่างเดียวกัน เพราะแก๊ส-กรด-ไอ ก็เป็นดวงบริวาร พอเซฟดูดมาได้แล้ว แก๊ส-กรด-ไอ ก็มารุมกันช่วยกันกำจัด หน้าที่ของแก๊สก็ทำไป หน้าที่ของกรดก็ทำไป หน้าที่ของไอก็ทำไป นี่คือเรื่องของฝ่ายภาคขาว ในส่วนของภาคมารนั้น เขาก็มีของเขา

     (๓.) เราเรียนมาถึงตรงนี้แล้ว เกิดข้อคิดอะไรบ้าง ? ข้าพเจ้าจะชี้แจงดังนี้ ผู้ปกครองท่านมีเครื่องมือปกครอง ถ้าไม่มีเครื่องมือปกครอง ใครๆ ก็ไม่อยู่ในโอวาท แล้วอะไรจะเกิดขึ้นแก่หมู่คณะ เครื่องมือปกครองก็คือเซฟ ถ้าถูกเซฟ ก็แปลว่า โทษสถานหนัก คือ ถูกยิงเป้า นั่นเอง

 

เหตุใดจึงถูกเซฟ ?

     โทษอะไรจึงถึงขั้นถูกเซฟ ? นี่คือประเด็น ตำราก็พูดชัดแล้ว ทรยศต่อสายขาว เทียบได้กับการเป็นขบถ เป็นไส้ศึก ก็คือชักศึกเข้าบ้าน พูดให้ง่ายก็คือเดินวิชาไม่ถูก การเดินวิชาไม่ถูกนั้น เป็นการเปิดช่องให้มารเขาเข้ามาครอบครองความเป็นเอกราชของภาคขาว ทุกบทเรียนที่เราเรียนมา มารเขาสอดแทรกทั้งนั้น เราต้องแก้วิชาของมารทุกเรื่องไป มารเข้ามายึดอำนาจทุกเรื่อง ภาคขาวเป็นฝ่ายแก้ตลอด นี่คือสาระของเรื่อง

     หากเราเดินวิชาไม่ถูกแนวของภาคขาว ก็เป็นการไปเพิ่มกำลังให้แก่มารเขา ดังนั้น จึงเตือนว่าวิชาอย่าให้เพี้ยน ! ถ้าวิชาเพี้ยนก็เตรียมตัวเข้าเซฟได้ ธาตุธรรมท่านไม่อยากทำเลย แต่มีความจำเป็น เพราะการเดินวิชาของเราเป็นอุปการะให้แก่มารเขา อย่าไปโทษพระองค์เลย ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว

     ในส่วนตัวของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าคิดอยู่เสมอว่า ถ้าเราเอาโพธิสัตว์ของภาคขาวมาลงโทษเสียหมด เราก็หมดกำลังพล นี่คือ ความคิดของข้าพเจ้า ในการเรียนนั้น ข้าพเจ้ามีเจตนาให้ทุกคนเก่งกว่าข้าพเจ้าทั้งนั้น แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครเก่ง ข้าพเจ้าก็จำต้องยอมเก่งไปก่อน

 

ความต่างกันของดวงมรรค

     ดวงมรรคในเซฟกับดวงมรรคทั่วไปมีความต่างกัน ดวงมรรคในเซฟทำหน้าที่กัดกินละลายผู้ถูกลงโทษ แต่ดวงมรรคทั่วไป หมายถึงดวงปรมมรรค-ดวงมรรคจิต-ดวงมรรคปัญญา ทำหน้าที่กัดกินละลายกิเลส ดังนั้น ที่เราได้ยินเขาพูดกันในหมู่ผู้ทำวิชาที่ว่า “ให้เป็นเซฟ-เป็นมรรค-เป็นแก๊ส-เป็นกรด-เป็นไอ” นั้น หมายความว่าอธิษฐานให้กัดกินละลายกิเลสเหมือนเซฟที่กัดกินละลายผู้ถูกลงโทษ ให้ดวงมรรคกินละลายกิเลสตามอานุภาพของดวงมรรค และยังหมายถึงว่า ขอให้กัดกินละลายกิเลส เหมือนแก๊ส-กรด-ไอ ที่อยู่ในเซฟนั้น เป็นการอธิษฐานให้ดวงมรรคละลายกิเลสทั้งปวงนั่นเอง ถือว่าอธิษฐานเช่นนี้แล้ว จุดดำด่างจะหายไป

 

แนวเดินวิชาเพื่อดูเซฟในอายตนะนิพพาน

 

ลำดับแรก

     เดินวิชาเข้าอายตนะนิพพานเหมือนบทฝึกที่ผ่านมา คำนวณไปให้สุดนิพพาน เมื่อไปสุดแล้ว ให้อธิษฐานใจขอดูดวงกำเนิดของภพนิพพาน เห็นแล้วให้อธิษฐานใจขอดูเครื่องสิทธิ เครื่องอะไรทั้งปวงก็อยู่ในเครื่องสิทธิทั้งนั้น หยุดนิ่งกลางดวงธรรมของเครื่องสิทธิ คำนวณดูในหัวใจเครื่อง ก็จะเห็น “ดวงเซฟ” หยุดนิ่งกลางดวงธรรมของเซฟ ก็ดูเอา เพราะมีละเอียดเข้าไปจนสุดหยาบสุดละเอียด

 

ลำดับสอง

     เดินวิชามาดูเซฟของอรูปพรหม ๔ ชั้น หยุดนิ่งดูดวงกำเนิดของภพแล้วก็ดูเครื่องสิทธิ แล้วก็ดูเซฟต่อไป แล้วมาดูเซฟของพรหม ๑๖ ชั้น มาดูเซฟของสวรรค์ ๖ ชั้น ตามลำดับ

 

คำถามท้ายบทเรื่องเซฟ-มรรค

     ๑. เซฟคืออะไร ? มีอยู่ที่ไหน ? จงบรรยายลักษณะภายในเซฟมาให้ดู ผู้ที่จะถูกลงโทษระดับนี้ ตำราบอกว่า มีความผิดสถานใด ?

     ๒. ใครเป็นผู้มีอำนาจสั่งลงโทษเข้าเซฟ ?

     ๓. มรรคคืออะไร ? มีอานุภาพอย่างไร ? จงบอกวิธีการสร้างมรรคให้เกิดขึ้นแก่ ใจ-จิต-วิญญาณ เมื่อดวงมรรคเกิดขึ้นแล้ว เรียกมรรคที่เกิดขึ้นนั้นแต่ละอย่างว่าอะไร ? และจงบอกด้วยว่ากำจัดกิเลสอะไรได้ด้วย ?

     ๔. ดวงมรรคในเซฟกับดวงมรรคทั่วๆ ไป มีหน้าที่ต่างกันอย่างไร ? จงชี้แจงให้เข้าใจ

     ๕. คำกล่าวที่เราได้ยินผู้ทำวิชาเขาพูดกันจนติดปากว่า “ให้เป็นเซฟ-เป็นมรรค-เป็นแก๊ส-เป็นกรด-เป็นไอ” จงอธิบายว่า คำกล่าวนั้นมีความหมายอย่างไร ?

     ๖. ทำไมวิชาเพี้ยนจึงมีผลถึงกับต้องถูกเซฟ ? จงชี้แจงให้เข้าใจ เพราะเป็นเรื่องสำคัญมาก

     ๗. จงแสดงการเดินวิชาเพื่อดูเซฟในอายตนะนิพพานมาให้ดู และเซฟในอรูปพรหม ๔ ชั้น ในพรหม ๑๖ ชั้น และในสวรรค์๖ ชั้น ให้ดูด้วย

     ๘. เท่าที่ข้าพเจ้าทราบ การพิจารณาโทษถึงขั้นเซฟนั้น ธาตุธรรมท่านไม่อยากทำเลย ไม่มีประโยชน์อันใด แต่มีความจำเป็นต้องทำนั้น มีเหตุผลอะไร ? จงอธิบายให้เข้าใจ

     ๙. ถามความคิดรวบยอด ท่านเรียนเรื่องสำคัญมาหมดแล้ว ถามว่า ทำไมเรายังไม่ดีขึ้น ?

          (ตอบว่า ภาคขาวยังยึดเครื่องปกครองไม่ได้ วิชาของมารเหนือกว่าเรา มารได้อำนาจปกครอง ดังนั้น เราจะให้ได้แบบที่เราได้ยินว่าไถนาแล้วเป็นทองคำ ย่อมเป็นไปไม่ได้ และแม้ว่าเราได้ทำบุญกับพระพุทธเจ้า เราก็ยังไม่ได้บุญปัจจุบัน หมายความว่า เราไม่รวยอย่างปัจจุบันทันตาเห็น เพราะมารเขายึดอำนาจเครื่องใหญ่อยู่ ดังที่เราได้เรียนมาแล้ว ต่อมาท่านก็ถามอีกว่า เราจะแก้อย่างไร ? ข้าพเจ้าก็ตอบว่า ก็ต้องแก้อย่างที่หลวงพ่อสอน คือ เรียนวิชาธรรมกายชั้นสูง แล้วก็แก้กันโดยวิธีการทางวิชา อย่างอื่นแก้ไม่ได้ ท่านก็ถามต่อไปอีกว่า หลวงพ่อท่านตายไปแล้ว เราจะทำอย่างไร ? ตอบว่า เราไม่มีทางเลือกอื่น ต้องเรียนวิชาธรรมกายให้สูงเพื่อจะได้ช่วยตัวเองได้ เพราะแม้แต่นิพพาน มารเขาก็ยังยึดปกครอง พระพุทธองค์ก็ต้องต่อสู้ แม้เราก็ต้องต่อสู้ ถ้าไม่ต่อสู้ เราก็เป็นลูกไล่ของมารอยู่อย่างนี้ อย่าดูเฉลย ให้ท่านเขียนตอบไปก่อน แล้วดูเฉลยทีหลัง)

สารบัญ 

ความคิดเห็น

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:ผู้เยี่ยมชม
หัวเรื่อง:
BBCode:Web AddressEmail AddressLoad Image from WebBold TextItalic TextUnderlined TextQuoteCodeOpen ListList ItemClose List
ความคิดเห็น:



รหัส:* Code

Powered by AkoComment 2.0!

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( Friday, 24 November 2006 )
< ก่อนหน้า   ถัดไป >
Add to Google


หน้าแรก Kayadham - เกี่ยวกับ Kayadham - การเผยแพร่วิชาธรรมกาย - แหล่งเรียนรู้วิชาธรรมกาย

ชีวประวัติครูบาอาจารย์ - ติดต่อ Kayadham - Sitemap

©2007 Kayadham.org